Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท
    • [News] Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist
    • [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel
    • [News] Igniv Bangkok ชวนคุณมาสัมผัสความสดชื่นของฤดูร้อนผ่านเมนูแชร์ริ่งทั้ง 19 จาน แรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของไทยพร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ
    • [News] เสน่ห์จันทน์ เผยโฉมบริบทใหม่แห่งทศวรรษความเป็นเลิศ – ถ่ายทอดมรดกอาหารไทยระดับ Michelin Star 9 ปีซ่อน ณ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok
    • [News] มหาปรากฏการณ์แห่งรสชาติ 4 ดาว! Purple Laurel chef Yu Bin จับมือ เชฟชุมพล แจ้งไพร รังสรรค์ค่ำคืนสุดวิจิตร “Two Realms, One Table”
    • [Review] The Sukhothai Bangkok Sunday Brunch ตำนานที่หาที่ใดเทียบและพิเศษยิ่งไปกว่าเดิมกับ concept ว้าวๆทุกเดือน
    • [News] เซทเมนูมื้อกลางวันสุดพิเศษชุดใหม่ ณ ห้องอาหาร Bistrot De La Mer ,Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท
    Casual Dining

    [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatJune 5, 2026Updated:June 5, 2026No Comments3 Mins Read

    Tapori Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

    Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท

    นักชิมหลายคนอาจกำลังมองหาบางสิ่งที่ก้าวข้ามความคุ้นชินเดิมๆ ของแกงกูรหม่าเนื้อเนียนหรือไก่ทิกก้ามาซาล่าที่พบเห็นได้ทั่วไป มรดกทางวัฒนธรรมอาหารของอนุทวีปอินเดียนั้นมีความลึกซึ้งและกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจะจำกัดความไว้ด้วยเมนูเดิม ๆ แค่เพียงไม่กี่จาน

    ในวันนี้ kinandleisure ขอนำเสนอ Tapori ร้านอาหารอินเดียแนว Regional Cuisine ในซอยสุขุมวิท 47 เปลี่ยนทัศนคติของทุกท่านที่มีต่ออาหารอินเดียไปตลอดกาล

    การเดินทาง Tapori ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แม้จะตั้งอยู่ใจกลางย่านที่หรูหราและมีชีวิตชีวาที่สุดของถนนสุขุมวิท หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นในเวลาเย็น การเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์แล้วต่อรถหรือเดินเข้ามาก็สามารถทำได้โดยสะดวก สำหรับผู้ที่นิยมความสะดวกส่วนตัว ทางร้านก็มีพื้นที่จอดรถไว้หน้าร้านคอยต้อนรับทุกท่าน

    สำหรับนักชิมผู้หลงใหลในอาหารอินเดียย่อมตระหนักดีว่า สภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ตั้งแต่ทิวเขาหิมะทางตอนเหนือจรดคาบสมุทรเขตร้อนทางตอนใต้ ส่งผลให้อาหารในแต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เด่นชัด ทั้งในแง่ของชนิดเครื่องเทศ วัตถุดิบ และปริมาณความเข้มข้น คำว่า Tapori ในบริบทนี้สื่อถึง “นักเดินทางผู้เชี่ยวชาญวิถีชีวิตและเปี่ยมด้วยไหวพริบ” ซึ่งเชฟผู้เปรียบเสมือนนักสำรวจได้หยิบยกจิตวิญญาณนี้มาใช้ในการเดินทางไปทั่วทุกสารทิศของอินเดีย เพื่อรวบรวมสูตรอาหารที่ดีที่สุดและหาทานได้ยากจากแต่ละท้องถิ่น นำมาตีความและนำเสนอใหม่ด้วยความเคารพในรากเหง้า ทำให้ทุกท่านสามารถลิ้มลองเพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ได้อย่างมั่นใจ

    สุนทรียศาสตร์แห่งบรรยากาศ: คฤหาสน์หรูอันโอ่อ่าของมหาเศรษฐีผู้เปรียบด้วยรสนิยม

    เมื่อก้าวพ้นประตูทางเข้าของ Tapori ความรู้สึกแรกที่เข้ามากระทบคือความตื่นตาตื่นใจในงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่เปี่ยมไปด้วยความจัดจ้านและหรูหราแบบ exotic style ร้านแห่งนี้ได้รับการเนรมิตขึ้นมาภายใต้คอนเซปต์ของการเดินเข้าไปในคฤหาสน์ส่วนตัวของมหาเศรษฐีชาวอินเดียผู้มีรสนิยมสูงและรักการสะสมงานศิลปะ ทุกมุมของร้านอบอวลไปด้วยงานศิลปกรรมรูปปั้น เครื่องตกแต่งอันวิจิตร และโทนสีที่สะท้อนถึงสไตล์อินเดียชั้นสูง (High-end Indian Style) ที่ถูกจัดวางอย่างประณีตและมีจังหวะจะโคน

    ทว่าในความโอ่อ่าสมฐานะนั้น Tapori กลับสร้างความประทับใจด้วยการทลายความแข็งกระด้างของร้านไฟน์ไดนิ่งทั่วไปลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยการต้อนรับและการบริการที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับเราเป็นแขกคนสำคัญของบ้าน การจัดสรรพื้นที่ภายในร้านได้รับการคิดคำนวณมาเป็นอย่างดี นอกเหนือจากห้องอาหารหลักแล้ว ทางร้านยังมีพื้นที่ของบาร์เฉพาะ (Bespoke Cocktail Bar) ที่หลบมุมอยู่อย่างเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการนั่งจิบค็อกเทลแก้วพิเศษเพื่อรอต้อนรับกลุ่มเพื่อนก่อนเริ่มเปิดฉากมื้ออาหารมื้อใหญ่ และสำหรับผู้ที่แสวงหาความผ่อนคลายภายใต้แสงดาว ที่นี่ก็มีโซนสวนภายนอกที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับซิการ์บาร์ (Cigar Bar) มอบบรรยากาศอันสุนทรีย์และผ่อนคลายขับเน้นให้ค่ำคืนแห่งการสังสรรค์สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    บทบันทึกการเดินทางผ่านรสชาติ: เมนูรสสัมผัสจากทั่วอนุทวีป (The Menu)

    SMALL PLATES: จานเรียกน้ำย่อยอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเรื่องราว

    Pani Puri

    คงไม่มีจานใดที่จะสามารถจับเอาวิญญาณและกลิ่นอายของสตรีตฟู้ดอินเดียได้หมดจดเท่ากับเมนูนี้อีกแล้ว เมนูที่พบเห็นได้ตามสถานีรถไฟอันวุ่นวาย ตลาดที่พลุกพล่าน และตรอกซอกซอยทั่วประเทศ จานนี้ไม่ใช่เพียงแค่สูตรอาหาร แต่เป็นเสมือน “พิธีกรรม” ร่วมกันของผู้คนที่จะต้องยืนกินด้วยความรวดเร็วและเปี่ยมด้วยความสุข ทั่วอินเดียเมนูนี้เปลี่ยนทั้งชื่อเรียกและบุคลิกภาพ ตั้งแต่ Golgappa ในแถบอินเดียตอนเหนือ ไปจนถึง Puchka ในแคว้นเบงกอลตะวันออก

    ซึ่งแต่ละภูมิภาคต่างก็ใส่ความทรงจำและรสชาติเฉพาะตัวลงไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความตื่นเต้นก่อนคำแรกจะเข้าปาก สำหรับเวอร์ชันของ Tapori เชฟได้รังสรรค์แป้งเซโมลินาทรงกลมทอดกรอบเนื้อบางเบาเป็นพิเศษ สอดไส้ด้วยมันฝรั่งบดและถั่วชิกพี ก่อนจะรินน้ำมินต์สดที่ปรุงรสอย่างจัดจ้านด้วยความหวาน เผ็ด และเปรี้ยวที่ปะทะกันอย่างสมดุล เป็นจานที่ปลุกความทรงจำในวัยเด็กและการกินอาหารด้วยมือที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานได้อย่างยอดเยี่ยม

    Dal Pakwan (ภูมิภาคซินธ์ – Sindh)

    อาหารเช้าแบบดั้งเดิมอันเป็นที่รักจากแคว้นซินธ์ (Sindh) ซึ่งเป็นภูมิภาคทางประวัติศาสตร์บริเวณลุ่มน้ำสินธุ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอนุทวีป (ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในปากีสถาน) ชาวซินธีมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการค้าขายและการปรุงอาหารที่เน้นความสมดุลระหว่างความขัดแย้งของรสสัมผัส จานนี้สะท้อนปรัชญาดังกล่าวได้อย่างชัดเจนด้วยความนุ่มและความกรอบ ความเข้มข้นและความโปร่งเบาที่อยู่ร่วมกันบนจานเดียว

    โดยเชฟใช้ถั่วจานาดาล (Chana Dal) เคี่ยวอย่างช้าๆ จนเนื้อเนียนนุ่มให้รสสัมผัสที่อบอุ่นลุ่มลึก ทานคู่กับแผ่นแป้งพัควาน (Pakwan) ที่ทอดจนกรอบฟูเบาสบาย ตัดรสและเพิ่มมิติด้วยซอสมะขามเปรี้ยวหวานและโยเกิร์ตสดหมักธรรมชาติ เป็นจานที่นำพาเราย้อนกลับไปสู่วิถียามเช้าในตลาดโบราณที่ผู้คนใช้เวลาละเลียดอาหารอย่างไม่รีบร้อน

    Pepper Chicken Fry (ภูมิภาคเทลังคานา – Telangana)

    ขยับลงมาสู่อินเดียตอนใต้ ณ รัฐเทลังคานา ดินแดนบนที่ราบสูงเดคคันที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากอานธรประเทศ วัฒนธรรมอาหารของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดัน ตรงไปตรงมา และไม่ประนีประนอมในเรื่องการใช้เครื่องเทศ ในขณะที่อาหารอินเดียเหนืออาจสร้างความเข้มข้นด้วยครีม เนย หรือถั่ว

    แต่อาหารของเทลังคานาจะสร้างมิติของรสชาติผ่านพริกแห้งและพริกไทยดำ ซึ่งในประวัติศาสตร์พริกไทยดำจากอินเดียใต้เปรียบเสมือน “ทองคำสีดำ” (Black Gold) ที่ดึงดูดนักสำรวจจากทั่วโลก ที่ Tapori เชฟเลือกใช้ไก่บ้านออร์แกนิกเนื้อแน่น นำไปผัดแห้งกับใบกะหรี่สดและพริกไทยดำที่บดใหม่ๆ ความร้อนแรงของพริกไทยจะไม่จู่โจมในทันที แต่จะค่อยๆ คลี่คลายความอบอุ่นและซึมลึกในปาก ให้รสชาติที่ทรงพลังและสะท้อนถึงเสน่ห์ของโรงครัวริมทางอินเดียใต้ได้อย่างเปี่ยมพลัง

    Sangha Kan Fish Fry (ภูมิภาคมิโซรัม – Mizoram)

    เดินทางสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือสุดขอบบังกลาเทศและเมียนมาร์ ณ รัฐมิโซรัม ดินแดนแห่งทิวเขาและกลุ่มชาติพันธุ์ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรมการกินของชาวมิโซรัมนั้นแตกต่างจากอินเดียภาคกลางอย่างสิ้นเชิง โดยอาหารของที่นี่จะพึ่งพิงความสดใหม่ รสชาติที่สะอาด และการให้เกียรติวัตถุดิบมากกว่าการประโคมเครื่องเทศรสจัด

    เชฟของ Tapori ได้นำแรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายอันงดงามนี้มาถ่ายทอดผ่านปลากะพงขาวเนื้อนุ่ม นำไปทอดไฟอ่อนอย่างทะนุถนอมจนผิวด้านนอกตึงสวยแต่เนื้อในยังชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟเคียงคู่กับชัทนีย์มินต์สดและมะม่วงดิบสับ รสชาติที่ได้จึงมีความโปร่ง เบา สดชื่น และสะอาด ราวกับได้สูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาของมิโซรัม ซึ่งความเรียบง่ายที่ไร้การปรุงแต่งนี้เองคือความหรูหราที่แท้จริง

    Naga Pork Crisp (ภูมิภาคนากาแลนด์ – Nagaland)

    ถัดจากมิโซรัมคือรัฐนากาแลนด์ ดินแดนแห่งชนเผ่าและภูเขาสูงชันอันลึกลับ วัฒนธรรมอาหารของชาวนาคาถูกหล่อหลอมด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและการต้องพึ่งพิงป่า อาหารจึงหมุนรอบเรื่องของเปลวไฟ กลิ่นควัน และเทคนิคการถนอมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องการใช้พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกอย่างพริกปีศาจ (Bhut Jolokia) และการรมควันเนื้อสัตว์

    จานนี้เชฟนำหมูสามชั้นไปเคี่ยวและทอดจนผิวด้านนอกกรอบสนิททว่าเนื้อในยังคงความนุ่มหนึบ เคลือบด้วยพริกไทยพื้นเมืองและพริกหมักรสจัดจ้าน มอบรสสัมผัสที่มีความเผ็ดร้อนระอุที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกลิ่นอายรมควันอันซับซ้อนที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง เป็นจานที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันดิบเท่ ดุดัน และน่าค้นหาของผืนป่าตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างไม่มีวันลืม

    LARGE PLATES: จานหลักแห่งความอุดมสมบูรณ์และงานเลี้ยงของราชสำนัก

    Chicken Beliram Curry (ภูมิภาคปัญจาบ – Punjab)

    แกงไก่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคทองอันรุ่งเรืองสูงสุดของมหาราชารันจิต ซิงห์ (Maharaja Ranjit Singh) แห่งรัฐปัญจาบ ทางตอนเหนือของอินเดีย ปัญจาบคืออู่ข้าวอู่น้ำและดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมอาหารของที่นี่สะท้อนถึงความใจกว้างและการเฉลิมฉลอง เมนูนี้มีเกร็ดประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งตรงที่ถูกคิดค้นโดยหัวหน้าเชฟหลวงนามว่า “เบลิราม” ผู้ได้รับมอบหมายให้รังสรรค์จานพิเศษเพื่อต้อนรับราชอาคันตุกะ

    ความโดดเด่นของแกงนี้อยู่ที่ความเนียนละเอียดของน้ำแกงที่เกิดจากการเคี่ยวหอมใหญ่จนกลายเป็นคาราเมลหวานธรรมชาติ ผสานกับโยเกิร์ตเนื้อนุ่มและเมล็ดผักชีบด รสชาติมีความกลมกล่อม ละมุนละไม ไม่เน้นความจัดจ้านแต่เน้นความลุ่มลึกและอบอุ่น เป็นตัวแทนของความหรูหราที่เพียบพร้อมในราชสำนักปัญจาบโบราณอย่างแท้จริง

    Beef Chilli Fry (ภูมิภาคเกรละ – Kerala)

    ย้ายกลับมาสู่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ณ รัฐเกรละ หรือที่รู้จักกันในนาม “ชายฝั่งมะละบาร์” (Malabar Coast) ศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศทางทะเลที่เชื่อมต่อโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันมานับพันปี เนื่องจากเกรละเป็นรัฐที่มีความหลากหลายทางศาสนาสูง โดยมีประชากรชาวคริสต์และมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมาก “เนื้อวัว” จึงกลายเป็นวัตถุดิบเด่นที่หาทานได้ยากยิ่งในรัฐอื่นๆ ของอินเดีย จานนี้เชฟนำเนื้อวัวส่วนที่คัดสรรมาอย่างดีไปเคี่ยวอย่างช้าๆ (Slow-braised) จนเนื้อนุ่มละลายในปาก นำไปผัดแห้งขลุกขลิกกับหอมแดง ใบกะหรี่ และพริกไทยดำบดสด รสชาติจะค่อยๆ พัฒนาจากความหวานละมุนของหอมแดงที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ไปสู่ความเผ็ดร้อนลุ่มลึกที่อบอวลอยู่ในลำคอจากพริกไทยดำ เป็นการย้ำเตือนใจนักชิมว่าเกรละคือดินแดนที่เครื่องเทศเคยเปลี่ยนเส้นทางประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติมาแล้ว

    Araku Bamboo Biryani (ภูมิภาคอานธรประเทศ – Andhra Pradesh)

    หุบเขาอารากู (Araku Valley) คือสถานตากอากาศบนภูเขาสูงในรัฐอานธรประเทศ ทางตอนใต้ของอินเดีย ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตและกรรมวิธีการปรุงอาหารอันเก่าแก่ด้วยการพึ่งพิงธรรมชาติ โดยเฉพาะการใช้กระบอกไม้ไผ่สด ข้าวหมกบิรยานีไก่จานนี้ของ Tapori จึงเป็นการยกเอาวิถีชีวิตชาวดอยมาสู่โต๊ะอาหาร เชฟจะนำข้าวบาสมาติเม็ดยาวสวย เนื้อไก่หมักเครื่องเทศเข้มข้น บรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่สดแล้วนำไปเผาไฟอย่างช้าๆ

    เพื่อให้ความร้อนระอุอยู่ภายใน เมื่อเปิดกระบอกออก ไอน้ำที่พวยพุ่งจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อไม้ไผ่สด กลิ่นควันไฟ และกลิ่นเครื่องเทศที่ระอุจนเข้าเนื้อ รสสัมผัสของข้าวจะมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ มอบประสบการณ์ที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงแค่อาหาร แต่เป็นดั่งการบันทึกการเดินทางผ่านผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของทิวเขาตะวันออก

    BREADS & RICE: ศิลปะแห่งแป้งและข้าวที่หลอมรวมมื้ออาหารเป็นหนึ่งเดียว

    เพื่อให้อรรถรสของแกงเข้มข้นและจานหลักสกัดรสชาติออกมาได้อย่างสูงสุด Tapori จึงให้ความสำคัญกับคาร์โบไฮเดรตเครื่องเคียงไม่แพ้จานหลัก โดยเลือกนำเสนอความหลากหลายของแป้งและข้าวจากแต่ละวัฒนธรรมท้องถิ่นมาให้ลิ้มลองในรูปแบบเรียงความรสชาติที่ต่อเนื่อง

    เริ่มต้นจาก Neer Dosa แผ่นเครปเนื้อบางเบาราวกับกระดาษทำจากแป้งข้าวเจ้าหมักกับน้ำ ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมจากแถบชายฝั่งแคว้นกรรนาฏกะ ให้รสสัมผัสที่นุ่มโปร่งเบาและช่วยซับน้ำแกงได้อย่างดีเยี่ยม ถัดมาคือ Malabari Parotta แป้งพาราธาสไตล์อินเดียใต้จากเกรละที่เชฟนวดและสะบัดแป้งจนซ้อนกันเป็นเลเยอร์หลายสิบชั้น มอบความเหนียวนุ่มและชุ่มเนยกีที่ซ่อนความอบอุ่นอยู่ภายใน สำหรับผู้ที่ชอบความคลาสสิก Naan ของที่นี่อบในเตาดินเผาทันดอร์ด้วยอุณหภูมิสูงจนผิวหน้าเกรียมหอมแต่เนื้อในยังคงความนุ่มหนึบชวนเคี้ยว

    นอกจากนี้ยังมี Ladi Pav ขนมปังก้อนสี่เหลี่ยมนุ่มฟูอบสดใหม่ชุ่มเนย ซึ่งเป็นตัวแทนวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากเบเกอรี่ของชาวปาร์ซี (Parsi) ในมุมไบ และ Poee ขนมปังท้องถิ่นสไตล์ชนบทจากรัฐกัวที่ได้รับอิทธิพลตกทอดมาจากยุคอาณานิคมโปรตุเกส มีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และมีความหวานจางๆ ในตัวเอง ปิดท้ายด้วย Ghee Basmati Rice ข้าวบาสมาติสายพันธุ์คัดพิเศษ หุงจนเรียงเม็ดยาวสวยเคลือบด้วยเนยกีแท้และอบอวลด้วยกลิ่นอายของเครื่องเทศเม็ดขลุกขลิกที่ให้ความหอมละมุนในทุกคำ

    DESSERTS: บทส่งท้ายอันลึกลับและเปี่ยมด้วยศิลปะแห่งการซ่อนเร้น

    Benami Kheer (ภูมิภาคอุตตรประเทศ – Uttar Pradesh)

    ปิดท้ายมื้ออาหารอันยิ่งใหญ่ด้วยขนมหวานที่มีรากเหง้ามาจากราชสำนักอวัธ (Awadh) ในเมืองลัคเนา รัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย อวัธคือจุดสูงสุดของศิลปะวัฒนธรรมการปรุงอาหารสไตล์อภิชนชั้นสูง (Nawabi Culture) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไม เทคนิคการตุ๋นเคี่ยว (Dum Pukht) และความลึกลับของสูตรอาหารที่ส่งทอดกันภายในครอบครัว คำว่า “Benami” ในภาษาเปอร์เซียแปลว่า “ไร้นาม” หรือ “การซ่อนอัตลักษณ์”

    เกร็ดประวัติศาสตร์เล่าว่า ในอดีตพ่อครัวหลวงของวังอวัธต้องการประชันฝีมือเพื่อเอาชนะใจพระราชา จึงได้คิดค้นขนมหวานชนิดนี้ขึ้นโดยการนำ “กระเทียม” วัตถุดิบที่มีกลิ่นฉุนและเป็นของคาว มาซอยเป็นเส้นบางๆ แล้วผ่านกรรมวิธีล้างน้ำและเติมนมหลายต่อหลายครั้งจนกลิ่นฉุนหายไปสิ้น เหลือเพียงรสสัมผัสที่กรุบกรอบคล้ายถั่วอัลมอนด์ขูดฝอย เพื่อทดสอบว่าพระราชาจะทรงทายถูกหรือไม่ว่าทำมาจากอะไร ที่ Tapori เชฟสืบทอดจิตวิญญาณแห่งความขี้เล่นและศาสตร์ขั้นสูงนี้ด้วยการเคี่ยวนมสดสดแท้อย่างช้าๆ จนงวดเป็นเนื้อครีมข้นหอมมัน แล้วซ่อนผักขูดฝอย (ซึ่งผ่านกรรมวิธีกำจัดกลิ่นตามสูตรลับราชสำนัก) ลงไปในเนื้อครีม

    รสสัมผัสที่ได้มีความเนียนนุ่ม หวานละมุนละไม อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศหวานอย่างลูกกระวานและหญ้าฝรั่น โดยรสชาติและความกรุบกรอบจะค่อยๆ เผยตัวตนออกมาในทุกๆ คำที่ตักทาน เป็นบทสรุปของมื้ออาหารที่ทั้งลึกลับ ซับซ้อน และชวนให้ถกแถลงกันต่ออย่างไม่รู้จบ

    ห้องทดลองแห่งศาสตร์มิกโซโลจี: บาร์เครื่องดื่มที่หลอมรวมพรมแดน (The Bar)

    อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญระดับมาสเตอร์พีซที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ส่วนของบาร์เครื่องดื่มของ Tapori ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นสถานที่แฮงก์เอาต์ที่มีบุคลิกโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

    ตัวบาร์ได้รับการเซตอัพในลักษณะ Bespoke Cocktail Bar ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและหรูหราควบคู่กันไป เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่นี่เปรียบเสมือนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์รสชาติที่สอดประสานกับแนวคิดอาหารของร้าน โดยการหยิบยกเครื่องเทศอินเดีย พริกพื้นเมือง และผลไม้สไตล์ Exotic และ Tropical มาเป็นแกนหลักในการรังสรรค์

    ค็อกเทลแก้วเด่นที่คอเครื่องดื่มต้องลิ้มลองคือ Amrud

    ค็อกเทลที่มีเบสเป็น Tequila Blanco รสสะอาด นำมาจับคู่กับฝรั่งสีชมพูที่ผ่านกระบวนการหมัก (Fermented Guava) จนได้ความหอมและมิติของรสชาติที่ลึกซึ้ง เติมความเผ็ดร้อนเพลินๆ ด้วยพริกฮาลาเปนโญ (Jalapeno) และตัดรสชาติให้กลมกล่อมหน้าตาคมคายด้วยเกลือดำอินเดีย (Black Salt) ที่ให้กลิ่นอายซัลเฟอร์อ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์

    หรือหากคุณมองหาความนุ่มนวล ครีมมี่ และซับซ้อน ขอแนะนำ Tonka

    ค็อกเทลที่นำวอดก้าเกรดพรีเมียมไปอินฟิวส์กับฝักวานิลลาและเมล็ดตองกา (Tonka Beans) จนได้กลิ่นหอมหวานคล้ายอัลมอนด์และยาสูบจางๆ ผสมผสานกับเหล้ามะพร้าว Malibu, Midori รสเมลอน, ความเปรี้ยวสดชื่นจากเสาวรส (Passion Fruit) ก่อนจะท็อปด้านบนด้วย Cream Float เนื้อเนียนนุ่มหนา และขูดเมล็ดตองกาสดโรยปิดท้ายเพื่อส่งกลิ่นหอมรัญจวน

    นอกเหนือจากนวัตกรรมเครื่องดื่มเหล่านี้แล้ว ทางร้านยังมีบริการ Classic Cocktail ที่ทำออกมาได้อย่างเฉียบคม รวมถึงค็อกเทลในยุคห้ามขายเหล้า (Prohibition Era Cocktails) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความลุ่มลึกในประวัติศาสตร์เครื่องดื่ม สำหรับคอค็อกเทลระดับลึกแล้ว บาร์ของ Tapori ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่สำหรับดื่มกินก่อนอาหาร แต่คือหมุดหมายหลักที่คุณสามารถใช้เวลาละเลียดความสุขได้ตลอดทั้งค่ำคืนอย่างแท้จริง

    ข้อมูลสำคัญ

    ที่อยู่: 22 2 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

    โทรศัพท์: 064 569 3798

    ผู้ให้บริการ 

    เวลาทำการ: 

    เปิดเวลา 17:30 – 22.00 Mon – Sat

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[News] Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist

    Related Posts

    [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel

    May 29, 2026

    [Review] เปิดสำรับฤดูร้อนระดับตำนาน “ข้าวแช่ ตำรับศิลาดล” โดยเชฟจิ๊บ แห่ง The Sukhothai Bangkok สัมผัสความละเมียดละไมของงานศิลป์ที่กินได้ พร้อมความหอมเย็นชื่นใจถึงขีดสุด

    May 9, 2026

    [Review] ล่องลอยในห้วงแห่งรสสัมผัส: เมื่อ “Échiré x Valrhona” เนรมิตศิลปะบนจานใน Summer Cake Collection

    May 1, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท

    June 5, 2026

    [News] Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist

    May 30, 2026

    [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel

    May 29, 2026

    [News] Igniv Bangkok ชวนคุณมาสัมผัสความสดชื่นของฤดูร้อนผ่านเมนูแชร์ริ่งทั้ง 19 จาน แรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของไทยพร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

    May 27, 2026

    [News] เสน่ห์จันทน์ เผยโฉมบริบทใหม่แห่งทศวรรษความเป็นเลิศ – ถ่ายทอดมรดกอาหารไทยระดับ Michelin Star 9 ปีซ่อน ณ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok

    May 27, 2026

    [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท

    June 5, 2026

    [News] Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist

    May 30, 2026

    [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel

    May 29, 2026

    [News] Igniv Bangkok ชวนคุณมาสัมผัสความสดชื่นของฤดูร้อนผ่านเมนูแชร์ริ่งทั้ง 19 จาน แรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของไทยพร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

    May 27, 2026

    [News] เสน่ห์จันทน์ เผยโฉมบริบทใหม่แห่งทศวรรษความเป็นเลิศ – ถ่ายทอดมรดกอาหารไทยระดับ Michelin Star 9 ปีซ่อน ณ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok

    May 27, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...