รีวิว Summer Menu 2026 OXBO Bangkok: ดื่มด่ำรสชาติ Open-Fire ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

สวัสดีครับเพื่อนนักชิมทุกคนวันนี้ Kinandleisure กลับมาแล้วครับ! วันนี้ผมจะพาไปเปิดประสบการณ์ Dining ระดับพรีเมียมที่ OXBO Bangkok ณ โรงแรม Millennium Hilton Bangkok กันครับ

สำหรับ OXBO โฉมใหม่นี้เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักอาหารที่ต้องการบรรยากาศ Casual แต่แฝงไปด้วยความจัดจ้านของรสชาติและศิลปะการปรุงอาหารด้วยเตาถ่าน Open-Fire ซึ่งคุมทัพโดยเชฟ Oliver Afonso เชฟผู้มากประสบการณ์ที่เคยผ่านงานจากร้านระดับโลกอย่าง Gaggan มาแล้ว

หากถามว่าอะไรที่ทำให้มื้ออาหารที่ OXBO Bangkok พิเศษไปกว่าร้านทั่วไป นอกจากเรื่องรสชาติที่เราการันตีได้แล้ว สิ่งที่ต้องพูดถึงคือ “งานดีไซน์และบรรยากาศ” ครับ

เชฟและทางร้านตั้งใจออกแบบพื้นที่ให้เป็น Modern Casual ที่มีความเท่ ดิบ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราแบบโรงแรมชั้นนำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างลงตัว

- วิวมุมกว้างที่สะกดสายตา: สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดเมื่อก้าวเข้ามาคือการใช้กระจกใสแบบ Floor-to-ceiling ตลอดแนวร้าน ทำให้ลูกค้าทุกคนมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบ Panoramic ไม่ว่าจะเป็นช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์กำลังตกกระทบผิวน้ำ หรือยามค่ำคืนที่แสงไฟจากตึกสูงและเรือที่ล่องผ่านไปมาสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกจนยากจะหาที่ไหนเปรียบ

- หัวใจของร้านคือ Open-Fire Kitchen: ดีไซน์ที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้โซนครัวเปิดที่ตั้งอยู่ใจกลางร้าน เชฟเปลี่ยนพื้นที่ครัวให้กลายเป็น “เวทีการแสดง” (Culinary Theater) ที่ลูกค้าสามารถนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ไม้ดีไซน์เนี้ยบ ดูขั้นตอนการปรุงอาหารด้วยไฟจริง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด ทั้งแสงสีส้มจากเตาผิงและแสงไฟทรงกลมเหนือเคาน์เตอร์ ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และดูมีพลังงานตลอดเวลา

- อินทีเรียที่ใส่ใจในรายละเอียด: โทนสีหลักของร้านใช้ความเข้มของเฟอร์นิเจอร์ ตัดกับความนุ่มนวลของโซฟาหนัง (Banquette) สีน้ำตาลทอง และเก้าอี้ผ้ากำมหยีสีน้ำเงินมิดไนท์แสนหรูหราลึกลับทำให้ได้ความรู้สึกถึงความ Privacy สำหรับคนที่มาเป็นคู่หรือกลุ่มเพื่อน อีกทั้งยังมีดีไซน์ของผนังที่ใช้ศิลปะกระเบื้องลวดลายสวยงามและโคมไฟดีไซน์ทันสมัย ช่วยยกระดับให้สถานที่ดูเป็น Art Space ที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ร้านอาหารธรรมดาครับ

โดยสรุปแล้ว OXBO Bangkok สอบผ่านเรื่อง “Vibe” ไปได้อย่างสวยงาม ผมมองว่านี่คือจุดที่เชฟ Oliver Afonso และทีมงานทำได้ดีมาก คือการรักษาสมดุลระหว่างความหรูหราของ Millennium Hilton กับความสนุกสนานของวัฒนธรรม Open-fire Grill ใครที่ชอบร้านอาหารที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ถ่ายรูปสวยทุกมุม และมีวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังครับ

ครั้งนี้ผมได้ลอง Summer Menu 2026 ที่บอกเลยว่าเชฟนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนบวกกับอาหารฝีมือเชฟระดับร้านมิชลินสตาร์ คือคำนิยามของมื้อพิเศษที่พีทอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเองครับ

มนต์เสน่ห์แห่งยามค่ำคืนที่ OXBO Bangkok
และถ้าโซน Dining ริมน้ำคือความสดใสมีชีวิตชีวา โซนบาร์ก็เปรียบเสมือนเลานจ์ส่วนตัวที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเท่ครับ การตกแต่งของโซนนี้มีความลึกลับและน่าค้นหา เริ่มจากเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนผิวสัมผัสเรียบหรูที่ทอดยาวเป็นสง่า เชิญชวนให้เราเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่มดีๆ สักแก้ว ยิ่งไปกว่านั้น ดีไซน์ของเพดานที่ใช้เทคนิคการสะท้อน (Mirror effect) ผสมผสานกับโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นทรงกลมที่จัดวางอย่างมีศิลปะ ทำให้พื้นที่บาร์ดูมีมิติและมีความเป็นคลาสสิกที่แฝงความทันสมัยแบบสุดๆ ครับ

องค์ประกอบความสวยงามของบาร์ที่น่าประทับใจมีดังนี้ครับ:
- Lighting & Mood: แสงไฟภายในบาร์ถูกคุมโทนให้มีความสลัวและอบอุ่น (Moody & Warm) สร้างบรรยากาศที่เซ็กซี่และเป็นกันเอง เหมาะมากๆ สำหรับการมานั่งพักผ่อนก่อนเริ่มมื้ออาหาร (Pre-dinner) หรือจะนั่งดื่มต่อยาวๆ หลังมื้อหลักก็ตอบโจทย์

- Artistic Flooring: ลวดลายของพื้นกระเบื้องที่วางเป็นกราฟิกเรขาคณิต (Geometric pattern) ที่ตัดกับความนุ่มนวลของเฟอร์นิเจอร์หนังสีน้ำตาลทอง ได้อย่างลงตัว ทำให้พื้นที่ดูมี Energy และความหรูหราแบบที่ไม่ต้องพยายาม
- Curated Selection: ที่ชั้นวางเครื่องดื่มด้านหลังบาร์ เราจะเห็นขวด Gin หลากหลายชนิดที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ส่องประกายอยู่ใต้แสงไฟ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทางร้านที่เลือกคัดสรร (Curated) มาให้เลือกดื่มกันแบบไม่ธรรมดาครับ

0. ขนมปังคอมพลิเมนทารี่

วันนี้เราเริ่มมื้อด้วยขนมปังคอมพลิเมนทารี่ที่ทางร้านเสิร์ฟมาเพื่อวอร์มอัพต่อมรับรส โดยขนมปังแบ่งเป็นสองสไตล์คือ ฟอกาเซียผสมพริกชี้ฟ้าที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบมีความหอมเผ็ดบางๆ กับขนมปังโฮลเกรนผสมวอลนัท งาขาว และงาดำที่เน้นความหอมมันกรุบกรอบในทุกคำที่เคี้ยว การจัดจานมาบนเขียงไม้ดูเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทานคู่กับเนยผสมมะเขือเทศอบแห้ง (Sun-dried Tomato) ที่ให้รสชาติเค็มมันตัดเปรี้ยวหวานได้อย่างลงตัวที่สุด ซึ่งตัวเนยทำออกมาได้เนื้อเนียนละเอียด กลิ่นหอมของมะเขือเทศช่วยเปิดประสาทสัมผัสให้พร้อมสำหรับการเดินทางของรสชาติในคอร์สถัดไปครับ
1. Cherries in the Garden

จานแรกคือ Cherries in the Garden ราคา 650 บาท ซึ่งเป็นการนำตับไก่จาก Klongpai และฟัวกราส์มาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบที่เหมือนเชอร์รี่ลูกจริง การจัดจานทำออกมาได้วิจิตรบรรจงมาก เหมือนยกสวนผลไม้มาวางบนจานสีขาวสะอาดตา รสสัมผัสของตับไก่และฟัวกราส์มีความเนียนละเอียดละมุนลิ้น

ตัดกับความเปรี้ยวหวานสดชื่นของเชอร์รี่ที่เคลือบมาด้านนอกได้อย่างดีเยี่ยม และที่ผมชอบมากคือ “ดินบริยอช” (Brioche Soil) ที่วางรองอยู่ด้านล่าง ช่วยเพิ่มมิติของความกรุบกรอบและกลิ่นหอมเนยอบ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทานขนมหวานแต่เป็นรสชาติของตับที่เข้มข้นถึงใจ ถือเป็นจานเปิดที่แสดงฝีมือการปรุงและจินตนาการของเชฟได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ

2. Marrow & Beef

มาต่อกันที่ Marrow & Beef ราคา 680 บาท จานนี้พีทบอกเลยว่าสายเนื้อต้องกรีดร้อง เพราะเชฟใช้เนื้อวากิว MBS 5 จากฟาร์มในไทยนำมาทำเป็นทาทาร์เนื้อดิบที่สดสะอาด วางเสิร์ฟมาบนกระดูกวัวย่างที่ยังมีไขกระดูกร้อนๆ เยิ้มๆ อยู่ภายใน การจัดจานมีความดิบแต่หรูหราด้วยการโรยดอกไม้กินได้สีสันสดใสตัดกับสีแดงของเนื้อ

เชฟได้ตอกไข่แดงนกกระทาลงไปคลุกเคล้า ความครีมมี่ของไข่จะเคลือบเนื้อวากิวและไขกระดูกให้กลายเป็นความนัวที่ล้ำลึก กลิ่นหอมควันจากกระดูกย่างช่วยส่งเสริมรสชาติของเนื้อให้เด่นชัดขึ้น สัมผัสนุ่มละลายในปากสลับกับความกรุบของเครื่องปรุง คือที่สุดของความพรีเมียมที่แท้จริงครับ

3. Hamachi

เมนู Hamachi ราคา 1,250 บาท เป็นการตีความปลาฮามาจิสดในสไตล์ Tataki ที่ผิวภายนอกถูกย่างจนหอมกลิ่นฟืนอ่อนๆ แต่เนื้อในยังคงความหวานฉ่ำไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชฟเสิร์ฟมาในจานเซรามิกดีไซน์โมเดิร์น ราดด้วยซุปเห็ดที่มีความเข้มข้นและกลิ่นหอมอูมามิชัดเจน

ผสานกับความหวานละมุนของเยรูซาเล็มอาร์ติโชคและซอสถั่วเหลืองที่ให้ความเค็มปลายลิ้นเบาๆ การตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้และแผ่นเยรูซาเล็มอาร์ติโชคทอดกรอบช่วยเพิ่ม Texture ที่หลากหลาย รสชาติโดยรวมมีความบาลานซ์ระหว่างความสดของปลาและความลุ่มลึกของซุปเห็ด เป็นจานที่ทานแล้วรู้สึกถึงความเบาสบายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดของรสชาติครับ
4. Open Ravioli

Open Ravioli ราคา 650 บาท จานนี้เชฟนำเสนอพาสต้าในรูปแบบ “เปิด” ไม่ห่อปิดเหมือนราวิโอลี่ทั่วไป ทำให้เห็นเลเยอร์ของแก้มหมูอิเบอริโก้ที่ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย แทบละลายในปาก ตัวแผ่นพาสต้าทำออกมาได้เหนียวนุ่มกำลังดี วางทับอยู่บนซอสฮอลแลนเดสสีเหลืองทองที่รสชาติมีความเปรี้ยวนวลตัดกับความมันเข้มข้นของเนื้อแก้มหมูได้อย่างดีเยี่ยม และยังเสริมมิติความหอมดินๆ ด้วยเห็ดเอิร์ธลิงที่ใส่มาให้ทานคู่กัน

การจัดวางสวยงามดูเป็นศิลปะร่วมสมัย รสชาติในแต่ละคำคือการผสมผสานของเนื้อหมูชั้นดีกับความเนียนของซอสที่เชฟคุมรสชาติได้แม่นยำ เป็นเมนูที่ทานแล้วรู้สึกมีความสุขกับความพรีเมียมของวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีครับ
5. Lumina Lamb Chop

เมนู Lumina Lamb Chop ราคา 1,800 บาท เป็นจานที่พิสูจน์ฝีมือการย่างด้วยเตาถ่านของเชฟได้ดีที่สุด เนื้อแกะ Lumina คุณภาพเยี่ยมถูกย่างมาแบบ Medium rare ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผิวนอกเกรียมหอมแต่ด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ สีชมพูสวยงาม เสิร์ฟคู่กับพูเรเยรูซาเล็มอาร์ติโชคที่เนื้อเนียนกริบและต้นกระเทียมย่างที่หอมหวาน

รสชาติของเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาบกวนใจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีความหอมและหวานของเนื้อที่ชัดเจนมาก เชฟจัดจานมาได้อย่างมีระดับวางสลับกับซอสที่เคี่ยวจนเข้มข้น พีทชอบสัมผัสที่ตัดกันของเนื้อแกะนุ่มๆ กับความกรอบไหม้ของต้นกระเทียมย่าง ถือเป็นจานหลักที่ทำออกมาได้ครบเครื่องทั้งรสสัมผัสและกลิ่นหอมที่ชวนน้ำลายสอครับ
6. The Iconic T-Bone at OXBO

และนี่คือพระเอกของมื้อนี้กับ The Iconic T-Bone at OXBO ที่พีทตั้งตารอคอย เนื้อวัว Australian Stockyard 200-Day Grain-Fed Black Angus ที่ขึ้นชื่อเรื่องลายไขมันแทรกที่สวยงามและเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลาย การย่างด้วยเตาถ่าน Open-fire ที่ OXBO ทำออกมาได้ถึงพริกถึงขิง ผิวนอกมีความเกรียมแบบที่เราเรียกว่า Sear ได้สวยงาม กลิ่นหอมถ่านไม้เตะจมูกทันทีที่มาถึงโต๊ะ

เนื้อทั้งส่วน Tenderloin และ Striploin ถูกย่างมาจนได้ความสุกที่พอดีที่สุด รสชาติเนื้อมีความเข้มข้น มีความเป็นเอกลักษณ์ของการเลี้ยงแบบธัญพืชที่ให้ความหอมมันยาวนานในปาก เสิร์ฟมาบนถาดเหล็กหล่อพร้อมพริกย่างช่วยตัดรส เป็นจานที่คนรักเนื้อต้องยกให้เป็นที่สุดของความประทับใจจริงๆ ครับ

7. Cauliflower

ใครจะคิดว่าดอกกะหล่ำจะอร่อยได้ขนาดนี้ กับเมนู Cauliflower ราคา 280 บาท ที่เชฟนำมาเปลี่ยนโฉมใหม่โดยการย่างจนผิวเกรียมหอม แต่ยังคงความหวานกรอบด้านในเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม คลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศยี่ห้อที่ให้กลิ่นหอมฟุ้งและซอสชิมิชูรี (Chimichurri) ที่มีความสดชื่นจากสมุนไพรและรสเปรี้ยวนิดๆ ช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก การจัดจานตกแต่งด้วยถั่วและผักสดดูสวยงามและมี Texture ที่หลากหลายในทุกคำที่เคี้ยว

พีทชอบที่เชฟสามารถยกระดับผักธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องเคียงที่โดดเด่นไม่แพ้เนื้อสัตว์เลย รสชาติมีความซับซ้อนและมีกลิ่นอายความร้อนแรงเล็กน้อยจากยี่หร่า เป็นจานที่พีทแนะนำให้สั่งมาทานคู่กับเนื้อย่าง รับรองว่าจะช่วยเสริมรสชาติกันได้อย่างดีเยี่ยมครับ
8. Oxbo Fries

เฟรนช์ฟรายส์ที่ OXBO Fries ราคา 380 บาท ไม่ใช่เฟรนช์ฟรายส์ธรรมดาแน่นอน เพราะเชฟใช้มันฝรั่งเกรดพรีเมียมนำมาหั่นมือแบบ Hand-cut ชิ้นหนา ทอดจนได้ความกรอบนอกนุ่มในที่สมบูรณ์แบบ สีเหลืองทองสวยน่าทาน กลิ่นหอมของมันฝรั่งแท้ๆ ชัดเจนไม่มีกลิ่นน้ำมันมารบกวน

แต่สิ่งที่ทำให้จานนี้พิเศษคือ “ทรัฟเฟิลไอโอลี” ที่เสิร์ฟมาคู่กัน ซึ่งตัวซอสมีความหอมฟุ้งของทรัฟเฟิลและความมันนัวที่กลมกล่อมมาก จิ้มทานแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ครับ เป็นเครื่องเคียงที่ดูเรียบง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียดของการทอดและคุณภาพวัตถุดิบจนกลายเป็นจานที่ทานเพลินจนลืมตัวเลยครับ
9. Chocolate Moelleux

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Chocolate Moelleux ราคา 350 บาท ลาวาช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมอย่าง Valrhona มาทำเป็นเค้กช็อกโกแลตอุ่นๆ เมื่อตัดลงไปลาวาด้านในจะไหลเยิ้มออกมาอย่างน่าทาน รสชาติช็อกโกแลตมีความเข้มข้นหวานกำลังดีไม่ขมจนเกินไป

เสิร์ฟคู่กับมะพร้าวเชอร์เบทที่ให้ความเย็นสดชื่นและกลิ่นหอมละมุนของมะพร้าวซึ่งตัดกับความร้อนและเข้มข้นของลาวาช็อกโกแลตได้อย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ยังมีแผ่นน้ำตาลกรอบมาประดับเพิ่มสีสันและการจัดจานที่ดูโมเดิร์นสวยงาม เป็นบทสรุปของมื้ออาหารที่ทั้งอิ่มเอมใจและประทับใจในความพิถีพิถันของเชฟที่ออกแบบเมนูของหวานนี้มาได้อย่างสมดุลที่สุดครับ
Drink
1

2

3

4

ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ Dinner ที่ได้ทั้งรสชาติระดับ World Class บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โรแมนติก และประสบการณ์การทานอาหารแบบเปิดเผยที่ทำให้คุณเห็นถึงความตั้งใจของเชฟในทุกๆ จาน พีทบอกเลยว่า OXBO Bangkok คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับซัมเมอร์นี้ครับ อาหารทุกเมนูที่พีทได้ลองมีความคิดสร้างสรรค์สูงแต่ยังคงความอร่อยที่เข้าถึงง่าย แถมบริการที่นี่ก็เป็นเลิศ เหมาะมากๆ สำหรับการมาฉลองโอกาสพิเศษ หรือจะมาเปลี่ยนบรรยากาศในวันธรรมดาให้กลายเป็นวันพิเศษก็ทำได้ดีเยี่ยม อย่าลืมจองโต๊ะล่วงหน้านะครับ เพราะบรรยากาศริมน้ำที่นี่เขาฮอตฮิตจริงๆ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าครับ!
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์
รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด