Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [News] Fei Ya เผยโฉมความสง่างามครั้งใหม่ ยกระดับอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย ผสานเสน่ห์คลาสสิกและนวัตกรรมรสชาติเหนือกาลเวลา ณ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel
    • [Review] Sri Trat at Sri’s Room Siam Paragon: เปิดพิกัดอาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านลึกซึ้ง ในบรรยากาศห้องเสื้อวินเทจสุดเก๋ที่สายกินต้องกรี้ด
    • [News] Grand Nikko Bangkok Sathorn เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    • [Review] ELEMENT’S SPRING GUESTRONOMIC JOURNEY: สัมผัสฤดูใบไม้ผลิผ่านศิลปะแห่งอาหาร ณ Elements, inspired by Ciel Bleu ว้าวทุกครั้งที่มา
    • [Review] มื้อเที่ยงสุดหรูระดับมาสเตอร์พีซ! รีวิวเซทกลางวันใหม่ล่ามาแรง ‘Menu Du Jour’ แห่ง Bistrot De La Mer ชวนสัมผัสเสน่ห์ French Mediterranean บรรยากาศลอยฟ้าใจกลางเมือง Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel
    • [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท
    • [News] Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist
    • [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»— Thai Cuisine»[Review] Sri Trat at Sri’s Room Siam Paragon: เปิดพิกัดอาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านลึกซึ้ง ในบรรยากาศห้องเสื้อวินเทจสุดเก๋ที่สายกินต้องกรี้ด
    — Thai Cuisine

    [Review] Sri Trat at Sri’s Room Siam Paragon: เปิดพิกัดอาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านลึกซึ้ง ในบรรยากาศห้องเสื้อวินเทจสุดเก๋ที่สายกินต้องกรี้ด

    warnBy warnJune 23, 2026Updated:July 1, 2026No Comments5 Mins Read

    สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รักของเดี๊ยน เจอกับ “น้ำหวาน” นักชิม คนเดิมที่จะพาทุกท่านไปเจาะลึกโลกแห่งรสชาติแบบไม่ผิวเผิน วันนี้เดี๊ยนจะพาทุกท่านวาร์ปมาใจกลางสยามพารากอน แต่ขอบอกเลยว่ารสชาติและบรรยากาศจะพาเราย้อนเวลาไปยังช่วงเวลากลางยุคศตวรรษก่อน กับร้าน Sri Trat at Sri’s Room (ศรีตราด แอท ศรีส์รูม) ร้านอาหารภาคตะวันออกที่ยกระดับรสมือแม่ให้กลายเป็นงานศิลปะบนโต๊ะอาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจที่สุดค่ะ!

    หลายคนเวลานึกถึงอาหารไทย มักจะพุ่งเป้าไปที่ความเผ็ดร้อนของภาคใต้ ความนัวของอีสาน หรือความอ่อนช้อยของภาคเหนือ จนละเลย “อาหารภาคตะวันออก” ไปอย่างน่าเสียดาย บางคนถึงกับนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเอ๊ะ! แล้วมันต่างจากอาหารภาคกลางที่เรากินกันอยู่ทุกวันยังไง? เดี๊ยนขอท้าเลยค่ะว่า ถ้าคุณได้ลองเปิดใจก้าวเข้ามาในร้านนี้ รสชาติที่ซับซ้อน ร้อนแรง และกลมกล่อมด้วยวัตถุดิบพื้นถิ่นจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิด และในมื้อถัดๆ ไป คุณจะต้องมองหาอาหารตะวันออกอย่างแน่นอน!

    🧵 จากห้องเสื้อคุณแม่วัย 27 สู่ “สเปซกึ่งลอฟต์” สุดแฟชั่น

    คอนเซปต์ของร้านนี้โรแมนติกมากค่ะคุณขา ตัวร้านนำเสนอช่วงเวลาแห่งความทรงจำของคุณแม่เจ้าของร้านในช่วงอายุ 27 ปี สมัยที่ท่านยังเป็นช่างตัดเสื้อและเปิดห้องเสื้อของตัวเอง ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ “อยากทำอาหารให้เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมเยือนที่ร้านได้กิน” ต้อนรับด้วยคำทักทายอบอุ่นอย่าง “หิวมั้ย อยากกินอะไร”

    การตกแต่งร้านจึงสะท้อนภาพจำนั้นอย่างชัดเจน ด้านนอกร้านโดดเด่นด้วยสีสันสดใสสะดุดตา มีการจัดวางโต๊ะทำงาน เครื่องแต่งตัว ชุดสวยๆ และม้วนผ้าที่เตรียมตัดเย็บวางไว้อย่างมีสไตล์ พอเขยิบเข้ามาด้านในร้าน จะพบกับการผสมผสานความเท่แบบกึ่งลอฟต์ปูนเปลือย พร้อมบาร์เครื่องดื่มสุดโมเดิร์นทางด้านขวา แต่ก็ไม่ทิ้งความหวานละมุนด้วยภาพวาดติดผนังสีสันสดใส ส่วนบริเวณชั้นสองนั้น เดี๊ยนแอบไปส่องมาแล้วค่ะ เค้าจัดวางเครื่องจักรและอุปกรณ์เย็บผ้าโบราณที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้เราได้เสพกลิ่นอายห้องเสื้อยุคเก่าอย่างสมบูรณ์แบบ

    🍹 อุ่นเครื่องเปิดต่อมรับรสด้วย Mocktails & Cocktails สูตรลับ

    ก่อนจะไปถึงอาหารจานหลัก เดี๊ยนขอสั่งเครื่องดื่มมาจิบคลายร้อนให้ชื่นใจกันก่อนค่ะ เริ่มที่ “ซ่อนกลิ่น” ม็อกเทลที่มีเบสเป็นน้ำลิ้นจี่ รสชาติเปิดมาด้วยความเปรี้ยวนำแล้วมีหวานละมุนตามมาติดๆ ช่วยรีเฟรชความเหนื่อยล้าในช่วงบ่ายได้เป็นอย่างดี ถัดมาคือเมนูชื่อเก๋

    “ชาเย็น หรือ เย็นชา” ที่หน้าตาหลอกตาแต่รสชาติชนะเลิศ! เมนูนี้ใช้เบสน้ำแอปเปิ้ลผสมกับชาอู่หลงข้าวคั่วที่ให้ความหอมกรุ่นแบบเอิร์ธโทน ท็อปด้านบนด้วยชาไทยสีส้มเอกลักษณ์ รสสัมผัสรวมกันแล้วกลมกล่อม ครบทั้งกลิ่นอายชาไทยแท้ๆ และความสดชื่นของผลไม้ ส่วนสายแอลกอฮอล์ เดี๊ยนขอแนะนำ “รัมชานมไข่มุกไต้หวัน” รัมคุณภาพเยี่ยมที่นำมามิกซ์กับชานมไข่มุก ของหวานสุดโปรดของใครหลายคน รัมมีความหอมอวลเข้ากันได้ดีกับความหวานมันจางๆ จิบเพลินจนลืมตัวเลยค่ะคุณ!

    🍽️ เจาะลึกรีวิว เมนูเด็ด รสชาติลุ่มลึกระดับตำนาน จัดเต็มแบบคำต่อคำ!

    มาค่ะ! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๊ยนจะขอรีวิวเจาะลึกอาหารทุกจานแบบเน้นๆ ทั้งรสชาติ สัมผัส และเทคนิคการปรุง ตามสไตล์บรรณาธิการอาหารอาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการมานาน ขอบอกเลยว่าอาหารไทยภาคตะวันออกเนี่ย แนะนำให้ชวนเพื่อนมากันหลายๆ คน ล้อมวงแชร์กัน คุยไปกินไปเหมือนมาบ้านเพื่อน จะฟินที่สุดค่ะ!

    1. ยำกุ้งเสียบ

    (Thai spicy salad with crispy shrimps and loads of herbs)

    ยำจานนี้คือการเปิดประตูสู่ภาคตะวันออกอย่างแท้จริงค่ะ ทางร้านใช้กุ้งเสียบตัวโตคัดเกรดพิเศษ นำไปทอดจนกรอบเสมอกันทุกตัว เคี้ยวแล้วดังกร๊อบสะท้านทรวง นำมาคลุกเคล้ากับสมุนไพรสดไทยนานาชนิด ทั้งตะไคร้ซอย หอมแดง และพริกขี้หนูสวน เม็ดเด็ดที่ทำให้จานนี้พิเศษกว่ายำกุ้งเสียบที่อื่นคือการใส่ “สับปะรด” ท้องถิ่นลงไปด้วย ซึ่งช่วยให้รสสัมผัสมีความฉ่ำน้ำ และมอบรสเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ การจัดจานมาในชามตราดอกไม้โบราณดูคลาสสิก รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ปลุกน้ำลายสอและเปิดต่อมรับรสได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดค่ะ

    2. ปลาน้ำดอกไม้พล่า

    จานนี้เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยแบบเบาๆ ทว่าชั้นเชิงการปรุงไม่ธรรมดาเลยค่ะ เดี๊ยนประทับใจการเลือกใช้ “ปลาน้ำดอกไม้” หรือปลาสากขาว วัตถุดิบชั้นดีจากท้องทะเลตราด นำมาแล่เนื้อสดๆ ลวกพอสะดุ้งให้ผิวด้านนอกตึงแต่เนื้อในยังนุ่มเด้ง คลุกเคล้ากับกะหล่ำปลีซอยฝอยเพิ่มความกรุบกรอบ

    ทีเด็ดอยู่ที่น้ำราดพล่าตามแบบฉบับภาคตะวันออกแท้ๆ ที่ไม่ใช้น้ำปลาเลยค่ะคุณ! แต่เค้าจะใช้พริกเขียว เกลือสมุทร น้ำมะนาวสด และถั่วลิสงคั่วบดเองจนหอม กลิ่นรสที่ได้จะมีความหอมสดชื่นของพริกมะนาว และมีความเค็มละมุนจากเกลือที่ไม่คาว เสิร์ฟในจานเปลคลาสสิก ทานแล้วสบายท้องมากค่ะ

    3. ข้าวหุงด้วยน้ำมะพร้าวและดอกเกลือ (ข้าวผัดดอกเกลือ)

    นี่คือไฮไลท์ที่เดี๊ยนกรีดร้องและขอสั่งให้ทุกโต๊ะต้องมี! กรรมวิธีการทำคือการนำข้าวสวยหอมมะลิเม็ดเรียวยาวไปผัดคั่วในกระทะกับ “ดอกเกลือ” บริสุทธิ์และ “น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิก” ตัวน้ำมันมะพร้าวจะช่วยไล่ความชื้นออกจากเมล็ดข้าวอย่างใจเย็น ผลลัพธ์ที่ได้คือข้าวที่มีรสสัมผัสเหนียวหนึบเคี้ยวสนุก คล้ายข้าวเหนียวแต่ยังคงความนุ่มและรูปทรงของข้าวหอมมะลิเอาไว้ กลิ่นอายความหอมเบาๆ ของมะพร้าวอบอวลขึ้นจมูกทุกคำที่เคี้ยว มีความเค็มปะแล่มบางๆ จากดอกเกลือที่ช่วยชูรสชาติข้าวให้เด่นชัด จัดใส่ชามเซรามิกขอบหยักสีขาวสะอาดตา เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าทางภูมิปัญญาอาหารไทยค่ะ

    4. หลนปูไข่

    (Coconut milk based herbal dip with lump crab meat, crab roe, and minced pork)

    เมนูนี้คนรักปูต้องยอมสยบค่ะ! ทางร้านเสิร์ฟหลนปูไข่มาในหม้อเคลือบสองหูสีขาวขอบน้ำเงินสไตล์วินเทจ วางบนถาดรองที่มีชุดผักสดพื้นบ้านจัดแต่งมาอย่างวิจิตรตระการตา รสสัมผัสของหลนมีความข้นคลักจากกะทิสดเคี่ยวกับหมูสับนุ่มๆ และข่าตะไคร้ใบมะกรูด ความตื่นตาตื่นใจคือตักตรงไหนก็เจอแต่เนื้อปูก้อน (Lump crab meat) และไข่ปูสีส้มทองอัดแน่นอยู่เต็มถ้วย รสชาติเค็มนำ หวานตาม ละมุนละไม กลิ่นหอมมันของไข่ปูละลายในปากได้อย่างไร้ที่ติ ผักสดกรอบๆ ทั้งมะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว แตงกวา และใบบัวบก ช่วยตัดเลสได้อย่างดี เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี ไม่ต้องกินผักก็ยังตักทานได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

    5. แกงหมูชะมวง (A signature sweet and sour pork stew from the Eastern region of Thailand)

    หากมาร้านศรีตราดแล้วไม่ได้สั่งแกงหมูชะมวง ถือว่ามาไม่ถึงภาคตะวันออกนะคะ! เมนูนี้คืออัตลักษณ์ชิ้นเอก ทางร้านเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสามชั้นและเนื้อขั้วตับ (Pork belly and collar) ชิ้นโตเต็มคำ นำมาตุ๋นอย่างใจเย็น (Slow-cooked) กับใบชะมวงสดที่มีรสเปรี้ยวตามธรรมชาติ และเบสพริกแกงสูตรเฉพาะของทางร้าน เนื้อหมูตุ๋นจนนุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยว ไขมันสามชั้นละลายเป็นครีม รสชาติของแกงจะมีความกลมกล่อม เปรี้ยวอมหวานอย่างมีมิติ ไม่หวานแหลม ยิ่งเมื่อตักแกงหมูชะมวงร้อนๆ ราดลงบน “ข้าวผัดดอกเกลือ” ที่มีความมันเหนียวหนึบ รสชาติความเปรี้ยวหวานของแกงจะผสานกับความเค็มมันของข้าว เกิดเป็นความอร่อยที่ฟินจนเดี๊ยนแทบจะร้องไห้เลยค่ะ!

    6. ไก่ผัดกระวาน

    (Stir-fried chicken thigh with aromatic Siam Cardamom shoots)

    จานนี้คือตัวแทนแห่งความเผ็ดร้อนสมุนไพรชายฝั่งทะเลจันทบุรีตราดอย่างแท้จริงค่ะ ทางร้านนำเนื้อสะโพกไก่ (Chicken thigh) ส่วนที่นุ่มและฉ่ำที่สุด มาผัดคั่วไฟแรงกับ “หน่อกระวานอ่อน” (Siam Cardamom shoots) วัตถุดิบพิเศษที่หาทานยาก รสสัมผัสของหน่อกระวานจะมีความกรอบคล้ายข่าอ่อน แต่ให้กลิ่นหอมระเหยและรสซ่าเผ็ดร้อนเฉพาะตัว ผัดจนเครื่องแกงเคลือบติดเนื้อไก่ทุกชิ้น ใบมะกรูดฉีกพรมลงไปเพิ่มความหอม จัดวางมาในจานเซรามิกสีน้ำเงินลายดอกไม้จีนโบราณ รสชาติเผ็ดร้อนสะใจ สลับกับความนุ่มของเนื้อไก่ คอกระเพราหรือผัดฉ่าเจอรสชาติกระวานจานนี้เข้าไป มีอันต้องสยบทุกรายค่ะ

    7. คั่วตะไคร้ปลาทู

    สำหรับใครที่ชอบความแห้งและเผ็ดร้อนแบบขีดสุด ต้องจานนี้เลยค่ะ ทางร้านนำปลาทูสดตัวอวบอ้วนไปทอดจนผิวนอกกรอบเหลือง จากนั้นนำมาแกะก้างออกอย่างพิถีพิถันเหลือแต่เนื้อปลาล้วนๆ แล้วนำลงไปคั่วแห้งๆ ในกระทะกับเครื่องเทศสมุนไพรชุดใหญ่ นำทัพด้วยพริกไทยดำบด พริกขี้หนูสวน และตะไคร้ซอยฝอย คั่วจนเครื่องเทศแห้งสนิทและฝังลึกเข้าไปในเนื้อปลาทู รสสัมผัสมีความกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเผ็ดมว้ากกก! เผ็ดร้อนจากทั้งพริกและพริกไทยดำ กลิ่นตะไคร้หอมเตะจมูกโชยมาตั้งแต่ไกล เป็นจานที่ท้าทายสายแซ่บได้อย่างถึงพริกถึงขิงค่ะ

    8. หมูสามชั้น ชาเตี๊ยะ

    (Pork belly slow-cooked in a rich, sweet, and savory glaze)

    หลังจากเจอความเผ็ดร้อนจากคั่วตะไคร้ปลาทูและไก่ผัดกระวาน เดี๊ยนต้องรีบคว้าจานนี้มาดับไฟในปากทันทีค่ะ! “ชาเตี๊ยะ” เป็นเมนูพื้นบ้านแถบชายฝั่งที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยในหน้าตาคล้ายหมูฮ้องของภาคใต้ แต่ของที่นี่มีความพิเศษตรงที่ใช้หมูสามชั้นชิ้นใหญ่ตัดทรงเหลี่ยมลูกเต๋าสวยงาม นำไปเคี่ยวและตุ๋นอย่างช้าๆ กับน้ำซอสที่ปรุงจากน้ำตาลตานโตนดแท้และน้ำปลาก่อนเกรดพรีเมียม เคี่ยวจนน้ำงวดและเคลือบผิวหมูจนเป็นเงางามเหลืองอร่าม (Rich, sweet, and savory glaze) รสสัมผัสคือส่วนหนังนุ่มเด้ง ส่วนมันละลาย และเนื้อแดงนุ่มฉ่ำ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกลิ่นน้ำปลาดีหอมฟุ้ง ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนแสงออกปากเลยค่ะคุณ!

    9. แกงป่าปลาสับ

    (“JUNGLE SOUP”)

    แกงป่าถ้วยนี้เสิร์ฟมาในชามกระเบื้องลายดอกกุหลาบสีชมพูดูหวาน แต่ตัวน้ำซุปข้างในคือความดุดันตามแบบฉบับแกงป่าภาคตะวันออกแท้ๆ ค่ะ ทางร้านใช้เนื้อปลากะพงขาว (Asian Sea bass) นำมาสับหยาบๆ จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังมีมิติให้เคี้ยว ตัวน้ำซุปอัดแน่นไปด้วยเครื่องเทศสดนานาชนิด ทั้งมะเขือเปราะ มะเขือพวง พริกไทยอ่อน และหน่อไม้ ดับคาวและเพิ่มความร้อนแรงด้วย “ใบยี่หร่า” (Cumin leaves) ที่ใส่มาแบบจัดเต็ม รสชาติของแกงป่าถ้วยนี้ถึงเครื่องแกงมาก กลิ่นสมุนไพรอบอวล ทานง่าย น้ำซุปมีความเผ็ดร้อนลุ่มลึก ซดแล้วโล่งคอชื่นใจเป็นที่สุดค่ะ

    10. อบวุ้นเส้นกะปิ ปูดอง

    (Glass noodle claypot with raw crab, marinated in fish sauce)

    เปิดประสบการณ์ใหม่แกะกล่องที่เดี๊ยนสารภาพตามตรงว่าไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลยค่ะ! ปกติเราจะคุ้นเคยแต่กุ้งอบวุ้นเส้นหรือปูทะเลอบวุ้นเส้นในหม้อดิน แต่จานนี้คือการนำวุ้นเส้นเหนียวนุ่มมาอบในหม้อดินร้อนๆ ร่วมกับ “กะปิภาคตะวันออก” ชนิดดี กลิ่นกะปิไม่ได้รุนแรงฉุนเฉียวเลยค่ะคุณขา แต่คลุกเคล้ามาพอให้มีกลิ่นหอมนวลและรสชาติเค็มละมุนจางๆ เคลือบอยู่บนเส้น ท็อปด้านบนด้วย “ปูดองน้ำปลา” ตัวโต ไข่ปูสีส้มสดทะลักเต็มกระดอง เนื้อปูสดหวานฉ่ำเย็นๆ ทานสลับกับวุ้นเส้นร้อนๆ รสชาติความเค็มหอมของกะปิและน้ำปลาดีผสานกับความหวานของเนื้อปูสด เป็นคอมบิเนชั่นที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์มากค่ะ!

    11. ฉู่ฉี่ปลากะพง

    (Deep Fried Asian sea bass fillets topped with Chu-Chee red curry sauce)

    จานปลาทอดที่ยกระดับความประณีตขึ้นไปอีกขั้น ทางร้านนำปลากะพงขาวตัวโตมาแล่เอาเฉพาะเนื้อฟิเลต์ (Fillets) หั่นเป็นชิ้นขนาดกำลังดี นำไปชุบแป้งบางๆ แล้วทอดในน้ำมันร้อนจัดจนผิวนอกกรอบเหลืองทองอร่าม แต่เนื้อในยังคงความฉ่ำนุ่มไม่แห้งกระด้าง จากนั้นนำมาราดด้วย “น้ำซอสฉู่ฉี่พริกแกงแดง” ที่เคี่ยวกับหัวกะทิจนแตกมันเข้มข้น ความดีงามคือตัวซอสมีความข้นเหนียวพอดี ทำให้สามารถเคลือบติดอยู่บนชิ้นปลาทอดได้อย่างทั่วถึงทุกชิ้นโดยไม่ทำให้ปลาแฉะหรือนิ่มเละ จัดวางบนจานเปลสีขาว แต่งหน้าด้วยใบมะกรูดฝอยและพริกชี้ฟ้าแดง รสชาติหวาน เค็ม เผ็ดปลายลิ้น มันกะทิลงตัวมากค่ะ

    12. ห่อหมกศรีรูม

    ความเก๋ไก๋ระดับสิบเต็มสิบเสิร์ฟมาบนถาดจักสานรองด้วยใบตองเขียวสด ปรากฏเป็นห่อหมกรูปทรงแท่งยาวสองชิ้นที่มีสีสันตัดกันอย่างสิ้นเชิง ชิ้นหนึ่งเป็นสีส้มสว่างคลาสสิก ส่วนอีกชิ้นเป็นสีดำสนิทแปลกตาชวนค้นหา รสสัมผัสของเนื้อห่อหมกมีความเนียนนุ่มดุจมูส (Creamy texture) เพราะผ่านการกวนเนื้อปลากับพริกแกงและกะทิอย่างพิถีพิถันจนเข้าเนื้อ ชิ้นสีส้มให้รสชาติเผ็ดละมุนหอมกลิ่นพริกแกงและกระชาย ส่วนชิ้นสีดำมีความนุ่มนวลและมีรสสัมผัสที่ลุ่มลึกเฉพาะตัว ท็อปปิ้งด้วยหัวกะทิข้นๆ และใบมะกรูดซอยฝอย เป็นการพรีเซนต์อาหารไทยโบราณในรูปแบบโมเดิร์นที่น่าประทับใจมากค่ะ

    13. ข้าวหน้ากุ้ง

    จานอาหารจานเดี่ยวที่ดูเรียบง่ายแต่รสชาติไม่ธรรมดา ข้าวสวยหอมมะลิหุงสุกกำลังดี เม็ดสวย ท็อปด้านบนด้วยกุ้งทะเลสดตัวโตที่นำไปลวกหรือผัดสะดุ้งไฟพอสุก เนื้อกุ้งมีความเด้งสู้ฟันและหวานธรรมชาติ ราดด้วยน้ำซอสสูตรลับรสชาติเค็มหวานกลมกล่อม มีกลิ่นอายของมันกุ้งและกระเทียมพริกไทยอบอวล จัดจานมาอย่างประณีตพร้อมพริกน้ำปลาทำใหม่และมะนาวซีก เป็นจานที่ทานง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรสมืออันแม่นยำ เหมาะสำหรับเป็นจานคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยชูรสและตัดรสชาติกับแกงเผ็ดร้อนจานอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ

    🍧 ล้างปากด้วยของหวานพื้นเมืองภาคตะวันออกที่ห้ามพลาด

    หลังจากอิ่มหนำกับของคาว รสชาติอารยธรรมตะวันออกยังไม่จบค่ะคุณขา ต้องปิดท้ายมื้อด้วยของหวานสูตรเฉพาะที่จะทำให้คุณต้องประทับใจจนลืมไม่ลง

    14. เค้กข้าวเหนียวดำ

    ของหวานจานนี้ อิชั้นขอเหมาหมดคนเดียวเพราะอร่อยมากกก ไม่อยากแบ่งใครจริงๆ ค่ะ! ตัวเค้กข้าวเหนียวดำเสิร์ฟมาในชามเซรามิกขอบน้ำเงิน เนื้อเค้กตอนใช้ช้อนตัดลงไปแอบตกใจนิดนึงเพราะเนื้อแน่นและเฟิร์มมาก แต่พอได้เอาเข้าปากเคี้ยวเท่านั้นแหละค่ะ ให้อภัยทุกสิ่ง! เพราะกลิ่นและรสชาติของข้าวเหนียวดำมาเต็มๆ หวานกำลังดี ถ้าใครชอบหวานมากหน่อย ทางร้านมีน้ำเชื่อมน้ำตาลตานโตนดรสเข้มข้นอยู่ด้านล่างให้ตักราดเพิ่ม

    ทานคู่กับไอศกรีมกะทิสดรสเค็มเด่น เนื้อเข้มข้นเนียนละมุน และผลไม้เคียงอย่างเงาะหรือลำไยคว้านควบคู่กันไป รสชาติโดยรวมให้ฟีลลิ่งเหมือนเราได้ทาน “ข้าวหลาม” ในเวอร์ชันที่เป็นเนื้อเค้กที่แน่นและโมเดิร์นกว่า เลิศเลอมากค่ะ!

    15. วุ้นลูกสำรอง

    หากใครต้องการของหวานที่เบาสบายท้อง ล้างปากได้สะอาดสดชื่น เดี๊ยนขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ “วุ้นลูกสำรอง” เมนูสมุนไพรคลายร้อนของภาคตะวันออก นำเสนอมาในรูปแบบวุ้นรูปดอกกุหลาบสีน้ำตาลใสแวววาว 3 ชิ้น จัดวางเรียงมาบนจานเปลสีขาวที่รองด้วยน้ำกะทิสดสีขาวนวล รสสัมผัสของตัววุ้นมีความเนียนนุ่ม แต่เมื่อเคี้ยวเข้าไปจะเจอเนื้อสัมผัสกรึบๆ ของเนื้อลูกสำรองที่ซ่อนอยู่ด้านในวุ้น จานนี้รสชาติไม่หวานมาก มีความหอมมันของกะทิสดสดชื่น ปิดจบมื้ออาหารรสจัดจ้านได้อย่างเบาสบายท้องและสมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ

    16. ทุเรียนเชื่อม และ เค้กตานโตนด

    ตบท้ายด้วยผลไม้เมืองร้อนขึ้นชื่อของภาคตะวันออก ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าทุเรียน แน่นอนว่าต้องไม่พลาดที่จะสั่ง “ทุเรียนเชื่อม” ทางร้านนำทุเรียนหมอนทองดิบเนื้อสุกพอดีมาเชื่อมกับน้ำเชื่อมอย่างพิถีพิถัน จนเนื้อทุเรียนมีลักษณะใส เหนียวหนึบหนับ เคี้ยวสู้ฟัน ราดด้วยน้ำกะทิสดรสกลมกล่อมเค็มปลายๆ ตัดกันดีมาก ส่วนใครที่ชอบเนื้อเค้กสไตล์ฝรั่งที่เบาบาง แนะนำสั่ง “เค้กตานโตนด” เนื้อเค้กสปันจ์ (Sponge cake) เบาหวิว นุ่มฟู ละลายในปาก ราดด้วยน้ำเชื่อมตานโตนดหอมหวานลุ่มลึกที่ก้นจาน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิสดรสเข้มข้น เป็นการปิดฉากมื้ออาหารได้อย่างตราตรึงใจ

    ✍️ บทสรุปจากน้ำหวาน

    Sri Trat at Sri’s Room ณ สยามพารากอน ไม่ใช่แค่ร้านอาหารที่คุณจะแวะมาทานแค่ข้ามคืนแล้วลืมเลือนไป แต่ที่นี่คือ “ตัวแทนวัฒนธรรมอาหารภาคตะวันออก” ที่มีความตั้งใจอันแรงกล้าของเจ้าของร้านที่จะทำให้เรานึกถึงอาหารแถบชายฝั่งทะเลและรสชาติสมุนไพรพื้นถิ่นมากขึ้นในชีวิตประจำวัน รสชาติอาหารที่อร่อยเฉียบขาด บรรรากาศที่อบอุ่นเหมือนเพื่อนทำความรักให้ทาน และสตอรี่ห้องเสื้อคุณแม่วัย 27 ปี ทั้งหมดนี้หลอมรวมให้ที่นี่เป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดใน พ.ศ. 2569 นี้เลยค่ะ! จนตอนนี้เดี๊ยนกลับมาถึงบ้านแล้วยังนอนนึกถึงข้าวผัดดอกเกลือกับแกงหมูชะมวงอยู่เลย อยากจะกลับไปทานอีกซ้ำๆ

    สำหรับคุณผู้อ่านและแฟนๆ ของน้ำหวาน ข้อมูลรีวิวและรูปภาพเซ็ตนี้ยังไม่จบนะคะ เดี๊ยนแอบกระซิบว่าเดี๋ยวจะมีการอัปเดตและให้รายละเอียดเมนูใหม่ๆ เพิ่มเติมในคอลัมน์ถัดไป เพื่อสร้างเนื้อหาความอร่อยอย่างต่อเนื่องยาวๆ ไปเลยค่ะ ปักหมุดรอติดตามกันไว้ได้เลยนะคะ!

    ขอบอกเลยค่ะคุณขาว่า ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูร้านเข้ามา เดี๊ยนถึงกับต้องอุทานในใจว่า “นี่มันงานมาสเตอร์พีซชัดๆ!” เพราะการเนรมิตพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีให้กลายเป็นสเปซเหนือกาลเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดีไซเนอร์ของที่นี่สามารถถ่ายทอดประวัติศาสตร์ส่วนตัวของคุณแม่เจ้าของร้าน ออกมาเป็นภาษางานออกแบบที่ทรงพลัง ดึงดูดสายตา และเปี่ยมด้วยรสนิยมอันลุ่มลึก วันนี้เดี๊ยนในฐานะผู้เชี่ยวชาญจะขออาสาพาทุกท่านไปวิเคราะห์มิติการตกแต่ง เจาะลึกวัสดุ และ Mood & Tone ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้สายแต่งบ้านและนักออกแบบต้องกราบสยบกันค่ะ!

    🧵 ถอดรหัส Concept: “The Atelier of 1970s” สเปซที่เล่าเรื่องราวผ่านเข็มและด้าย

    งานออกแบบที่ดีต้องเริ่มจาก ‘Storytelling’ หรือการเล่าเรื่องที่แข็งแรงค่ะคุณขา และคอนเซปต์ของ Sri Trat at Sri’s Room ก็โรแมนติกจนเดี๊ยนขนลุก ร้านนี้หยิบยกห้วงเวลาแห่งความทรงจำอันงดงามของคุณแม่เจ้าของร้านในช่วงอายุ 27 ปี สมัยที่ท่านเป็นช่างตัดเสื้อฝีมือดีและเปิดห้องเสื้อของตัวเองมาเป็นแกนกลางในการดีไซน์

    ในยุคศตวรรษก่อน ห้องเสื้อไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับลองเสื้อผ้า แต่เป็น ‘Salon’ หรือพื้นที่พบปะสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อนสนิท มิตรสหายที่แวะเวียนมาพูดคุย อัปเดตแฟชั่น พร้อมคำทักทายง่ายๆ ทว่าอบอุ่นอย่าง “หิวมั้ย อยากกินอะไร” ดีไซเนอร์จึงนำเอาโครงสร้างของห้องเสื้อโบราณ (Atelier) มาสวมทับลงบนสเปซร้านอาหารได้อย่างแนบเนียน สร้างความรู้สึกต้อนรับ (Hospitality) ตั้งแต่แรกเห็น โดยสลับสับเปลี่ยนระหว่างพื้นที่โชว์รูมด้านหน้า พื้นที่รับรองด้านใน และห้องตัดเย็บชั้นบน ถือเป็นการวางผังพื้นที่ (Space Planning) ที่ฉลาดหลักแหลมและมีเสน่ห์ล้นเหลือค่ะ

    🎨 บริเวณหน้าร้าน (The Facade): ความสดใสของแฟชั่นยุคเรโทรที่กระแทกสายตา

    เริ่มกันที่หน้าด่านแรกที่ใครเดินผ่านโซน Food Passage ของสยามพารากอนเป็นต้องเหลียวหลังมองจนคอเคล็ด! หน้าร้าน (Facade) นำเสนอภาพลักษณ์ความมีชีวิตชีวาของห้องเสื้อยุคเก่าด้วยการเลือกใช้พาเลทสีที่สดใส (Vibrant Colors) ตัดกับความจำเจของผนังห้างทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การจัดดิสเพลย์หน้าร้านทำได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ มีการจำลองบรรยากาศมุมทำงานของคุณแม่ช่างเสื้อ นำพรอพ (Props) วินเทจของจริงมาจัดวางอย่างมีจังหวะจะโคน

    เดี๊ยนสังเกตเห็นทั้งโต๊ะทำงานไม้เก่าคลาสสิก หุ่นโชว์เสื้อผ้า (Dress Forms) ที่สวมใส่ชุดดีไซน์ย้อนยุค ม้วนผ้าไหมและผ้าทอเนื้อดีหลากหลายเฉดสีที่เตรียมไว้สำหรับการตัดเย็บ วางซ้อนสลับไปมาสร้างมิติทางสายตา (Visual Layering) การจัดวางพรอพเหล่านี้ไม่ได้ดูรกเลยค่ะคุณขา แต่ละชิ้นมีระยะห่างที่พอดี ราวกับช่างเสื้อเพิ่งลุกเดินออกไปหลังเลิกงานเมื่อครู่นี้เอง มันสร้างความรู้สึกน่าค้นหาและเชื้อเชิญให้แขกผู้มาเยือนอยากก้าวเท้าเข้ามาสัมผัสโลกหลังม่านผืนนี้เป็นที่สุด

    🧱 พื้นที่โถงกลาง (Main Dining Area): เมื่อความดิบของ Loft ปะทะความหวานขัดแย้งที่ลงตัว

    พอขยับเข้ามาด้านในร้าน รสสัมผัสทางสถาปัตยกรรมจะเปลี่ยนผ่าน (Transition) เข้าสู่ความเท่แบบคาดไม่ถึง! ดีไซเนอร์เลือกใช้สไตล์ กึ่งอุตสาหกรรมลอฟต์ (Semi-Industrial Loft) เป็นเบสหลัก ผนังร้านจงใจโชว์เนื้อแท้ของปูนเปลือยขัดมัน (Raw Concrete Wall) ที่เห็นร่องรอยความไม่สมบูรณ์แบบอย่างตั้งใจ มอบความรู้สึกเท่ ดิบ และมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ทว่าความอัจฉริยะมันอยู่ตรงนี้ค่ะคุณ! ดีไซเนอร์แก้ความกระด้างของปูนเปลือยด้วยการเติมความหวานละมุนละไมเข้าไปผ่านงานศิลปะ

    บนผนังปูนเปลือยถูกประดับประดาด้วยภาพติดผนังขนาดใหญ่ที่มีสีสันฉูดฉาดสดใส ถ่ายทอดภาพวาดลายเส้นดอกไม้และแฟชั่นย้อนยุค ซึ่งช่วยดึงความอ่อนช้อยของเพศหญิง (Femininity) ออกมาได้อย่างทรงพลัง และเมื่อกวาดสายตาไปทางด้านขวา จะพบกับบาร์เครื่องดื่มสุดโมเดิร์นที่ผสมผสานวัสดุโลหะแวววาวขัดเงา เข้ากับงานไม้และท็อปหินอ่อน เป็นการชนกันของความดิบ (Raw) ความหรูหรา (Luxury) และความหวาน (Sweetness) ที่ขัดแย้งแต่ลงตัวแบบ Avant-garde กลายเป็นฉากหลังในการทานอาหารที่ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง!

    🪡 ชั้นลอยและพื้นที่ชั้นสอง (The Mezzanine): ดินแดนแห่งความทรงจำและเครื่องจักสานโบราณ

    หากคุณคิดว่าชั้นล่างว้าวแล้ว เดี๊ยนขอแนะนำให้เดินขึ้นบันไดมาชมพื้นที่ชั้นสอง (หรือส่วนชั้นลอย) ของร้านค่ะ เพราะที่นี่คือ ‘หัวใจ’ ของคำว่า Sri’s Room อย่างแท้จริง พื้นที่ส่วนนี้ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น (Intimate Space) Mood & Tone จะมีความอบอุ่นและนึกถึงอดีต (Nostalgic อบอวล)

    พรอพชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้และเป็นพระเอกของชั้นนี้คือ “เครื่องจักรเย็บผ้าโบราณ” และอุปกรณ์การเย็บผ้าคลาสสิกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกรรไกรเหล็กตัดผ้าขนาดใหญ่ สายวัดสีซีดจาง และกล่องด้ายไม้ ซึ่งเป็นของสะสมที่ทรงคุณค่าทางจิตใจ การจัดแสง (Lighting Design) ในบริเวณนี้จะใช้ไฟสีส้มอบอุ่น (Warm White) สาดส่องไปยังวัตถุโบราณ ทำให้เกิดเงาตกกระทบที่ดูโรแมนติกและมีกลิ่นอายความทรงจำอันทรงคุณค่า ยิ่งไปกว่านั้น ดีไซเนอร์ยังสอดแทรกงานหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคตะวันออก เช่น งานจักสานไม้ไผ่และเสื่อจันทบูร นำมาประยุกต์ใช้เป็นโคมไฟและของตกแต่งผนัง เป็นการสะท้อนรากเหง้าของจังหวัดตราดและจันทบุรีเข้ากับห้องเสื้อสากลยุคเรโทรได้อย่างไร้ที่ติค่ะ

    🛋️ เฟอร์นิเจอร์และการเลือกใช้วัสดุ (Furniture & Materiality): สัมผัสหรูหราคลาสสิกสไตล์โบฮีเมียน

    ในฐานะบรรณาธิการอาวุโส เดี๊ยนพิถีพิถันเรื่องสัมผัส (Tactility) มากค่ะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ของที่นี่ตอบโจทย์ความลุ่มลึกนั้นได้อย่างดีเยี่ยม เก้าอี้และโซฟาภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างงานไม้ดัดโค้ง (Bentwood Chairs) สไตล์ตะวันตกยุคกลาง และเบาะบุผ้ากำมะหยี่ (Velvet) เนื้อหนานุ่มในโทนสีจัดจ้าน เช่น สีแดงทับทิม สีเขียวมรกต และสีน้ำเงินลึก ซึ่งเนื้อสัมผัสของผ้ากำมะหยี่เนี่ยแหละค่ะคุณขา ที่ช่วยสื่อถึงความหรูหราของวงการเสื้อผ้าชั้นสูง (Haute Couture) ได้เป็นอย่างดี

    โต๊ะอาหารเลือกใช้ท็อปไม้จริงโชว์ลายไม้ธรรมชาติ ผสมกับบางโต๊ะที่เป็นท็อปหินธรรมชาติโทนสีคลาสสิก ขอบโต๊ะและขาเฟอร์นิเจอร์มีการขลิบด้วยโลหะสีทองเหลืองรมดำ (Antiqued Brass) เพื่อเพิ่มประกายความหรูหราแบบหม่นๆ ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป การจับคู่ของเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง ทั้งความสากของปูน ความนุ่มของกำมะหยี่ ความเงาของโลหะ และความอุ่นของไม้ ทำให้สเปซแห่งนี้มีมิติทางสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบและน่าหลงใหลในทุกสัมผัส

    ✍️ บทสรุปเชิงสถาปัตยกรรมโดยน้ำหวาน

    Sri Trat at Sri’s Room ณ สยามพารากอน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารไทยภาคตะวันออกที่เสิร์ฟความอร่อยระดับตำนานเท่านั้นนะคะ แต่มันคือ ‘สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ’ (Architecture of Memory) ที่เปลี่ยนพื้นที่สี่เหลี่ยมในห้างสรรพสินค้าให้กลายเป็นไทม์แมชชีนพาทุกคนย้อนเวลาไปเสพศิลปะ แฟชั่น และวิถีชีวิตอันรุ่งโรจน์ในอดีต

    การบาลานซ์ความดิบแบบ Industrial Loft เข้ากับความอ่อนช้อยของห้องเสื้อวินเทจยุค 70s ถือเป็นกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมสำหรับนักออกแบบภายในยุคปัจจุบัน ใครที่กำลังมองหาไอเดียแต่งร้าน หรืออยากเสพงานดีไซน์เก๋ๆ ควบคู่ไปกับการทานอาหารมื้อพิเศษ เดี๊ยนบอกเลยว่าต้องมาเช็คอินที่นี่ค่ะ แล้วคุณจะเข้าใจว่า งานออกแบบที่คิดมาอย่างลึกซึ้ง มันช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้นได้อย่างอัศจรรย์ใจจริงๆ ค่ะ!

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[News] Grand Nikko Bangkok Sathorn เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    Next Article [News] Fei Ya เผยโฉมความสง่างามครั้งใหม่ ยกระดับอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย ผสานเสน่ห์คลาสสิกและนวัตกรรมรสชาติเหนือกาลเวลา ณ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel

    Related Posts

    [Review] มื้อเที่ยงสุดหรูระดับมาสเตอร์พีซ! รีวิวเซทกลางวันใหม่ล่ามาแรง ‘Menu Du Jour’ แห่ง Bistrot De La Mer ชวนสัมผัสเสน่ห์ French Mediterranean บรรยากาศลอยฟ้าใจกลางเมือง Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel

    June 13, 2026

    [Review] Tapori: มหากาพย์การเดินทางแห่งรสชาติและอัญมณีล้ำค่าของอาหารอินเดียที่ซ่อนในสุขุมวิท

    June 5, 2026

    [Review] Sabato Italiano ณ La Scala: มหากาพย์วันเสาร์สไตล์อิตาเลียน All You Can Eat สุดพรีเมียม โดยเชฟ Andrea Cetani แห่ง The Sukhothai Bangkok Hotel

    May 29, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [News] Fei Ya เผยโฉมความสง่างามครั้งใหม่ ยกระดับอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย ผสานเสน่ห์คลาสสิกและนวัตกรรมรสชาติเหนือกาลเวลา ณ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel

    June 25, 2026

    [Review] Sri Trat at Sri’s Room Siam Paragon: เปิดพิกัดอาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านลึกซึ้ง ในบรรยากาศห้องเสื้อวินเทจสุดเก๋ที่สายกินต้องกรี้ด

    June 23, 2026

    [News] Grand Nikko Bangkok Sathorn เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    June 20, 2026

    [Review] ELEMENT’S SPRING GUESTRONOMIC JOURNEY: สัมผัสฤดูใบไม้ผลิผ่านศิลปะแห่งอาหาร ณ Elements, inspired by Ciel Bleu ว้าวทุกครั้งที่มา

    June 19, 2026

    [Review] มื้อเที่ยงสุดหรูระดับมาสเตอร์พีซ! รีวิวเซทกลางวันใหม่ล่ามาแรง ‘Menu Du Jour’ แห่ง Bistrot De La Mer ชวนสัมผัสเสน่ห์ French Mediterranean บรรยากาศลอยฟ้าใจกลางเมือง Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel

    June 13, 2026

    [News] Fei Ya เผยโฉมความสง่างามครั้งใหม่ ยกระดับอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย ผสานเสน่ห์คลาสสิกและนวัตกรรมรสชาติเหนือกาลเวลา ณ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel

    June 25, 2026

    [Review] Sri Trat at Sri’s Room Siam Paragon: เปิดพิกัดอาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านลึกซึ้ง ในบรรยากาศห้องเสื้อวินเทจสุดเก๋ที่สายกินต้องกรี้ด

    June 23, 2026

    [News] Grand Nikko Bangkok Sathorn เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    June 20, 2026

    [Review] ELEMENT’S SPRING GUESTRONOMIC JOURNEY: สัมผัสฤดูใบไม้ผลิผ่านศิลปะแห่งอาหาร ณ Elements, inspired by Ciel Bleu ว้าวทุกครั้งที่มา

    June 19, 2026

    [Review] มื้อเที่ยงสุดหรูระดับมาสเตอร์พีซ! รีวิวเซทกลางวันใหม่ล่ามาแรง ‘Menu Du Jour’ แห่ง Bistrot De La Mer ชวนสัมผัสเสน่ห์ French Mediterranean บรรยากาศลอยฟ้าใจกลางเมือง Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel

    June 13, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...