สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปลิ้มลองรสชาติความเป็นฮอกไกโด ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาพร้อมทีมเสิร์ฟให้คุณที่ 22 kitchen and bar โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในช่วงเดือน November มันก็คือช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือที่เราเรียกว่า Autumn ซึ่งญี่ปุ่นช่วงนี้ก็จะเป็นสีแดง เหลือง ส้ม เต็มไปหมด ฉะนั้นแล้ววันนี้ทาง 22 kitchen and bar ก็ได้ import เชฟจากฮอกไกโด มาสร้างสรรค์เมนูต่างๆให้คุณได้ลิ้มลองกัน โดยอาหารทั้งหมดจะมาเป็น set dinner ใน theme Hokkaido Autumn Fest เริ่มที่เมนูแรก Amuse เมนูนี้มีชื่อว่า Hokkaido cold hairy crab topped steamed egg custard มันคือไข่ตุ๋นอัดไปด้วยปูหิมะจากฮอกไกโด และก็มีเนื้อปูโปะมาให้อีกด้านบนพร้อม ก้อนวาซาบิเล็กๆให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ในส่วนของของเนื้อปูนั้นแน่นอยู่พอตัว จานต่อมาจะเป็น Appetizer 5 อย่างด้วยกันนะครับ ก็จะมี cheese sandwich with Hokkaido Scallops ถ้าดูในภาพมันจะอยู่ในช้อนนะครับ มันก็คือหอยสแกลลอบและก็มีชีสอยู่ด้านในครับ กินไปคำแรกก็จะได้กลิ่นของหอม สักพักพอเคี้ยวถึงชีสก็จะได้กลิ่นอ่อนๆของชีส ไม่แรงมากครับกำลังดี ต่อมาจะเป็น Herring roe on kelp from Hokkaido with amber jelly มันคือปลาซาร์ดีนกับสาหร่ายทะเลอะนะครับอยู่ในเจลลี่สีเหลือง ในแก้วใสๆที่คุณเห็นนั่นเอง แก้วนี้ถือว่ารสชาติจะค่อนข้างเข้ม และออกเค็มจากปลาทะเลนะครับ ทานพร้อมกับเจลลี่ในถ้วยเพื่อให้รสชาติเข้ากัน ต่อมาคือ Boiled Hokkai shrimp มันก็คือกุ้งต้มที่ดูหน้าตาธรรมดา แต่มันอิมพอร์ตมานั่นเอง เนื้อกุ้งจะละเอียดจากการนึ่งที่นานครับ ถือว่าใช้ได้ ต่อมาก็คือ fried ginkgo nuts แปะก๊วยนั่นเอง มันก็จะมันๆเพลินๆคมๆ และสุดท้ายสำหรับ Appetizer Steamed duck tosa-style มันคือเนื้อเป็ด ที่อร่อยมาก ถือว่าชอบสุดในจานนี้เลยก็ว่าได้…
Author: Nopmanee
อมาญา ซันเดย์ บรันช์ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ Amaya Food Gallery เป็นห้องอาหารที่นำเสนอการปรุงอาหารเอเชียและนานาชาติแบบสดๆ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการรับประทานอาหารแบบร่วมสมัย ด้วย Design ห้องอาหารที่หรูหรา ซึ่งสามารถเลือกนั่งได้หลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น ริมกระจกชมวิว หรือโต๊ะรอบๆห้อง ซึ่งถูกจัดไว้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ห้องอาหารแห่งนี้พร้อมพาเหล่านักชิมให้ร่วมออกเดินทางไปค้นพบมนต์เสน่ห์บนเส้นทางแห่งการรับประทานอาหาร โดยจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างกันจาก 8 สถานีอาหารที่รวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศตลาดจำลองอันมีชีวิตชีวา ภายในห้องอาหารให้บริการในรูปแบบครัวเปิด ซึ่งได้นำเสนอเมนูอาหารจานเด็ดจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และอิตาลี เป็นต้น และที่พลาดไม่ได้เลย จุดเด่นของร้านอาหารนี้ คือ การนำกุ้ง Lobster สด มาปรุงในรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ย่าง, อบ, และ อบเนย สถานที่: Amaya Food Gallery ชั้น 4 ของ โรงแรม อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เวลาให้บริการ: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00– 22.30 น. ให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าเวลา 6.00 – 10.30 น. และอาหารจานเดียวตลอดวัน ตั้งแต่ 12.00 – 22.30 น. ประเภทของอาหาร: อมาญา ไทยและประเทศเพื่อนบ้าน สถานีอาหารส่วนนี้ให้บริการอาหารไทยท้องถิ่นรสจัดจ้าน ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทยที่เป็นที่ชื่นชอบตลอดกาลจากผู้คนในทุกมุมโลก เช่นผัดไท ซึ่งที่นี่ ก็ผัดกันสดๆ เลย นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นอาหารจีนและเวียดนาม เป็นต้น ให้เหล่านักชิมได้ลิ้มรสและสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบเอเชียสมัยใหม่อย่างครบครัน โดยมีอาหารเด็ดที่เหมาะสำหรับทานร่วมกัน ได้แก่ สะเต๊ะที่มีเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัว ปอเปี๊ยะเวียดนาม หมูหัน เป็ดย่าง และข้าวมันไก่ไหหลำ อมาญา กริลล์…
ถ้าพูดถึง Sunday Bruch เราก็จะนึกถึงโรงแรมต่างๆที่เป็น international buffet และแต่ละที่ก็มีกิมมิกที่ต่างกันออกไป ซึ่งในวันนี้ผมจะพาทุกคนมาเปิดกิมมิกแห่งใหม่ ที่ห้องอาหารฟีสท์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โดยบุฟเฟ่นานาชาติของเราในวันนี้จะมีความหลากหลายมากมาก และพิเศษมากสำหรับที่ชอบทาน Lobster และอาหารทะเลอื่นๆ เพราะมันคือความสด ความช่ำ ความดีงามของซีฟู๊ดที่ควรมาลอง นอกเหนือจากเรื่องของอาหารทะเลก็จะมี อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารอิตาลี่ พาสต้า พิซซ่า ก็คือนานาชาติสมชื่อเลยอะครับ โดยห้องอาหารฟีสท์ อยู่ชั้นหนึ่งของโรงแรมเลยครับ หาง่ายมาก ถ้าหาไม่เจอก็ถามพนักงานง่ายสุด ฮ่าๆ โดยห้องอาหารจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11:30 ถึง 3:00 เอาแหละครับเรามาเริ่มจาก ประตูแรกกันก่อนเลยก็คือเมื่อเราเดินเข้ามา เราก็จะเห็นโต๊ะเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างหน้า ซึ่งบนโต๊ะก็จะมีน้ำมะตูมใส่อยู่เหมือนแก้วค็อกเทล จะเรียกว่าเป็น welcome drink ก็คงจะไม่ผิด และแล้วก็ถึงเวลาสุ้รบกับอาหารสักที ซึ่งตรงหน้าของเราเมื่อเดินเข้าไปก็จะเป็นโซน อาหารทะเลทั้งหมด สดๆจากมหาสมุทร ฮ่าๆๆ มีทั้งกุ้ง ปู ล็อบสเตอร์ หอยเชล ทูน่า แซลม่อน และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อให้ได้อรรถรสในความเป็นทะเลมากยิ่งขึ้น น้ำแข็งรูปกล้ามปูก็มา และถัดไปจากอาหารทะเลสด ต่อไปก็คงยังเป็นโซนของอาหารทะเล แต่อันนี้ก็จะมีการปรุงแต่งรสชาติ มีให้เลือกตามความสะดวกของคุณๆทั้งหลาย ก็จะมีข้าวผัดปูเอย ล็อบสเตอร์เอย ก้างัดพริกไทยเอย คือดีงาม และภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้คือคุณค่าที่ควรจะสู้รบมากที่สุด มันคือ Main Lobster Thermidor ถ้าถามถึงรสชาติ มันก็จะฟินๆหน่อยๆ อร่อย เยอะๆ อยากรู้ว่าจะอร่อยยังไงต้องไปลอง พูดจริง! ซึ่งเค้าก็จะแนะนำให้ รับประทานคู่กับขนมปังอันนี้ ก็แล้วแต่เราเลยว่าสะดวกหรือไม่ ฮ่าๆ โดยส่วนตัวเน้นเนื้อไม่เน้นแป้งนะครับ ฮ่าๆ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือโซน ของ oyster สดไม้ช่สดให้ภาพเล่าเรื่องละกันนะฮะ และนี่ก็จะเป็นโซนอาหารทะเลที่มเอามาฝากนะครับ คือจริงๆ มันมีเยอะมากๆเลยอะ เอาแหละ let move on to live cooking one ในส่วนของ zone…
Devarana Spa เทวารัณย์สปา การนวดที่แตกต่างและโดนเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ โดยการผสมผสาน5วิธีของศาสตร์การนวด มารวมในหนึ่งเดียว ที่มีเฉพาะที่เทวารัณย์เท่านั้น ถ้าพูดถึงการนวดเราหลายคนอาจถึง การนวดไทยซึ่งแน่นอนว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นมากในบ้านเมืองของเรา หรืออาจจะเนการนวดออยหรืออะโรม่าก็แล้วแต่ ซึ่งการนวดแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันออกไปตามหลักสูตรและเคล็ดลับเฉพาะของที่นั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่า วันนี้ผมจะพาทุกท่าน ไปเยี่ยมชมเคล็ดลับศาสตร์ของการนวดที่ พูดเลยได้เลยว่า เด็ด! มาก และแล้วเราก็มาถึง Devarana Spa หรือชื่อไทยอ่านว่า เทวารัณย์สปา นั่นเอง ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ การตกแต่งของที่นี่จะเป็นแนวไทยร่วมสมัย ซึ่งรูปแบบของที่นี่ก็จะเป็นอารมณ์ สวนสวรรค์ในวรรณคดีไทยในไตรภูมิพระร่วง แน่นอนว่าที่มาของการออกแบบที่นี่นั้นก็ริเริ่มมาจากชื่อ เทวารัณย์ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตที่แปลว่า สวนสวรรค์นั่นเอง ท่านสามารถสัมผัสความงดงามดั่งสรวงสวรรค์ได้ตั้งแต่ทางเข้า ด้วยลำดับการเข้าถึงที่ต้องค่อยๆเดินผ่านบันไดสีขาวเป็นแนวตรง ดั่งเดินขึ้นสวรรค์และหักเข้าสู่ตัวพื้นที่ต้อนรับที่ตกแต่งด้วยกระจกแทนผืนน้ำ การใช้แสงและรูปทรงชอบหน้าต่างอย่างไทย ซึ่งถ้าเทียบกับสปาหลายๆที่แล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นสปาที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ว่า บรรยกาศโดยรวมจะไม่ค่อยมืด หรือ ทึบ เพราะจะมีหน้าต่างค่อนข้างเยอะทำให้สภาพแวดล้อมของที่นี่ดูปลอดโปร่ง สบาย หายใจสะดวก แต่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องแสงไปเพราะเวลาทรีดเมนต์พนักงานจะนำผ้ามาปิดตาให้ เอาแหละครับ หลังจากที่ชมบรรยกาศโดยรวมของที่นี่แล้ว เราก็จะมาเริ่มทำการผ่อนคลายกันแบบเต็มรูปแบบ และแน่นอนว่าการมาทำสปานั้น เราก็จะต้องเขียนข้อมูลที่จำเป็นต่างๆก่อน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพ หรือ อาการแพ้ต่างๆเพื่อความปลอดภัยของคุณลูกค้านั่นเองนะครับ ระหว่างการกรอกข้อมูล ทางเทวารัญย์ก็มี Welcome drink ซึ่งก็ผมก็ได้ request น้ำกระเจี๊ยบไป ไม่ถึงสองนาที พี่พนักงานก็เดินมาพร้อมกับ ภาพที่คุณเห็นด้านบนเลยครับ น้ำกระเจี๊ยบพร้อมผ้าเช็ดมือ ซึ่งบอกตรงๆเลยว่า ประทับใจน้าเช็ดมือมาก หอมสุดๆ ก็เลยถามพี่เค้าว่าทำไมมันหอมดีจัง และก็ได้คำตอบมาว่า มันเป็นกลิ่น cherish นั่นเองซึ่งก็คือกลิ่นเดียวกับออยที่ไว้ใช้ทำทรีดเม้นต์ในครั้งนี้ พอเรากรอกข้อมูลเสร็จ ปุ๊บ พี่พนักงานก็ถามว่า “จะให้เน้นตรงไหนเป็นพิเศษไหมคะ?” เราก็บอกเขาไปเลยว่า ปวดตรงไหน เจ็บตรงไหน ซึ่งในวันนี้ ตัวที่เราจะมานวดกันนั่นก็คือ Davarana Signature Massage ระยะเวลาก็ มี 90 นาที ถึง 120นาที เอาที่เราสะดวกเลย ซึ่งผมสะดวกนวดนาน ฮ่าๆ เอาแหละครับการนวดเทวารัณย์ ซิคเนเจอร์ ตัวนี้ก็จะเป็นการนวดสมผสานแบบตะวันตก และ อโรม่า ยังไม่พอครับมันยังเป็นการบวกการนวดแบบตะวันออกอย่าง นวดแผนไทยโบราณ…
Element “ยกครัวไทยขึ้นโรงแรม” สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงาน Kinlakestars จะพาทุกท่านไปลิ้มลองอาหารไทย ภายใต้ concept Thai passion ณ ห้องอาหาร Element Amara Hotel โดยผู้จัดการ คุณเวอร์น ได้รับแรงบันดาลใจ จากรสมืออาหารไทยดั้งเดิมของคุณแม่ที่ได้ทานตอนเด็ก จึงอยากยกครัวไทยที่มีรสชาติดั้งเดิมต้นตำรับมาไว้บนห้องอาหารโรงแรมใจกลางเมืองกรุง เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง สถานที่ตั้งและการเดินทาง ห้องอาหาร Element อยู่ที่ชั้น B1 ของโรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ สามารถมาลงที่รถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง หรือ ช่องนนทรี แล้วเข้ามาทางถนนสุรวงศ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับตึกสำนักงาน AIA หากมีรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถนำมาจอดที่โรงแรมได้ เวลาเปิดบริการ 18:00 – 22.30 น. ติดต่อร้าน 02-021-8888 เมนูแนะนำ ปลาแห้งแตงโม (Cold watermelon served with dried fish flakes) – เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย เนื้อแตงโมเย็นฉ่ำตักเป็นก้อนกลม เสิร์ฟพร้อมกับปลาป่น ได้รับรสหวานของเนื้อแตงโม ตัดกับ รสเค็มหวานของปลาป่น เข้ากันไปอีกแบบ เป็นอาหารที่เรียกน้ำย่อยได้ดีก่อนเริ่มอาหารจานหลัก แต่ระวังอย่าทานเยอะ เดี๋ยวจะอิ่มซะก่อน ม้าห้อ (Herbed minced pork with peanut on pineapple morsel) – เป็นลักษณะตัวไส้ของสาคูไส้หมู เสียบไม้ร่วมกับตัวเนื้อสับปะรด และพริก ความหวานของไส้สาคูมาผสมกับรสเผ็ดของพริกและรสเปรี้ยวของสับปะรด โดยรสหวานของตัวไส้สาคูจะชูโรงเด่น ใครที่ชื่นชอบความหวานของไส้สาคูต้องไม่พลาด เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เรียกน้ำย่อยได้ดี ยำสลิดปลาทอด (Spicy chunks of crispy leaf fish salad) – เปิดประเดิมกับข้าวจานแรก ด้วยปลาสลิดทอดกรอบอย่างไทยๆ ทำมาเป็นยำสลัดรสเผ็ดเปรี้ยว ผสมกับรสของปลาสลิดทอดเหมือนกับเพิ่งขึ้นมาจากทะเลใหม่ๆ ความเค็มของเนื้อปลาผสมผสานกับน้ำยำสลัดได้ลงตัว ผู้ที่ชื่นชอบปลารสเค็มต้องไม่พลาด พล่าเนื้อ (Spicy beef salad…
# HASHME “คิดถึง WAFFLE, อย่าลืม HASHME” หากนึกถึง waffle หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับ ร้าน HASHME ร้านอาหารย่านทองหล่อ ซึ่ง Signature ของร้านนี้ ก็คือ การนำเอา waffle มาประกอบและตกแต่งอาหารในเมนูต่างๆ อย่างสวยงาม น่ารับประทาน และ น่าถ่ายรูปอวดเพื่อนลง instagram พร้อม Hashtag ตามชื่อร้าน การทำ waffle นั้น ทางร้านจะนำวัตถุดิบมาปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันในสไตล์ Belgian ซึ่งประเทศ Belgium นั้น ได้ขึ้นชื่ออย่างมาก เรื่อง “ความอร่อยของวาฟเฟิล” ทำให้รสชาติ waffle ของ HASHME กรอบนอก นุ่มใน มีกลิ่นหอมอบอวล อย่างมีเอกลักษณ์ น่ารับประทาน ตอนนี้ HASHME ได้ย้ายมาเปิดร้านวาฟเฟิลอย่างเต็มตัว พร้อมเสนอเมนูใหม่ๆ มาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง ที่ห้างเซนทรัลปิ่นเกล้า และที่สำคัญ ทางร้านมี “บริการ Take Away กันอย่างฟรีๆ” ที่อยู่ร้าน เซนทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G (ร้านจะอยู่ติดกับบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้น 2 สังเกตง่ายๆ คือ ตรงข้ามร้าน YAYOI) เวลาบริการ ตามเวลาเปิด-ปิด ของห้างเลย (ตั้งแต่ 10.00 น. – 21.00 น.) เมนูแนะนำ เมนูของร้านนั้น จะแบ่งเป็น “อาหารจานหลัก”, “ของหวาน”, และ “เครื่องดื่ม” อาหารจานหลัก สลัด Waffle (109 บาท) เมนูนี้สลัด ซึ่งเป็นการผสมผสานกัน ของผักหลากหลายชนิดเช่น ผักกาดคอส, ผักกาดแก้ว, ข้าวโพด, แครอท, มะเขือเทศ, กะหล่ำปลีม่วง และ เนื้อเบค่อน นุ่มๆ…
สำหรับปลายฝนต้นหนาว เสริมวิตามินซีกับสารพัดขนมที่รังสรรค์จากผลไม้ตระกูลซีตรัส ไม่ว่าจะเป็นมะนาวเขียว ส้มแมนดาริน ส้มยูซุ มะกรูด เลมอน ให้ร่างกายคุณแข็งแรงต้านทานหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงกัน มาเติมความสดชื่นกันด้วย “Twist of Citrus High Tea” ที่ “เซสท์ บาร์ แอนด์ เทอเรส โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท” ที่ได้นำเอาผลไม้ตระกูลซีตรัสหลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็น ส้มแมนดาริน ส้มบลัดออเร้นจ์ มะนาว และส้มยูซุ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมอบความรู้สึกสดชื่นเมื่อได้ทาน ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ ทางร้านได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูของว่างและขนมหวานหลากหลายพร้อมจับคู่กับชาคุณภาพ มาไว้ในเทศกาล “จิบชายามบ่าย” ที่จะทำให้คุณได้พบความรื่นรมย์กับการจิบน้ำชาตามสไตล์ที่เป็นคุณ ภายใต้บรรยากาศสบายๆ เชิญทุกท่านมาลิ้มลองความสุขได้แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน 2560 ผลไม้ตระกูล Citrus ที่ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ไม่เพียงแต่ดูสวย แต่ยังมีรสชาติเยี่ยมและดีต่อสุขภาพ ได้ถูกนำมาเป็นส่วนผสมหลักของ ‘ชุดน้ำชายามบ่าย Twist of Citrus High Tea’ ที่ประกอบด้วยของว่างและขนมหวานหลากชนิด ใน Stand แต่ละชั้นนั้น จะประกอบไปด้วย ชั้นบน คัสตาร์ดครีมส้มซีตรัสเสิร์ฟในโคนวาฟเฟิลกรุบกรอบ วาฟเฟิลสุดกรุบกรอบสอดไส้ด้วยคัสตาร์ดครีมรสชาติหวานมันนุ่มละมุนผสานกับเนื้อส้มที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆได้อย่างลงตัว เลมอนชีสคัพเค้ก ชีสเค้กที่ไม่หนักจนเกินไปด้วยรสเปรี้ยวหวานของเลมอนเข้ากับชีสที่มีคุณภาพผสมผสานกับเลมอนและแต่งหน้าด้วยผลไม้เชื่อม ซึ่งให้รสชาติโดยรวมของเลมอนชีสเค้กตัวนี้นั้นออกมาเปรี้ยวและหวานและก็ยังมีความมันของชีสเค้กอยู่ ชั้นกลาง เนื้อเป็ดตุ๋นม้วนเสิร์ฟพร้อมเนื้อส้มเชื่อม ใช้เนื้อส่วนอกเป็ดปรุงด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศผ่านการตุ๋นอย่างช้าๆราดด้วยซอสเนื้อส้มเชื่อมซึ่งมีรสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดีแต่ตัวเนื้อเป็ดมีความแข็งและแห้งไปหน่อย แซนวิชสไตล์อิตาเลียน สลับชั้นด้วยชีสบ็อคคอนชีนี่และส้มแมนดาริน พร้อมเลมอนเพสโต้ซอส แซนวิชรูปแบบอิตาเลียนซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่นจากส่วนผสมไม่ว่าจะเป็นส้นแมนดารินซึ่งมีความเปรี้ยวและหวานซอสเลมอนเพสโต้ซึ่งมีความเปรี้ยวและหอมอีกครั้งชีสมอสซาเรล่าซึ่งเป็นชิ้นสดแบบอิตาเลียนที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่หนักเหมือนชีสชนิดอื่นๆอีกทั้งเบคอน ให้รสเค็มแทรกเบาๆ สลัดส้มสีเลือดและกีวีกับกุ้งพร้อมน้ำสลัดส้มยูซุ สลัดกุ้งตัวใหญ่กำลังดีพอดีปากเนื้อแน่นแต่รสชาติอาจจะออกจืดเล็กน้อยเสิร์ฟคู่กับส้มสีแดงและกีวีรสหวานอมเปรี้ยวราดด้วยน้ำซอสสลัดสูตรเฉพาะที่มีส้มยูซุเป็นส่วนประกอบจึงให้ความรู้สึกหอมแปลกแต่รสชาติโดยรวมอาจจะเบาไปเล็กน้อย ชั้นล่าง สโคนมะกรูดเสิร์ฟพร้อมแยมผิวส้มและครีมสด Scone นั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้ในการตัดสินคุณภาพของขนมในชุดน้ำชายามบ่าย เนื่องจากว่าสโคนได้ชื่อว่าเป็นของหวานต้นตำรับจากอังกฤษดังนั้นจึงถูกนำไปผสมผสานกับมะกรูดไทยซึ่งมีกลิ่นหอมของมะกรูดที่ชัดเจนในส่วนของรสเปรี้ยวหรือรสชาติอื่นๆนั้นอาจจะออกมาไม่โดดเด่นมากนักเพื่อให้ตัวสโคนนั้นยังมีรสชาติหวานและมันเป็นหลักเพื่อใช้ทานคู่กับครีมสดหรือแยมผิวส้มแต่โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้กินคู่กับแยมผิวส้มซึ่งจะทำให้รสหวานอมเปรี้ยวของแยมผิวส้มเข้ากันได้ดีกับกลิ่นที่หอมหวานของมะกรูด มาการองสไตล์ฝรั่งเศสสอดไส้ด้วยเนื้อส้มยูซุและแยมส้มยูซุ สำหรับมาการองตัวนี้นั้นรสชาติทำออกมาได้ดีพอสมควรด้วยรสชาติหอมหวานและสีสวยงามของกลิ่น citrus fruits ต่างๆสอดไส้ด้วย seasonal food สารพัดชนิดรสหอมหวานตามสี อร่อยอย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมจากส้มยูสุ กลิ่นหอมจากมะนาวเขียว ราคา Twist…
Lugang Cafe ด้วยแนวคิดกิ๋บเก๋ รวมความอร่อยทั่วแคว้นแดนจีนมาใส่ปากคุณถึงที่ จะเลิศแค่ไหนไปอ่านไปดูกันเลยค่ะ สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ Kinlakestars จะพาท่านไปลิ้มรสอาหารจีนรสชาติดั้งเดิม ที่ส่งตรงมาจากไต้หวัน ที่ร้านลู่กังคาเฟ่ โดยเสน่ห์ของร้านนี้จะคงความเป็น จีน โดยการรวมเมนูสุดยอดจาก นานามณฑล ให้ท่านได้ลิ้มลองกัน ไม่ว่าจะเป็น เซี่ยงไฮ้ ไหหนาน หรือเมือง ซีฉวน ร้าน ลู่กังคาเฟ่ ได้มี สาขามาแล้ว 80 สาขา ในประเทศ จีน มาเก๊า ฟิลิปปินส์ และ สาขา เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเป็นสาขาแรกในประเทศไทย สถานที่และการเดินทาง ร้านนี้เป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่ ระหว่างโกดัง 9 และ 10 ของ Asiatique บริเวณชั้นสองของร้าน เป็นกระจก ซึ่งท่านสามารถมองชมวิวริมแม่น้ำได้ การเดินทางนั้น สามารถมาได้โดยเรือ ให้ขึ้นที่ท่า Asiatique The Riverfront เวลาเปิดบริการ ตั้งแต่ 16.00 น. – 23.00 น. ติดต่อร้าน โทร 02-254-8379, 089-415-4062 เมนูแนะนำ 1.โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ (490 บาท) ทางร้านจะคัดเป๋าฮื้อคุณภาพ ที่เหนียวนุ่ม เพื่อให้ทานได้ง่ายกับ โจ๊กที่มีกลิ่น ของหอย อ่อนๆ ทานคู่กับขิงดองที่ให้รสหวานและเปรี้ยว ตัดกับ เนื้อนุ่มๆของโจ๊ก ซึ่งโจ๊กที่นี่ จะมีความพิเศษตรงวิธีการหุงแบบดั้งเดิมจะไม่ทำให้ข้าวนั้นเปลี่ยนรูปแต่จะคงความเป็นเม็ดข้าวนุ่มๆและได้เนื้อของโจ๊กเหนียวๆจากจมูกข้าว ทำให้เราได้เข้าถึงรสชาติได้อย่างแท้จริงถ้าใครหลายๆคนคิดว่า แพงแล้วนั้นบอกเลยว่า ถึงจะมีเป๋าฮื้อแต่ก็มิได้แพงอย่างที่คิด โดยทางร้านจัดราคาให้เพียง 490 บาทเท่านั้น 2.ไก่สามรส (280 บาท) เมื่อเราได้ทานของเบาๆอย่างโจ๊กไปแล้วแน่นอนว่าจานนี้ จะมีรสชาติที่ตัดกับจานแรกอย่างสิ้นเชิง โดย ไก่สามรส จะมีทั้งความหอมของกระเทียม ขิง พริกไทย และซอสปรุงรส จะมีความเปรี้ยวเล็กน้อย…
โฮล่า ชะชะช่า สวัสดีทุกๆท่าน วันนี้เราขอพาทุกท่านไปสะบัดช่อ ครื้นเครงสนุกสนานไปกับเสียงเพลง กิน ดื่มกันในแบบ แม๊กซิกัน ละมันจะแสนสนุกสุดหรรษาขนาดไหนก็ไปดูกันเลยจ้า สำหรับ ” Socially at Niche ” นั้นเป็นงานที่มีอยู่ทุกๆเดือน โดยห้องอาหาร Niche แห้ง Siam Kempinski นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของที่สังสรรค์อย่างหรูหนา ดูดี โก้เก๋ และมีระดับ ใจกลางมือง ซึ่งแม้จะถูกแวดล้อม ห้อมล้อมไปด้วย ตึก ตึก ตึก และ ตึก บรรดา ห้างร้าน มากมาย แต่ นิช ก็มีบรรยากาศรอบๆที่แสนจะสงบ ผ่อนคลาย และร่มรื่น ด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มีรูปทรง free form คดเคี้ยวไปมา อีกทั้งบรรดาต้นไม้มากมาย ที่ขึ้นกันเสียครึ้มเขียวขจี และในครั้งนี้ มีธีมประจำเดือนเป็น ” Tequila Night ” ซึ่งชื่อธีมก็สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนอยู่แล้วคือ เน้นเครื่องดื่มในงานที่ผสมด้วยเตกิล่า และอาหารในงานก็จะเป็นอาหารจำพวกอาหารกินเล่น ไปจนถึงกินกันได้อิ่มๆเลยทีเดียว ทั้งของว่าง อาหารคาวหวานก็จัดกันออกมาอย่างหลากหลาย ต้อนรับเข้าสู่ห้องอาหารด้วยเพดานที่สูง และโอ่โถงแต่ดูซ่อนเร้นจากความวุ่นวาย สงบ และเป็นกันเอง คุณๆทั้งหลายก็ลองดูกัได้เลยจากรูป แต่เดี๊ยนขอบอกเลยว่าของจริง บรรยกาศจริงนี้มัน โฮละ ชะชะช่า สนุกสนานสีสันต์มันส์ระเบิด เสียยิ่งกว่าในรูปเสียอีกนะคุณๆ ในส่วนของอาหารก็มีทั้งที่ทำออกมาแล้วพนักงานเดินบริการเสิร์ฟ และในส่วนที่วางไว้บริเวณเคาเตอร์ หรือจะสั่งให้เชฟทำกันสดๆใหม่ๆก็มี และหากคุณๆอยากมาลองประสบการณ์เช่นนี้ก็มาร่วมกันเดือนหน้าในธีมใหม่ๆได้เลย เพราะเขาเปลี้ยนธีมกันทุกๆเดือนนะคุณ ห้องอาหาร Niche โรงแรม Siam Kempinski Bangkok เปิดบริการทุกวัน 12:00 – 24:00 โทร 02-1629000 E-Mail: [email protected] สำหรับในช่วงปกติที่ไม่มีงานนี้นั้น ห้องอาหาร Niche จะเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของอาหารนานาชาติ ระหว่าง Asian (เอเชี่ยน) หรือ Non-Asian (นอนเอเชี่ยน) โดยมีวัตถุดิบเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งทุกท่านสามารถเลือกสรรวัตถุดิบที่ตนเองชื่นชอบ รวมถึงเลือกวิธีการปรุงได้ด้วยตนเองว่าให้เป็นแบบ เอเชี่ยน หรือ นอนเอเชี่ยน…
Pirate Chambre หากพูดถึงร้านอาหารที่ตกแต่งได้สวยงาม หรูหราอย่างมีเอกลักษณ์ จนเป็นที่ฮือฮา อย่างมากใน Social media คงหนีไม่พ้นร้าน Pirate Chambre ซึ่งมาในรูปแบบ “ห้องลับของโจรสลัด” โดยคุณกอล์ฟ ณชนก รัตนทารส (Pirate G) และ คุณปอ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ภายในร้านจะถูกตกแต่ง ด้วย Theme โจรสลัด ให้อารมณ์เหมือนแบบ เดินอยู่ในเรือโจรสลัดจริงๆ ส่วนโต๊ะอาหารนั้น จะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน หลายๆ โซน ซึ่งที่นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสมในการจัดงาน Party สถานที่ตั้ง และ การเดินทาง ร้านนี้ จะตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคารมณียา ซึ่งอยู่ติดกับโรงแรม Renaissance ฺBangkok Ratchaprasong ซึ่งท่านสามารถเดินทางโดย รถไฟฟ้า ฺBTS ไปยังสถานีชิดลม และเดินไป หรือ หากท่านเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถจอดได้ที่โรงแรม Renaissance เวลาบริการ ร้านนี้ จะเปิด 2 ช่วง คือ ช่วงกลางวัน (11.00 น. – 15.00 น.) และ ช่วงค่ำ (17.00 น. – 24.00 น.) เมนูใหม่แนะนำ Starter: Orange and Prosciutto with Aged Goat Cheese Salad (320 บาท) เมนูนี้ ถือได้ว่าเป็นการเอาใจคนรักสุขภาพเลยก็แล้วกัน ในเมนูสลัดนี้ จะประกอบไปด้วยการผสมผสาน ของส้มสดๆ, ทับทิม, ผักร็อกเก็ต (Arugula) และ คูลาเทลโล่ (ส่วนที่ดีที่สุดจากขาหลังของหมู) ซึ่งถูกราดด้วย Lemon Dressing จานนี้ ช่วย Refresh…