Author: Nopmanee

Story : Nopmanee P. / Photo : Pol.Capt. Kittin ครั้งนี้ Kinandleisure.com จะพาทุกท่านกลับมาที่ Lobby Salons โรงแรมสุโขทัยอีกครั้ง เพื่อลิ้มลอง Afternoon tea ชุดใหม่ทั้ง 2 ชุด 2 สไตล์ Western & Thai ปี 2024 รังสรรค์โดยเชฟขนมหวานคนใหม่ ในบรรยากาศอันสุขสงบ ชวนผ่อนคลาย มีวิวเจดีย์อิฐมอญกลางสระน้ำเป็นฉากหลังที่หาไม่ได้ที่ไหนในกรุงเทพฯอีกแล้ว จิบ Complimentary กันก่อนสักนิด น้ำชามา แน่นอนว่ามาที่นี่ต้องดื่มชา The Sukhothai tea ชาจากกลีบดอกบัว เบรนด์โดย Saro เพื่อที่นี่เท่านั้น ชาชนิดนี้มีความหอมเฉพาะตัว ดีงามมากค่ะ และไม่มีคาเฟอีนอีกด้วย หรือเพื่อนๆที่มาด้วยอยากลองรสอื่น ที่นี่ก็มี Green Tea, Black Tea จาก Saro ให้เลือกเช่นกัน (ขอกระซิบเพิ่มว่าแนะนำเป็นชาร้อน ไม่มีผิดหวัง) สำหรับชาบัวของซาโรทีที่เบลนขึ้นมาเพื่อที่นี่โดยเฉพาะขอบอกเลยเจ้าค่ะว่าเลิศมาก ตั้งแต่สีชาที่เขียวเดียวกับสีเขียวของโรงแรมสุโขทัยซึ่งสีเขียวนี้ได้จากใบบัวที่นำมาตากแห้งและคั่ว อันนี้เจ้าหน้าที่รินน้ำชาบอกมาค่ะ อีกทั้งกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์จากเกสรบัว หอมตั้งแต่ก่อนดื่ม ไปจนกระทั่งดื่มเข้าไปกลิ่นหอมก็ยังอบอวลในปากขึ้นโพรงจมูกเจ้าค่ะ และรสที่ละมุนและมีความเฉพาะตัวอบอวลเหมือนอยู่กลางสวนบัว เข้าถึงความเป็นไทยโดยแท้ค่ะ นอกจากดื่มแบบร้อนก็ยังสามารถให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมออกมาเป็นแบบเย็นได้เช่นกันค่ะ เป็นที่น่าตื่นตะลึงพรึงเพริดว่าแม้ชงเย็นแต่กลิ่นและรสก็ยังคงชัดเจนอยู่ ซึ่งดีมากค่ะ ต่างจากชาหลายตัวที่พอทำเป็นเครื่องดื่มเย็นกลิ่นและรสจะดรอปจนแทบไม่ทราบได้ อ่อ ก่อนจะเข้าสู่มื้อที่นี่เขายังมีเวลคัมดริ้งให้เป็นสปาร์คกลิ่งไวน์แบบเก๋ๆด้วย พอให้สดชื่นเป็นการเริ่มต้นที่สดชื่นหรูเลิศ แล้วมาเริ่ม Afternoon tea กันด้วยชุดแรก Western Classics ที่โดดเด่นมาแต่ไกลด้วยแสตนตั้งขนมที่จะตัดดอกบัวสดอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของโรงแรมนี้มาประดับไว้ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยใบบัวที่วางขนมอยู่เต็มทั้ง 3 ใบเหนือไอควันคละคลุ้งสีขาวอยู่ เป็นชุดนึงที่ถ่ายรูปได้ขึ้นและไม่เหมือนที่ไหน The Sukhothai’s smoked Atlantic salmon roll ก็สมชื่อของเค้า Smoked salmon ของที่นี่นั้นดีงามไม่เคยเปลี่ยน จัดวางมาบนขนมปังบาแก๊ต ด้านในมีครีมชีสซ่อนอยู่เล็กน้อย แล้วท๊อปบนสุดด้วยคาเวียร์สีดำขลับตัดกันกับสีส้มนัก ชิ้นต่อมานี้มีฐานเป็น Vol-au-vent แป้งพายชิ้นกลม…

Read More

The Water Library ภูมิใจนำเสนอประสบการณ์แห่งรสชาติ Oliver & Company : Flavor of Friendship การร่วมงานกันของกลุ่มเพื่อนเชฟที่ออกเดินทางตามหาเส้นทางของตัวเอง ก่อนกลับมาเจออีกครั้งที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย นำทีมโดยเชฟโอลิเวอร์ ดรูก (Oliver Drug) Executive Chef จาก The Water Library และเชฟเดวิด ฮาร์ตวิก (David Hartwig) Head Chef จากห้องอาหาร IGNIV Bangkok by Andreas Caminada โรงแรมเดอะ เซนส์ จิ๊ดริด ที่ได้ชวนเพื่อนร่วมงานอย่าง เชฟอาเน่ รีน (Arne Riehn) Sous Chef และ Pastry Chef มาร่วมรังสรรค์ความอร่อยในเมนูขนมหวาน Oliver & Company : Flavor of Friendship นับเป็นการประเดิมซีรีส์ความอร่อยซีรีส์แรก โดยได้แรงบัลดาลใจจากแอนิเมชั่นสุดคลาสสิคเรื่องดัง Oliver & Company ในปี 1988 เรื่องราวการผจญภัยในเมืองใหญ่ของแมวส้มชื่อโอลิเวอร์ (เหมือนกับเชฟ) ที่ได้พบเจอกับมิตรภาพดีๆ ระหว่างทาง ไม่ต่างกับอีเวนต์ความอร่อยในครั้งนี้ที่ The Water Library ได้รับเกียรติจากเชฟทั้ง 2 ท่าน จากร้านอาหารมิชลินสตาร์ 1 ดาวจาก IGNIV Bangkok มาร่วมเสิร์ฟความอร่อย พร้อมเรื่องราวอันอบอุ่นหัวใจ  สำหรับสไตล์อาหารครั้งนี้ เกิดจากการผสมผสานสไตล์เฟรนช์-โมเดิร์นคลาสสิคของเชฟโอลิเวอร์ และอาหารที่ได้อินสไปเรชันจากอาหารสวิสบ้านเกิดของเชฟเดวิดควบคู่ไปกับการใช้วัตถุดิบคุณภาพตามฤดูกาลที่จะช่วยเพิ่มสีสัน และรสชาติให้กับการร่วมมือกันในครั้งนี้ ร่วมสัมผัสความอร่อยอันน่าประทับใจได้ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ที่ The Water Library ชั้น 5 Central Embassy เปิดให้จองเฉพาะมื้อค่ำ ในราคาท่านละ 7,990++…

Read More

จากความสวยงามของท้องทะเล และบรรยากาศริมหาดสู่ชุดน้ำชายามบ่ายพร้อมเสิร์ฟที่ พีค็อก อัลลีย์ ภาพจากซ้าย: แมงโก้ โคโคนัท ซันไชน์ หรือซอร์เบต์มะม่วง, ชุดน้ำชายามบ่าย Sea to Table และโคโคนัท เอสเปรสโซ่ คลาวด์ มูสครีมมะพร้าวผสมกาแฟ กรุงเทพฯ – 31 พฤษภาคม 2567 – โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เปิดตัว SEA TO TABLE อาฟเตอร์นูน ที เซตใหม่ นำความสวยงาม และความทรงจำสุดประทับใจจากทริปเที่ยวทะเลมาถ่ายทอดผ่านเซตของคาว และขนมหวานขนาดพอดีคำ โดยทุกคำล้วนชวนให้คิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขริมหาดทราย พร้อมเสิร์ฟที่ พีค็อก อัลลีย์ (ตั้งอยู่บนล็อบบี้ ชั้นบน) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2567 ระหว่างเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ด้วยแรงบันดาลใจจากบรรยากาศที่สวยงามของท้องทะเล หาดทราย และแสงแดดอันแสนอบอุ่น ทีมเชฟตั้งใจรังสรรค์อาฟเตอร์นูน ที เซตนี้ เพื่อนำทุกท่านกลับไปเที่ยวทะเล โดยได้คัดสรรวัตถุดิบที่เน้นอาหารทะเลสุดพรีเมียม ผลไม้เมืองร้อน อาทิ มะม่วง และมะพร้าว ผ่านขั้นตอนการทำอาหารที่เน้นเทคนิคร่วมสมัยอย่างพิถีพิถัน  คำเด่นจากเมนูของคาว อาทิ ครัสตาเชี่ยน โรล โรล  ครีมกุ้งล็อบเตอร์สไตล์ฝรั่งเศส ซิตัส ซี เทรเชอร์ส หอยเชลล์เสิร์ฟพร้อมส้มยูสุในแผ่นแป้งรูปหอยมุก โอเชียนิค อูมามิ หอยนางรมจีราโด เสิร์ฟพร้อมซอสเมนไทโกะผสมวาซาบิ และสาหร่าย เป็นต้น สำหรับขนมหวานนั้น เชฟแอนเดรอา โนลิ หัวหน้าเชฟขนมหวานนำผลไม้เมืองร้อนมาเป็นส่วนผสมสำคัญในการออกแบบรสชาติ และรูปลักษณ์ให้แต่ละคำล้วนนำทุกท่านกลับไปที่ทะเล พลาดไม่ได้กับโคโคนัท เอสเปรสโซ่ คลาวด์ มูสครีมมะพร้าวผสมกาแฟตกแต่งลายต้นมะพร้าว ซันไรส์ สปริท เค้กครีมรสส้มผสมเหล้าหวานอเปรอล (เหล้าบิทเทอร์จากประเทศอิตาลี) แมงโก้ โคโคนัท…

Read More

Chef : เลสลี่ ดูว์ Story : Nopmanee P. Photo : Pol.Capt. Kittin A วันนี้ Kinandleisure.com จะพาไปทานอาหารจีนชิลๆที่ร้านเปิดใหม่แกะกล่อง แต่ฝีมือไม่ใหม่ ด้วยเชฟระดับเทพอันโด่งดังจากห้อง Man Ho, JW Marriott Bangkok ที่ต้องขอบอกว่าเดินทางมาได้ง่ายมาก อยู่ใจกลางย่านราชประสงค์เลย นั่นก็คือร้านอยู่ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อกที่เพิ่งรีโนเวทมาใหม่สดๆร้อนๆ เดินมาจากทางเชื่อม BTS คือชั้นนั้นเลย ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงใดๆแล้ว จะเจอป้าย Man Ho Bistro อยู่ เมื่อเดินเข้าร้านมาจะพบกับบรรยากาศสบายๆด้วยบาร์เครื่องดื่มอันละลานตาทางด้านขวา ท่านสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และแขกทุกท่านสามารถเลือกนั่งแบบชิลๆสไตล์บาร์ตรง ณ จุดๆนี้ได้เลยหากอยากชื่นชมความงดงามและท่วงท่าการชงเครื่องดื่ม ถัดมาทางด้านซ้ายเป็นโซนนั่งรับประทานอาหาร 2-4 คน ที่มีที่นั่งหลากหลายรูปแบบในสไตล์ร่วมสมัย แต่ก็แอบทำให้นึกถึงยุคโมเดิร์นไปด้วย ด้วยความเก๋ของการตัดกันของเส้นสายลายบนพื้น ผนังสีอ่อน ไปจนถึงโคมไฟบนฝ้าเพดาน และโต๊ะทานข้าวไม้ที่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นให้กับห้องนี้ แถมมีครัวแบบเปิดโล่งให้ดูเหล่าเชฟเตรียมอาหารได้ด้วย (ครัวร้อน) ส่วนครัวด้านหน้าร้านที่เห็นจะเป็นครัวเย็น หากมากันมากกว่า 4 คน ครอบครัวเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ ก็ไม่ต้องเดือดร้อนใจไป ที่นี่ยังมีห้องส่วนตัวอยู่อีก 5 ห้อง บางห้องสามารถเปิดประตูกลาง เพื่อเชื่อม 2 ห้องให้กลายเป็นขนาด 20 คนได้ ซึ่งห้องเหล่านี้จัดเป็นโซนอยู่ลึกเข้าไปในสุดของห้องอาหาร รับประกันความเป็นส่วนตัวได้ดี ตกแต่งด้วยสไตล์ร่วมสมัยเช่นกันแต่ถูกขับด้วยผนังสีส้มแดงมากขึ้น เชฟผู้รังสรรค์อาหารจีนสไตล์โมเดิร์นในร้านนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเชฟเลสลี่ ดูว์ หัวหน้าเชฟอาหารจีนมือฉมังประจำห้องอาหารจีน Man Ho โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ แรงบันดาลใจความอร่อยครั้งนี้มาจากอาหารประจำมณฑลเสฉวนและซานตง ซึ่งเชฟเคยเดินทางไปท่องเที่ยวและได้ลิ้มลองรสชาติแบบท้องถิ่น จนนำมาสู่การรังสรรค์เป็นเมนูอาหารจีนสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด เชิดชูการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและจัดเสิร์ฟในรูปแบบจานต่อจาน แล้วก็ถึงเวลาของเหล่าอาหารกันแล้ว ที่นี่มีตะเกียบให้คนละ 2 คู่ คู่ขวาสุดเอาไว้เป็นตะเกียบกลาง เราขอนำมาคีบที่จานเรียกน้ำย่อยกันด้วยเมนูเด่นแนะนำ ขาหมูตุ๋นซอสกระเทียม (360 บาท) ขอบอกก่อนว่าจานนี้เป็นเมนูเย็น คนไม่คุ้นเคยกับเมนูนี้อย่างดิฉันก็ได้ลองเป็นครั้งแรก เปิดโลกดีค่ะ ส่วนเพื่อนอีกคนนึงคือบอก นี่แหละรสชาติแบบที่เค้าคุ้นเคยตอนเด็ก เสิร์ฟจัดเรียงมาสวยงามเป็นชิ้น คีบง่ายทานง่าย ขาหมูเย็นตุ๋นซอสกระเทียมแบบจีน”…

Read More

Chef : Jimmy X Alanbeezhoung : 11 2023 Story ์: Nopmanee P. Photo : Pol.Capt. Kittin A ท่านผู้อ่านของ Kinandleisure.com คงสงสัยตั้งแต่หัวเรื่องแล้ว ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาค่อยๆไขคำตอบไปด้วยกันต่อไป ขณะนี้ขอกดลิฟต์ไปที่ชั้น 25 ของ Hotel Indigo Bangkok ริมถนนวิทยุ มีห้องอาหาร Char และวิวตึกสูงอันสวยงามของใจกลางกรุงเทพรออยู่ เป็นที่ๆเหมาะมากที่จะมาในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกแบบนี้นะเจ้าคะ ปกติแล้วห้องอาหารนี้รังสรรค์โดยเชฟ Jimmy ซึ่งโดดเด่นในด้านการทำอาหารย่าง แต่คราวนี้เป็นโปรเจคพิเศษ 4 Hands Dinner ร่วมกับ เชฟอลัน บีฉวง เอ็กเซคคูทีฟจากห้องอาหารยู่ เหย เป่า ที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่วันนี้หละค่ะ พบกับรสชาติอันแปลกใหม่ที่ไม่คาดคิดแต่ลงตัวจากวัตถุดิบที่คุ้นเคย ระหว่างการผสมผสานอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น เข้าถึงง่ายของเชฟอลัน บีฉวง และอาหารละตินสุดครีเอทีฟในสไตล์ของเชฟจิมมี่ พร้อมกับการถ่ายทอดเรื่องราว และประสบการณ์เดินทางรอบโลกของเชฟทั้ง 2 ท่านที่จะแฝงอยู่ในอาหาร 5-คอร์สนี้ ภายใต้คอนเซป “Borderless Flavours” ว่าแล้วจะรอช้าอยู่ไย เรามาค่อยๆไขคำตอบของความลงตัวนี้กันดีกว่านะเจ้าคะ Salmon Tiradito อาหารสัญชาติเปรู จานนี้ของเชฟจิมมี่นั้นไม่มีวิธีกินที่แน่นอน จะเอาแป้ง Tortillas กรอบมาทานกับปลาแซลม่อนสดสไลด์บาง หรือทานปลาคู่กับเหล่าซอสแล้วมีรสเผ็ดของพริกเจลาปิโนแซมขึ้นมาเล็กน้อยก็อร่อยเช่นกัน จานนี้จับคู่กับแชมเปญ Ernest Rapeneau Brut เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่ดีมากจานนึงเพคะ แล้วมา Cold Starter ต่อกันที่ Chino-Latino Duck Salad จานนี้ของเชฟจิมมี่ ใช้วัตถุดิบแห้ง 4 อย่าง ผัก 4 อย่าง ผลไม้ 4 อย่าง Top ด้วย Dark choc 70% sauce ซึ่งจะให้รสที่เข้ากันกับ hoisin sauce ของจีน…

Read More

ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยความสุขและความอบอุ่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงกับชุดน้ำชายามบ่ายประจำฤดูกาล “Sense of Tsubaki Afternoon Tea” ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ซึ่งเสนอประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและไม่ลืมได้ที่จะสัมผัสกลิ่นอายของฤดูหนาวผ่านชุดน้ำชายามบ่ายที่เต็มไปด้วยความอร่อยและความโรแมนติก เมื่อเวลาผ่านไปและเข้าสู่ฤดูกาลอันแสนพิเศษนี้ การชิมชายามบ่ายที่นี่จะเป็นการพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการเฉลิมฉลองความรักและความอบอุ่นที่สุดของปี ขอเชิญคุณมาร่วมสัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและความอบอุ่นกับ “Sense of Tsubaki Afternoon Tea” ที่มีราคาเซ็ตละ 1,950++ บาท สำหรับ 2 ท่าน บริการเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ณ ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ อย่าพลาดโอกาสที่จะเพลิดเพลินกับความหรูหราและความอบอุ่นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก รับประสบการณ์ที่ท้าทายความคิดและเติมเต็มความสุขในสมาธิของคุณกับ “Sense of Tsubaki Afternoon Tea” ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ตอนนี้! ในชุดน้ำชายามบ่ายฤดูกาลนี้ สัญลักษณ์ที่มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์เด่นของมันคือดอกซึบากิหรือดอกคามิเลีย ที่มีเสน่ห์และเฉดสีแดงชมพูที่น่าหลงใหลอย่างไม่ธรรมดา เหมือนกับดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่มีความงดงามและการบานออกมาสวยงาม ดอกซึบากิเป็นสัญลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความหมายของความรักและความผูกพันที่ลึกซึ้ง บรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกของชุดน้ำชายามบ่ายช่วยให้คู่รักได้มีเวลาส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความสุข พร้อมหลีกหนีจากความวุ่นวายและเร่งรีบของชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น คู่รักที่ร่วมรับประทานชุดน้ำชายามบ่ายนี้จะได้สัมผัสถึงความสุขและความอบอุ่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงกันไปตลอดเวลาที่ผ่านมา ‘Sense of Tsubaki Afternoon Tea’ ไม่เพียงแต่ดึงดูดต่อมรับรสเท่านั้น แต่ยังสร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็นด้วยสีสันอันสดใส ไฮไลท์อาหารคาวได้แก่ ทาร์ตบรีชีสและแครนเบอร์รี่ ทาร์ตบรีชีสและแครนเบอร์รี่ ‘Sense of Tsubaki Afternoon Tea’ คือความลงตัวที่เต็มไปด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและความอร่อยที่สร้างความประทับใจได้อย่างแท้จริง! ทาร์ตบรีชีสนี้มีรสชาติหวานนุ่มนวลจากชีสที่ละมุนและครีมบริสุทธิ์ และเสริมด้วยความหวานเบาของแครนเบอร์รี่ที่สดใหม่ การผสมพลิกผันระหว่างรสชาติเข้มข้นและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละส่วนทำให้รสชาติของทาร์ตนี้มีความน่าติดใจ ไม่เพียงแค่รสชาติที่ดี ทาร์ตบรีชีสและแครนเบอร์รี่ยังมีลักษณะที่เอนไปด้วยความสวยงาม การเรียงรายละเอียดของแครนเบอร์รี่สดใหม่บนชีสเนื้อหน้าเตาทำให้เป็นผลงานศิลปะที่สวยงามและน่าอิ่มใจต่อจิตใจ นอกจากนี้ การเสิร์ฟทาร์ตในบรรยากาศที่เงียบสงบและเรียบง่ายของ ‘Sense of Tsubaki Afternoon Tea’ ยังเพิ่มความพิเศษให้กับประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างมหัศจรรย์ ทั้งหมดนี้ทำให้ทาร์ตบรีชีสและแครนเบอร์รี่ที่ ‘Sense of Tsubaki Afternoon Tea’ เป็นหนึ่งในเมนูที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความอร่อยและความงดงามในทุกๆ เมนูที่มีอยู่ในร้านนี้ แน่นอนว่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในไม่ช้า! แซนวิชแซลมอนนอร์เวย์พร้อมคาเวียร์ แซนวิชแซลมอนนอร์เวย์พร้อมคาเวียร์…

Read More

พบกับการแสดง Sherlock Holmes ภาคสุดท้าย โดย Nigel Miles-Thomas ย้อนกลับไปในปี 1916 เชอร์ล็อกโฮมส์ เพิ่งกลับมาที่ห้องของเขาที Baker street หลังจากไปร่วมงานศพของด็อกเตอร์วัตสันต์ เขาได้ย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เขาไม่ค่อยได้แบ่งปันกับวัตสันต์มากนัก และยังมีอะไรอีกมากมายที่เขาไม่ได้เปิดเผยออกไป สิ่งที่เขาเก็บซ่อนไว้ รวมไปถึงความรู้สึกลึกๆสำหรับเพื่อนของเขา จินตนาการว่าวัตสันต์ได้ปรากฏตัว โฮมส์ได้บอกเล่าถึงความล้มเหลวนี้และสัมผัสมุมมองจากคดีเก่าๆที่ผ่านมา และบทบาทที่หลากหลายที่เขาได้เผชิญระหว่างการสืบสวน รวมไปถึงผู้หญิงอย่าง Irene Adler และแน่นอน ศาสตราจารย์มอริอาตี้ โฮมส์ได้เจาะลึกลงไปสู่ด้านมืดของเรื่องราวในอดีตของเขาเอง เขาได้เปิดเผยความลับอันน่าสะพรึงระลึกได้ถึงว่าตอนนี้เขาเปล่าเลี่ยวและโดดเดี่ยว ปราศจากเพื่อนสนิทและไร้จุดหมายในยุค new modern and war-ravaged เขารู้สึกประหลาดใจ เช่น เรื่องวัตสันต์ ดูเหมือนว่าเขาได้มาถึงจุดสุดท้ายในช่วงเวลาของเขาแล้ว Nigel Miles-Thomas นั้นเป็นนักแสดงที่ได้รับการยกย่องสำหรับการแสดงบนเวทีและในจอด้วยเสน่ห์ของเขา กว่า 5 ทศวรรษ เคยร่วมงานกับ Steven Berkoff เคยรับบทนำในลอนดอน West End และอีกหลายโรงในอังกฤษ เคยแสดงในอเมริกา ทั่วยุโรปและเอเซีย รู้จักกันดีด้วยบทบาท Dr Who ด้วยความสามารถที่เป็นที่น่าจดจำจึงนำเขามาสู่บทบาทที่โดดเด่นนี้ เขาได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการแสดงเป็นเชอร์ล็อก โฮมส์ภาคสุดท้ายนี้ One man performance show มีรอบเดียวเท่านั้น ในคืนวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2024 เวลา 18:30 น. Cocktail reception / 20:00 น. เริ่มการแสดงณ ห้องอาหาร Colonnade, The Sukhothai Bangkokบัตรที่นั่งราคา 800 บาท net/คนสำรองที่นั่งได้ที่ : 02 344 8888 หรือทาง LINE @Sukhothaibangkok (มี @ ด้านหน้า) K News Kinandleisure.com Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ…

Read More

Chef : Champ Panichkul : 1 2024 Story : Nathapol K. / Photo : Pol.Capt. Kittin A Bijoux de Beurre Echire (บิฌูส์ เดอ เบอร์ เอชิเร่) ร้านขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสชื่อดังย่านเอกมัย ซึ่ง Kinandleisure ได้เคยพาทุกท่านไปเยี่ยมชมและชิมขนมอันแสนอร่อยกันมาแล้วนั้น ผ่านไปด้วยเวลาไม่นานเพียงประมาณ 1 ปี ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังสามารถบุกมาเปิดสาขาใหม่พร้อมกับห้าง Emsphere สุดชิค ใจกลางสุขุมวิทได้ แสดงให้เห็นศักยภาพและคุณภาพของร้านที่ยังคงเป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี ร้าน Bijoux de Beurre Echire ที่สาขา Emsphere นั้น จะตั้งอยู่ที่ชั้น G ใกล้กับ Gourmet Market โดยลักษณะการตกแต่งร้านใกล้เคียงกับที่สาขาเอกมัย โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และใช้โทนสีขาวฟ้าเป็นหลัก ให้บรรยากาศอบอุ่น สบายๆ แต่มีความโมเดิร์น ที่หน้าร้านยังคงมีน้องวัวสีขาวลายฟ้าคอยยืนต้อนรับอยู่ เดินเข้าไปภายในร้านก็จะพบกับshelfวางขนมปังบางส่วนให้ลูกค้าสามารถเลือกหยิบใส่ถาดได้เอง แตกต่างจากที่สาขาเดิม และด้านข้างก็จะมีเคาน์เตอร์พนักงานคอยให้บริการพร้อมกับขนมอบหอมกรุ่นและบาร์เตรียมเครื่องดื่ม ด้านในสุดจะเป็นพื้นที่อบขนมโดยมีกระจกใสกั้นไว้ทำให้สามารถมองดูเชฟทำขนมได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะมีโต๊ะและเก้าอี้สีน้ำตาลและสีขาวสลับฟ้าให้ลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งทานในร้านได้ แต่เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จึงมีโต๊ะให้บริการเพียงประมาณ ๘ โต๊ะเท่านั้น หากจะนั่งทานที่ร้านบางเวลาอาจต้องใช้เวลารอโต๊ะหน่อย เนื่องจากมีลูกค้าค่อนข้างเยอะ สำหรับผู้รังสรรค์เมนูต่าง ๆ ของร้าน ก็คือ เชฟแชมป์ พานิชกุล ซึ่งเป็นทั้งเชฟหลักและ Co-owner ของร้าน โดยเชฟแชมป์จบการศึกษาจากโรงเรียนสอนทำอาหารระดับโลกอย่าง Le Cordon Bleu และสั่งสมประสบการณ์มากว่าสิบปี จนมีความเชี่ยวชาญด้านขนมสไตล์ฝรั่งเศสเป็นอย่างยิ่ง โดยยังคงคอปเซปในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เนย” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำขนมสไตล์ฝรั่งเศส ซึ่งแน่นอนว่าทางร้านได้ใช้เนย Echire ซึ่งเป็นเนยเกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากฝรั่งเศสที่มีสัญลักษณ์ AOP (Appellation d’Origine Protégée or Protected Designation of Origin) ซึ่งเป็นตรารับรองที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้การันตีว่าสินค้านั้นผลิตในถิ่นกำเนิดและผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมของสินค้านั้น…

Read More

เรื่อง: กิจกรรมการกุศล – Bangkok Uncovered & Beyond Vol.4วันที่: วันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 16 และ 17 ธันวาคม 2023เวลา : 10.00 – 21.00 นที่ตั้ง: สวนสุโขทัย โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมการกุศลระดมทุน “Bangkok Uncovered &Beyond” เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาสังคมของ 6 ชุมชนที่ใกล้สูญพันธุ์ในกรุงเทพฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ของการเฉลิมฉลองโครงการ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ และพันธมิตรยอดนิยม รวมถึงกรุงเทพมหานครฝ่ายบริหาร (กทม.) – กองการท่องเที่ยว เตรียมขยายขนาดการจัดงาน จึงมีโครงการอยู่ในขณะนี้ที่เรียกว่า “Bangkok Uncovered & Beyond” และถือเป็นงานที่สี่ของเรานับตั้งแต่ปี 2562 โครงการนี้ได้พัฒนามาจากการสร้างแนวคิด APPEAR เพื่อรักษาชุมชนและวัฒนธรรมที่สูญหายไปทำให้พวกเขากลับมาอีกครั้งผ่านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เราได้ร่วมมือกับการพัฒนาแห่งสหประชาชาติโครงการ (UNDP) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) – กองการท่องเที่ยว ทางโรงแรมสุโขทัยกรุงเทพก็ได้ร่วมมือกันในโครงการนี้เพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่ยั่งยืนภายในชุมชนที่สูญหาย 6 แห่งพร้อมทั้งปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ชุมชนที่ใกล้สูญพันธุ์ 6 ชุมชน ได้แก่ เกาะสานเจ้า บางลำภู หัวตะเข้ บางกระดี่ บ้านบุ และนางเลิ้ง เวิร์คช็อปสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมไทยโดยช่างฝีมือชุมชน เช่น ว่าวยั่งยืนที่ทำจากใบไม้ลงรักปิดทอง (ลายรถน้ำ) งานปักผ้ามอญ งานหัตถกรรมกระดาษมอญ และ(ไม่) เหมือนกันการวาดภาพเหมือนตนเอง การแสดงดนตรี การเต้นรำ และงานฝีมือที่หายาก เช่น กล้วยแกะสลัก ดอกผงหินวินเทจการทำพวงมาลัย(ปางพวง) ดนตรีมอญ รำชาตรี เรียนรู้สูตรลับจากคุณย่าในชุมชน เช่น ด้ายสีทองและขนมจักร ช้อปปิ้งของขวัญที่ไม่ซ้ำใครหรือเพียงแค่พักผ่อนและปรนเปรอต่อมรับรสของคุณอย่างไม่สิ้นสุดอาหารและขนมอร่อยๆ เช่น คาราเมลมอญและมาร์ซิปันถั่วเขียว ลองขนมเรรายโบราณ เยลลี่ก้อน เค้กก้านบัวแดงนึ่งแบบไทย รับข้อเสนอพิเศษด้วยบัตรกำนัลจากโรงแรมห้าดาวสุดหรูอย่างแท้จริง – The Sukhothai…

Read More

Chef :  เชฟสุจิรา พงษ์มอญ หรือเชฟอ้อม : 11 2023 Story : Nathapol K. / Photo : Pol.Capt. Kittin A Khaan (ขาล) เป็นร้านอาหารไทยไฟน์ไดน์นิ่งแห่งใหม่ย่านชิดลมของเชฟสุจิรา พงษ์มอญ หรือเชฟอ้อม ผู้ซึ่งเคยได้รับรางวัล Michelin Guide Young Chef Award 2021 และสร้างชื่อเสียงให้กับห้องอาหารต่าง ๆ มามากมาย โดยเชฟได้นำเอาประสบการณ์ในวงการอาหารตลอดเกือบ ๒๐ ปี มาเปิดร้านอาหารของตัวเองแห่งแรกที่แสดงถึงตัวตนของเชฟได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ชื่อร้านก็มาจาก “ปีขาล” ซึ่งเป็นปีนักษัตรของเชฟอ้อม และยังพ้องเสียงกับคำว่า “เล่าขาน” หรือ “กล่าวขาน” ซึ่งเป็นคอนเซปของร้านในการนำเอาเมนูอาหารในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศไทย หรือที่เรียกว่าเป็นสตรีทฟู้ด นำเอามาเป็นแรงบันดาลใจ แล้วผ่านกระบวนการคิดและรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของเชฟอ้อมให้มีความเป็น royal cuisine (from street to royal) และเชฟได้นำมาเล่าขานให้ทุกท่านได้ลิ้มลองโดยยังคงกลิ่นอายดั้งเดิม แต่จะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนที่ใดอย่างแน่นอน ร้านอาหาร Khaan ตั้งอยู่ภายในซอยสมคิด ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมและเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ โดยตัวร้านเป็นอาคารสีขาวตัดกับไม้สีน้ำตาลแดงเข้มแบบเรือนไทย โดยมีส่วนของครัวทำอาหารตั้งอยู่ด้านหน้าร้านสร้างความตื่นตาตื่นใจและน่าเพลิดเพลินกับการทำอาหารของเชฟและผู้ช่วยได้คล้ายกับร้านสตรีทฟู้ด แต่จะมีกระจกใสกั้นไว้เพื่อสุขอนามัยและความสะอาด ภายในร้านตกแต่งด้วยลวดลาย ผ้าไหม และงานศิลปหัตถกรรมแบบไทย โดยใช้โทนสีขาว น้ำตาล แดง เงิน และทอง ให้ความรู้สึกเรียบหรูเหมาะกับมาทานดินเนอร์ สำหรับอาหารนั้น เชฟอ้อมได้คัดสรรเอาเมนูที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่นต่าง ๆ ภายในประเทศไทย นำมาร้อยเรียงเล่าขานให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกัน โดยพยายามใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีทั้งคุณภาพและคุณประโยชน์นำมาปรุงอาหารอย่างคุ้มค่าทุกส่วน (zero waste) โดยใช้เทคนิคทั้งแบบไทยและตะวันตก จนได้ออกมาเป็นอาหารทั้งสิ้น ๑๑ คอร์ส โดยในวันนี้เราได้ลองชิมไปถึง ๗ คอร์ส ดังนี้ ๑. ขานรสเลิศตำรับขาล Amuse Bouche Amuse Bouche เป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า “อามูส บุช”…

Read More