วันนี้ Kinandleisure.com ขอพามาเปิดกล่องชิมขนมไหว้พระจันทร์ จากห้องอาหารจีน Man Ho โรงแรม JW Marriott Bangkok กัน ที่ปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคติความเชิ่อของชาวจีนเรื่องตำนานแปดยอดอาชา (ปาจวิ้นถู) เพื่อเฉลิมฉลองปีนักษัตรม้าไปด้วย หากคนไทยเชื้อสายจีนคิดจะแขวนรูปภาพม้าไว้ที่บ้าน ที่ทำงาน เค้าก็มักจะแขวนรูปภาพม้า 8 ตัวกำลังวิ่งด้วยท่าทางสง่างาม ดูมีชีวิตชีวา มีพละกำลัง ก็คือปาจวิ้นถูนั่นเอง ซึ่งมีที่มาจากวรรณกรรมจีนโบราณเป็นเรื่องราวของม้าวิเศษ 8 ตัว ที่เป็นพาหนะของพระเจ้าโจวมู่หวาง กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์โจวของจีน (1046 – 256 ปีก่อนคริสตศักราช) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์เป็นระยะเวลานานกว่า 55 ปี มีอายุยืนยาว จึงได้เกิดเป็นตำนานการเดินทางของกษัตริย์ผู้ปรารถนาจะมีชีวิตเป็นอมตะ อีกทั้งภาพนี้ยังมีความหมายดีช่วยเสริมฮวงจุ้ยแทนความสำเร็จจากทั้ง 8 ทิศได้อีกด้วย ตำนานแปดยอดอาชานี้ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษแคนวาสอย่างดีสีขาว ด้วยหมึกสีน้ำเงิน สีมีความเข้มอ่อน วาดลงน้ำหนักด้วยพู่กันจีน ยอดอาชาวิ่งทะยานผ่านทิวทัศน์ป่าเขาลำเนาไพร สื่อถึงการออกเดินทางและเวียนกลับมาพบหน้า คล้ายจิตวิญญาณของวันไหว้พระจันทร์ที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้กลับมาเฉลิมฉลองร่วมกันภายใต้คืนพระจันทร์เต็มดวง ลวดลายและสีสันต์นี้ดูคล้ายกระเบื้องลายครามที่มาในรูปแบบกล่อง ประดับด้วยพู่สีน้ำเงินดูเก๋ไก๋มากขึ้น ด้านในกล่องจะมีกล่องกระดาษขนาดเล็ก สีน้ำเงิน – ขาว บรรจุขนมไหว้พระจันทร์แต่ละรสไว้ ภายใต้เปลือกขนมอบสีน้ำตาลทองประทับตราโลโก้ห้องอาหารจีน Man Ho นั้น มีรสชาติต่างๆ อาทิ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว เริ่มต้นกันที่ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในไส้ขนมไหว้พระจันทร์ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่รายละเอียดของเนื้อไส้ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ด้านในเป็นเนื้อทุเรียนหมอนทองที่ผ่านการกวนจนมีลักษณะเนียนละเอียด เนื้อไส้มีความแน่นพอสมควรและเกาะตัวกันดี ไม่ได้เป็นลักษณะเนื้อทุเรียนที่แยกเป็นเส้นหรือเป็นชิ้นใหญ่ ๆ แต่จะถูกนำมากวนและบดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เหมาะกับการนำมาห่อเป็นไส้ขนมไหว้พระจันทร์ เมื่อผ่าดูด้านในจะเห็นเม็ดแตงแทรกอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มรายละเอียดของเนื้อสัมผัสให้กับไส้ทุเรียนที่โดยพื้นฐานค่อนข้างละเอียดและนุ่ม เม็ดแตงที่สับและกระจายอยู่ในเนื้อไส้จึงทำหน้าที่เป็นทั้งส่วนประกอบของไส้และช่วยให้เวลารับประทานมีจังหวะของการเคี้ยวมากขึ้น ตรงกลางเป็นไข่แดงเค็มหนึ่งฟอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของขนมไหว้พระจันทร์แบบไข่เดี่ยว โดยไข่แดงจะทำหน้าที่เพิ่มรสเค็มและความมันเข้ามาในไส้ทุเรียน ทำให้รสหวานของทุเรียนกวนมีรสอีกด้านหนึ่งเข้ามาถ่วงสมดุลกัน ไส้ชนิดนี้จึงประกอบขึ้นจากองค์ประกอบที่ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่ เนื้อทุเรียนกวนละเอียด เม็ดแตง และไข่แดงเค็มตรงกลาง ในแง่ของกรรมวิธี ไส้ทุเรียนประเภทนี้ต้องอาศัยการควบคุมความชื้นและความเหนียวของเนื้อทุเรียนพอสมควร เพราะหากเนื้อไส้มีความชื้นมากเกินไปก็จะขึ้นรูปได้ยาก ในขณะที่หากกวนจนแห้งเกินไป เนื้อสัมผัสก็อาจแข็งและเสียความนุ่มของทุเรียนไป ดังนั้นรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้จึงมีส่วนต่อรูปลักษณ์และคุณภาพของขนมไหว้พระจันทร์เมื่ออบเสร็จแล้ว ไส้เกาลัดแมคคาเดเมีย สำหรับไส้เกาลัดแมคคาเดเมีย เป็นอีกหนึ่งรสที่นำวัตถุดิบจากกลุ่มถั่วและธัญพืชมาประกอบกันอย่างเรียบง่าย ด้านในของขนมมีสีออกน้ำตาลอ่อนตามลักษณะของเกาลัดบด โดยเกาลัดถูกบดและผสมจนกลายเป็นเนื้อไส้ที่ค่อนข้างละเอียด มีลักษณะนวลและเป็นเนื้อเดียวกันมากกว่าการใส่เกาลัดเป็นชิ้นใหญ่ ๆ…
Author: Nopmanee
ฉลองเทศกาลมงคลด้วยขนมไหว้พระจันทร์ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองและปีนักษัตรม้าไฟณ ห้องอาหารจีนมาน โฮ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ นำเสนอกล่องขนมไหว้พระจันทร์จากห้องอาหารจีนมาน โฮ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคติความเชิ่อของชาวจีนเรื่องตำนานแปดยอดอาชา ลวดลายบนกล่องสะท้อนถึงความเชื่อของชาวจีนโบราณเกี่ยวกับยอดอาชาวิเศษแปดตัว ซึ่งยอดอาชาเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของพละกำลัง ความอุตสาหะ และความสำเร็จ และยังสื่อถึงปีนักษัตรม้าไฟอีกด้วย นอกจากนี้เลขแปดยังถือเป็นเลขมงคลตามคติจีน โดยเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย มั่งคั่งรุ่งเรือง เหมาะแก่การนำความหมายมาคล้องไปกับลวดลายมงคลต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ บนกล่องแต่งแต้มสีสันด้วยโทนสีน้ำเงินและขาวคล้ายสีของเครื่องลายครามจีน ก่อให้เกิดเป็นลวดลายที่ผสมศิลปะแบบจีนโบราณเข้ากับความงามแบบร่วมสมัย ยังมีภาพของยอดอาชาที่วิ่งทะยานผ่านทิวทัศน์ทางธรรมชาติด้วยท่วงท่าอันสง่างามมีชีวิตชีวา สื่อถึงการออกเดินทางและเวียนกลับมาพบหน้า คล้ายจิตวิญญาณของวันไหว้พระจันทร์ที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้กลับมาเฉลิมฉลองร่วมกันภายใต้คืนพระจันทร์เต็มดวง ให้กล่องขนมไหว้พระจันทร์เป็นตัวแทนของฝากช่วงเทศกาล พร้อมอิ่มอร่อยไปกับขนมไหว้พระจันทร์ทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว ไส้โหงวยิ้งไข่เดี่ยว ไส้เกาลัดแมคคาเดเมีย และไส้งาดำ ขนมไหว้พระจันทร์วางจำหน่ายที่ห้องอาหารจีนมาน โฮ และห้องอาหารมาน โฮ บิสโทร ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 6 ตุลาคม 2569 ในราคากล่องละ 1,288 บาทสุทธิ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ชิ้น สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มเติมได้ที่ https://anyflip.com/tgnzi/ecyd สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อชุดขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษของปีนี้ได้ที่อีเมล [email protected] หรือหมายเลข 02.656.7000 ห้องอาหารจีนมาน โฮ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เปิดให้บริการมื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น. และ มื้อค่ำ 17.30 – 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์โทร 02.656.7000 ห้องอาหารมาน โฮ บิสโทร ณ ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 – 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์โทร 02.079.1199
ในโอกาสเทศกาลไหว้พระจันทร์ หนึ่งในประเพณีอันทรงคุณค่าที่เปี่ยมด้วยความหมายแห่งการกลับมาพบพร้อมหน้าของครอบครัว ความกตัญญู และความมั่งคั่ง โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เปิดตัวคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ประจาปี 2569 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปีมะเมีย ภายใต้แนวคิด The Rocking Horse of Resilience สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ การฟื้นคืนพลัง และการมีสุขภาวะที่สมดุลในทุกมิติ กล่องของขวัญดีไซน์พิเศษประจาปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามและแข็งแกร่งของม้า ออกแบบเป็นประติมากรรมรูปม้าโยกที่โดดเด่น สะท้อนถึงความสมดุล พร้อมสื่อถึงการก้าวเดินด้วยความเข้มแข็ง กลายเป็นของที่ระลึกอันทรงคุณค่าที่ผสานความสนุกสนานเข้ากับความประณีตได้อย่างลงตัว คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้รวบรวมทั้งรสชาติคลาสสิกที่อยู่คู่เทศกาลไหว้พระจันทร์และรสชาติร่วมสมัยที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบโจทย์ผู้รับทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นไส้ทุเรียน ไส้เม็ดบัว และไส้โหงวยิ้ง ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของตารับดั้งเดิมและความทรงจาอันแสนอบอุ่นในทุกคา สำหรับผู้ที่มองหารสชาติแปลกใหม่ ไส้พุทราผสมวอลนัทมอบความหวานละมุนจากพุทราจีนผสานความกรุบของวอลนัทอย่างลงตัว ไส้มอคค่าคาราเมลโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของกาแฟและคาราเมลเนื้อเนียนหอมละมุน ขณะที่ไส้ช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์ผสมผสานความเข้มข้นของช็อกโกแลตเข้ากับความหอมมันของถั่วลิสงคั่วอย่างกลมกล่อม ส่วนไส้มัทฉะถั่วแดงยังคงถ่ายทอดความสมดุลของมัทฉะญี่ปุ่นพรีเมียมกับความหวานละมุนของถั่วแดงกวนได้อย่างลงตัว รสชาติใหม่ประจาปีนี้คือ ไส้ชาอู่หลงยูซุ ที่ผสานกลิ่นหอมอันซับซ้อนของชาอู่หลงคุณภาพเยี่ยมเข้ากับความสดชื่นของส้มยูซุจากญี่ปุ่น มอบรสสัมผัสที่หอมละมุน สดชื่น และสง่างามในคาเดียว ปิดท้ายด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดขนาดมินิ เนื้อคัสตาร์ดเนียนนุ่มละลายในปาก และยังคงเป็นรสชาติยอดนิยมที่ครองใจทุกวัย คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ The Rocking Horse of Resilience ประจาปี 2569 จัดจาหน่ายในชุดของขวัญขนาด 2 ชิ้น 4 ชิ้น และ 8 ชิ้น เหมาะสาหรับมอบเป็นของขวัญแก่ครอบครัว คนสาคัญ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อส่งต่อคาอวยพร ความปรารถนาดี และความห่วงใยในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ วางจำหน่ายระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 25 กันยายน 2569 ณ ห้องอาหารร่มไทร และ ห้องอาหารแซฟฟรอน กริลล์ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ The Rocking Horse of Resilienceขนมไหว้พระจันทร์กล่องเดี่ยว ราคา 288 บาทต่อชิ้นแบบกล่อง 2 ชิ้น ราคา 958 บาทต่อกล่องแบบกล่อง 4 ชิ้น ราคา 1,488 บาทต่อกล่องแบบกล่องลักซ์ชัวรี่ 8 ชิ้น ราคา…
โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ ด้วยคอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ที่บรรจุมาในกล่องลวดลายพิเศษ 3 แบบ ซึ่ง ไข่ดิบที่อยู่ในชุดน่าจะออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากปีม้าอันเปี่ยมด้วยพลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมอบเป็นของขวัญแด่ครอบครัว เพื่อน และคู่ค้า โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2569ขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล มีให้เลือกทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์คลาสสิก ประกอบด้วย ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม เม็ดบัวขาว และโหงวยิ้งผลไม้แห้งและธัญพืชส่วนขนมไหว้พระจันทร์ซิกเนเจอร์ ประกอบด้วย ชาเขียวถั่วแดง และงาดำไข่เค็ม โดยทุกรสชาติราคาชิ้นละ 268 บาทสุทธินอกจากนี้ ยังมาพร้อมกล่องดีไซน์หรู 3 แบบ ดีไซน์ของกล่องได้แรงบันดาลใจจากความรักในดอกไม้ของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร กล่องมาในโทนสีเขียวหยกและสีน้ำเงินเข้มอันสง่างาม ตัดกับลวดลายเส้นโค้งสีทองราวกับแผงคอม้าที่พลิ้วไหว สื่อถึงความสง่างาม ความแข็งแกร่ง อิสรภาพ และการเริ่มต้นใหม่ สอดแทรกลวดลายดอกไม้และไข่มุกที่สื่อถึงความอ่อนโยนและงดงาม พร้อมกับฉากหลังที่ได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมโปรดของพระองค์อย่างหมากรุก โดยเลือกซื้อได้ระหว่าง Athenee Signature Box ราคา 1,288 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ หรือ Athenee Heritage Treasure ราคา 4,888 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 8 รสชาติ มาพร้อมชุดชงมัทฉะสุดพิเศษ นอกจากนี้ ยังมี Arianna Caroli “Paris Box” ราคา 1,888 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ดีไซน์กล่องออกแบบพิเศษโดยศิลปินชื่อดังชาวอิตาลีผู้ร่วมงานกับโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ในการถ่ายทอดเสน่ห์ของนครแห่งแสงสีผ่านลวดลายดอกไม้และเถาวัลย์ที่สดใส โดยดอกไม้แต่ละดอกสะท้อนถึงความงาม พลังงาน และจิตวิญญาณที่เปี่ยมสุขของชีวิต Paris Box…
KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองศิลปะและประเพณี ผ่านการนำเสนอภาพลักษณ์ของปีนักษัตรในรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นและร่วมสมัย โดยหัวใจสำคัญของคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ยังคงเป็นความร่วมมือกับ Artstory By Autistic Thai ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิออทิสติกไทย ภาพ “ม้าไฟ” ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ถูกสร้างสรรค์โดย คุณอนุสรณ์ ถุนารินทร์ หรือ มิกซ์ หนึ่งในศิลปินมากความสามารถของ Artstory By Autistic Thai โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายขนมไหว้พระจันทร์ทุกกล่อง จะถูกนำบริจาคเพื่อสนับสนุนภารกิจของ Artstory By Autistic Thai และต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่าง 2 องค์กร ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งได้ระดมทุนไปแล้วกว่า 200,000 บาท Artstory By Autistic Thai ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ด้วยพันธกิจในการช่วยเหลือบุคคลออทิสติกให้พัฒนาทักษะอาชีพผ่านงานศิลปะ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สำหรับโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ นั้น การร่วมมือกับ Artstory By Autistic Thai เป็นการต่อยอดจากความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า การบริการที่ดีที่สุดคือการให้คืนสู่สังคม KIMPTON SIGNATURE MOONCAKE BOX กล่องขนมไหว้พระจันทร์ Kimpton Signature Mooncake Box ถูกออกแบบมาให้เป็นของที่ระลึก สามารถนำไปใช้ต่อได้หลังจากรับประทานขนมไหว้พระจันทร์หมดแล้ว โดยรูปทรงเป็นรูปเกือกม้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความแข็งแกร่ง และการปกป้อง มาในโทนสีที่เรียบง่ายแต่หรูหราสวยงาม อย่างสีแดงเพลิง สีทองเมทัลลิก และสีน้ำตาลเข้ม ภายนอกทำจากหนังคุณภาพสูง ตกแต่งด้วยการพิมพ์ฟอยล์สีทองและลายปั๊มจมที่สะท้อนแสงบนพื้นผิว ส่วนภายในบุด้วยกำมะหยี่อย่างสวยงาม จัดวางขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้นได้อย่างประณีต กล่องนี้ได้รับการออกแบบมาให้สามารถนำไปใช้ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องเก็บเครื่องประดับ ที่เก็บของใช้ หรือของตกแต่งโต๊ะทำงาน ที่จะส่งต่อพลังแห่งม้าไฟต่อไป ชุดขนมไหว้พระจันทร์ของคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ทั้งหมด…
Story : Nopmanee P. / Photo : Pol.Capt. Kittin A เวลาช่างผ่านไปไว เผลอๆอีกไม่กี่วันก็จะหมดปีอีกแล้ว วันนี้ kinandleisure.com จะพาทุกท่านไปทานบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษส่งท้ายปี 2568 กันแบบจัดเต็ม บุฟเฟต์มื้อเย็น ที่มีอาหารนานาชาติให้เลือกอย่างหลากหลาย วัตถุดิบดี ปรุงดี ได้อิ่มหนำสำราญกลับบ้านกันทุกคนแน่นอน ที่ห้องอาหาร Flavors โรงแรมเรเนซองด์ แถวแยกราชประสงค์นั่นเอง จะปีใหม่ทั้งทีจะมานั่งเหงาหงอยอยู่บ้านไม่ได้นะคะ ต้องมาที่นี่เลย ห้องอาหารเฟลเวอร์ (Flavors) โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ แลนด์มาร์คใจกลางกรุงที่ขอกดคะแนนให้เต็มสิบไม่หัก! เหมาะเหลือเกินที่จะมาฉลองค่ำคืนสิ้นปีหรือเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสำรับนานาชาติที่อลังการงานสร้างประหนึ่งจัดเลี้ยงในพระราชวัง ราตรีเยือนเตือนศักราชจะผันเปลี่ยน จวนจะเวียนบรรจบพบปีใหม่ มาฉลองส่งท้ายกันให้รื่นรมย์ใจ ณ เฟลเวอร์เลิศวิไลราชประสงค์ กลิ่นอายความสุขโชยฟุ้งจรุงจิต มวลมิตรชวนชิมสำรับอันประสงค์ อาหารนานาชาติพรั่งพรูดูมั่นคง ประดับด้วยความวิจิตรบรรจงทุกจานใจ สัมผัสบรรยากาศหรูหราพาเพลิดเพลิน กลิ่นหอมเชื้อเชิญให้หลงไหล รสชาติเลิศล้ำเกินคำบรรยายใด เป็นกำไรแห่งชีวิตคริสต์มาสและปีใหม่ มาค่ะ มาลองกันเลย วันนี้เราจะมารีวิวมื้อพิเศษนี้ ที่ยกขบวนเมนูอาหารยอดฮิตของเทศกาลแห่งความสุขนี้มาให้ได้ทานกันทั้งหมดเลย Traditional Roasted Turkey ไก่งวง สัญลักษณ์ของเทศกาลที่จะขาดเมนูนี้ไปไม่ได้เลย ไก่งวงอบที่ดูสามัญ homemade ของครอบครัวฝรั่ง(ที่เห็นจากในหนัง) จะต้องอบในครัวของบ้านเพื่อมาทานกันทั้งครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในช่วงเทศกาลนี้ ก็มีมาให้ทานกันอย่างหนำใจ สามารถบอกได้เลยว่าจะรับประมาณกี่ชิ้น พร้อมกับราดซอสเบอร์รี่เข้มข้น Honey Glaze ham อบกับน้ำผึ้งและชิ้นสับปะรดฝาน เหล่า spice ล็อปสเตอร์เทอร์มิดอร์ (Lobster Thermidor) กุ้งมังกรตัวโตอาบชีสเยิ้มๆ กลิ่นหอมจัดชวนหยิบจับ รสสัมผัสเนียนหนึบช่างเย้ายวน เนื้อล็อปสเตอร์แน่นเด้ง ผิวนอกถูกเบิร์นไฟเหลืองทองดูดี มีความหวานเนื้อกุ้งพุ่งปะทะรสเค็มมัน สัมผัสสวรรค์ชั้นเลิศช่างแน่นหนัก เป็นจานหรูคู่สำรับที่น่ารัก ฝากรสความจำหลักไว้ที่ปลายลิ้น Roasted Aus. Prime Rib เมนูซี่โครงวัวออสเตรเลียเกรดพรีเมียม นำไปอบอย่างพิถีพิถันจนได้ระดับความสุกที่สมบูรณ์แบบ เนื้อด้านนอกมีสีทองน้ำตาลสวยจากการอบ ขณะที่ด้านในยังคงความฉ่ำ นุ่ม และชุ่มไปด้วยน้ำเนื้อธรรมชาติ เมื่อหั่นจะเห็นลายไขมันแทรกกระจายตัวสวยงาม ช่วยเพิ่มความหอมมันและรสหวานของเนื้อวัว เสิร์ฟร้อน ๆ ให้รสชาติกลมกล่อม ละมุนในทุกคำ Roasted Lamb rack…
Story : Nopmanee P. / Photo : Pol.Capt. Kittin A เนื่องในเทศกาลแห่งความสุขนี้ kinandleisure.com จะพามา Unbox ชุดน้ำชาสุดระยิบระยับชุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกันของโรงแรม The St.Regis x SWAROVSKI แบรนด์คริสตัลที่อยู่ในใจของใครหลายคนมาเนิ่นนาน เราจะพามาเปิดทุกชิ้น ทุกรสชาติที่บรรจุมาภายในกล่องสีเหลืองทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของสวารอฟสกี้ ที่เดอะ ดรอว์อิง รูม ชั้น 12 ของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ที่ช่วงนี้ไปจะได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศตีม Swiss Chalet ski resort อันชวนฝันได้อีก ช่วง Festive แบบนี้ ทางโรงแรม St.Regis แห่งแรกที่นิวยอร์กจะมีธรรมเนียมการฉลองเฉพาะตัว House of Celebration สืบทอดมาจนปีนี้ 121 ปีแล้ว ซึ่งในปีนี้ทางโรงแรม St.Regis กรุงเทพได้คอลแลปกับ Swarovski ประเทศไทย ด้วยชุดน้ำชาชุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ด้วย เชฟแมทเทิลได้ผสมผสานความเป็นเอเชียและยุโรปเข้าด้วยกัน ชุดนี้จะมี Welcome drink ให้ เสิร์ฟมาในแก้วค็อกเทลผูกริบบิ้นสีเหลืองขนาดใหญ่เขียน SWAROVSKI และตัวเครื่องดื่มเป็นรสเหล่าเบอร์รี่สีเหลืองทองมีฟองสีขาวช่วยเรียกความสดชื่นให้แก่ทุกท่านที่เพิ่งมาถึง ชุดน้ำชาชุดนี้มีชา TWG ให้เลือกได้ 3 รสชาติ วันนี้เราขอเลือกตัวแนะนำเป็น St.Regis French Blend อันหวานหอมมีเอกลักษณ์ เข้ากันได้ดีกับชุดน้ำชาในวันนี้ และเป็นตัวพิเศษหาทานได้แค่ที่นี่เช่นกัน เอาล่ะค่ะ ก็มาถึงเวลาที่เราจะมา Unbox SWAROVSKI กล่องสีเหลืองทรงแปดเหลี่ยมนี้กันแล้ว เมื่อเปิดฝาออกมาเราก็จะได้พบกับเหล่าของคาวและหวานบรรจุมาบนชั้นอะคลิลิกใสทั้ง 4 ชั้น มีขนมอย่างละ 2 ชิ้น สำหรับรับประทานกัน 2 คน ในฉากหลังสีครีม เหล่าขนมก็ดูน่ารัก ดูน่ารับประทานยิ่งนัก ซึ่งเราจะขอเริ่มจากของคาวกันตามลำดับนะคะ เรามากันที่ชั้นล่างสุด Chicken Liver Pate ตับไก่บดรสนุ่มนวลถูกป้ายเป็นก้อนกลมอยู่ตรงกลางของแป้งชูว์รสฟักทองอ่อนๆ แล้วประดับด้วยใบ Red…
Story : Nopmanee P. / Photo : Pol.Capt. Kittin A วันนี้ kinandleisure.com จะพาทุกท่านไปทานอาหารอิตาเลียนชายฝั่ง ที่ต้องขอบอกว่าวัตถุดิบสดมาก เหมือนเราเพิ่งยกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาไว้บนโต๊ะนี้กันเลยทีเดียว ด้วยฝีมือการปรุงของเชฟอเลสซิโอ บันเคโร เชฟคนใหม่ที่ได้ปรับเมนูอาหารใหม่ ให้เราได้นั่งทานอิตาเลียนชายฝั่งสดๆกันอยู่ที่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านเพลินจิต ที่โรงแรม Park Hyatt ห้องอาหาร Embassy room La Marina นั่นเอง เมื่อเดินผ่านโถงมาที่ลิฟต์ของโรงแรม ให้กดขึ้นไปที่ชั้น L เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ตามขั้นบันไดที่ทอดตัวยาวลดหลั่นลงไป ให้เราได้ปรับอารมณ์ความรู้สึกเป็นโหมดผ่อนคลาย รอบข้างก็ตกแต่งด้วยวัสดุเน้นโทนสีอ่อนเป็นหลัก ตัดผ่านส่วนที่นั่งของ Lobby เดินไปตาม wooden art piece สีดำที่ประดับอยู่เหนือศีรษะก็ช่วยนำสายตาให้เราเดินตามเข้าไปในร้านด้วยเช่นกัน วันนี้เราได้โต๊ะริมหน้าต่าง ก่อนแสงอาทิตย์จะลาลับไป มองออกไปเห็นชุดโต๊ะนั่ง outdoor กลางสวนเขียวใต้ร่มไม้ใหญ่ ส่วนชุดโต๊ะ indoor แบบที่เรานั่งอยู่ก็ถูกแบ่งพื้นที่กั้นเป็นสัดส่วนเป็นส่วนๆไป ทำให้รู้สึกมีความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว ส่วนด้านในสุดของร้านยังเป็นครัวเปิด สามารถมองเห็นเชฟอเลสซิโอและทีมกำลังตั้งใจปรุงอาหารอยู่หน้าเตา ในครัวอันทันสมัย อุปกรณ์ครบครัน (ระบบระบายอากาศก็ยอดเยี่ยม) เมื่อนั่งไปได้ซักพัก ในยามเย็นโพล้เพล้แบบนี้ ได้เครื่องดื่มซักแก้วก็ดี ซึ่งที่นี่มีมิกโซโลจิสจาก Penthouse Bar + Grill ไว้คอยบริการด้วย ดิฉันขอให้เค้าแนะนำตัวยอดนิยมก็จะเป็นกลุ่ม Spritz o’clock ดูแล้วชื่อ Hugo เก๋ดี (450 บาท) จัดมาลองซักหนึ่งแล้วกัน ก่อนดื่มให้คนก่อนแล้วจะรู้สึกถึงความสดชื่นซาบซ่านด้วย St. Germain, Prosecco, soda เสริมด้วย lemon, mint ฟุ้งขึ้นมาปิดท้าย ในส่วนของขนมปังฟอคาเซียของที่นี่นั้น ผิวบางกรอบ เนื้อขนมปังละเอียดมากและออกจะชุ่มฉ่ำนิดนึง ทานคู่กับมาสคาโปเนชีส น้ำมันเบซิล ก็จะนัวๆรสนุ่มนวลแตกต่างไปจากการทานกับเนยดี หรือทานกับน้ำมันมะกอกเข้มข้น จากบูกาเยีย หยด Vinegar นิดนึงก็จะได้ทั้งความมันนุ่มนวลและเปรี้ยวเล็กน้อยขึ้นมา มื้อนี้เราเลือกสั่งแบบ à la carte เริ่มเปิดมื้อกันด้วย…
“แกงหอง” เมนูทรงโปรดในสมเด็จพระพันปีหลวง ตำนานแกงชาววังที่หอมละเมียด รสกลมกล่อมเหนือกาลเวลา ในตำรับอาหารชาววังไทย มีเมนูมากมายที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราว ความละเอียดอ่อน และศิลปะแห่งรสชาติ หนึ่งในนั้นคือ “แกงหอง” — แกงโบราณที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก แต่กลับเป็น “เมนูทรงโปรด” ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งโปรดให้จัดถวายบ่อยครั้งในช่วงที่ยังประทับอยู่ในพระราชวังจิตรลดา แกงหองไม่ได้เป็นแกงที่เผ็ดร้อนหรือจัดจ้านอย่างแกงไทยทั่วไป แต่โดดเด่นด้วย “รสกลมกล่อม หอมเครื่อง และมันละมุนจากมะพร้าว” มีเสน่ห์ของอาหารชาววังที่เรียบง่ายแต่ละเมียดละไมทุกขั้นตอน 🌿 ต้นกำเนิดของ “แกงหอง” คำว่า “หอง” มีผู้สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “หอม” หรืออาจมาจาก “ฮังหอง” ที่หมายถึงอาหารใส่เครื่องหลายอย่างคล้ายแกงกะทิผสมกับพะแนงบางส่วน แกงหองเป็นอาหารที่ปรับปรุงขึ้นจากตำรับเมืองใต้ แต่ได้รับการปรุงแต่งในรั้วในวังให้มีความอ่อนนุ่ม ละเมียดขึ้นจนกลายเป็นอาหารชาววังเต็มตัว เมนูนี้จึงถือเป็นหนึ่งใน “แกงกะทิแบบวัง” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใช้หมูเนื้อแดงหั่นบาง หมักกับน้ำปลา พริกแกงตำเอง และคั้นกะทิสด โดยมักใส่เครื่องอย่างมะเขือเปราะหรือหน่อไม้อ่อน เพิ่มกลิ่นหอมด้วยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าซอยบาง ๆ 👑 แกงหอง – รสโปรดแห่งวังหลวง “แกงหอง” ปรากฏในบันทึกอาหารไทยและตำราอาหารของราชสำนักในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โดยกล่าวถึงว่าเป็นเมนูที่สมเด็จพระพันปีหลวงโปรดให้ขึ้นโต๊ะบ่อย เพราะเป็น “อาหารรสพอดี ไม่จัดจ้านจนเกินไป รับประทานง่าย และมีกลิ่นหอมละมุนของกะทิและเครื่องแกงตำเอง” อาหารชาววังที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องหรูหราเสมอไป แต่คือความละเมียดในการเลือกวัตถุดิบ การปรุงรส และความใส่ใจในรายละเอียดจนออกมาเป็นรสชาติที่ “กลมกล่อมพอดีทุกสัมผัส” — ซึ่ง “แกงหอง” คือภาพแทนที่สมบูรณ์ของความละเมียดนั้น 🍛 สูตร “แกงหอง” ตำรับชาววัง (ฉบับเรียบง่าย ทำได้ที่บ้าน) วัตถุดิบ เนื้อหมูแดง (หรือหมูสามชั้นเล็กน้อย) 300 กรัม กะทิสด 2 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ พริกแกงหอมตำเอง (หรือใช้พริกแกงเผ็ดแบบไทยก็ได้) 3 ช้อนโต๊ะ มะเขือเปราะหั่นแว่น 5–6 ลูก ใบมะกรูดซอย…
“FRIDAY POUR” at The Coffee Academics, Velaa Sindhorn Village Langsuan “The Coffee Academics” คาเฟ่ระดับพรีเมียมจากฮ่องกง ที่ผสานวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยอย่างลงตัว ขยายความนิยมสู่ประเทศไทย พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ เก็บตกบรรยากาศความสนุกจากงาน “FRIDAY POUR” at The Coffee Academics, Velaa Sindhorn Village Langsuanที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 19.00 – 21.00 น. ณ สาขาโครงการเวลา หลังสวน (Velaa Sindhorn Village, Langsuan) ภายในงาน ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับไวน์ชั้นเยี่ยมถึง 6 ชนิด พร้อมคานาเป้รสเลิศ เสิร์ฟไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมง ท่ามกลางเสียงเพลงจากดีเจที่จะมาสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยพลังและความสนุกอย่างมีสไตล์ The Coffee Academics มุ่งหวังให้ร้านกาแฟเป็น “Day Maker” ที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและเติมเต็มสีสันในทุกวันของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ราคาสำหรับการเข้าร่วมงานอยู่ที่990 บาท/ท่านเพลิดเพลินกับการจิบไวน์แบบจัดเต็ม 2 ชั่วโมงเต็ม สำหรับงานครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568สามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE Official Account: @tca_thailandFB: www.facebook.com/TheCoffeeAcademicsTH IG: https:// https://www.instagram.com/thecoffeeacademicsth/ หรือโทร. 02-164-2500ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ปัจจุบัน ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ มีจำนวน 3 สาขา โดยสาขาแรก โครงการเวลา หลังสวน, เซ็นทรัล เวิลด์ และ เกษรวิลเลจ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ (โครงการเวลา หลังสวน) จุดกำเนิดของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เกิดขึ้นจากสตูดิโอแห่งหนึ่งในคอสเวย์ เบย์ ฮ่องกง เมื่อปี 2553 โดยในขณะนั้น เดอะคอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และเป็นพื้นที่ทางความคิดสำหรับกลุ่มคนที่รักกาแฟเหมือนๆ กัน ต่อมาในปี 2555 ร้านกาแฟ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ได้เปิดตัวขึ้นที่ ถนน Yiu Wa ในคอสเวย์ เบย์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนิยามประสบการณ์แบบคอฟฟี่เฮ้าส์ในฮ่องกงขึ้นมาใหม่ โดยฝีมือของ นางสาวเจนนิเฟอร์ หลิว (Jennifer W.F. Liu) นักธุรกิจและสถาปนิกหญิงชื่อดังของฮ่องกง (ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงที่ทรงอิทธิพลในปี 2562 โดย Forbes Asia) โดยเมื่อเริ่มแรกนั้น ผู้ก่อตั้งมีความเชื่อมั่นว่า ผู้บริโภคในฮ่องกง…