Author: Kittin Assavavichai

Culinary Journey Chapter 3: International Women’s Day Sunday Brunch การเฉลิมฉลองบทบาทสตรีในโลกแห่งการทำอาหาร22 มีนาคม 2569 | ห้องอาหาร Colonnade, The Sukhothai Bangkok | 12:30 – 15:30 น. เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล The Sukhothai Bangkok ขอเชิญร่วมสัมผัส Culinary Journey Chapter 3 ตอนพิเศษของซันเดย์บรันช์ซีรีส์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านอาหาร ซึ่งออกแบบให้เป็นประสบการณ์ที่มากกว่าบุฟเฟต์ทั่วไป โดยในแต่ละ Chapter จะนำเสนอธีมอาหารใหม่ พร้อมเชิญเชฟรับเชิญมาร่วมรังสรรค์เมนูซิกเนเจอร์เคียงคู่กับบรันช์ชื่อดังของห้องอาหาร Colonnade Chapter นี้นำเสนอการร่วมงานของเชฟหญิงสองท่านผู้สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งสะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเล่าเรื่องผ่านอาหาร และบทบาทที่เติบโตของผู้หญิงในโลกการทำอาหาร ได้แก่ เชฟชภรภัช “จิ๊บ” ดาภาชุติสรรค์ จาก Celadon และเชฟรับเชิญ Chef Prapat รภาปภัสร การผสานอิทธิพลจากทั่วโลกเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น ถ่ายทอดพลังของอาหารที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ประเพณี และมุมมองต่าง ๆ ผ่านการสร้างสรรค์อย่างตั้งใจ การพบกันของเส้นทางสายอาหาร Chef Prapat รภาปภัสร อมรศิรินภา เกิดในประเทศไทยและเติบโตที่ประเทศนิวซีแลนด์ สั่งสมประสบการณ์ในครัวตะวันตกและได้รับการฝึกฝนด้านอาหารฝรั่งเศสอย่างเข้มข้น แนวคิดการทำอาหารของเธอได้รับแรงบันดาลใจจากหลักมาโครไบโอติกและอาหารธรรมชาติ เน้นความสมดุล ฤดูกาล และคุณค่าของวัตถุดิบ โดยผสมผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบเอเชียอย่างลงตัว สำหรับบรันช์ครั้งนี้ Chef Prapat นำเสนอเมนู Sous-Vide Smoked Salmon with Kaffir Lime Prawn Mousse ปลาแซลมอนปรุงแบบซูวีเสิร์ฟคู่มูสกุ้งกลิ่นผิวมะกรูดและทาร์รากอน เสริมด้วยเฟนเนลและซัลซ่าส้ม ซอสโคโคนัทเบอร์บลองซ์ และน้ำมันสมุนไพร ให้รสชาติสดชื่นและสมดุล เสริมมุมมองระดับโลกด้วย เชฟ ชภรภัช “จิ๊บ” ดาภาชุติสรรค์ ผู้เข้าร่วมทีม Celadon ตั้งแต่ปี 2567 พร้อมประสบการณ์กว่า 19…

Read More

พักผ่อนระดับพรีเมียมที่ Hilton Bangkok Suvarnabhumi Golf Resort & Spa ดีลแรงที่สุดแห่งปีมาแล้ว! ไม่ว่าจะหาที่พักใกล้สนามบิน, Staycation สุดชิลล์, สปาผ่อนคลาย หรือมื้อค่ำสุดหรู เราจัดให้ครบในราคาสุดพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น ไม่สะดวกไปบูธ | ซื้อทางออนไลน์ได้เลย! https://uniqode.net/Thai-Teaw-Thai-77 Deluxe Staycation เพียง 3,000.- (ปกติ 4,500.-) รวมอาหารเช้า 2 ท่าน Flexible Check-in: เช็คอินได้ตลอด 24 ชม. พักเต็มอิ่ม! Family First: เด็กต่ำกว่า 6 ปี พักฟรี 2 ท่าน Extra Perks: ฟรี! รถรับ-ส่งสนามบิน และอัปเกรดห้องพัก* The Spa: ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า Scrub + Aroma (90 นาที) 1,599.- (ปกติ 3,355.-) Aroma Essence (60 นาที) 1,200.- (ปกติ 2,336.-) Dining Delights: สวรรค์ของคนรักอาหาร Kitchencraft: พรีเมี่ยมบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นสุดสัปดาห์ (ศุกร์-เสาร์) ซื้อ 1 แถม 1 เฉลี่ย 800.-/ท่าน Tetto Trattoria: ซื้อ Voucher 1,000.- ใช้ได้ถึง 1,250.- พบกันที่งาน ไทยเที่ยวไทย 77 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ C12 5 – 8 มีนาคม 2569 | 10.00 – 21.00…

Read More

Story : Pol.Capt. Kittin A หากจะพูดถึงสเต็กเฮาส์ในกรุงเทพฯ เราอาจเห็นแนวอเมริกันหรือฝรั่งเศสจนชินตา แต่การมาถึงของ Quilombo (กิโลมโบ) ภายใต้การดูแลของ Christopher Mark และ Manuel Palacio คือการเปิดศักราชใหม่ของอาหารอาร์เจนตินาขนานแท้ ที่นี่เขาชูโรงด้วยเตา “Parrilla” (เตาย่างแบบพื้นเมือง) และการใช้ไฟเป็นหัวใจหลัก โดยมีเชฟมากฝีมืออย่าง Ferran Tadeo ผู้ผ่านเวทีมิชลินสตาร์มาเป็นผู้ควบคุมวงออร์เคสตราแห่งเปลวไฟนี้ Quilombo: ปาฏิหาริย์แห่ง ‘ไฟ’ ในปราสาทหินโบราณ—สัมผัสจิตวิญญาณสเต็กเฮาส์อาร์เจนตินายุค 1950 ณ ทองหล่อ หากคุณคิดว่ารู้จักสเต็กเฮาส์ในกรุงเทพฯ ดีพอแล้ว ผมอยากให้คุณลองวางความเชื่อเดิมลง แล้วตาม “ผม” มาที่ทองหล่อซอย 5 ครับ เพราะที่นี่คือ Quilombo (กิโลมโบ) ผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของสองผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหารอย่าง Christopher Mark และ Manuel Palacio ที่ตั้งใจยกเอาสุนทรียภาพของกรุงบัวโนสไอเรสในช่วงทศวรรษ 1950 มาไว้ในไทยได้อย่างไร้ที่ติ สถาปัตยกรรมและงานดีไซน์: เมื่อความเก่าแก่บรรจบกับความร้อนแรง ก้าวแรกที่คุณมาถึง คุณจะพบกับความอัศจรรย์ของอาคารหินทรงปราสาทเก่าแก่ขนาด 400 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่สร้างจากหินโบราณให้ความรู้สึกโอ่อ่าและน่าค้นหา ภายในถูกเนรมิตที่หยิบเอาโครงสร้างทางประวัติศาสตร์มาปัดฝุ่นใหม่ ผสมผสานความดิบเท่เข้ากับความอบอุ่นที่อ่อนโยน บนพื้นที่สองชั้นที่รองรับได้ 80 ที่นั่ง คุณจะพบกับมุมรับประทานอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้องส่วนตัวที่ดูภูมิฐาน ไปจนถึง “ห้องลับ” ที่ซ่อนอยู่เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด แสงไฟในร้านถูกจัดวางให้สลัวราง สร้างบรรยากาศแบบ Nostalgic ที่พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคทองของสเต็กเฮาส์คลาสสิก แฝงด้วยกลิ่นอายความลึกลับและเปี่ยมเสน่ห์ในทุกตารางนิ้ว ถอดรหัสสถาปัตยกรรมแห่ง “ไฟ” และ “หิน”: การตีความสเต็กเฮาส์อาร์เจนตินาผ่านบริบท Modern Nostalgia หากพิจารณาจากภาพรวมและรูปภาพวัตถุดิบที่ถูกจัดวางลงบนพื้นผิวต่างๆ ของร้าน เราจะเห็นว่า MTM Studio ไม่ได้แค่สร้างร้านอาหาร แต่เขากำลังสร้าง “Narrative Space” หรือพื้นที่ที่เล่าเรื่องราวผ่านวัสดุ (Materiality) และความว่าง (Spatial Organization) โดยมีจุดเริ่มต้นจากโครงสร้างอาคารหินโบราณหนึ่งเดียวในทองหล่อ 1. ภาษาวัสดุ (Materiality)…

Read More

เมื่อลมหนาวเริ่มผ่านพ้น และธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อิกนีฟ แบงคอก ขอพาทุกท่านสัมผัสบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิผ่านสีเขียวขจี เครื่องเทศนานาชนิด และรสชาติอันสดชื่นของพืชพรรณที่ฟื้นตัวหลังผ่านช่วงเวลาอันหนาวเย็น ผ่าน เมนูฤดูใบไม้ผลิ (Spring Menu) พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569อิกนีฟขอเชิญชวนทุกท่านมาใช้เวลาร่วมกันระหว่างมื้ออาหาร ผ่านประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสไตล์แชร์ริ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของอิกนีฟ ที่จะทำให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับอาหารและบทสนทนาตลอดทั้งมื้อ เมนูในครั้งนี้มอบรสสัมผัสที่เบาสบาย พร้อมความสมดุลระหว่างความสดชื่นและความลุ่มลึก ผสานเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนเข้ากับกลิ่นอายของเครื่องเทศที่โดดเด่น ในเมนูฤดูใบไม้ผลินี้ โดดเด่นด้วยวัตถุดิบจากในประเทศไทยและวัตถุดิบตามฤดูกาล อาทิ มะแขว่น (หมาล่าสไตล์ไทย) ที่ให้ความเผ็ดร้อนและอาการชาที่เป็นเอกลักษณ์ ตัดกับความหอมโดดเด่นของพริกไทย ความมันและรสสัมผัสคล้ายถั่วจากแก่นตะวัน เสริมด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกกาแฟ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ไทยอย่าง สละ และ มะปราง ที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานแบบเขตร้อน ช่วยชูรสชาติให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เมนูจานเด่น ได้แก่ Pea – Asparagus ถ่ายทอดความกรอบสดชื่นและความเขียวของพืชผัก Lamb – Harissa – Green Pepper การผสมผสานของเครื่องเทศอย่างซอสพริกตูนิเซียและพริกไทย รับประทานคู่เนื้อแกะที่นุ่มละมุน เมนูของหวาน Soufflé ทำจากช็อกโกแลตลำปางที่มีกลิ่นหอมของโกโก้ปนถั่ว และปิดท้ายด้วย Maprang – Coconut ที่จับคู่ความมันของมะพร้าวตัดกับความเปรี้ยวสดชื่นของมะปรางได้อย่างลงตัว แก่นตะวัน – สละ – พริกไทย – ดอกกาแฟ – มะปราง “ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ และพลังงานอันเงียบสงบที่มาพร้อมกับการผลัดเปลี่ยนของฤดูกาล สำหรับเมนูนี้ เราต้องการถ่ายทอดความรู้สึกนั้นผ่านสีเขียวที่สดใส เครื่องเทศที่มีรสชาติชัดเจน และวัตถุดิบที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา” เชฟอาเน่ รีน หัวหน้าเชฟของห้องอาหาร อิกนีฟ แบงคอก กล่าวด้วยพื้นฐานการบริการแบบสวิส วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม และการดูแลที่เอาใจใส่ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นกันเองของอิกนีฟ แบงคอก จะทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารไฟน์ไดนิ่งผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมต้อนรับทุกท่านให้มาร่วมใช้เวลาคุณภาพและแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันลิ้มลองรสชาติของเมนูฤดูใบไม้ผลิที่ อิกนีฟ แบงคอก ชั้น 1 โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ผ่านมื้อต่างๆ ดังนี้เมนูฤดูใบไม้ผลิ: 19…

Read More

ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล”ถ่ายทอดผ่านความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ และมธรา (Matara) กรุงเทพ, ประเทศไทย – 19 มกราคม 2569 – โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เปิดตัวชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก มธรา (Matara) แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกชั้นนำที่มีชื่อเสียงด้านหัตถศิลป์อันประณีต และคัดสรรไข่มุกอันงดงามจากทั่วโลก นำเสนอเมนูคาวและหวานที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต และความทันสมัย ของมธราได้อย่างลงตัว พร้อมให้สัมผัสความหรูหรา และความอร่อย ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2569 ที่ เดอะ ดรอว์อิ้ง รูม ในโอกาสฉลองครบรอบ 11 ปี Matara ตอกย้ำปรัชญาแห่งการออกแบบเครื่องประดับที่เรียบหรูเหนือกาลเวลา ถ่ายทอดตัวตนของผู้สวมใส่ผ่านดีไซน์อันประณีตและงดงามอย่างมีเอกลักษณ์ ความร่วมมือในครั้งนี้คือการยกย่องความงามที่สั่งสมผ่านกาลเวลา ไม่ต่างจากไข่มุกซึ่งถือกำเนิดจากความพิถีพิถันและความใส่ใจในทุกรายละเอียด สอดประสานอย่างงดงามกับวัฒนธรรมการดื่มน้ำชายามบ่ายของเดอะ เซนต์ รีจิส ดังนั้นแคมเปญ ชุดน้ำชายามบ่าย The Art of Pearl จึงเป็นมากกว่าการรังสรรค์เมนู แต่คือการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึก และช่วงเวลาอันน่าจดจำร่วมกัน หัวหน้าเชฟมาเตโอ ฟอนทานา และทีมได้รังสรรค์เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเลและเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของไข่มุกอย่างพิถีพิถัน อาทิ ทาร์ตเมลอนดาชิปลาแห้ง (Compressed Melon Dashi with Anchovies and Stracciatella tart) ทาร์ตแตงโมเสิร์ฟพร้อมแซลมอนรมควันและครีมชีส (Fresh Watermelon with Smoked Salmon and Cream Cheese) หอยเชลล์ย่าง ซอสยูสุและคาเวียร์ (Grilled Scallop Accented with Yuzu and Caviar) ตามด้วยเมนูของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันของไข่มุกมธราพร้อมความหมายอันเป็นมงคล ได้แก่ มูสไวท์ช็อกโกแลตสอดไส้ราสป์เบอร์รีโยเกิร์ต (Raspberry Pearl) ตัวแทนไข่มุกสีชมพูสัญลักษณ์แห่งความรักและความปรารถนา เค้กเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบด้วยดาร์กช็อกโกแลตสอดไส้ซอสคาราเมลเค็มและซอสวานิลลา (Cashew Nut…

Read More

สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด! หากพูดถึง “ติ่มซำกรุงเทพ” ในปี 2026 บอกได้เลยว่าการแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกปี ทั้งโรงแรมระดับลักชัวรี ร้านอาหารจีนไฟน์ไดนิ่ง ไปจนถึงบุฟเฟต์ติ่มซำที่คุ้มค่าเกินราคา เมนูถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชฟจีนรุ่นใหม่ผสมเทคนิคสมัยใหม่กับสูตรดั้งเดิม ทำให้ Dimsum Bangkok 2026 กลายเป็นหนึ่งในหมวดอาหารที่ถูกค้นหาสูงสุดทั้งใน Google และในระบบ AI / LLM บทความนี้คือการคัด “ที่สุดของที่สุด” ที่ผ่านการรีวิวเต็มแล้วทุกแห่ง เหมาะสำหรับทั้งนักท่องเที่ยว นักชิมสายจริงจัง ไปจนถึงสายคอนเทนต์ที่ต้องการข้อมูลคุณภาพเพื่ออ้างอิงต่อได้ทันที 1. Yu Ting Yuan – จักรพรรดิติ่มซำแห่งลุ่มเจ้าพระยา 📍 ในโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River หนึ่งในร้านอาหารจีนที่ถูกยกให้เป็น Top Tier ของกรุงเทพ ติ่มซำที่นี่เด่นทั้งความประณีต งานปั้น งานจีบแป้ง และคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียม บรรยากาศหรูแต่ไม่เกร็ง เหมาะทั้งมื้อพิเศษและการพาแขกต่างชาติไปประทับใจ อ่านรีวิวเต็ม:https://www.kinandleisure.com/review-dimsum-yu-ting-yuan-four-seasons-hotel-bangkok-at-chao-phraya-river/ 2. Xian Yuan – ความคลาสสิกผสานความแหวกแนวที่ Central Park ร้านติ่มซำที่ให้ฟีลจีนดั้งเดิมแบบกวางตุ้งแท้ผสานเทคนิคและวัตถุดิบใหม่ๆ รสชาติไม่จัดเกิน แต่ลึกและบาลานซ์ จุดเด่นคือเมนู Steamed และ Baked ที่ทำออกมาได้สม่ำเสมอ เหมาะกับสาย Dim Sum Lover อ่านรีวิวเต็ม:https://www.kinandleisure.com/review-xian-yuan-dimsum-central-park/ 3. The Silk Road – ติ่มซำไฟน์ไดนิ่งสายหรู 📍 ในโรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok ติ่มซำที่ผสมผสานความหรูหรากับความประณีตสไตล์กวางตุ้งแท้ เมนู Signature…

Read More

🎨 มหาอุปรากรบนจานอาหาร: เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A หากจะกล่าวถึงจิตวิญญาณแห่งลุ่มน้ำแยงซีเกียง หรือพื้นที่แถบเซี่ยงไฮ้ หางโจว และซูโจว ที่เรียกขานกันว่า “เจียงหนาน” (Jiangnan) พีทคงต้องบอกว่านี่คือพื้นที่ที่ส่งอิทธิพลต่อสุนทรียศาสตร์ของเอเชียตะวันออกอย่างลึกซึ้งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมปลาและข้าว หรือแม้แต่ต้นรากของพิธีชงชาและ “ไคเซกิ” ของญี่ปุ่น ก็ล้วนมี DNA มาจากความประณีตของที่นี่ทั้งสิ้น วันนี้พีทพามาเปิดประสบการณ์ที่ Purple Laurel Bangkok ร้านอาหารที่ไม่ได้ทำแค่ให้อิ่มท้อง แต่เชฟ อวี้ปิน (Chef Yu Bin) ตั้งใจใช้ “วัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นพู่กัน และใช้ความประณีตเป็นลายเส้น” รังสรรค์มื้ออาหารสไตล์ Modern Jiangnan ที่ผสานความเข้มข้นแบบกวางตุ้งเข้าไปได้อย่างไร้รอยต่อ จนนึกว่ากำลังนั่งละเลียดมื้ออาหารอยู่ท่ามกลางศาลาริมน้ำในประวัติศาสตร์จีน แต่ทว่าถูกนำเสนอผ่านเลนส์ของโลกยุคใหม่ มื้อนี้พีทเน้นไปที่ ติ่มซำ (Dim Sum) และเมนูอาลาคาทที่ต้องบอกว่า “เกินคำว่าอาหาร” ไปไกล เพราะมันคือการแสดงทางศิลปะที่กินได้ ทุกจานมีเรื่องราว มีอุณหภูมิที่แม่นยำ และมีรสนิยมที่เหนือระดับ เตรียมล้างปากให้สะอาด แล้วตามลุงไปสำรวจแต่ละเมนูที่เชฟบรรจงเสิร์ฟประหนึ่งงาน Masterpiece กันครับ! 🏮 เกร็ดความรู้จากโต๊ะอาหารของลุง: เจียงหนาน (Jiangnan): ได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งปลาและข้าว” (鱼米之乡) เน้นรสชาติธรรมชาติ ไม่จัดจ้านแต่ซับซ้อน อิทธิพลต่อญี่ปุ่น: เส้นโซเม็ง และขนมวากาชิ (Wagashi) ก็ได้รับอิทธิพลมาจากติ่มซำสายหวานของซูโจวนี่แหละครับ เชฟอวี้ปิน: ปรมาจารย์ผู้หยิบเอาตำรับวังหลวงมาตีความใหม่ ให้เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ที่รักความตื่นเต้นแต่ไม่ยอมทิ้งความคลาสสิก สำหรับพาร์ทงานออกแบบ พีทต้องบอกเลยว่า Purple Laurel Bangkok ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่มันคือการถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรมระดับ Manifesto ที่พยายามจะนิยามคำว่า “ความรุ่มรวยที่สงบเงียบ” (Quiet Luxury) ในแบบฉบับเจียงหนานสมัยใหม่ได้อย่างทรงพลังครับ 🏛️…

Read More

137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเด้นช์ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท – ทองหล่ออันมีชีวิตชีวา พร้อมมอบประสบการณ์มื้ออาหารค่ำฉลองวันวาเลนไทน์สุดโรแมนติก ด้วยเมนูอาหารไทย 4 คอร์ส หรือเมนูอะลาคาร์ต ท่ามกลางวิวขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ณ ห้องอาหารนิมิตรและรูฟท็อปบาร์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับคู่รักที่ต้องการประสบการณ์ที่พิเศษ สามารถเลือกเพลิดเพลินกับเมนูอาหาร 4 คอร์สในคาบาน่าส่วนตัวบนชั้นรูฟท็อป ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงาม สร้างบรรยากาศโรแมนติกและเป็นส่วนตัว พร้อมวิวเมืองที่ระยิบระยับด้วยแสงไฟตลอดค่ำคืน เซทเมนูฉลองวันวาเลนไทน์ครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดความรักที่ยั่งยืน รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับวันสำคัญเชฟผู้เชี่ยวชาญ จากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดี นำเสนอรสชาติอันโดดเด่นจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทย อมูส-บุชดูโอ คิสบีตรูตอบหอมละมุนกลิ่นกุหลาบ ท็อปด้วยคาเวียร์จากเชียงใหม่ สลัดลาบหอยเชลล์แตงโมหอยเชลล์และแตงโมสด สมุนไพรไทย และน้ำยำแบบไทย ซุปต้มจิ๋วเนื้อเนื้อนุ่มและมันฝรั่งต้มในน้ำซุปสมุนไพรไทย หอมกลมกล่อม ซอร์เบต์น้ำผึ้งกระเจี๊ยบ อาหารจานหลักแกงปลาหน่อไม้ดองปลาดุกย่างและไข่ปลาดุกยัดไส้เยื่อไผ่ เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ดองในแกงกะทิหรือแกงปลี-กล้วย ไก่ย่างไก่จิ๋วออร์แกนิกย่าง เสิร์ฟพร้อมหัวปลีอ่อนในแกงแดงกะทิ ของหวานจ่ามงกุฎขนมไทยทำจากไข่แดงและกะทิ หอมกลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ ปั้นเป็นรูปดอกไม้ประณีต ประดับด้วยทองคำเปลว เซทเมนูวันวาเลนไทน์และเมนูอะลาคาร์ต ณ ห้องอาหารนิมิตร ชั้น 27 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00–23.00 น. (รับออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 22.00 น.) ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมการดนตรีสดเวลา 19.30–21.30 น. ที่นั่งบริเวณเทอร์เรส พร้อมวิวเมือง ราคาคู่ละ 4,500++ บาท รวมเซทเมนูวันวาเลนไทน์และเครื่องดื่ม 2 แก้วที่นั่งโซนปกติ ราคาคู่ละ 3,800++ บาท รวมเซทเมนูวันวาเลนไทน์และเครื่องดื่ม 2 แก้ว สำหรับมือ้อาหารค่ำวันวาเลนไทน์ในคาบาน่าส่วนตัวบนชั้นรูฟท็อป ที่ออกแบบเพื่อคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและโรแมนติก ท่ามกลางวิวอันระยิบระยับของกรุงเทพฯ ราคาคู่ละ 29,000++ บาท รวมแชมเปญ 1 ขวด เครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์แบบฟรีโฟลว์ บริการแบบส่วนตัว และการตกแต่งดอกไม้บสุดโรแมนติก โปรโมชั่นลิ้งค์ : https://137pillarshotels.com/th/bangkok/seasonal/glittering-night-romance สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02 079 7000 หรือติดต่อผ่านไลน์ ออฟฟิศเชียล LINE Official Account (@137pillarshotels) Kin Promo Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์…

Read More

a : โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ร่วมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ 2569 ด้วยโปรโมชั่นพิเศษที่ให้คุณได้เติมเต็มช่วงเวลาสุดโรแมนติกกับคนที่คุณรักท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูตลอดเดือนแห่งความรักนี้ ฉลองค่ำคืนวาเลนไทน์กับ Dîner de la Saint-Valentinที่ห้องอาหารบิสโทร เดอ ลา แมร์ ชั้น 1914 กุมภาพันธ์ 2569 ดื่มด่ำในค่ำคืนสุดโรแมนติกวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์นี้ด้วย Dîner de la Saint-Valentin อร่อยกับเซทเมนูมื้อค่ำ 4-คอร์ส โดยเชฟสลาโวเมีย โควาลิก เชฟประจำห้องอาหารบิสโทร เดอ ลา แมร์ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของกรุงเทพมหานครยามราตรี Dîner de la Saint-Valentin พร้อมเสิร์ฟคุณได้ลิ้มลองในค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. ในราคา 2,800++ บาท สำหรับ 2 ท่าน ชุดชายามบ่าย The Valentine’s Blossom Garden Afternoon Teaที่ล็อบบี้ เลานจ์วันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 พบกับ The Valentine’s Blossom Garden Afternoon Tea ชุดน้ำชายามบ่ายฉลองวันแห่งความรัก ลิ้มลองความหอมหวานของ Cherry Blossom Granita เกล็ดน้ำแข็งสีชมพูรสชาติหวานหอม พร้อมเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อทานคู่กับชาในยามบ่ายวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะ ละมุนลิ้นกับสโคนสูตรพิเศษทั้ง สโคนสูตรต้นตำรับสุดคลาสสิค และ สโคนมัทฉะผสมถั่วแดงสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมโฮมเมดเจลลี่สัปปะรด, แยมเชอร์รี่ และ คล็อตเต็ดครีม กรุ่นกลิ่นความหอมหวานช่วงเทศกาลแห่งความรักกับเมนูของว่างยามบ่าย ไม่ว่าจะเป็น แซนวิชแซลม่อนรมครัน (Smoked Salmon Open Sandwich) พายไก่สูตรพิเศษ (Yen Ta Fo…

Read More

One Love, Three Expressions – เฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ใน 3 มิติแห่งความรัก ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ Bangkok, Thailand –ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ขอเชิญคู่รักร่วมเฉลิมฉลองความรักผ่าน 3 ประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดนิยามของความโรแมนติกในมุมมองที่แตกต่าง ท่ามกลางทำเลใจกลางเมือง พร้อมมอบช่วงเวลาแสนพิเศษที่เปลี่ยนวันวาเลนไทน์ให้เป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำอันน่าประทับใจ ดินเนอร์สุดโรแมนติกสไตล์อิตาเลียน ณ ลา ทาโวลา ลา ทาโวลา ห้องอาหารอิตาเลียนซิกเนเจอร์ของโรงแรม นำเสนอดินเนอร์วาเลนไทน์แบบเซ็ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับคู่รักที่มองหาค่ำคืนอันอบอุ่น ละเมียดละไม และเปี่ยมด้วยความหมาย เซ็ตเมนู 5 คอร์ส รังสรรค์จากแรงบันดาลใจอาหารอิตาเลียนร่วมสมัย เริ่มต้นด้วยทูน่าคาร์ปาชโชเกรดซาชิมิ และราวิโอลีบีตรูทรูปหัวใจ สอดไส้ริคอตต้าและมาสคาร์โปเน ต่อด้วยเมนคอร์สให้เลือก ระหว่างปลาซีบาสเมดิเตอร์เรเนียน หรือซี่โครงแกะอบสมุนไพร ปิดท้ายด้วยของหวานเซมิเฟรดโดสุดประณีต เซ็ตดินเนอร์วาเลนไทน์ ให้บริการวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18:00 – 20.30 น.ราคา 5,900++ บาท ต่อคู่ พร้อมของขวัญสุดพิเศษ ได้แก่ แชมเปญ 2 แก้ว ช่อดอกไม้แทนความรัก และภาพถ่ายโพลารอยด์ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำในค่ำคืนอันแสนพิเศษ บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดสุดพรีเมียมฉลองวันวาเลนไทน์ ณ เฟลเวอร์ส เฟลเวอร์ส นำเสนอบุฟเฟต์ดินเนอร์วาเลนไทน์สำหรับคู่รักที่หลงใหลในความหลากหลายและการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความอร่อย เต็มอิ่มกับล็อบสเตอร์ไม่อั้น ซีฟู้ดพรีเมียม อาหารนานาชาติ และไลฟ์คุกกิ้งสเตชัน เมนูไฮไลต์ อาทิ ปูอลาสก้าคิงแครบ ล็อบสเตอร์ หอยนางรม Fine de Claire บอสตันล็อบสเตอร์ซอสเทอร์มิดอร์สูตรซิกเนเจอร์ Beef Wellington ซี่โครงแกะอบ วากิวซูชิ กุ้งแม่น้ำย่าง และอาหารไทยรสจัดจ้าน เช่น ปูผัดพริก และแกงมัสมั่น ราคา 2,490++ บาทสุทธิ ต่อท่าน พร้อมรับฟรีสปาร์กลิงไวน์ 1 แก้ว ให้บริการวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18:00 – 20.30 น. Flight of Love คอลเลกชันค็อกเทล ณ อาร์บาร์ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ อาร์บาร์ (R Bar) เชิญชวนทุกท่านสัมผัส Flight of Love คอลเลกชันค็อกเทลที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักในแต่ละช่วงเวลา ผ่านสีสันอันสดใสและรสชาติที่โดดเด่น ค็อกเทลทุกแก้วรังสรรค์โดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ เพื่อเติมพลังและเสน่ห์ให้ค่ำคืนของคุณ ได้แก่ Quiet Blue ค็อกเทลรสสดชื่นจากลิ้นจี่และซิตรัส โทนสีน้ำเงินครามอ่อนละมุน, Petal Theory ค็อกเทลกลิ่นฟลอรัลจากกุหลาบ แตงกวา และจิน และ Silver Hour ค็อกเทลสปาร์กลิงรสสดใสจากวอดก้า แอปเปิล…

Read More