Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ
    • [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ
    • [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว
    • [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel
    • [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์
    • [News] เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ปีที่ 3 กับประสบการณ์เนื้อวัวพรีเมียมที่สายกินไม่ควรพลาด
    • [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 Banyan Tree Bangkok คอลเลกชัน “The Rocking Horse of Resilience” ดีไซน์ม้าโยกสุดลักชัวรี่ พร้อมรสชาติใหม่ชาอู่หลงยูซุ
    • [News] PARK HYATT BANGKOK ต้อนรับ “เชฟ TOMOYA SUGIZAKI” เชฟมากประสบการณ์กว่า 20 ปี สู่ตำแหน่ง CHEF DE CUISINE แห่ง PENTHOUSE GRILL
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Fine Dining»[Review] ตะลุยอาณาจักรกุ้งยักษ์! Lobster Omakase 10-Course Journey ที่ KiSara (คิซาระ) เกินคุ้ม ความสุนทรีย์ระดับตำนาน ณ Conrad Bangkok
    Fine Dining

    [Review] ตะลุยอาณาจักรกุ้งยักษ์! Lobster Omakase 10-Course Journey ที่ KiSara (คิซาระ) เกินคุ้ม ความสุนทรีย์ระดับตำนาน ณ Conrad Bangkok

    Kittin AssavavichaiBy Kittin AssavavichaiMay 3, 2026Updated:May 3, 2026No Comments3 Mins Read

    ตะลุยอาณาจักรกุ้งยักษ์! รีวิว Lobster Omakase 10-Course Journey ที่ KiSara (คิซาระ): ความสุนทรีย์ระดับตำนาน ณ Conrad Bangkok โดย พีทชิมชิมพาเพลิน

    เอาล่ะครับมิตรรักนักกินทั้งหลาย วันนี้พีทคนเดิมจะขอพาทุกท่านขยับขยายพื้นที่ความอร่อยมาที่ถนนวิทยุ มุ่งหน้าสู่ชั้น 3 ของโรงแรม Conrad Bangkok ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานอย่าง KiSara (คิซาระ) วันนี้ไม่ได้มาทานอะลาคาร์ททั่วไปนะครับ แต่พีทตั้งใจมาพิสูจน์ปรากฏการณ์ “บอสตันล็อบสเตอร์” ในรูปแบบ Omakase 10 คอร์ส ที่เชฟแอบกระซิบว่ารังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองความสดใหม่ของราชาแห่งท้องทะเลแห่งแดนอินเดียแดงโดยเฉพาะ

    เมื่อก้าวเท้าเข้ามาที่ KiSara (คิซาระ) ผมสัมผัสได้ทันทีถึงการตีความ “ความหรูหราแบบญี่ปุ่น” ในมิติที่น่าสนใจมากครับ ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารที่มีกลิ่นอายเซนแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง ความสงบนิ่ง (Minimalist Zen) เข้ากับ ความอลังการแบบร่วมสมัย (Contemporary Grandeur) ได้อย่างมีจังหวะจะโคน


    สถาปัตยกรรมแห่งแสงและเงา: เจาะลึกงานอินทิเรีย ณ KiSara

    หัวใจสำคัญของการออกแบบที่นี่คือการเลือกใช้ “สัจจะวัสดุ” (Truth to Materials) ที่สะท้อนถึงความประณีตของช่างฝีมือญี่ปุ่นผ่านมาตราส่วนที่ยิ่งใหญ่ครับ

    The Copper Canopy (ประติมากรรมเหนือเคาน์เตอร์) สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือฮูดระบายอากาศขนาดมหึมาเหนือพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งกรุด้วยโลหะสีทองแดงขัดผิวแบบ hammered (ตีด้วยค้อนให้เกิดลวดลาย) พื้นผิวที่ขรุขระนี้ทำหน้าที่สะท้อนแสงไฟอุ่นๆ ให้กระจายตัวอย่างนุ่มนวล สร้างจุดนำสายตาที่ดูทรงพลังแต่ไม่แข็งกระด้าง

    Gridwork & Rhythmic Lines ฝ้าเพดานถูกออกแบบให้เป็นตารางกริดสีเข้ม (Dark Grid Ceiling) ซึ่งนอกจากจะช่วยพรางงานระบบให้เรียบร้อยแล้ว ยังสร้าง “เส้นนำสายตา” ที่ดูเป็นระเบียบและมั่นคง ล้อไปกับระแนงไม้ (Lattice work) ที่ใช้กั้นสัดส่วนพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Kumiko

    The Pebble Wall & Materiality (สัมผัสของหินและไม้) บริเวณซูชิเคาน์เตอร์มีการใช้ผนังหินกรวด (Stacked Pebble Wall) สีเทาเข้มตัดกับงานไม้สีอ่อนโทนอุ่น การใช้พื้นผิวที่ขรุขระของหินธรรมชาติปะทะกับความเรียบเนียนของเคาน์เตอร์ไม้นี้ เป็นการแสดงออกถึงปรัชญา Wabi-Sabi หรือความงามในความไม่สมบูรณ์แบบที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีครับ

    Artistic Transitions (พื้นที่รอยต่อ) ทางเดินเชื่อมไปยังห้องส่วนตัวถูกประดับด้วยประติมากรรมทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ (Black Spherical Sculptures) วางเคียงคู่กับงานจัดดอกไม้แบบ Ikebana และโคมไฟกระดาษที่ให้แสงนวลตา สร้างสุนทรียภาพในการเคลื่อนที่จากพื้นที่เปิดโล่ง (Public) เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว (Private) ได้อย่างนุ่มนวล

    Lighting Philosophy (ศาสตร์แห่งเงา) ที่นี่มีการออกแบบแสงแบบ Indirect Lighting หรือแสงส่องสว่างทางอ้อมเป็นหลักครับ ไม่ว่าจะเป็นแสงที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานเคาน์เตอร์หินหรือแสงที่ตกกระทบในซอกหลืบของผนังไม้ ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยสร้าง “มิติของเงา” ที่ลึกซึ้ง ทำให้บรรยากาศดูสงบ สุขุม และช่วยส่งเสริมให้หน้าตาอาหารดูโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อวางลงบนโต๊ะ


    มุมมองจากพีท: สำหรับผม KiSara คือตัวอย่างที่ดีของการนำ “จิตวิญญาณตะวันออก” มาขยายสเกลให้เข้ากับ “ความโอ่โถงของโรงแรมระดับห้าดาว” ได้อย่างแนบเนียนครับ หากคุณเป็นคนที่ชอบงานดีไซน์ที่เน้นรายละเอียดของพื้นผิว (Texture) และการเล่นกับแสงเงา ผมแนะนำให้นั่งบริเวณเคาน์เตอร์เพื่อชื่นชมงาน hammered copper และการจัดวางระเบียบของพื้นไม้ที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติจริงๆ ครับ

    นอกจากการมาทานอาหารแล้ว ผมอยากแนะนำให้ลองสังเกตการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความสูงของพนักพิง (High-back chairs) ในบางจุด ซึ่งช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวเสมือนมีผนังกั้นโดยที่ยังรักษาความโปร่งโล่งของพื้นที่เอาไว้ได้อย่างฉลาดมากครับ

    บรรยากาศที่นี่ต้องบอกว่าให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและสง่างามแบบร่วมสมัยจริงๆ ครับ โดยเฉพาะที่เคาน์เตอร์ซูชิที่จำกัดเพียง 10 ที่นั่งต่อคืนเท่านั้น (เฉพาะวันศุกร์และเสาร์) การได้นั่งดูเชฟใช้มีดและเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาประยุกต์กับวัตถุดิบสมัยใหม่ มันคือสุนทรียภาพที่หาได้ยากในราคามิตรภาพเพียง 2,990++ บาท (เฉพาะค่าอาหาร) เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลาเลยครับ ตามพีทมาดูว่า 10 คอร์สนี้จะทำให้คุณเคลิ้มได้ขนาดไหน!


    เจาะลึก 10 เมนูแห่งความประทับใจ

    Amuse-bouche: การต้อนรับที่เหนือระดับด้วยทองคำและท้องทะเล

    ก่อนจะเริ่มเดินทางเข้าสู่คอร์สหลัก เชฟที่ KiSara ส่งสัญญาณเริ่มต้นด้วย Amuse-bouche ที่จัดจานมาได้วิจิตรบรรจงตามแบบฉบับความงามของญี่ปุ่น ในชามสีเข้มทรงกลมที่ขับเน้นความโดดเด่นของวัตถุดิบ เชฟรองพื้นด้วย “หัวไชเท้าขูด” (Daikon) ที่ขาวราวกับหิมะ ช่วยรักษาความเย็นและมอบสัมผัสกรอบเบา ด้านหลังประดับด้วย “ใบชิโสะ” (Shiso) สีเขียวสดที่ให้กลิ่นหอมสมุนไพรเป็นเอกลักษณ์

    ตัวชูโรงคือ เนื้อล็อบสเตอร์ดิบ (Sashimi) ที่แล่มาอย่างประณีต เนื้อมีความใสวาวสะท้อนแสงไฟ บ่งบอกถึงความสดระดับพรีเมียมที่ส่งตรงจากแหล่งน้ำเย็น เมื่อลิ้มลอง รสสัมผัสแรกคือความเด้งสู้ลิ้นที่แฝงไปด้วยความหวานธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุงแต่ง เชฟเพิ่มมิติด้วย “วาซาบิสด” ที่ให้ความฉุนพอเหมาะเพื่อกระตุ้นต่อมรับรส

    และที่ทำให้พีทต้องยกนิ้วให้คือการปิดท้ายด้วย ทองคำเปลวบริสุทธิ์ (Gold Leaf) ที่วางลงด้านบน เพิ่มความหรูหราและคุณค่าทางจิตใจ เป็นคำเริ่มต้นที่ช่วย “ล้างเพดานปาก” และ “เปิดรับโสตประสาท” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นไอทะเลจางๆ ผสานกับความสดชื่นของไชเท้าและวาซาบิ เป็นการเริ่มต้นที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยมจริงๆ ครับ

    1. Lobster Chawanmushi

    เปิดประเดิมคำแรกด้วยความนุ่มนวลชวนฝัน เชฟนำเสนอไข่ตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่นที่เนื้อเนียนละเอียดจนเกือบจะเป็นพุดดิ้ง ความลับอยู่ที่สัดส่วนของน้ำซุปดาชิที่เคี่ยวจากปลาโอแห้งคุณภาพสูงและสาหร่ายคอมบุ จนได้รสอูมามิที่ลึกซึ้ง ภายในซ่อนชิ้นเนื้อล็อบสเตอร์ลวกสุกกำลังดีที่ยังคงความเด้งสู้ลิ้น

    ด้านบนราดด้วยซอสอังคาเกะบางๆ เพิ่มความชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมของน้ำซุปดาชิผสมผสานกับกลิ่นอายทะเลจากกุ้งล็อบสเตอร์ เป็นการอุ่นเครื่องกระเพาะที่ละเมียดละไมและทรงพลังมากครับ

    2. Lobster Nigiri

    มาถึงคำที่เน้นความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ เชฟคัดสรรเนื้อล็อบสเตอร์ส่วนลำตัวที่สดจัดจนเนื้อมีความใสวาว วางลงบนข้าวซูชิ (Shari) ที่ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูแดงในสัดส่วนที่พอเหมาะ เนื้อกุ้งคำนี้มีความหวานฉ่ำตามธรรมชาติที่โดดเด่นมากครับ สัมผัสมีความกรุบเด้งอันเป็นเอกลักษณ์ของบอสตันล็อบสเตอร์

    ความพรีเมียมอยู่ที่การจัดวางที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเทคนิคการปั้นที่อากาศแทรกตัวในเม็ดข้าวได้อย่างพอดี ทำให้รสชาติของกุ้งและข้าวละลายในปากไปพร้อมกัน

    3. Lobster Uni with Gold Leaf

    คำนี้คือที่สุดของความหรูหราจนพีทต้องอุทานว่า “พระเจ้าช่วย!” เชฟนำนิกิริล็อบสเตอร์มาอัปเกรดด้วยการท็อปด้านบนด้วย “อูนิ” (ไข่หอยเม่น) สายพันธุ์เกรดพรีเมียมที่ให้รสสัมผัสครีมมี่และหวานมัน

    ตัดกับความเด้งของเนื้อกุ้งได้อย่างไร้ที่ติ และที่ขาดไม่ได้คือการประดับด้วยทองคำเปลวเลอค่าที่ทำให้คำนี้ดูราวกับงานศิลปะ รสชาติความเข้มข้นของท้องทะเลระเบิดฟุ้งกระจายในปาก

    กลิ่นอายของอูนิช่วยชูรสหวานของล็อบสเตอร์ให้ยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกระดับ

    4. Crispy Lobster Taco with Ikura

    เปลี่ยนบรรยากาศมาสู่ความสนุกสนานแบบร่วมสมัยกับทาโก้สไตล์ญี่ปุ่น เชฟใช้แผ่นสาหร่ายนอริทอดจนกรอบกริ๊บแทนแผ่นแป้ง สอดไส้ด้วยเนื้อล็อบสเตอร์ที่ปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม

    ความพิเศษคือ “อิคุระ” (ไข่ปลาแซลมอน) เม็ดโตที่ท็อปมาจนล้น เวลาเคี้ยวลงไปไข่ปลาจะแตกเป๊ะๆ ปล่อยรสเค็มมันออกมาผสมกับความกรอบของสาหร่ายและเนื้อกุ้งที่หวานเด้ง เป็นคำที่มีหลายเลเยอร์ของสัมผัส (Texture) ทั้งความกรอบ ความนุ่ม และความชุ่มฉ่ำ รสชาติสนุกสนานมากครับ

    5. Lobster Aburi

    เมนูนี้เชฟโชว์ฝีมือการใช้ไฟ (Aburi) ลนลงบนผิวเนื้อล็อบสเตอร์อย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ จากการเบิร์นไฟช่วยดึงน้ำมันและกลิ่นหอมในเนื้อกุ้งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ผิวสัมผัสด้านนอกจะมีความตึงและหอมกลิ่นควันเล็กน้อย

    ในขณะที่เนื้อด้านในยังคงความกึ่งสุกกึ่งดิบที่นุ่มเด้ง การปรุงคอร์สนี้เน้นการดึงความ “อโรมา” ของวัตถุดิบออกมาเป็นหลัก เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่ต้องใช้ความชำนาญในการคุมความร้อนที่สูงมากเพื่อให้ได้เนื้อที่ยังคงมีความกรุบอยู่

    6. Lobster Tempura

    เทมปุระที่นี่ไม่ธรรมดาครับ เชฟนำส่วนก้ามและเนื้อล็อบสเตอร์ชิ้นโตไปชุบแป้งเทมปุระสูตรลับที่บางกรอบเป็นสีเหลืองทองสวยงามไม่อมน้ำมัน

    ความมหัศจรรย์อยู่ที่ “ซอสล็อบสเตอร์บิส” (Lobster Bisque Sauce) ที่เสิร์ฟมาคู่กัน แทนที่จะเป็นน้ำซอสเทมปุระทั่วไป ซอสบิสมีความเข้มข้นจากการเคี่ยวเปลือกกุ้งจนหอมหวน รสชาติเค็มมันนัวเข้มข้น เมื่อจิ้มเทมปุระลงไป รสชาติความกรอบและความหวานของเนื้อกุ้งด้านในจะถูกโอบอุ้มด้วยความอูมามิของซอส เป็นการจับคู่ที่เลิศเลอจริงๆ

    7. Smoked Lobster Salad

    นี่คือไฮไลท์ที่พีทเทใจให้เลยครับ! เป็นสลัดที่ยกระดับความยั่งยืนเพราะเชฟใช้น้ำผึ้งแท้ๆ จาก Rooftop ของโรงแรมมาเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงรส

    ความตื่นตาตื่นใจเริ่มจากเชฟจัดจานเสร็จแล้ววางลงถาดปิดฝากล่องกระจก จากนั้นอัดควันไม้หอมจนอบอวล พอเปิดฝาออกควันสีขาวจะพุ่งกระจายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเคาน์เตอร์

    รสชาติของสลัดจานนี้มีความสดชื่นจากผักพรีเมียม ความหวานนวลจากน้ำผึ้งบนดาดฟ้า และกลิ่นรมควันที่ฝังลึกเข้าไปในทุกอณูของเนื้อล็อบสเตอร์ เป็นเมนูที่ครบรสทั้งรูป รส และกลิ่นจริงๆ ครับ

    8. Tom Yum Crisp

    การเดินทางมาถึงจุดที่ความแซ่บแบบไทยปะทะความประณีตแบบญี่ปุ่น เชฟนำเสนอล็อบสเตอร์ในรูปแบบแผ่นแป้งกรอบท็อปด้วยเครื่องต้มยำขลุกขลิก มีความหอมของสมุนไพรทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดที่ซอยมาอย่างละเอียด รสชาติมีความเปรี้ยว เผ็ด และเค็มที่พอเหมาะ ไม่โดดจนกลบรสหวานของล็อบสเตอร์ แต่กลับช่วยชูให้เมนูนี้มีความน่าตื่นเต้นและตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เป็นการฟิวชั่นที่เข้าใจในหัวใจของทั้งสองสัญชาติอาหารอย่างแท้จริง

    9. Lobster Risotto with Stracciatella Cheese

    จานหลักจานสุดท้ายที่พีทบอกเลยว่าห้ามกะพริบตา เชฟนำข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ดีมาปรุงเป็นริซอตโต้ในแบบฉบับคิซาระ โดยใส่ “มิโสะ” เพิ่มความหอมและลึกซึ้งแทนชีสพาร์เมซานแบบฝรั่ง แต่ความพีคอยู่ที่การใช้ “Stracciatella Cheese” ชีสสดเนื้อนุ่มหนึบจากอิตาลีมาวางด้านบนเพื่อตัดรสซอสเทริยากิเข้มข้นที่เคลือบเนื้อล็อบสเตอร์อยู่ รสชาติจานนี้มีความนัว แฝงด้วยความหอมของข้าวและมิโสะ โดยมีชีสสดเป็นตัวประสานทุกอย่างให้กลมกล่อม เป็นการปิดท้ายคอร์สของคาวที่อิ่มเอมและประทับใจสุดๆ

    เมนูพิเศษสั่งแยก: Lobster Spaghetti – ความเร่าร้อนที่ลงตัว

    หลังจากผ่านความละเมียดละไมของโอมากาเสะมาแล้ว พีทขอขยับมาหาอะไรที่ “หนักแน่น” และ “จัดจ้าน” ขึ้นอีกนิดกับ สปาเกตตี้ล็อบสเตอร์ จานนี้ครับ เมื่อจานนี้ถูกยกมาวาง กลิ่นหอมของ “น้ำมันมะกอกเกรดดี” ที่ผัดกับ “กระเทียม” และ “พริกแห้ง” ก็โชยเข้าจมูกทันทีแบบไม่ต้องสืบ

    เชฟนำเสนอตัวล็อบสเตอร์มาแบบครึ่งซีกตัวโตๆ ที่ผ่านการปรุงแบบย่างให้สุกกำลังดี เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง ด้านบนท็อปด้วยเครื่องปรุงที่ทำจากสมุนไพรสับ พริกสด และพริกแห้งที่ให้สีสันตัดกับเนื้อกุ้งสีขาวแดงได้อย่างเร้าอารมณ์ เส้นสปาเกตตี้ถูกต้มมาในระดับ Al Dente (หนึบกำลังดี ไม่เละ) คลุกเคล้ามากับซอสที่แทรกซึมทุกอณูเส้น

    คำแรกที่พีทส่งเข้าปากคือความสะใจครับ! รสชาติมีความเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกช่วยตัดความมันของล็อบสเตอร์ได้อย่างดีเยี่ยม เนื้อกุ้งหวานกรอบดั่งใจคิด ความพิเศษอยู่ที่ความหอมของกระเทียมเจียวที่เคลือบเส้นสปาเกตตี้ไว้ ทำให้ทุกคำที่เคี้ยวมีความหอมนวลแฝงอยู่ เป็นการผสมผสานเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศ และรสชาติที่ถูกปากคนไทยอย่างเราที่สุด จานนี้คือ “ตัวจบ” ที่ช่วยเติมเต็มความอิ่มเอมใจให้กับมื้ออาหารนี้ได้อย่างไร้ที่ติ ใครสายเส้นพีทบอกเลยว่าห้ามพลาดสั่งมาลองเพิ่มเป็นอันขาดครับ

    10. Cheese & Yuzu

    ปิดท้ายความฟินด้วยของหวานที่ล้างปากได้สะอาดหมดจด เชฟเสิร์ฟ Brie de Meaux Mousse (มูสชีสบรีระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศส) ที่มีความเค็มมันนุ่มนวล ทานคู่กับ Umeshu Cake (เค้กเหล้าบ๊วย) และ Matcha Sorbet (ซอร์เบต์มัทฉะ) ที่มีความขมจางๆ และเย็นสดชื่น แต่ที่พีทว้าวที่สุดคือการนำ “ยูสุ” มาทำเป็น “เมดคาร์เวียร์” (Yuzu Caviar) เม็ดเล็กๆ ที่แตกโพล๊ะในปากให้ความเปรี้ยวสดชื่นทันที เป็นการจบมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งความครีมมี่ ความสดชื่น และกลิ่นอายญี่ปุ่นที่ชัดเจน


    บทส่งท้ายจากใจพีท

    การมาสัมผัส Lobster Omakase 10-Course Journey ที่ KiSara ในครั้งนี้ บอกตามตรงครับว่ามันไม่ใช่แค่การมาทานอาหาร แต่มันคือการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณของการทำอาหารที่เชฟใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่ต้องสดที่สุด เทคนิคการปรุงที่ต้องแม่นยำที่สุด ไปจนถึงการนำเสนอที่ต้องสร้างความประทับใจให้ผู้ทาน

    ด้วยราคา 2,990++ บาท พีทถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของบอสตันล็อบสเตอร์ที่คุณจะได้ทานแทบจะทุกรูปแบบ ทั้งดิบ สุก รมควัน และฟิวชั่น แถมยังได้สัมผัสความคิดสร้างสรรค์อย่างการใช้น้ำผึ้งดาดฟ้าโรงแรมมาปรุงอาหาร ซึ่งสะท้อนถึงเทรนด์ความยั่งยืนได้อย่างดีเยี่ยม

    คำแนะนำจากพีท: เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดเพียง 10 ท่านต่อคืน และเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ (18.00 – 22.00 น.) เท่านั้น ใครที่อยากมาสัมผัสประสบการณ์ล็อบสเตอร์ล้นโต๊ะแบบนี้ ผมแนะนำให้รีบจองล่วงหน้าด่วนๆ เลยครับ เดี๋ยวจะหาว่าพีทไม่เตือน!

    แล้วพบกันใหม่มื้อหน้าครับ วันนี้ขอตัวไปละเลียดรสชาติล็อบสเตอร์ในความทรงจำต่ออีกสักนิด… สวัสดีครับ! 🦞✨


    ข้อมูลติดต่อและการจอง:

    📍 ห้องอาหาร KiSara ชั้น 3, โรงแรม Conrad Bangkok

    🗓️ ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เท่านั้น

    ⏰ 18.00 น. – 22.00 น.

    💰 ราคา THB 2,990++ ต่อท่าน (เฉพาะอาหาร)

    📞 สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ของโรงแรม Conrad Bangkok

    #LobsterOmakase #KiSara #ConradBangkok #BostonLobster #OmakaseBangkok #รีวิวอาหาร #พีทอาหารพาเพลิน #FoodEditorReview #LobsterJourney #JapaneseFineDining

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[Review] ล่องลอยในห้วงแห่งรสสัมผัส: เมื่อ “Échiré x Valrhona” เนรมิตศิลปะบนจานใน Summer Cake Collection
    Next Article [Review] เปิดสำรับฤดูร้อนระดับตำนาน “ข้าวแช่ ตำรับศิลาดล” โดยเชฟจิ๊บ แห่ง The Sukhothai Bangkok สัมผัสความละเมียดละไมของงานศิลป์ที่กินได้ พร้อมความหอมเย็นชื่นใจถึงขีดสุด

    Related Posts

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [Review] เมนูใหม่ HEI YIN สุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติกวางตุ้งชั้นสูง กับศิลปะการเคี่ยวซุปบำรุงสุขภาพ “The Art of Nourishing Soup” ณ Gaysorn Village

    September 2, 2026

    [Review] The Sensual Taste of Italy: ลิ้มรสความสุนทรีย์อิตาเลี่ยนแท้ๆ “The Flavors of Ms. Jigger” ณ Kimpton Maa-Lai Bangkok

    August 11, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ

    September 15, 2026

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    September 14, 2026

    [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว

    September 13, 2026

    [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel

    September 11, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ

    September 15, 2026

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    September 14, 2026

    [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว

    September 13, 2026

    [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel

    September 11, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026
    POPULAR

    กินผักใบเขียวเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต้อหินได้ !!!

    January 20, 2016

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...