Author: Kittin Assavavichai

ประเภทของนาฬิกาที่ควรรู้จัก เคยสงสัยไหมว่าหลัก ๆ แล้ว นาฬิกามีกี่ประเภท? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และมีจุดสังเกตอะไรบ้างที่ทำให้เราแยกนาฬิกาประเภทต่าง ๆ ได้ ซึ่งทาง Kin & Leisure จะมาช่วยอธิบายคุณสมบัติของนาฬิกาแต่ละแบบให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณได้พบนาฬิกาที่ใช่กับสไตล์ของคุณ Dress Watch Kittin with Patek Philippe Calatrava 3919j จุดเด่นของ Dress Watch อยู่ที่ความบางของตัวเรือนเพื่อให้สามารถสอดใต้ปลอกแขนเสื้อได้อย่างง่ายดาย มีการใช้วัสดุที่มีราคาในการผลิตและประดับตัวเคส หน้าปัดเน้นความเรียบง่ายและมักใช้มาร์คเกอร์เป็นทรงแท่งบางหรือเส้นมากกว่าตัวเลข ถ้าหากเป็นตัวเลขก็จะนิยมเป็นตัวเลขโรมัน สายนาฬิกาหลักคือสายหนัง ถ้าจะว่ากันแบบดั้งเดิม Dress Watch มีไว้เพื่อเสริมลุคทางการให้สมบูรณ์แบบ หน้าปัดจึงนิยมออกแบบโดยใช้เพียงสีพื้น หากมีลวดลายมักจะเป็นการแกะสลักตัววัสดุหน้าปัดแต่ไม่ใช่การเพ้นลวดลายหรือประดับอัญมณี เป็นนาฬิกาที่ไม่เน้นเรื่องความแม่นยำในการบอกเวลา (บางเรือนไม่มีเข็มวินาทีด้วยซ้ำ) แต่เน้นความเรียบง่ายให้กลมกลืนกับสูทที่ใส่มากกว่า ดังนั้น Dress watch จึงจะไม่มีกลไกลจับเวลา หน้าปัดสำรองพลังงาน แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วความทางการของสูทได้ถูกลดลงไปเป็น Smart Casual มากขึ้น เช่น การใส่สูทคู่กับเสื้อยืดหรือรองเท้าผ้าใบ ดังนั้น dress watch ปัจจุบันจึงออกแบบให้สามารถใส่กับชุดสไตล์ Smart casual ได้ด้วย ส่วนนาฬิกาประเภท Dress Watch ก็อย่างเช่น Patek Phillipe Calatrava, Jaeger-LeCoultre Master Calendar, Rolex Datejust และ Cartier Tank เป็นต้น ใครชอบความปราณีต ลงรายละเอียด หรูหราและคลาสสิคตลอดกาล Dress watch เรือนนี้สุดๆจริงครับ นาฬิกาเรือนพิเศษสุด มีเพียงไม่กี่เรือนในโลก ที่สุดของความหรูหรา คลาสสิคกับ พาเทค ฟิลลิป คาลาทราวา ซึ่งเป็นนิยามของ Dress watch หรูที่ดีที่สุด นาฬิกาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Patek อีกเรือน ที่ยังมีต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เป็นสมบัติที่ส่งต่อให้ลูกหลาน ตัวเรือนทำจากทองคำ Yellow Gold 18K…

Read More

พระเจ้ าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้ หม่อมเจ้ าฑิฆัมพร ยุคลเป็นผู้แทนพระองค์ ไปเปิดงานเทศกาลอาหารและไวน์ประจ าปี ครั ้งที่๒๒(เวิลด์ กูร์เมต์ เฟสติวัล)ณโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพเมื่อวันอังคารที่๖กันยายน พ.ศ.๒๕๖๕ นายดิลิป ราชากาเรีย – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล – ผู้แทนพระองค์, นางสาวสุวภา เจริญยิ่ง – กรรมการอิสระ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จ า ก ก า ร จั ด ง า น ค รั ้ ง นี ้ โ ร ง แ ร ม อ นั น ต ร า ส ย า มก รุ ง เ ท พได้รวบรวมรายได้จากการขายบัตรรับประทานอาหารมื ้อค ่าตลอดเทศกาลทุกที่นั่ง(บริจาค 600 บาทต่อบัตร)แ ล ะ ร า ย ไ ด้ ทั ้ง ห ม ด จ า ก ก า ร ป ร ะ มู ล ข…

Read More

Chef : เชฟซูจิโอะ ยามากูจิ (Sugio Yamaguchi), เชฟปีเตอร์ แกสต์ (Peter Gast), เชฟนิโคลัส อิสนาร์ด (Nicolas Isnard), เชฟดาวิด คารันจีนี (Davide Caranchini) และเชฟแคลร์ คลาร์ก (Claire Clark) Date : 09 2022 Story / Photo : Pol.Capt. Kittin A เวียนบรรจบครบมาอีกปีกับการเฉลิมฉลองเทศกาลอาหารและไวน์ที่ดีสุดกับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังจากทั่วโลก ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ซึ่งทางโรงแรมภูมิใจนำเสนอ งานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลกครั้งที่ 22 งานยิ่งใหญ่ประจำปีที่รวบรวมสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังจากทั่วโลก เมนูชั้นเลิศ อาหารและไวน์ชั้นเยี่ยม ตั้งแต่วันอังคารที่ 6 กันยายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565 ความพิเศษของงานเปิดเทศกาลเวิลด์ กูร์เมต์ ในปีนี้ พบกับการรวมตัวกันของ 5 เชฟชื่อดังระดับโลก ซึ่งบินตรงมาเพื่องานนี้ คือ เชฟซูจิโอะ ยามากูจิ (Sugio Yamaguchi), เชฟปีเตอร์ แกสต์ (Peter Gast), เชฟนิโคลัส อิสนาร์ด (Nicolas Isnard), เชฟดาวิด คารันจีนี (Davide Caranchini) และเชฟแคลร์ คลาร์ก (Claire Clark) โดยเชฟแต่ละท่านรับผิดชอบอาหารแต่ละคอร์ส เพื่อรังสรรค์เมนูพิเศษ 5 คอร์ส ราคา 8,500++ รวมไวน์แพริ่ง ในงานกาลาดินเนอร์ วันที่ 6 กันยายน 2565 ณ ห้องบอลรูม รายได้จากการจำหน่ายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำ 600 บาทต่อ 1 ใบ และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัลจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน มูลนิธิอนุเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ต่อไป เชฟซูจิโอะ ยามากูจิ (Sugio Yamaguchi) จากห้องอาหาร Botanique ฝรั่งเศส Ginger and Garden Herbs MadeleineOscietra Caviar by Kaviari จานแรกนำเสนอโดยเชฟซูจิโอะ ยามากูจิ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักคือ มัดเดอแลน (Madeleine) สมุนไพร ทำให้สีต่างจาก Madeleine…

Read More

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ร่วมกับ ร้านอาหารชื่อดังอย่าง นาโดดิ (Nadodi) จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เนรมิตค่ำคืนอันอัศจรรย์พร้อมเสิร์ฟอาหาร 9 คอร์สสไตล์โนแมดิค ที่ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ณ ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู ระหว่างวันที่ 23 และ 24 กันยายนนี้ ร้านอาหารนาโดดิ ได้รับการจัดอันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมในเอเชีย โดย Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2564 และปี 2565 และได้รับการจัดลำดับ 50 Best Discovery จากร้านอาหารทั่วโลกโดย World’s 50 Best อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารที่พลิกโฉมวงการร้านอาหารทั่วกรุงกัวลาลัมเปอร์ นาโดดิเป็นการผสมผสานของอาหารอินเดียใต้ที่พบในมาเลเซียและสิงค์โปรมาผนวกเข้ากับเทคนิคการทำอาหารชั้นยอดทำให้เกิดเป็นประสบการณ์ทานอาหารที่โลดโผนและรสสัมผัสแปลกใหม่กับผู้ที่ได้ลิ้มลอง พบกับ เมนูทั้ง 9 คอร์ส จากร้านอาหารนาโดดิ ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษที่ห้องอาหาร เวอร์ทิโก้ ทู โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ในวันที่ 23 และ 24 กันยายน 2565 นี้ เซ็ตอาหารค่ำนาโดดิ 9 คอร์ส ราคา 4,900++ บาทต่อท่าน เซ็ตอาหารค่ำนาโดดิ 9 คอร์ส พร้อมไวน์ ราคา 6,900++ บาทต่อท่าน สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่จองและยืนยันก่อนวันที่ 15 กันยายน 2565 จะได้รับส่วนลด 15% จากราคาปกติ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ท่านสามารถสำรองที่นั่งของท่านได้ที่ hostesses-bangkok@banyantree.com หรือติดต่อ 02 679 1200 *ราคาที่ระบุไว้ข้างต้นยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ Kin News Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป…

Read More

ห้องอาหารลา สกาลา ห้องอาหารอิตาเลียนระดับรางวัลรวมถึงมิชลินไกด์ห้าปีซ้อน นำโดยเชฟชาวอิตาเลียน อิวจินิโอ แคนโนนิ ต้อนรับการกลับมาเยือนประเทศไทยของเชฟ เดวิด แทมบูรินี ที่ปัจจุบันเป็นเชฟอาหารอิตาเลียนประจำโรงแรม ANA Crowne Plaza Kobe, an IHG Hotel ด้วยการเชื้อเชิญร่วมสรรสร้างเมนูพิเศษร่วมกันในรูปแบบ Four Hands Collaboration ในโปรโมชั่นสุดเอ็กคลูซีฟ จากโกเบสู่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 ถึง 2 ตุลาคม 2065 เสริฟเพียง 5 มื้ออาหารเท่านั้น รูปแบบและปรัชญาการปรุงอาหารของเชฟทั้งสองท่านคือการคงไว้ซึ่งสเน่ห์และรสชาติของวัตถุดิบไม่ดัดแปลงรสเดิมของวัตถุดิบนั้นๆ แต่ประสานเทคนิคการนำเสนอที่แตกต่าง แต่เรียบง่ายและชัดเจน เพิ่มเติมเข้าไปในแต่ละจาน และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการทำงานในหลากหลายหน้าที่และหลากหลายประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดสำหรับนักชิม จึงเป็นช่วงเวลาพิเศษที่สองเชฟหนึ่งอุดมการณ์ได้มีโอกาสเข้าครัวปรุงอาหารเมนูสุดพิเศษร่วมกันในครั้งนี้ โดยนำเสนอวัตถุดิบหลากหลายที่ดีที่สุดของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น Tuna Collar หรือ Japanese Olive Flounder เป็นต้น โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 ถึง 2 ตุลาคม 2065 วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 เสริฟเฉพาะมื้อค่ำวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 เสริฟมื้อกลางวันและมื้อค่ำวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2565 เสริฟมื้อกลางวันและมื้อค่ำ อาหารชุด 4 คอร์สสำหรับมื้อกลางวันอาหารชุด 6 คอร์สสำหรับมื้อค่ำ3,100++ บาทต่อท่าน (food only)1,900++ บาทต่อท่าน (wine pairing)4,300++ บาทต่อท่าน (food only)2,200++ บาทต่อท่าน (wine pairing) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02 344 8888 หรืออีเมล์มาที่ promotions@sukhothai.com  David Tamburini x Eugenio Cannoni Kin…

Read More

โรงแรมสินธว เคมปีนสกี้ กรุงเทพฯ เชิญคุณมาจิบน้ำชายามบ่าย ท่ามกลางบรรยากาศรูหราโอโถงของล็อบบี้ ที่ได้รับรางวัล Best Hotel Lobby Interior of Thailand and Best International Hotel Lobby Interior จาn International Property Awards ล๊อบบี้ได้รับการออกแบบให้สูงโปรง เปิดรับแลงธรมชาติที่ส่องผ่านประตูทางเข้าทรงโค้งที่เชื่อมต่อความเป็นธรรมชาติใจกลางเมืองสูโถ่งล็อบบี้ ของโรงแรมฯ ได้อย่างกลมกลืน ชุดน้ำชายามบ่าย The Verdant Afternoon Tea ได้รับแรงบันดาลใจจาก Sustainability Concept ที่ทางโรงแรมมุ่งมั่นที่จะช่วยอนุรักษ์โลกและรักษาสิ่งแวดล้อม กทั้งยังสอดรับกับการที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้กรุงเทพฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED Silver (Leadership in Energy and EnvironmentalDesign) ของ United Stated Green Building Council หรือ USGBC ซึ่งทางคณะกรรมการจะทำการพิจารณาตั้งแต่ชั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้างอาคาร การเลือกใช้วัลดุที่อนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิลอีกด้วย ชุดน้ำชายามบ่าย The Verdant Afternoon Tea ยังคงความโดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการนำวัสดุเหลือใช้อย่าง ใยมะพร้าวและแกลบข้าว มาสร้างสรรค์เป็นชุดชายามบ่ายดีไชน์เก๋ เพิ่มความตระการตาด้วยดรายไอซ์บริเวณฐานของชุดชา ลิ้มลองรสชาติอันละเมียดของเมนูชุดชายามบ่ายไม่ว่าจะเป็นชุด Classis Afternoon Tea สำหรับผู้ที่ชอบความเรียบหรูอร่อยในสไตล์ต้นตำรับ หรือจะเป็นชุด Guit FreeAfternoon Tea สำหรับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพ ทุกชุดเสิร์ฟคู่กับชาระดับพรีเมี่ยมหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกตามความชอบ รวมทั้งชาสมุนไพรออร์แกนิก ซงโดยทีมาสเตอร์ หรือพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านชาของโรงแรมฯ ที่จัดเตรียมมาเสิร์ฟให้คุณได้ผ่อนคลาย พบกับชุดน้ำชายามบ่าย The Verdant Afternoon Tea ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ เติมความสดชื่นก่อนจิบชาด้วยกรานิต้าเมล่อนผสมน้ำมะพร้าว เกล็ดน้ำแข็งสีอ่อนละมุ่นที่เสิร์ฟในลูกมะพร้าวขนาดกระทัดรัด อร่อยกับสโคนสูตรพิเศษทั้งคลาสสิคสโคนและสโคนลูกเกด เสิร์ฟพร้อมแยมสตรอเบอรี่ ค็อตเต็ทครีมชีส และเลม่อนเศิร์ด กรุ่นกลิ่นความหอมหวานกับเมนูของว่างยามบ่าย ไม่ว่าจะเป็น ฟัวกราโรล-ฟัวกราเทอรีนเสิร์ฟคู่กับเมล็ดโกโก้ บลูเบอร์รี่และขนมปังบรียร์ช, สก็อตติชแซลม่อนทาท่าร์-ที่นำขนมปังปัมเปอร์นิเคิลสอดไส้ด้วยแซลม่อนทาท่าร์และซาร์วครีมเติมรสชาติด้วยไข่ปลาคาร์เวียร์, เวเฟอร์กุ้งค็อกเทลสูตรพิเศษ,…

Read More

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ภูมิใจนำเสนอ World Gourmet Festival งานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลกครั้งที่ 22 วันที่ 6-11 กันยายน 2565Anantara Siam Bangkok 🌟ความพิเศษของ งานเปิดเทศกาลเวิลด์ กูร์เมต์ ในปีนี้ พบกับการรวมตัวกันของ 5 เชฟชื่อดังระดับโลก บินตรงมาเพื่องานนี้ ร่วมกันรังสรรค์เมนูพิเศษคนละคอร์ส 🧑‍🍳เชฟซูจิโอะ ยามากูจิ (Sugio Yamaguchi) จากห้องอาหาร Botanique ฝรั่งเศส 🧑‍🍳เชฟปีเตอร์ แกสต์ (Peter Gast) จากห้องอาหาร  Graphite เนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว 🧑‍🍳เชฟนิโคลัส อิสนาร์ด (Nicolas Isnard) จากห้องอาหาร Auberge de la Charme ฝรั่งเศส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว 🧑‍🍳เชฟดาวิด คารันจีนี (Davide Caranchini) จากห้องอาหาร Materia อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว 👩🏻‍🍳เชฟแคลร์ คลาร์ก (Claire Clark) จากห้องอาหาร Pretty Sweet สหราชอาณาจักร 🍽🍷 8,500++ รวมไวน์แพริ่ง 🗓 วันอังคารที่ 6 กันยายน 2565 เวลา 18:30 น. 🏨 ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ 💴โดยรายได้ส่วนหนึ่งและ การประมูลของรางวัล จะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน มูลนิธิอนุเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในพระอุปถัมภ์ เมนูของค่ำคืนสุดแสนพิเศษ <คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดรายการอาหารที่เชฟทุกคนร่วมกันรังสรรค์> การเฉลิมฉลองเทศกาลอาหารและไวน์ที่ดีสุดกับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังจากทั่วโลก โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ภูมิใจนำเสนอ งานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลกครั้งที่ 22 งานยิ่งใหญ่ประจำปีที่รวบรวมสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังจากทั่วโลก เมนูชั้นเลิศ อาหารและไวน์ชั้นเยี่ยม ตั้งแต่วันอังคารที่ 6 กันยายน ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565 ปีนี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ…

Read More

สำหรับชาวตะวันตกช่วงคริสมาสก็จะส่งต่อความสุขกันด้วยแฮมเปอร์ สำหรับชาวเอเชียเชื้อสายจีนเองก็มี ขนมไหว้พระจันทร์มาส่งมอบให้กันและกัน และแน่นอนว่านอกจาก รสชาติ ก็ยังมีกล่องซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ หลายคนซื้อเพื่อมอบให้กันหรือซื้อเก็บก็เพราะความสวยของกล่องนี่แหละครับ และความแปลกใหม่สร้างสรรค์ของไส้ในปัจจุบันที่นับวันยิ่งมากมาย หลากหลาย น่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ครั้งนี้ Kin&Leisure Luxury – Lifestyle Media ได้รวบรวมทำรีวิว ขนมไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2022 ชั้นนำในกรุงเทพฯ หลากหลายสไตล์ รวมถึงการคัดสรร จากกองบรรณาธิการที่ชิมและตัดสินด้วยเกณฑ์ที่มาตรฐาน มาให้ทุกท่านได้ ลองอ่าน ลองชมประกอบการตัดสินใจซื้อมาลอง มาไหว้ เอาไปให้ หรือเอามาชิม เข้าสู่ช่วงเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์อีกครั้ง ในทุกๆช่วงกลางปี กลางฤดูใบไม้ร่วง จะเป็นเวลาแห่งการไหว้พระจันทร์ สิ่งที่ตามมาคือขนมไหว้พระจันทร์ อันเป็นขนมที่โปรดปรานของใครหลายคน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนับพันปี แต่ทว่าความนิยมในขนมไหว้พระจันทร์กลับเพิ่มมากขึ้น และมีการพัฒนา สร้างสรรค์ ขนมไหว้พระจันทร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับเปลี่ยนขนาด รูปทรง รสชาติ ส่วนผสม ไส้ แป้ง และอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนซื้อขนมไหว้พระจันทร์นั่นคือ กล่อง และบรรจุภัณฑ์ ที่ทุกๆแห่งต่างแข่งขันกันรังสรรค์กล่อง และบรรจุภัณฑ์ให้งดงามและหลากหลาย ทั้งนี้เรามี Key word นิยามสั้นๆให้แต่ละที่เพื่อให้เข้าใจและตัดสินใจเลือกกันง่ายๆก่อนคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดเต็มกันด้วยครับ อร่อยทุกไส้ ครีมรังนกดีเด่น กล่องผู้ดีสวยหวาน – Shangri-la Bangkok ขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานด้วยหลากหลายไส้รสชาติยอดนิยมสุดคลาสสิก ตำนานที่ยังมีชีวิตแห่งริมน้ำเจ้าพระยาที่มาพร้อมกล่องแสนสวยสุดมงคล จาก โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ Shang Palace, Shangri-la Bangkok moon cake 2022 หากใครถามว่าขนมไหว้พระจันทร์ของแชงฯ ไส้ไหนอร่อยสุด คงตอบได้ว่า อร่อยทุกไส้ ไร้ที่ติ อยู่ในนิยามของคำว่าสมบูรณ์แบบสำหรับความสามารถที่ขนมไหว้พระจันทร์ดีๆจะเป็นได้ ห่กจะซื้อกินหรือเอาเป็นของขวัญให้ใคร นี่คงเป็นไอเดียที่ดีสุดๆ อ่านรายละเอียดต่อ <คลิกที่นี่> ไส้มะม่วงน้ำปลาหวานดีเด่น ปั้ง เคาะกันเองในโรงแรม ทุเรียนเนียนนุ่ม – Banyan Tree Bangkok ขนมไหว้พระจันทร์เจ้าดังเคาะเอง อบเองแห่งย่านสาทร ที่มาพร้อมรสใหม่อย่าง มะม่วงน้ำปลาหวาน และ มอคค่าคาราเมล Moon Cake 2022, Banyan Tree…

Read More

Chef : – : 08 2022 Story : Dr. Athiwat T. . / Photo : Pol.Capt.Kittin A หากใครถามว่าขนมไหว้พระจันทร์ของแชงฯ ไส้ไหนอร่อยสุด คงตอบได้ว่า อร่อยทุกไส้ ไร้ที่ติ อยู่ในนิยามของคำว่าสมบูรณ์แบบสำหรับความสามารถที่ขนมไหว้พระจันทร์ดีๆจะเป็นได้ ห่กจะซื้อกินหรือเอาเป็นของขวัญให้ใคร นี่คงเป็นไอเดียที่ดีสุดๆ เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของการที่เหล่าสมาชิกของครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนงดงาม วันพิเศษนี้ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นช่วงที่พระจันทร์เต็มดวงทอแสงกระจ่างตาทั่วท้องฟ้า และเป็นเวลาที่ทุกคนจะได้ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติแสนอร่อยของแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ขอเชิญคุณและครอบครัวที่คุณรักมาร่วมฉลองหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญของชาวจีน พร้อมต้อนรับ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี พ.ศ. 2565 ไปกับขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานหลากหลายรสชาติยอดนิยมสุดคลาสสิกในแบบฉบับ แชงกรี-ลา ที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านที่ชื่นชอบในการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์มามากกว่า 30 ปี ซึ่งในปีนี้โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ขอนำเสนอคอลเลกชั่นกล่องบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี พ.ศ. 2565 ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นถึงความหรูหรา อย่างมีระดับกับลวดลายแสนคลาสสิกของนกฮัมมิงเบิร์ดที่กำลัง ดื่มด่ำกับน้ำหวานจากดอกโบตั๋นอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีนที่เชื่อว่า ฮัมมิงเบิร์ดจะนำมาซึ่งความโชคดีและพลังบวกอันแจ่มใส ในขณะที่โบตั๋น “ราชาแห่งดอกไม้” สื่อถึงความมั่งคั่งอย่างไม่รู้จบ ขนมไหว้พระจันทร์โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ บรรจุในกล่องดีไซน์สวยหรูหลากหลายขนาด พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 12 กันยายน พ.ศ. 2565 ในราคาเริ่มต้นที่กล่องละ 408 บาทถ้วน ถึง 2,298 บาทถ้วน ขนมไหว้พระจันทร์แห่งโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิดผ่านกรรมวิธีอันแสนพิถีพิถันที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยมาสเตอร์เชฟขนมไหว้พระจันทร์มากประสบการณ์ นำมาบรรจุในกล่องบรรจุภัณฑ์ อันหรูหราที่เต็มเปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นมงคลให้แก่ทั้งผู้รับและผู้ให้ ขนมไหว้พระจันทร์ในตำนานในแบบฉบับแชงกรี-ลาหลากหลายไส้เลิศรสสุดคลาสสิก ประกอบไปด้วย ไส้โหงวยิ้ง ความโดดเด่นของโหงวยิ้งที่นี่คือส่วนประกอบของไส้นั้นเอง กรุบกรอบไปกับเหล่าถั่วชนิดต่างๆ อาทิ อัลมอนด์ ผสมแฮมยูนนาน ใบมะกรูด หอมซ่าจางๆ ตัดด้วยรสชาติของไข่เค็ม ซึ่งตัวเนื้อนั้นที่นี่จะทำไม่แห้งเกินไป จะใส่ถั่วหลายชนิด อาทิ อัลมอนด์ วอลนัท หนำหยั่น และส่วนผสมอื่นนำเข้าจากประเทศจีน เช่น แฮมยูนาน รวมถึงมันหมูหั่นชิ้นเล็ก เม็ดก๋วยจี้หอมมันจากฮ่องกง เมื่อกัดขนมไหว้พระจันทร์แล้วจะได้รสขาติหอม มันของส่วนผสมเต็มคำ ไส้ทุเรียน ที่ลูกค้าติดใจนั้นเกิดจากความพิถีพิถันของการเลือกวัตถุดิบจะต้องเลือกทุเรียนหมอนทองกวนจากสวนเจ้าประจำ เนื้อเนียนเหนียวและไม่หวานจัด…

Read More

Chef : Gerard Villaret Horcajo : 08 2022 Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A สวัสดีทุกท่านครับ วันนี้ kinandleisure.com จะพาทุกท่านกลับไปยังห้องอาหาร fine dining ที่เราจะไม่สามารถพลาด เมนูพิเศษได้แม้แต่ฤดูกาลเดียวนั่นคือ Elements ประจำโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ซึ่งเมนูที่เราจะนำเสนอในวันนี้เป็น summer menu ที่โดดเด่นในเรื่องของความสดชื่น และ การไต่ระดับรสชาติตั้งแต่ Amuse bouche จนถึง Main courses การเดินทางครั้งใหม่ในฤดูร้อนของห้องอาหาร เอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ โดยเชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ ได้นำวัตถุดิบและส่วนผสมในการประกอบอาหารที่ดีที่สุดที่มีให้เลือกสรรในช่วงฤดูร้อนที่เน้นรสชาติที่ให้ความสดชื่นเพื่อคลายความร้อนโดยนำเสนอออกมาเป็นเมนูมื้อพิเศษที่เหมาะกับฤดูกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยในแต่ละคำเมื่อได้รับประทานแล้วทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น หอมละมุน อีกทั้งรสชาติยังได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ ผลไม้ และผักในฤดูร้อนที่เบ่งบานอย่างเต็มที่ เริ่มจากขนมปัง signature ทั้งสามแบบ croissant, Charcoal Hokkaido milk และ Soba buckwheat พร้อมเนย2 สูตรได้แก่ miso butter with seaweed, plain butter สำหรับ course จะมีชื่อว่า “MIZU” อันหมายถึงสายน้ำ เสิร์ฟทั้งหมด 8 course เริ่มต้นที่ amuse bouche สี่ชิ้นเริ่มจากในจานรูปใบไม้สีน้ำตาลจะเป็น เมอแรงฟูริคาเกะ ปรุงรสด้วยซอสยากินิกุ ให้รสสัมผัสของเนื้อย่างแบบญี่ปุ่น ส่วนในจานเล็กรูปใบแปะก๊วยที่ทำจากโลหะเงางาม เป็นหนังปลาเทราต์ทอปด้วยแซลมอน และในจานเป็น หนังไก่ รับประทานกับกุ้งแม่น้ำ ซอสพอนสึ และ โนริเมโย ตบท้ายด้วยทาร์ต…

Read More