Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A
คุณเคยเห็นปรากฏการณ์ห้องอาหารที่ทำให้ที่จอดรถของโรงแรมระดับห้าดาวเต็มแน่นจนหาที่จอดไม่ได้ในคืนวันพฤหัสบดีหรือไม่?
คอลัมน์ kinandleisure ขอพาคุณไปรู้จักกับ La Petite Maison (LPM) ร้านอาหารระดับโลกสไตล์ French Riviera ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองนิส (Nice) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ก่อนจะไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังระดับตำนานจากสาขา Mayfair ในกรุงลอนดอน ซึ่งตอนนี้ได้มาเปิด Pop-up Store สุดพิเศษแบบจำกัดเวลา ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 เท่านั้น!)

เสน่ห์แห่ง French Riviera และ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ LPM
ความสำเร็จของ LPM ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน ดูไบ ไมอามี หรือริยาด ไม่ได้มาจากแค่รสชาติอาหารเท่านั้น แต่คือแนวคิด “Tous célèbres ici” (ทุกคนคือคนสำคัญเมื่ออยู่ที่นี่) และสไตล์อาหาร French Riviera หรือ Cuisine Niçoise ที่เน้นความสดใหม่ ขนมปังอบใหม่กรอบนอกนุ่มใน น้ำมันมะกอกคุณภาพเยี่ยม และการดึงรสชาติธรรมชาติตามฤดูกาลของวัตถุดิบออกมาให้เปล่งประกายที่สุด
บรรยากาศ (Atmosphere)
เมื่อก้าวเข้าไปในพื้นที่ Pop-up ที่โรงแรมอนันตรา สยาม คุณจะรู้สึกเหมือนถูกวาร์ปไปอยู่ใจกลางลอนดอนหรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน LPM ได้ยกสัญลักษณ์ที่เป็น Iconic Elements มาไว้อย่างครบถ้วน:
- กันสาดสีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ที่คอยต้อนรับแขกผู้มาเยือน
- Trolley ภาพวาดศิลปะ และงานอาร์ตสไตล์โมเดิร์นพิ่มความมีชีวิตชีวา
- ขวดน้ำมันมะกอกลายเซ็นของร้าน อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารเซรามิก และยูนิฟอร์มพนักงานที่เนี้ยบแต่ผ่อนคลาย


องค์ประกอบเหล่านี้ถูกนำมาร้อยเรียงเข้ากับความหรูหราของโรงแรมอนันตรา สยาม ได้อย่างลงตัว อาหารของที่นี่เน้นรูปแบบ Family Style & Sharing Menu เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการพูดคุย หัวเราะ และแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันบนโต๊ะอาหาร

กิมมิกต้อนรับบนโต๊ะอาหาร: “Créer votre propre salade”
เมื่อนั่งลงที่โต๊ะ สิ่งแรกที่คุณจะพบคือ มะเขือเทศสดลูกและเลมอน วางคู่อยู่กับมีดฝานและจาน whiteplate นี่ไม่ใช่เพียงของตกแต่งโต๊ะ (Centerpiece) แต่มันคือ กิมมิกสุดน่ารักที่เป็นลายเซ็นของ LPM ที่เปิดโอกาสให้คุณสวมบทบาทเป็นเชฟ ครีเอทสลัดส่วนตัวได้อย่างอิสระ!

ลองฝานมะเขือเทศสดที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน (ซึ่งเนื้อแน่น หวานฉ่ำธรรมชาติมาก) โรยเกลือทะเล พริกไทยดำบดใหม่ บีบเลมอนสดเพื่อตัดรสหวานให้โดดเด่น แล้วราดด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ชั้นเยี่ยม (Extra Virgin Olive Oil) สกัดเย็นที่หอมกลิ่นหญ้าสดเบา ๆ ทานคู่กับขนมปัง Plain หรือ Whole Grain อบอุ่น ๆ ที่นำมาเสิร์ฟระหว่างรออาหาร เป็นออร์เดิร์ฟที่เรียกน้ำย่อยและสร้างความสดชื่นได้อย่างมีเสน่ห์ลงตัว
เมนูอาหาร
🥗 อาหารเรียกน้ำย่อย
1. Burrata Et Tomates (850 THB++)
Burrata (ชีสเนียนนุ่มสไตล์อิตาเลียนที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในแถบ Riviera) เสิร์ฟคู่กับ Tomates (มะเขือเทศ)
จานนี้คือบทพิสูจน์ความสดของวัตถุดิบ! ก้อน Burrata ชีสสดขนาดกำลังดี เมื่อใช้มีดผ่าออกจะพบกับเนื้อในที่เป็นสแตรชเชียเทลลา (Stracciatella) ซึ่ง Burrata ของ LPM ที่คัดมาอันนี้จะไม่เยิ้มมาก มีความหนืดแบบเป็นเส้นสายชัดเจน ตัดกับความหวานกรอบฉ่ำน้ำของ Cherry Tomatoes ที่ผ่านการมาริเนตมาอย่างพอดี ความหอมระเหยของใบโหระพาฝรั่งสด (Basil) และน้ำมันซอสโหระพาสีเขียวมรกตที่ราดมา ช่วยเชื่อมรสชาติความมัน ความเปรี้ยว และความหวานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ


2. Carpaccio De Sériole Du Japon (690 THB++)
Carpaccio คือเทคนิคการสไลซ์วัตถุดิบดิบให้บางเฉียบ ส่วน Sériole du Japon หมายถึง “ปลาฮามาจิ” หรือ Yellowtail คุณภาพสูงส่งตรงจากญี่ปุ่น

จานคาร์ปาชโชปลาที่หลายร้านในแถบเมดิเตอร์เรเนียนในไทยหลายร้านนำมาเป็นตัวชูโรง แต่เรามั่นใจว่า LPM ทำออกมาได้สวยงามและยกระดับไปอีกขั้น! เนื้อปลาฮามาจิสดไร้กลิ่นคาว สไลซ์บางจัดเรียงเป็นแผ่นวงกลมอย่างประณีต ตัวเนื้อปลามีความนุ่มและมีความมันแทรกตามธรรมชาติ ท็อปด้วย Guacamole อะโวคาโดบดเนื้อเนียน และราดด้วย Citrus Dressing สีเหลืองทองรสเปรี้ยวอมหวานจากผลไม้ตระกูลส้มและเลมอน ที่ไม่เพียงช่วยชูรสความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลา แต่ยังให้ความรู้สึกสดชื่น เบาสบาย และละมุนลิ้นในทุกคำ

3. Escargots De Bourgogne (850 THB++)
Escargots (หอยทาก) จากแคว้น Bourgogne (เบอร์กันดี) ดินแดนแห่งวัตถุดิบชั้นเลิศของฝรั่งเศส เสิร์ฟมาในจานหลุมเซรามิกเฉพาะตัวที่ช่วยเก็บและควบคุมความร้อนไว้ได้นานตลอดมื้อ

หอยทากฝรั่งเศสตัวใหญ่คัดไซส์พิเศษ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวชืด อบมาพร้อมซอสเนยกระเทียม พาร์สลีย์ (Beurre d’escargot) และสมุนไพรฝรั่งเศส เข้มข้น หอมมัน กลิ่นกระเทียมและเนยยั่วเย้าตั้งแต่ยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ตัวซอสเดือดปุด ๆ คุมอุณหภูมิความร้อนได้ดีเยี่ยม เมื่อใช้ไม้จิ้มเนื้อหอยทากออกมาทานแล้ว แนะนำให้เอาขนมปังฝรั่งเศสขอบกรอบเนื้อนุ่มลงไปดิบซอสเนยกระเทียมที่เหลือในหลุม… บอกเลยว่าอร่อยจนหาที่ติไม่ได้ และไม่มีปล่อยให้ซอสหยดไหนสูญเปล่าแน่นอน!

🍽️ จานหลัก (Main Courses / Plats Principaux)
1. Risotto Au Homard (3,600 THB++)
Au Homard หมายถึง “เสิร์ฟพร้อมกุ้งลอบสเตอร์” จานนี้เป็นการผสมผสานศาสตร์การทำรีซอตโตสไตล์อิตาเลียนเข้ากับสไตล์การปรุงแบบฝรั่งเศส และเติมมิติด้วยสมุนไพรเอเชีย

จานนี้ขอยกให้เป็น “ที่สุดแห่ง Risotto” เมล็ดข้าว ถูกเคี่ยวในน้ำสต็อกกุ้งลอบสเตอร์บิสก์เข้มข้นจนเมล็ดข้าวดูดซับความอุมาริเข้าไปเต็ม ๆ โดยยังคงความ Al Dente (สุกกำลังดี มีความกรุบที่ใจกลางเมล็ดข้าวเล็กน้อย) ไฮไลต์คือลอบสเตอร์ตัวโตแกะเนื้อมาให้แบบ Full-size ทั้งตัว เนื้อกุ้งเด้งสู้ลิ้น หวานฉ่ำสดใหม่ ความน่าสนใจระดับ Genius ของเชฟคือการใส่ Thai Basil (ใบโหระพาไทย) ลงไปปรุงด้วย กลิ่นหอมระเหยและรสซ่าเบา ๆ ของโหระพาไทยช่วยตัดความเลี่ยนของชีสและเนยในรีซอตโตได้อย่างชาญฉลาด ทำให้เป็นรีซอตโตจานใหญ่ที่ทานได้เรื่อย ๆ

2. Côtelettes D’Agneau Vivienne (1,990 THB++)
Côtelettes d’Agneau คือ ซี่โครงแกะย่าง จานนี้ตั้งชื่อตามถนน Rue Vivienne ในปารีส เพื่อสะท้อนความคลาสสิกและหรูหรา

ซี่โครงแกะคัดเกรดหมักด้วยสมุนไพรเมดิเตอร์เรเนียนอย่างพิถีพิถัน นำไปย่างด้วยความร้อนที่แม่นยำจนได้ระดับ Medium แรร์นิด ๆ ผิวนอกมีรอยเกรียมหอมกรุ่น เนื้อด้านในยังคงเป็นสีชมพูฉ่ำวาว ไร้กลิ่นสาบแกะโดยสิ้นเชิง! เมื่อใช้มีดหั่น เนื้อตัดออกจากกระดูกได้อย่างลื่นไหลและนุ่มแทบละลายในปาก เสิร์ฟมาพร้อมกับ Aubergine Caviar (มะเขือยาวเผาบดเนื้อเนียนละเอียด) และ Pine Nuts (เมล็ดสนอบกรอบ) เมื่อทาตัวมะเขือยาวบดและซอสเกรวี่เข้มข้นลงบนเนื้อแกะ แล้วส่งเข้าปากพร้อมกัน รสชาติความหอมมันของเมล็ดสนและความหวานกลมกล่อมของซอสจะดึงความหวานตามธรรมชาติของเนื้อแกะออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม

3. Sole Poêlée Au Grain De Moutarde (3,200 THB++)
Sole Poêlée คือ ปลาตาเดียวชนิด Dover Sole นำไปทอดกระทะด้วยเนย (Pan-seared) ส่วน Grain de Moutarde คือ เมล็ดมัสตาร์ดแบบโฮลเกรน

ปลาตาเดียว Dover Sole ตัวโตเสิร์ฟแบบเต็มตัว โดยมีบริการเลาะก้างใหญ่ออกให้ที่โต๊ะอย่างประณีตสไตล์เดคูพาจ (Découpage) เนื้อปลาสีขาวแน่น นุ่มละเอียด และหวานสด ซอสเนยที่ราดมามีความหอมมัน ผสมผสานกับความกรุบกรอบของอัลมอนด์สไลซ์อบ และความเปรี้ยวเผ็ดซ่าเบา ๆ ที่แทรกอยู่ในมวลของเมล็ดมัสตาร์ดโฮลเกรน รสสัมผัสโดยรวมให้ความรู้สึกสดชื่น นุ่มนวล เสมือนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ริมชายหาดทางตอนใต้ของฝรั่งเศสจริง ๆ

🥔 จานเคียง (Sides / Accompagnements)
จานข้างเคียงของ LPM ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถูกคิดค้นมาเพื่อส่งเสริมรสชาติของจานหลักได้อย่างสมบูรณ์แบบ
1. Gratin Dauphinois (Potato Gratin) (360 THB++)
เมนูกราแตงมันฝรั่งอบครีม เนย และชีส ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมจากแคว้น Dauphiné ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

กราแตงมันฝรั่งของ LPM ทำได้ดีมาก ๆ มันฝรั่งสไลซ์บางเฉียบเรียงซ้อนกันเป็นเลียเยอร์แน่นละเอียด อบจนครีมและเนยซึมลึกเข้าไปในเนื้อ ผิวนอกด้านบนมีความกรอบทองเบา ๆ หอมกลิ่นเนยและลูกผักชี/นัทเมกเบา ๆ เนื้อสัมผัสนุ่มเนียน ละมุนลิ้น ความมันสม่ำเสมอในทุกคำที่ตัก เมื่อทานคู่กับทั้ง Risotto หรือ Lamb ช่วยเสริมความอบอุ่นละมุนใจ และความอุ่นอบอวลของมันฝรั่งยังช่วยตัดความเปรี้ยวโดดหรือความเลี่ยนของจานอื่นได้ดีมาก
2. Broccolini (320 THB++)
: บรอกโคลินี่ (ก้านยาว) สดกรอบ ไม่ใช่แค่การนำไปย่างผ่าน ๆ แต่เชฟนำไป Grill ด้วยความร้อนสูงจนได้กลิ่นย่างรมควันหอมเบา ๆ (Charred Aroma) โดยที่ก้านยังคงความกรอบและสีเขียวสด ไม่ได้ไหม้เกรียมชืดแบบที่พบตามร้านทั่วไปครับ ความพิเศษคือการปรุงรสด้วยพริกและขิงหั่นชิ้นเล็ก ๆ ให้รสสัมผัสเผ็ดและหอมซ่อนนิด ๆ เป็นจานเคียงที่ตัดเลี่ยนอาหารจานหลักที่มีครีมหรือเนยได้ลงตัว

🍨 ของหวาน (Desserts / Desserts)
ของหวานของ LPM ทำออกมาได้ดีเยี่ยมในระดับที่ว่า หากแยกออกมาเปิดเป็นคาเฟ่ของหวานฝรั่งเศสเดี่ยว ๆ ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องมีคนต่อคิวถล่มทลายทุกวันแน่นอน!
1. Pain Perdu Façon Cyrus (410 THB++)
Pain Perdu แปลตรงตัวว่า “ขนมปังที่ถูกลืม” (French Toast) คำว่า Façon หมายถึง “ในสไตล์ของ…”

จานนี้จะทำให้คุณลืม French Toast ทุกจานที่เคยทานมาในชีวิต! ขนมปัง Brioche ก้อนหนานุ่ม ถูกนำไปแช่ในน้ำคัสตาร์ดจนซึมเข้าเนื้อ แล้วนำไปจี่กระทะจนผิวนอกเป็นเคลือบคาราเมลน้ำตาลไหม้ (Caramelized Crust) กรอบนอก กลิ่นหอมหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสด้านในนุ่มเยิ้มเหมือนพุดดิ้ง ทานคู่กับไอศกรีมเครื่องเทศ (Spiced Ice Cream)แทรกกลิ่นอบเชย ด้วยสมุนไพรเบา ๆ รสชาติความร้อนของคาราเมลและความเย็นของไอศกรีมแบบที่หลายคนโหยหาครับ

2. Gâteau Au Fromage Frais (410 THB++)
Gâteau au Fromage Frais หรือ Vanilla Cheesecake ที่ทำจากเฟรชชีสสดสไตล์ฝรั่งเศส

ชีสเค้กวานิลลาแท้ (มองเห็นจุดฝักวานิลลาจิ๋ว ๆ ในเนื้อชีส) ที่มีเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม เบาสบาย ลื่นคอที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา ไม่ใช่ชีสเค้กเนื้อแน่นหนักแบบ New York Style แต่มีความฟูเบาคล้ายมูส รสชาติกลมกล่อม หวานน้อย รสสัมผัสละมุนละไม ยิ่งรับประทานคู่กับ Berry Compote ซอสเบอร์รี่เคี่ยวรสเปรี้ยวอมหวาน ยิ่งช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสดชื่นและสมบูรณ์แบบ

(Signature Cocktails)


- Tomatini (Signature Cocktail): ค็อกเทลระดับตำนานของ LPM ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสลัดมะเขือเทศ! เชฟใช้มะเขือเทศสด Campari นำมาบดสกัดสด ๆ ผสมกับวอดก้า น้ำเซเลอรี เกลือ พริกไทย และไซรัป balsamic เบา ๆ รสชาติกลมกล่อม หอมมะเขือเทศสดชื่นอย่างเด่นชัด ใครที่เป็นรักน้ำมะเขือเทศจะต้องขอสั่งซ้ำแน่นอน!
- Garden of Eden: สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดสายมะเขือเทศ ขอแนะนำแก้วนี้ เบสด้วย Tanqueray London Dry Gin ผสมผสานกับ Salted Pink Lady Apple, Lavender Soda และ Grapefruit Bitters ให้รสชาติหวานเบา ๆ ซ่าสดชื่น หอมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์และแอปเปิ้ล เข้ากับอาหารทุกจานในมื้อได้อย่างราบรื่น

เครื่องดื่มจดหมายแห่งอาทีวาดที่ผสมผสานแชมเปญอันเลิศรส

บทสรุป
La Petite Maison (LPM) Pop-up at Anantara Siam คือ “Dining Experience” ระดับโลกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียม รสชาติอาหารฝรั่งเศสตอนใต้ที่พิถีพิถัน บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาอบอุ่น และการบริการระดับห้าดาวที่สมศักดิ์ศรีชื่อเสียงระดับโลก
⚠️ เตือนไว้ก่อน: LPM Pop-up แห่งนี้จะเปิดให้บริการถึงแค่ วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 นี้เท่านั้น และเนื่องจากกระแสความนิยมที่ทำให้ห้องอาหารแน่นจนที่จอดรถเต็มตั้งแต่วันธรรมดา แนะนำว่าควรทำการจองโต๊ะล่วงหน้าทันทีครับ!
📍 รายละเอียดและการสำรองโต๊ะ
- สถานที่: โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (Anantara Siam Bangkok Hotel)
- ระยะเวลา: วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2026
- เว็บไซต์ / สำรองโต๊ะ: https://lpmrestaurants.com/bangkok/