Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] Kongju Korean Restaurant: ตำนานอาหารเกาหลีใจกลางกรุงเทพฯ กับลุคใหม่ และเนื้อ”ฮันอู” ระดับท็อป ณ Pathumwan Princess Hotel
    • [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok
    • [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026
    • [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย
    • [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok
    • [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ
    • [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ
    • [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] Kongju Korean Restaurant: ตำนานอาหารเกาหลีใจกลางกรุงเทพฯ กับลุคใหม่ และเนื้อ”ฮันอู” ระดับท็อป ณ Pathumwan Princess Hotel
    Casual Dining

    [Review] Kongju Korean Restaurant: ตำนานอาหารเกาหลีใจกลางกรุงเทพฯ กับลุคใหม่ และเนื้อ”ฮันอู” ระดับท็อป ณ Pathumwan Princess Hotel

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatSeptember 27, 2026Updated:September 27, 2026No Comments3 Mins Read

    วันนี้ kinandleisure.com ขอพาทุกท่านเดินทางกลับมาสัมผัสสุนทรียภาพแห่งรสชาติระดับตำนานที่ Kongju Korean Restaurant ร้านอาหารเกาหลีระดับพรีเมียมแห่งแรก ๆ ของเมืองไทยที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) ณ ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส (Pathumwan Princess Hotel)

    คำว่า “Kongju” (공주) ในภาษาเกาหลีแปลว่า “เจ้าหญิง” ซึ่งไม่เพียงแต่สอดคล้องกับชื่อของโรงแรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการถวายการรับรองและการรังสรรค์อาหารตามตำรับราชสำนักเกาหลีโบราณ (Gungjung Emsik) ที่มีความพิถีพิถันสูงสุด หลังจากการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ Kongju ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ที่ยกระดับความหรูหราร่วมสมัย โดยยังคงยึดมั่นในรสชาติดั้งเดิมที่ได้รับการยอมรับจากเหล่าผู้นำประเทศ นักการเมือง เอกอัครราชทูต และนักชิมระดับกูร์เมต์ที่แวะเวียนกลับมาอย่างไม่ขาดสาย

    The Atmosphere & Design: มิติใหม่แห่งการพักผ่อนใจกลางเมือง

    การกลับมาครั้งนี้ Kongju ได้เปลี่ยนผ่านบรรยากาศให้หรูหราและผ่อนคลายยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นที่สะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรกคือ โถงทางเดินเข้า (Entrance Corridor) ที่ออกแบบให้ทอดยาวและกว้างขวาง เป็นกิมมิกทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยสร้างอารมณ์แห่งการรอคอย ความหรูหราและความน่าค้นหาก่อนเข้าสู่ Main Dining Area

    เมื่อมาถึง Main Dining Area เราจะพบว่าส่วนนี้ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นสบายตา ผสานความหรูหราด้วยโต๊ะหินอ่อนธรรมชาติ (Marble Tables) ที่สั่งทำเป็นพิเศษ พร้อมติดตั้งระบบเตาปิ้งย่างแบบดูดควันลงด้านล่าง (Downdraft Smokeless Grill) ไร้กลิ่นควันติดตัว โดนที่นั่งเราแนะนำเราขอแนะนำ โซนที่นั่งติดกระจกผืนใหญ่ ถือเป็น Highlight ที่เราขอแนะนำ

    เพราะทอดสายตาออกไปเห็นทิวไม้ใหญ่สีเขียวขจีบริเวณหน้าโรงแรม ตัดกับทัศนียภาพอันเป็นระเบียบของถนนพญาไท ในช่วงกลางวัน แสงธรรมชาติ เมื่อตัดกับต้นไม้ใหญ่จะมอบความโปร่งสบาย ส่วนช่วงค่ำ แสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่จะเปลี่ยนบรรยากาศให้โรแมนติก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว

    สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ร้านมีห้องไพรเวทหลายขนาดที่ตกแต่งอย่างประณีต รองรับทั้งการเจรจาธุรกิจและการสังสรรค์ในโอกาสพิเศษ

    Culinary Heritage & Presentation: ความประณีตในแบบเกาหลีแท้

    เชฟของ Kongju ทำงานร่วมกับเชฟรับเชิญจากสถานทูตเกาหลีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ารสมือและเทคนิคการทำอาหารยังคงถูกต้องตามหลักวัฒนธรรมอาหารเกาหลี

    สิ่งที่ยกให้ Kongju แตกต่างจากร้านอาหารเกาหลีทั่วไปอย่างชัดเจน คือ ศิลปะบนโต๊ะอาหาร (Tableware Artistry) ร้านเลือกใช้ถ้วยชามและภาชนะทองเหลือง (Yugi – 鍮器) รวมถึงเซรามิกเนื้อดีแบบโบราณ ซึ่งในสมัยโชซอน ภาชนะทองเหลืองเป็นสิ่งที่ใช้เฉพาะในราชสำนักและชนชั้นสูง เพราะเชื่อว่าช่วยรักษาอุณหภูมิอาหารและสะท้อนความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ การจัดวางอาหารแต่ละจานจึงงดงามราวกับงานศิลปะ

    Banchan (반찬): วัฒนธรรมการเริ่มต้นมื้ออาหารและความสมดุลแห่ง 5 สี

    การทานอาหารเกาหลีจะสมบูรณ์ไม่ได้หากขาด Banchan (เครื่องเคียง) ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม Jeong (정) หรือความเคื้อกูลและโอบอ้อมอารีของผู้เสิร์ฟ ในทางปรัชญาเกาหลี Banchan ยังแฝงหลักการสมดุลของสีทั้ง 5 (Osaek) ได้แก่ ขาว ดำ แดง เขียว และเหลือง เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย

    Banchan ของ Kongju เสิร์ฟพร้อมผักสดกรอบนานาชนิด ทุกจานสะท้อนถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบ โดย Banchan ที่เราเห็นวันนี้ได้แก่:

    Baechu Kimchi (กิมจิผักกาดขาว): หมักด้วยสูตรดั้งเดิม ได้รสเปรี้ยวอมกลมกล่อม มีความสดกรอบและฉ่ำน้ำ ช่วยกระตุ้นลิ้นและเพิ่มความอยากอาหารได้ดีเยี่ยม

    Sigeumchi Namul (ผักปวยเล้งคลุกน้ำมันงา): นำผักปวยเล้งไปลวกอย่างรวดเร็วเพื่อคงความหวาน คลุกเคล้ากับน้ำมันงาหอมสกัดเย็นและงาขาว볶음 (งาคั่ว)

    เห็ดผัดซอสและถั่วแดงต้มหวาน: ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ตัดรสเผ็ดของกิมจิได้อย่างลงตัว

    Appetizers & Small Plates: จานเริ่มต้นชวนลิ้มลอง

    1. Dubu Jeon (두부전) — 180 บาท

    Jeon (전) คืออาหารประเภทเต้าหู้ ผัก หรือเนื้อสัตว์ ชุบแป้งและไข่แล้วนำไปนาบกระทะจนเป็นสีเหลืองทอง มักทำรับประทานในงานเทศกาลมงคล

    สำหรับ Dubu Jeon จานนี้ ใช้เต้าหู้ถั่วเหลืองสดเนื้อนุ่ม นำไปทอดจนผิวนอกกรอบบาง แต่ด้านในยังคงความนุ่มละมุน ราดด้วยซอสถั่วเหลืองปรุงรสรสหวานเค็มกลมกล่อม ท็อปด้วยหัวไชเท้าขูดสด (Moo-raip) ที่ช่วยตัดความมันและเพิ่มความสดชื่นในทุกคำ

    2. Dakgangjeong (닭강정) — 350 บาท

    ไก่ทอดเกาหลีสูตรดั้งเดิม Dakgangjeong โดดเด่นด้วยเทคนิคการทอดแบบ Double-Frying เพื่อให้หนังไก่กรอบนานแม้จะเคลือบด้วยซอส ซอสที่ใช้มีความเข้มข้น รสหวานกลมกล่อมจากน้ำตาล maltose หรือน้ำผึ้ง

    ซึ่งช่วยผสานความเผ็ดเบาๆ เสริมมิติรสชาติด้วยพริกสดหั่นและกระเทียมทอดกรอบที่ช่วยชูรสให้ถูกปากคนไทย ได้รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน เป็นจานที่จับคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ตามวัฒนธรรม Chimaek (치맥 – ไก่ทอดกับเบียร์) ได้อย่างเพอร์เฟกต์

    3. Gyeranjjim with Cheese & Bacon (계란찜) — 280 บาท

    Gyeranjjim หรือไข่ตุ๋นหม้อดินสไตล์เกาหลี ที่ปรุงด้วยการใช้ความร้อนสูงจนไข่ฟูขยายตัวคล้ายภูเขาไฟ Kongju เพิ่มความพิเศษด้วยการท็อปด้านบนด้วยชีสเยิ้มๆ และเบคอนอบกรอบ รสชาติของไข่นุ่มฟูเข้ากันได้ดีกับความมันเข้มข้นของชีสและกลิ่นหอมรมควันของเบคอน จานนี้รสชาติเข้มข้นได้รสไข่และชีสเต็มที่ มีข้อควรระวังข้อเดียวคือทำให้อิ่มเร็ว เป็นเครื่องเคียงที่แบ่งกันทานได้หลายคน และควรรับประทานตอนร้อน ๆ

    Sotbap (솥밥): ข้าวอบหม้อหินกับพิธีกรรมความอร่อยปิดท้าย

    Sotbap คือวัฒนธรรมการหุงข้าวในหม้อเหล็กหลอมหรือหม้อหินแบบโบราณ เพื่อให้ความร้อนกระจายตัวอย่างทั่วถึง ทำให้เมล็ดข้าวนุ่ม ฟู และหอมนวล สามารถรับประทานเป็น Pre-Main Course หรือ Main Course สำหรับวันสบายๆ (ราคาเริ่มต้น 380 บาท) โดยเสิร์ฟมาพร้อม Banchan และซุปสาหร่าย (Miyeok-guk) ซุปแห่งการอวยพรและความสมบูรณ์แข็งแรง

    Gwanja Myeongran Sotbap (관자 명란 솥밥) — 500 บาท

    ข้าวอบหอยเชลล์และไข่ปลาเมนไทโกะ (หมักปรุงรสสไตล์เกาหลี – Myeongran-jeot) โดยที่ Kongju ใบ้ข้าวเกาหลีพันธุ์ดีหุงพร้อมหอยเชลล์เนื้อหนานุ่มชิ้นโต ไข่ปลาหมักเค็มมัน (เมนไทโกะ) งาคั่ว และต้นหอม เมื่อเสิร์ฟที่โต๊ะ พนักงานจะคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเพื่อให้รสหวานของหอยเชลล์และความเค็มมันของไข่ปลาเคลือบเมล็ดข้าวอย่างทั่วถึง จากนั้นจะตักแบ่งใส่ชามให้แขก

    Nurungji Tang (누룽จิ) หลังจากตักข้าวออกแล้ว ข้าวที่ติดอยู่ก้นหม้อจนกลายเป็นเกล็ดข้าวไหม้หอม (Nurungji) พนักงานจะเทซุปข้าวบาร์เลย์ร้อนๆ (Bori-cha) ลงไปแล้วปิดฝาอบไว้ เมื่อทานข้าวอบเสร็จ ข้าวต้มซุปบาร์เลย์ร้อนๆ ด้านในจะพร้อมรับประทาน ให้รสสัมผัสหอมนุ่ม อุ่นท้อง และช่วยล้างความมันในลำคอได้อย่างผ่อนคลาย

    Main Course: ความเกรียงไกรของเนื้อ “ฮันอู” (Hanwoo – 한우)

    ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของ Kongju คือเมนูปิ้งย่าง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญระดับตำนานของร้าน สำหรับสายเนื้อ ทางร้านมีวัตถุดิบระดับท็อปอย่าง Hanwoo Ribeye (BMS 8-9) เสิร์ฟในราคา 1,650 บาท / 200 กรัม

    เกร็ดความรู้: ความพิเศษของเนื้อฮันอู (Hanwoo Beef)

    Hanwoo (한우) คือเนื้อวัวสายพันธุ์ท้องถิ่นของเกาหลีใต้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี ถูกเลี้ยงดูในฟาร์มธรรมชาติด้วยธัญพืชสมุนไพรและฟางข้าวอย่างพิถีพิถัน

    โดย รัฐบาลเกาหลีใต้ควบคุมการส่งออกเนื้อฮันอูอย่างเข้มงวด ทำให้เนื้อฮันอูเกรดสูง (1++ หรือ BMS 8-9) นอกประเทศเกาหลีหาทานได้ยากยิ่ง สำหรับ Kongju ได้นำเนื้อมาจากฟาร์มในออสเตรเลียที่ยังส่งออกเนื้อคุณภาพดี

    โดยจุดเด่นของเนื้อ ฮันอู คือ รสชาติที่สมดุลระหว่าง Wagyu กับ Angus หากเนื้อวากิว (Wagyu) ของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องไขมันแทรก (Sashi) ที่ละลายในปากจนนุ่มละมุน และเนื้อวัวฝั่งตะวันตกเน้นรสชาติเนื้อ (Beefy Flavor) ที่เข้มข้น เนื้อฮันอูคือจุดสมดุลที่สมบูรณ์ เพราะมีไขมันแทรกสวยงาม ให้ความนุ่มชุ่มฉ่ำ รสหวานนุ่มนวล แต่ยังคงรสสัมผัสและกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ที่เข้มข้นลึกซึ้ง ไม่เลี่ยนจนเกินไป เมื่อเรากินและเคี้ยวเข้ากับก็จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

    บริการปิ้งย่างที่หน้าเตา

    พนักงานผู้เชี่ยวชาญจะทำการย่างเนื้อให้อย่างพิถีพิถันที่หน้าเตา คุมระดับความสุกให้อยู่ในระดับ Medium Rare เพื่อคงความฉ่ำของน้ำในเนื้อไว้ได้อย่างครบถ้วน หั่นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมเกลือทะเลบริสุทธิ์เพื่อชูรสธรรมชาติ เห็ดหอมย่างเนื้อหนา และผักย่าง สำหรับผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ทางร้านมีหมูสามชั้นพรีเมียม (Samgyeopsal) และอาหารทะเลสดใหม่ไว้บริการเช่นเดียวกัน

    หมูเกาหลีพรีเมียม

    ยกระดับประสบการณ์อาหารเกาหลีแบบไฟน์ไดนิ่งที่ผสานความดั้งเดิมและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว กับเมนูหมูหมักซอสสูตรพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน

    รายละเอียดความพรีเมียมและรสสัมผัส

    • ความพรีเมียมของวัตถุดิบ: คัดสรรเนื้อหมูส่วนที่มีไขมันแทรกกำลังดี (Marbling) หมักด้วยซอสโคชูจังและเครื่องเทศเกาหลีสูตรเฉพาะตัว บรรจงเสิร์ฟมาในภาชนะทองเหลืองแวววาวที่สะท้อนถึงความประณีตหรูหราตั้งแต่แรกเห็น
    • รูปลักษณ์ รส และกลิ่น: เมื่อนำเนื้อหมูลงย่างบนเตาความร้อนสูง กลิ่นหอมของซอสหมักจะเริ่มส่งกลิ่นเย้ายวน กระบวนการย่างช่วยให้เกิดขอบเคลือบคาราเมลบางๆ ผสานกับไขมันที่ละลายซึมเข้าเนื้อ ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หวานเค็มกลมกล่อม และมีความนุ่มฉ่ำละมุนลิ้นในทุกคำ

    วิธีการรับประทานขั้นเทพ (Mastering the Ssam)

    • ศิลปะการห่อคำต่อคำ: เคล็ดลับความอร่อยสูงสุดคือการนำเนื้อหมูย่างร้อนๆ วางลงบนใบงาเกาหลีสดที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
    • การผสานรสชาติ: เพิ่มมิติความอร่อยด้วยกิมชีรสเปรี้ยวอมเผ็ดและผักโขมปรุงรส วางซ้อนกันแล้วห่อเป็นคำพอดีคำ
    • สัมผัสที่ได้รับ: การทานแบบนี้จะช่วยตัดเลี่ยนและสร้างความสดชื่น ทำให้ได้รับรสสัมผัสทั้งความกรุบกรอบ ความฉ่ำของเนื้อหมู และความหอมของสมุนไพรในคำเดียว

    Desserts: ขนมหวานตำรับเกาหลี

    1. Yuza Yakgwa Pudding — 190 บาท

    พุดดิ้งนมสดเนื้อเนียนนุ่ม ราดด้วยซอสส้มยูสุ ที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นและรสเปรี้ยวหวานตัดกัน เสิร์ฟคู่กับ Yakgwa (약과) ขนมน้ำผึ้งเกาหลีโบราณทำจากแป้งสาลี น้ำผึ้ง และน้ำมันงา นำไปทอดจนได้รสสัมผัสหนึบหนับ หอมหวาน เป็นการจับคู่ระหว่างขนมหวานตะวันตกและขนมราชสำนักเกาหลีได้อย่างไร้ที่ติ

    2. Injeolmi Heukimja Panna Cotta — 190 บาท

    พานาคอตต้างาดำเข้มข้น (Heukimja) รสหวานน้อย หอมกลิ่นงาคั่ว เสิร์ฟพร้อม Injeolmi (인절มี) ขนมแป้งต๊อกข้าวเหนียวนุ่มยืด โรยด้วยผงถั่วเหลืองคั่ว (Kong-garu) ให้รสสัมผัสที่เคี้ยวสนุก รสหอมมัน ถือเป็นของหวานปิดท้ายมื้อที่ละมุนละไม

    Beverages: เครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรเฉพาะ

    เพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้สมบูรณ์ Kongju ได้จัดเตรียมเครื่องดื่ม Bottled Mocktails (Non-alcoholic) สูตรพิเศษที่มีเฉพาะที่ร้านเท่านั้น ตัวที่เราได้ทดลองคือ Mok Tail (Coconut Green Tea) ซึ่งเป็นการนำความหวานหอมนุ่มนวลของน้ำตาลมะพร้าวธรรมชาติ มาตัดกับความสดชื่นและกลิ่นฝาดบางๆ ของชาเขียวเกาหลี ช่วยคลายความมันจากปิ้งย่างและเข้ากันได้ดีกับอาหารทุกจานอย่างน่าทึ่ง

    บทสรุป

    Kongju Korean Restaurant ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นร้านอาหารเกาหลีระดับท็อปของเมืองไทยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของรสชาติวัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่างเนื้อฮันอู งานบริการที่ใส่ใจ บรรยากาศใหม่ที่หรูหราผ่อนคลาย และราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในครอบครัว ดินเนอร์สุดโรแมนติก หรือการรับรองแขกคนสำคัญ

    • Location: ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส (เชื่อมต่อ MBK Center)
    • Transportation: รถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (มีที่จอดรถสะดวกสบาย)
    • Website:Kongju Korean Restaurant

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    Related Posts

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    September 14, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [Review] ดื่มด่ำค่ำคืนแห่งความอลังการ Saturday Dinner Buffet ที่ Amaya Food Gallery สวรรค์ของคนรักความพรีเมียม

    August 22, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] Kongju Korean Restaurant: ตำนานอาหารเกาหลีใจกลางกรุงเทพฯ กับลุคใหม่ และเนื้อ”ฮันอู” ระดับท็อป ณ Pathumwan Princess Hotel

    September 27, 2026

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    September 25, 2026

    [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026

    September 23, 2026

    [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย

    September 20, 2026

    [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok

    September 18, 2026

    [Review] Kongju Korean Restaurant: ตำนานอาหารเกาหลีใจกลางกรุงเทพฯ กับลุคใหม่ และเนื้อ”ฮันอู” ระดับท็อป ณ Pathumwan Princess Hotel

    September 27, 2026

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    September 25, 2026

    [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026

    September 23, 2026

    [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย

    September 20, 2026

    [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok

    September 18, 2026
    POPULAR

    กินผักใบเขียวเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต้อหินได้ !!!

    January 20, 2016

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...