Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok
    • [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026
    • [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย
    • [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok
    • [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ
    • [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ
    • [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว
    • [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Fine Dining»[Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok
    Fine Dining

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatSeptember 25, 2026Updated:September 25, 2026No Comments3 Mins Read

    มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ

    หากพูดถึงค่ำคืนพิเศษที่ผสานเอาความมีชีวิตชีวา สีสันอันร้อนแรง และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว งานกาล่าดินเนอร์ระดับลักชูรีถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่นักชื่นชอบอาหารต่างเฝ้ารอคอย

    และเมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและลิ้มรสความอร่อยในค่ำคืน Mexican Gala Night ณ Saffron Grill โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ

    ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างโรงแรมบันยันทรีและสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูตเม็กซิโกมาเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ

    งานในค่ำคืนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารค่ำธรรมดา แต่เป็นการเดินทางข้ามทวีปผ่านรสชาติ วัตถุดิบชั้นเลิศ และเทคนิคการทำอาหารร่วมสมัยที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งเม็กซิโกได้อย่างแท้จริง

    หากจะพูดถึงค่ำคืนที่หลอมรวมเอาวัฒนธรรมอันจัดจ้านของประเทศเม็กซิโกเข้ากับความหรูหราใจกลางกรุงเทพมหานครได้อย่างไร้ที่ติ งาน Mexican Gala Night ณ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ถือเป็นหมุดหมายที่สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มีเกียรติทุกท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน

    และก่อนที่เราจะขึ้นไปสัมผัสกับดินเนอร์คอร์สสุดหรูบนห้องอาหาร Saffron Grill ผม (พีท) อยากพาทุกท่านย้อนกลับมาดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขในพาร์ตแรก

    ซึ่งจัดขึ้น ณ Sensation Bar บาร์โฉมใหม่ที่เนรมิตขึ้นบนพื้นที่เดิมของล็อบบี้โรงแรม พื้นที่แห่งนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นผืนผ้าใบแห่งสีสัน เสียงดนตรี และกลิ่นอายละตินอเมริกาอันเร่าร้อน

    พร้อมเปิดฉากค่ำคืนด้วยคานาเป้สุดครีเอท คาเวียร์พรีเมียมจากหัวหิน และการแสดงพื้นบ้านเม็กซิโกที่สะกดทุกสายตา

    สัมผัสแรกแห่งความอลังการ: ศิลปะการแสดงพื้นบ้านเม็กซิกัน ณ Sensation Bar

    ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ Sensation Bar บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนผ่านสู่ดินแดนจังโก้ทันทีด้วยการต้อนรับอันอบอุ่นและตื่นตาตื่นใจ กับโชว์ระบำพื้นบ้านเม็กซิโกที่เหล่านักแสดงสวมใส่ชุดประจำชาติสีสันสดจัดจ้าน ทั้งกระโปรงบานพลิ้วไหวสลับลายริบบิ้นหลายหลากสี และเครื่องประดับศีรษะขนนกอลังการ

    ท่วงท่าการร่ายรำที่แข็งแกร่งแต่พริ้วไหวไปตามจังหวะดนตรีลาติน ช่วยปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและสร้างรอยยิ้มให้กับแขกในงานได้เป็นอย่างดี

    ถือเป็นพิธีต้อนรับ (Welcome Reception) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทรงพลัง สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของทางโรงแรมบันยันทรีและสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกที่ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสจิตวิญญาณความเป็นเม็กซิกันอย่างแท้จริงก่อนเริ่มต้นค่ำคืนอันยาวนาน

    มิติใหม่แห่งเครื่องดื่มต้อนรับ (Welcome Cocktails): ศิลปะแห่งมิกซ์โซโลจี

    ในส่วนของเครื่องดื่มต้อนรับ บาร์เทนเดอร์ฝีมือเยี่ยมประจำ Sensation Bar ได้รังสรรค์คอกเทลสูตรพิเศษที่ผสานวัตถุดิบสไตล์เม็กซิกันเข้ากับเทคนิคการผสมเครื่องดื่มร่วมสมัยได้อย่างน่าทึ่ง แก้วแรกโดดเด่นด้วยการนำเสนอในแก้วทรงสูงพร้อมเทคนิคการอบควัน (Smoke Infusion) ที่ช่วยกักเก็บกลิ่นหอมกรุ่นยามรินเสิร์ฟ และอีกหนึ่งแก้วซิกเนเจอร์ที่สะดุดตาทุกมุมมอง คอกเทลสีส้มแดงสดใสท็อปด้วยโฟมเนื้อนุ่มละมุนโรยด้วยผงทองคำเปลวบริสุทธิ์ ประดับประดาบนช้อนไม้สลักที่บรรจุไข่มุกเจลลี่รสผลไม้สีแดงระยิบระยับวางอยู่บนก้อนคริสตัลไอซ์บริสุทธิ์

    เมื่อจิบเข้าปาก รสสัมผัสแรกคือความสดชื่นซาบซ่าของซิตรัสและความเข้มข้นของสปิริตชั้นดีที่ผสมผสานกันอย่างกลมกล่อม ความนุ่มของโฟมช่วยเบรกความแรงได้อย่างลงตัว ทิ้งกลิ่นหอมละมุนติดปลายลิ้นที่ชวนให้อยากลิ้มลองแก้วแล้วแก้วเล่า เป็นการเปิดต่อมรับรสเตรียมความพร้อมสู่ความอร่อยในลำดับต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ซูเปอร์ลักชูรีคานาเป้: คาเวียร์หัวหินพบกับใบชะพลูทอดและเนยสามเกล

    ไฮไลต์อันน่าทึ่งที่สุดของสเตชันคานาเป้ในค่ำคืนนี้ คือการนำเอาวัตถุดิบระดับซูเปอร์ลักชูรีของไทยอย่าง คาเวียร์ปลาสเตอเจียนสายพันธุ์ Oscietra ที่เลี้ยงในระบบปิดอันทันสมัยที่หัวหิน (Thai Sturgeon Farm) มาผสานกับภูมิปัญญาอาหารไทยได้อย่างบรรเจิด โดยเสิร์ฟไข่คาเวียร์เม็ดกลมโตสีดำเงางามในกระปุกสีฟ้าคลาสสิก เคียงคู่มากับรางไม้แกะสลักที่บรรจุ เนยสามเกลสูตรพิเศษ (Three-Spice Butter) เนื้อเนียนสีเหลืองทองที่แต่งหน้าด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศไทยกลิ่นหอมฟุ้ง

    วิธีรับประทานที่เชฟแนะนำและสร้างความประทับใจให้ผมอย่างมาก คือการนำ “ใบชะพลูทอดกรอบ” สีทองอร่ามที่ทอดจนกรอบฟูไม่อมน้ำมัน มาใช้แทนแครกเกอร์หรือบลินีแบบดั้งเดิม ตักเนยสามเกลรสชาติเข้มข้นหอมเครื่องเทศไทยปาดลงไปบางๆ แล้วท็อปด้วยไข่คาเวียร์ปลาสเตอเจียนหัวหินเม็ดโต เมื่อกัดลงไปพร้อมกัน สัมผัสกรุบกรอบของใบชะพลูจะแตกตัว ตามด้วยความมันละมุนของเนยสามเกล และความเค็มมันแตะลิ้นจากไข่คาเวียร์ที่ระเบิดรสชาติความพรีเมียมออกมาอย่างเต็มเปี่ยม เป็นคอมบิเนชันแบบฟิวชั่นที่บรรเจิดและลงตัวอย่างไร้ที่ติ รสชาติล้ำลึกที่ผสานความเป็นไทยและสากลเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์

    อาหารว่างและโคลด์คัทฟิวชั่นสุดครีเอท (Artisan Charcuterie & Low-Cal Boutique Cheeses)

    นอกจากคาเวียร์แล้ว Sensation Bar ยังจัดเต็มด้วยสเตชันโคลด์คัทและชีสบูทีคพรีเมียมที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ทุกชิ้นผ่านการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและใส่ลูกเล่นกลิ่นอายเอเชียลงไปอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็น:

    Thai Wagyu Bresaola with Pandan Jasmine Petals: เนื้อวากิวไทยบรีซาโอลาเนื้อนุ่มหอมกลิ่นดอกมะลิและใบเตยบางเบา

    Coppa with Thai Assam Tea Herbs: คอปป้าหมูบ่มสมุนไพรชาอัสสัมไทย ให้มิติกลิ่นหอมชาที่ลุ่มลึก

    Fuet with Butter Herbs: เฟวต์ซาลาเม.สไตล์สเปนเคล้าเนยและสมุนไพรหอมกรุ่น

    Chorizo with Bang Chang Chili: โชริโซรสเผ็ดร้อนจัดจ้านที่ผสานความเผ็ดร้อนจากพริกบางช้างของไทย

    Smoked Duck Prosciutto with Comte: เป็ดรมควันโปรชุตโตเนื้อหวานฉ่ำทานคู่กับชีสกอมเตต์รสเข้มข้น

    รวมถึงชีสโลว์คาลบิคที่หลากหลายชนิดที่จัดวางบนถาดไม้ดีไซน์หรู ทานคู่กับผลไม้แห้งและถั่วต่างๆ ให้รสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งความมัน เค็ม หอมมันนม และความเผ็ดร้อนซ่าบซ่ายอดเยี่ยม ทานเพลินจนแทบหยุดไม่อยู่

    ค่ำคืนพรีออเดิร์ฟ ณ Sensation Bar นี้ เป็นมากกว่าแค่คอกเทลรีเซปชันธรรมดา แต่คือการเดินทางผ่านรสชาติที่เปิดประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนานของวัฒนธรรมเม็กซิโกและความประณีตของอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนี้ผมจะพาทุกท่านขึ้นไปดื่มด่ำกับคอร์สดินเนอร์สุดอลังการต่อบนห้องอาหาร Saffron Grill

    จบการเต้นระบำเปิดงานแล้ว มาในพาร์ตนี้ผมจะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกจานอาหารในส่วนของกาลาดินเนอร์บนห้องอาหาร Saffron Grill ที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจในทุกมิติครับ

    01 | Guacamole & Tortilla Chips (กัวคาโมเล่และแป้งตอติญ่ากรอบ)

    เปิดฉากความอร่อยต้อนรับความสดชื่นแบบฉบับเม็กซิกันแท้ด้วย Guacamole จานโตที่จัดเสิร์ฟมาพร้อมกับแผ่นแป้งตอติญ่าทอดกรอบสีทองอร่าม โดยจุดเด่นของจานนี้อยู่ที่การคัดสรรผลอโวคาโดพันธุ์ดีที่สุกกำลังพอดี เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้น ให้ความมันตามธรรมชาติแบบพรีเมียม นำมาบดมือสดใหม่คลุกเคล้ากับมะเขือเทศหั่นเต๋า หอมแดง และผักชีฝรั่งที่ให้กลิ่นหอมสดชื่น

    พร้อมเพิ่มลูกเล่นและความกรุบกรอบด้วยเมล็ดทับทิมสีแดงทับทิมที่กระจายอยู่ทั่วหน้าจาน เมื่อตักทานคู่กับแผ่นตอติญ่าทอดกรอบที่ไม่อมน้ำมัน จะสัมผัสได้ถึงความตัดกันอย่างลงตัวระหว่างความครีมมีเข้มข้นของอโวคาโด ความเปรี้ยวอมหวานสดชื่นจากมะเขือเทศและทับทิม และความกรอบหอมของข้าวโพดคั่ว เป็นการเรียกน้ำย่อยที่ปลุกต่อมรับรสให้ตื่นตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ แสดงถึงความใส่ใจในวัตถุดิบพื้นฐานที่ยกระดับให้มีความประณีตยิ่งขึ้น

    02 | ENTRADA | APPETIZER: Tostada de Carabinero (ทอสทาด้ากุ้งคาราบิเนโร)

    Wine Pairing : La Roche Brut, Vin Mousseux, Landiras, France NV

    เดินทางเข้าสู่คอร์สเรียกน้ำย่อยอย่างเป็นทางการกับ Tostada de Carabinero จานนี้โดดเด่นด้วยการใช้ “กุ้งคาราบิเนโร” (Carabinero) ราชินีแห่งท้องทะเลลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือสีแดงเข้มสดและรสชาติความหวานล้ำลึกเข้มข้นกว่ากุ้งทั่วไป นำเนื้อกุ้งสดเกรดซาชิมิมาแล่บางเรียงรายอยู่บนแผ่นแป้งทอสทาด้ากรุบกรอบ แต่งแต้มด้วยซอสซัลซ่ามะม่วงรสหวานซ่อนเปรี้ยว เจลมะนาวรสเปรี้ยวคม พริกฮาลาปิโนเพิ่มความเผ็ดร้อนบางเบา และผักชี โรยตกแต่งด้วยแผ่นหัวไชแดงบางเฉียบและมะนาวหั่นเสี้ยวที่เคลือบด้วยผงทาจิน (Tajín)

    เมื่อชิมคำแรก เนื้อกุ้งคาราบิเนโรมีความหวานฉ่ำละลายในปาก ผสานความสดชื่นของมะม่วงซัลซ่าและเจลมะนาวที่ช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยม กลิ่นหอมของสมุนไพรและรสสัมผัสกรอบกรุบของแผ่นทอสทาด้าทำให้มิติของรสชาติมีความซับซ้อนแต่กลมกล่อม ยิ่งได้จิบไวน์ขาวประกายฟองอย่าง La Roche Brut จากฝรั่งเศสที่มีความสดชื่นและความเป็นกรดเด่นชัด เข้ามาช่วยดึงความหวานฉ่ำของเนื้อกุ้งให้ออกมาเด่นชัดยิ่งขึ้น เป็นจานเปิดตัวที่หรูหราและประทับใจมากครับ

    03 | SOPA | SOUP: Velouté de maíz morado asado | Roasted Purple Corn Velouté (ซุปเวลูเต้ข้าวโพดม่วงย่าง)

    คอร์สต่อมาคือซุปที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นด้วยสีสันสะดุดตา Velouté de maíz morado asado ซุปเวลูเต้เนื้อเนียนนุ่มละมุนที่ทำจากข้าวโพดม่วงย่างออร์แกนิกสายพันธุ์โบราณของแถบเทือกเขาแอนดีส นำมาผ่านกระบวนการย่างถ่านเพื่อให้กลิ่นหอมควันจางๆ ก่อนนำไปเคี่ยวและปั่นจนเนียนละเอียด เสิร์ฟมาในชามสีขาวสะอาดตา ตรงกลางตกแต่งด้วยโฟมมะนาวสีขาวเนื้อเบาราวปุยเมฆ เมล็ดข้าวโพดหวานย่าง เมล็ดข้าวโพดคั่วชีสกรุบกรอบ น้ำมันพริกสีแดงสดที่หยดเป็นลวดลายอาร์ต และดอกไม้กินได้สีสันสดใส พร้อมขนมปังข้าวโพดอบสีทองเสิร์ฟเคียง

    รสชาติของซุปถ้วยนี้มีความลุ่มลึกอย่างน่าทึ่ง ความหวานหอมธรรมชาติจากข้าวโพดม่วงย่างผสานกับเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มดุจแพรไหมของเวลูเต้ ตัดด้วยความเปรี้ยวสดชื่นจากโฟมมะนาวและความเผ็ดร้อนบางเบาจากน้ำมันพริกได้อย่างลงตัว การเคี้ยวเจอข้าวโพดคั่วชีสและเมล็ดข้าวโพดหวานช่วยเพิ่มมิติความกรุบกรอบ เคียงคู่กับขนมปังข้าวโพดเนื้อนุ่มที่ดูดซับความเข้มข้นของซุปได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นซุปที่ให้ทั้งความอบอุ่นและความคิดสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกัน

    04 | PLATO DE PESCADO | FISH COURSE: Barramundi (ปลากะพงขาวบาร์รามังดีกับโมเล่เขียว)

    Wine Pairing : Gato Negro, Chardonnay, Central Valley, Chile 2025

    เดินทางมาถึงคอร์ตาปลาในเมนู Barramundi เชฟเลือกใช้ปลากะพงขาวบาร์รามังดีเนื้อแน่นสดใหม่จากฟาร์มยั่งยืน นำมาปรุงให้หนังกรอบเกรียมกำลังดีแต่เนื้อภายในยังคงความชุ่มฉ่ำและฉ่ำน้ำซุป วางราดอยู่บนซอส “โมเล่เขียว” (Mole Verde) สูตรดั้งเดิมที่เคี่ยวจากมะเขือเทศเขียว เมล็ดฟักทอง สมุนไพรนาน种 และพริกเขียว รองพื้นด้วยพูรีดอกกะหล่ำเผาและข้าวโพดอ่อนที่ให้กลิ่นหอมควันรมควันบางๆ ราดทับด้วยลายเส้นครีมสีขาวและน้ำมันผักชีสีเขียวมรกต พร้อมสลัดผักไมโครกรีนเคล้าหอมแดงซอยบางๆ เคียงข้าง

    เมื่อสัมผัสแรกชิม เนื้อปลาบาร์รามังดีมีความหวานสดสะอาด ผิวนอกเกรียมหอมกรุ่น เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับความซับซ้อนของซอสโมเล่เขียวที่มีรสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อย หอมกลิ่นสมุนไพรและถั่วพิตาสิโอ้/เมล็ดฟักทองบดละเอียด พูรีดอกกะหล่ำเผามอบความหวานละมุนนุ่มลึก เสริมทัพด้วยไวน์ขาว Gato Negro Chardonnay 2025 จากชิลีที่มีกลิ่นอายผลไม้เมืองร้อนและความนุ่มนวล ช่วยชูรสชาติความหวานของเนื้อปลาและตัดความเข้มข้นของโมเล่เขียวได้อย่างกลมกลืนอย่างไร้ที่ติ

    05 | SORBETE / SORBET: Sorbete de pomelo rosa y tajín | Pink Pomelo Tajín Sorbet (ซอร์เบต์ส้มโอชมพูพริกเกลือทาจิน)

    ก่อนจะก้าวเข้าสู่จานหลักอันหนักหน่วง เชฟได้เสิร์ฟเมนูคั่นรายการเพื่อล้างปากและรีเซ็ตต่อมรับรสอย่าง Sorbete de pomelo rosa y tajín ซอร์เบต์เนื้อเนียนสีชมพูสดใสที่ทำจากน้ำส้มโอชมพูคั้นสดแท้ๆ ปั้นเป็นทรงคูเนลวางบนเนื้อส้มโอแกะเป็นกลีบฉ่ำน้ำ โรยทับด้วยผง “ทาจิน” (Tajín) เครื่องเทศซิกเนเจอร์ของเม็กซิโกที่ผสมผสานระหว่างพริกแห้ง มะนาว และเกลือทะเลอย่างลงตัว พร้อมประดับด้วยดอกไม้กินได้กลีบเล็ก

    รสชาติของซอร์เบต์ถ้วยนี้คือระเบิดความสดชื่นแห่งรสสัมผัส ความเปรี้ยวอมหวานอมขมปลายเล็กน้อยของส้มโอชมพูผสานกับความเผ็ด เค็ม และเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจากผงทาจินที่โรยอยู่ด้านบน ช่วยปลุกประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวอย่างไร้ที่ติ ขจัดคราบมันและรสชาติอาหารจานก่อนหน้าออกไปจนหมดสิ้น พร้อมเปิดรับรสชาติเข้มข้นของจานหลักที่จะตามมาอย่างเต็มพิกัด

    06 | PLATO PRINCIPAL | MAIN COURSE: Short rib de ternera Angus | Angus Beef Short Rib (ซี่โครงวัวแองกัสตุ๋นซอสโมเล่แมสมัน)

    Wine Pairing : Montes Classic Series Merlot, D.O Valle Central, Chile 2023

    ไฮไลต์อันดับหนึ่งของค่ำคืนนี้ที่ทุกคนรอคอยกับ Short rib de ternera Angus ซี่โครงเนื้อวัวแองกัสชั้นเยี่ยมคัดพิเศษ นำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานหลายชั่วโมงจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก เคลือบด้วยซอส “โมเล่แมสมัน” (Massaman Mole) ที่เป็นการผสมผสานอารยธรรมอาหารอย่างไร้รอยต่อระหว่างโมเล่เม็กซิกันเข้มข้นและเครื่องแกงมัสมั่นไทยอันล้ำลึก จัดวางเคียงมากับผักเบบี้เวจจี้หลากหลายชนิด ทั้งแครอทสีม่วงเบบี้ ข้าวโพดอ่อนย่าง บรูกส์พราวด์ย่างไฟหอมๆ วางบนฐานพูรีถั่วดำเนื้อเนียน และแต่งแต้มด้วยหอมแดงดองรสเปรี้ยวอมหวาน พร้อมโรยหอมเจียวกรุบกรอบ

    เมื่อใช้ส้อมสะกิด เนื้อวัวแองกัสก็หลุดออกจากกระดูกอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรง รสชาติของเนื้อฉ่ำชุ่มไปด้วยไขมันแทรกและซอสโมเล่แมสมันที่มีความเผ็ดร้อนละมุน เครื่องเทศหอมฟุ้งเตะจมูก มีความหวานเค็มกลมกล่อมแบบไทยๆ ผสานกับความเข้มข้นสไตล์เม็กซิกันได้อย่างน่าทึ่ง ความตัดกันของพูรีถั่วดำและหอมแดงดองช่วยเบรกความเลี่ยนได้อย่างชาญฉลาด ยิ่งได้ดื่มคู่กับไวน์แดง Montes Classic Series Merlot 2023 ที่มีบอดี้กลมกล่อม กลิ่นอายเบอร์รี่สุกและแทนนินนุ่มนวล ยิ่งขับเน้นความเข้มข้นของเนื้อตุ๋นจานนี้ให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของความอร่อย

    07 | POSTRE | DERT: Dulce de leche y plátano | Dulce de leche e banana (ดุลเซ เด เลเช และกล้วยหอมคาราเมล)

    ปิดท้ายค่ำคืนกาล่าดินเนอร์ด้วยความหวานล้ำระดับมาสเตอร์พีชกับ Dulce de leche y platano ขนมหวานที่รวบรวมความอร่อยสไตล์ลาตินไว้ในจานเดียว ประกอบด้วยครีมมี่ดุลเซ เด เลเช (คาราเมลนมข้นหวานสูตรดุลเซ) เข้มข้น กล้วยหอมคาราเมลหอมหวาน ลูกบอลมูสมะพร้าวและมะนาวสีเขียวสดใส ลูกบอลมูสราสป์เบอร์รีสีชมพูเข้ม ครัมเบิ้ลอบเชยกรุบกรอบ ไอศกรีมรสกล้วยเนื้อเนียนเย็นชื่นใจ ตกแต่งด้วยแผ่นช็อกโกแลตขาวรูปขนนกบางเฉียบ

    ทุกคำที่ตักเข้าปากคือความฟินขั้นสุด ความหวานหอมละมุนของดุลเซ เด เลเช และกล้วยคาราเมลตัดกันได้ดีเยี่ยมกับความสดชื่นหอมมันของมูสมะพร้าวและมะนาว รวมถึงความเปรี้ยวสดใสของมูสราสป์เบอร์รี ครัมเบิ้ลอบเชยให้สัมผัสกรุบกรอบและกลิ่นหอมอบอุ่น ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยชาสมุนไพร Charu Tea หอมกรุ่น และกาแฟ Dual Origin Coffee ชั้นดี เป็นการรูดม่านปิดฉากค่ำคืน Mexican Gala Night ได้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าจดจำที่สุด

    บทส่งท้าย

    ค่ำคืนแห่ง Mexican Gala Night ณ Saffron Grill โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าศิลปะการทำอาหารไม่มีพรมแดน การรังสรรค์เมนูอาหารเม็กซิกันผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียมและการผสมผสานเทคนิคการปรุงอันล้ำเลิศ ทำให้เราได้เห็นมิติใหม่ของอาหารลาตินที่ทั้งประณีต หรูหรา และยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งรสชาติดั้งเดิมได้อย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่คอร์สตอสตาด้ากุ้งคาราบิเนโร ซุปข้าวโพดม่วง ไปจนถึงซี่โครงวัวแองกัสโมเล่แมสมัน ทุกจานคือผลงานศิลปะที่เชฟบรรจงสร้างสรรค์ด้วยความรักและความใส่ใจ

    สำหรับใครที่หลงใหลในประสบการณ์การรับประทานอาหารเหนือระดับและการเดินทางท่องโลกกסטรอมนดี้เช่นนี้ บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดเด็ดขาดครับ! ขอแนะนำให้ทุกท่านเตรียมตัวและ มารอติดตามอีเวนต์หน้าอันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะจัดขึ้น ณ Banyan Tree Bangkok กันให้ดี รับรองว่าโรงแรมบันยันทรีจะสรรหาความพิเศษระดับเวิลด์คลาสมาเสิร์ฟให้ทุกท่านได้ตื่นตาตื่นใจและประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอนครับ!

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026

    Related Posts

    [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok

    September 18, 2026

    [Review] เมนูใหม่ HEI YIN สุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติกวางตุ้งชั้นสูง กับศิลปะการเคี่ยวซุปบำรุงสุขภาพ “The Art of Nourishing Soup” ณ Gaysorn Village

    September 2, 2026

    [Review] The Sensual Taste of Italy: ลิ้มรสความสุนทรีย์อิตาเลี่ยนแท้ๆ “The Flavors of Ms. Jigger” ณ Kimpton Maa-Lai Bangkok

    August 11, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    September 25, 2026

    [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026

    September 23, 2026

    [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย

    September 20, 2026

    [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok

    September 18, 2026

    [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ

    September 15, 2026

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    September 25, 2026

    [News] 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” ในงาน Bangkok Climate Action Week 2026 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026

    September 23, 2026

    [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย

    September 20, 2026

    [Review] Penthouse Bar + Grill เปิดบทใหม่กับ Chef Tomoya Sugizaki: สัมผัส Steakhouse ระดับเวิลด์คลาส พร้อม Beef Tasting Experience ที่รวม Wagyu A5 จากญี่ปุ่นและ ICON XB จากออสเตรเลีย พร้อมเครื่องดื่มใหม่ ณ Park Hyatt Bangkok

    September 18, 2026

    [Review] KIMPTON MAA-LAI BANGKOK เตรียมพร้อมรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีมะเมีย 2026 ด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ม้าไฟ

    September 15, 2026
    POPULAR

    กินผักใบเขียวเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต้อหินได้ !!!

    January 20, 2016

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...