ชุดน้ำชาที่หลายคนตั้งตารอคอย ใช่แล้ว ครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับชุดน้ำชาที่สวยงาม น่ารัก ทั้งรูปทรง สีสัน ที่ได้สร้างสรรค์มาให้เข้ากับ สีส้มสดใสของฤดูใบไม้ร่วง กับรสชาติที่แสนอร่อย สไตล์ญี่ปุ่น และชาชั้นเลิศจากฝรั่งเศส MARIAGE FRÈRES Kinlakestars.com ขอเชิญทุกท่านมาเพลิดเพลินกับขนมหวานและอาหารคาวที่เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ (Sebastiaan Hoogewerf ) หัวหน้าพ่อครัวเบเกอร์รี่ (Executive Pastry Chef) ได้รังสรรค์เป็นพิเศษชวนให้นึกถึงสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศญี่ปุ่น กับชุดน้ำชายามบ่ายในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ อัพแอนด์อะบัฟ บาร์ (Up & Above Bar) ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2560 เชฟ ฮูแกแวร์ฟ เลือกใช้ผลไม้ในตระกูลส้มมารังสรรค์เป็นของหวานน่ารับประทาน ได้แก่ ฟินองเซียรสส้มญี่ปุ่นและช็อกโกแลต มาการองสอดไส้ครีมรสส้มยูซุพิมพ์ลายใบไม้เปลี่ยนสี พุดดิ้งนมรสส้ม สโคนส้มจี๊ดญี่ปุ่น โมจิไส้ครีมรสส้ม เค้กรสส้ม ช็อกโกแลตสอดไส้คาราเมลโรยด้วยข้าวพองเคลือบช็อกโกแลต และทาร์ตถั่ว ส่วนของคาว อาทิ ซุปเย็นถั่วอิดะมะเมะและไข่นกกระทา ฟาเฟ่ต์ปลาแซลมอนรมควันปรุงรสเสิร์ฟพร้อมมะนาวแช่อิ่มและมันหวานทอด ฟักทองอบกับแฮมและมะเดื่อ ขนมอบไส้หน่อไม้ฝรั่งและซอสทรัฟเฟิล เชฟ ฮูแกแวร์ฟ แนะนำให้รับประทานชุดน้ำชายามบ่ายในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับชาร้อน โดยจะเข้ากันได้ดีกับ ชา ซูร์ เลอ นีล (Sur Le Nil) ชาชั้นดีจากประเทศฝรั่งเศสของ มาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) มีกลิ่นหอม ๆ ของผลไม้ในตระกูลส้ม และตะไคร้ เริ่มต้นที่อาหารคาว ซึ่งประกอบไปด้วย ซุปเย็นถั่วอิดะมะเมะและไข่นกกระทา ความมันและรสเบาๆของถั่วกับไข่นกกระทาขนาดเล็กพอดีปากพอดีคำอร่อยดี ฟาเฟ่ต์ปลาแซลมอนรมควันปรุงรสเสิร์ฟพร้อมมะนาวแช่อิ่มและมันหวานทอด ด้วยความมันเค็มและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแซลมอนรมควันนั้นเข้ากันได้ดีกับรสมันนุ่มละมุนจากครีม และไข่ปลาแซลมอนที่มีความเค็มเบาๆในตัวได้ดีตัดรสด้วยความเปรี้ยวจากมะนาว สัมผัสจากมันม่วงกรอบๆกำลังดี ฟักทองอบกับแฮมและมะเดื่อ ฟักทองเนื้อเหลืองทองอบหอมหวานอย่างมีเอกลักษณ์กับแฮมรสเค็มๆตัดกับรสหวาน และรสเบาๆนุ่มละมุนจากมะเดื่อ ขนมอบไส้หน่อไม้ฝรั่งและซอสทรัฟเฟิล แป้งพัฟที่มีความหอมมันจากเนย เทคเจอร์แป้งกรอบๆบางๆซ้อนๆกันหลายๆชั้น กับความสดกรอบจากหน่อไม้ฝรั่งแลกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากทรัฟเฟิลสด ช่างอร่อยลงตัว เรามาดูในส่วนขนมหวานกันบ้าง ฟินองเซียรสส้มญี่ปุ่นและช็อกโกแลต ช็อกโกแลตสอดไส้คาราเมลโรยด้วยข้าวพองเคลือบช็อกโกแลต ทาร์ตถั่ว …
Author: Kittin Assavavichai
เฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทง 2560 ในบรรยากาศ สยามวันวานยามสนธยา ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 นี้ สัมผัสมนต์เสน่ห์ยามสนธยาในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง ลิ้มรสอาหารค่ำมื้อพิเศษและร่วมลอยกระทงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณมุมสวยที่สุดของโค้งน้ำ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยสามารถเลือกสถานที่หนึ่งในหกแห่งเพื่อเฉลิมฉลองในคืนลอยกระทง ได้แก่ บริเวณสระว่ายน้ำ: สถานที่สมบูรณ์แบบที่มอบสุดยอดความบันเทิงจากศิลปินต่างชาติที่หลงเสน่ห์เพลงลูกทุ่งไทย โจนาสและคริสตี้ โชว์กลองศึกจากกลุ่มองศาศิลป์ โดยคุณตั๊ก นภัสกร มิตรเอมและเพื่อน รำไทยพื้นบ้าน การแสดงมวยไทยและการประกวดนางสาวนพมาศ อิ่มเอมกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำสุดพิเศษและอาหารเลิศรสจาก 4 ภาค จับฉลากมอบรางวัลแก่ผู้โชคดี พร้อมร่วมลอยกระทงและปิดฉากค่ำคืนประทับใจด้วยดอกไม้ไฟตระการตา ประตูเปิดเวลา 100 น. ผู้ใหญ่ราคา 5,700 บาทถ้วน / เด็ก 2,850 บาทถ้วน* เรือฮอไรซัน: อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติระหว่างล่องเรือไปตามลำน้ำเจ้าพระยา ชมดอกไม้ไฟและเปลวเทียนสีทองระยิบระยับจากกระทงที่ลอยล่องเหนือผืนน้ำ และร่วมลอยกระทงลงสู่แม่น้ำ ผู้ใหญ่ราคา 5,500 บาทถ้วน / เด็ก 2,750 บาทถ้วน* เน็กซ์ทู คาเฟ่: รื่นรมย์กับบรรยากาศริมน้ำ ลิ้มรสบุฟเฟ่ต์นานาชาติและของหวานแสนอร่อยมากมายเลือกสรรได้ตามชอบ ชมความบันเทิงบนเวทีผ่านโทรทัศน์จอยักษ์และร่วมลอยกระทง ผู้ใหญ่ราคา 5,500 บาทถ้วน / เด็ก 2,750 บาทถ้วน* สำหรับความอร่อยในห้องอาหารและระเบียงริมแม่น้ำ โวลติ ริสโตรานเต แอนด์ บาร์: นำเสนออาหารชุดอิตาเลียนมื้อค่ำที่ปรุงด้วยส่วนผสมคุณภาพจากในและต่างประเทศเพื่อร่วมเฉลิมฉลองคืนพระจันทร์เต็มดวง ผู้ใหญ่ราคา 5,700 บาทถ้วน /เด็ก 2,850 บาทถ้วน* สำหรับที่นั่งด้านนอกโดยเอร็ดอร่อยกับอาหรบุฟเฟ่ต์และความบันเทิงบริเวณสระว่ายน้ำ และผู้ใหญ่ราคา 5,000 บาทถ้วน / เด็ก 2,500 บาทถ้วน* สำหรับที่นั่งด้านในและอิ่มเอมกับอาหารชุดอิตาเลียน …/2 ศาลาทิพย์: เชฟศุทธาพร จุลวัจนะ เตรียมชุดอาหารไทยให้ลิ้มรสในคืนลอยกระทง โดยเลือกลิ้มรสอาหารเรียกน้ำย่อยได้จากซุ้มอาหารที่ปรุงสดๆ เช่น ส้มตำมะละกอ ต้มยำกุ้ง อาหารไทยปิ้งย่างพร้อมน้ำจิ้มเลิศรส และขนมไทย ส่วนอาหารจานหลักเสิร์ฟให้รับประทานที่โต๊ะ…
ลิ้มลองอาหารเจสไตล์จีนกวางตุ้ง สูตรพิเศษ ณ ห้องอาหาร พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ต้อนรับเทศกาลถือศีลกินผัก ด้วยโปรโมชั่นอาหารเจ ที่ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ รังสรรค์เมนูผักเพื่อสุขภาพโดยเชฟออสการ์ ปัน พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นตั้งแต่วันที่ 15 – 31 ตุลาคม 2560 นี้ เชฟออสการ์ ปัน แห่งห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์และทีมของเขาได้ร่วมกันรังสรรค์เมนูอาหารเจสุดพิเศษเอาใจคนรักสุขภาพ ซึ่งแขกผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินพร้อมอิ่มบุญกับอาหารเจกว่า 20 รายการที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี อาทิ อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง ฟักทองนึ่งบ๊วย POACHED PUMPKIN WITH PRESERVED PLUMS AND TOMATOES ????? 280 ผสานคุณประโยชน์ของฟักทองเข้ากับรสชาติกลมกล่อมของบ๊วย นับว่าเป็นจานเรียกน้ำยอยชั้นดี ให้ความสดชื่น เบาสบาย โรยหน้าด้วยเก๋ากี้ หรือ โกจิเบอร์รี่ ตามด้วย ผัดผักสามสหาย WOK-FRIED MOREL MUSHROOMS, GREEN ASPARAGUS, YELLOW FUNGUS AND CARAMELIZED WALNUTS 300 ที่นำเอาเห็ดมอเรล หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ววอลนัท แปะก้วย รากบัวแสนกรุบกรอบ แครอท มาผัดรวมกันได้รสชาติกลมกล่อมแบบฉบับห้องอาหารพาโกด้า ห่อด้วยแป้งรังนกกรอบกรุบ แต่ก็นุ่มหนึบอร่อยลงตัว เต้าหู้ผักโขมสูตรเชฟออสการ์ BRAISED HOMEMADE SPINACH TOFU WITH MUSHROOMS 280 เป็นการนำผักโขมมาตุ๋นกับเต้าหู้จนนิ่มเพื่อง่ายต่อการรับประทาน สำหรับเต้าหู้ขาวนี้นั้น เป็นเต้าหู้ขาวทำเองกันในครัวสูตรพิเศษของเชฟออสก้าปัน เลยทำให้เหนียว หนึบ ส่วนซอสผักโขมนั้นรสก็นุ่มละมุน กลมกล่อม ผสานกับความกรุบกรึบจากเห็ดและแครอท สำหรับคนรักติ่มซำทางห้องอาหารมีติ่มซำเจให้เลือกสรร (เฉพาะมื้อกลางวัน) ไม่ว่าจะเป็น เสี่ยวหลงเปาเจ 100 แป้งนุ่มหนึบ น่าตาหน้ากิน กลิ่นหอม ไส้รสชาติดีมาก ห่ามสุ่ยโก้วฟักทอง DEEP-FRIED PUMPKIN BALLS 100 แป้งนุ่มหนึบ ดีมาก…
ร่วมกันละเว้นชีวิตสัตว์ เจริญเมตตาจิต ประจำปีกันเถอะ ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆแต่ย่อมลดการประหารชีวิตไม่ได้มากก็น้อยตามหลัก อุปสงค์ อุปทาน แม้ในกระแสปัจจุบันจะมีพวกขวางโลกคอยเหน็บแนมโจมตีเหล่าคนกินเจ แต่เมื่อเราทำด้วยใจบริสุทธิ์ก็อย่าได้สนใจ มาละเว้นชีวิตพร้มๆไปกับเพลิดลิ้น เพลินใจกับสารพัดอาหารรสเลิศ สุดพรีเมียม กันเถอะ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ฉลองเทศกาลกินเจปีนี้ด้วยอาหารจานพิเศษที่ปราศจากเนื้อสัตว์แต่ เพรียบพร้อมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและรสชาติสุดแสนอร่อย ลิ้มรสได้ที่ห้องอาหารจีน แชงพาเลซ และ ห้องอาหารไทย ศาลาทิพย์ ระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560 จีน พ่อครัวใหญ่ครัวจีน เชฟเชา ไวแมน แห่งแชงพาเลซ ปรุงอาหารรสชาติต้นตำรับรสเลิศที่ไร้เนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นการผสมผสานของประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ แขกที่มารับประทานอาหารจะได้ลิ้มรสรสชาติอาหารเจทั้งจานเรียกน้ำย่อย จานหลักและขนมหวาน ในราคาตั้งแต่จานละ 200 ++ บาทจนถึง 380 ++ บาท อาทิ ติ่มซำเจรวมมิตร ปลาเผือกเทวดา ซุปมรกตเต้าหู้ หน่อไม้ฝรั่งผัดเห็ดซอสเสฉวน ผัดผักห้าเซียน ข้าวผัดผักรวมมิตร และจานอร่อยเจอื่นๆอีกมากมาย ไทย ในขณะที่คนรักการรับประทานอาหารไทยสามารถลิ้มรสเมนูอาหารชุดเจแสนอร่อย ที่นำเสนออย่างสวยงามในช่วงเทศกาลอาหารเจ ในราคาชุดละ 990 ++ บาท ที่ศาลาทิพย์ในบรรยากาศเรือนไทยไม้สัก ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาหารทุกจานใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพรังสรรค์ออกมาเป็นอาหารเจแบบไทยรสชาติเข้มข้น ได้แก่ ยำส้มโอกรอบ ต้มข่าเห็ดเต้าหู้ กะหล่ำปลีห่อเต้าหู้น้ำแดง ผัดกะเพราะข้าวโพดทอด ห่อหมกเจ และข้าวเหนียวมะม่วง ไอศครีมกะทิ เอร็ดอร่อยกับอาหารเจและชมการแสดงรำไทยได้ทุกคืนเวลา 19.45 น. ถึง 21.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองโต๊ะได้ที่แผนกสำรองที่นั่งห้องอาหารฯ โทร. 0 2236 7777 หรือ 0 2236 9952 หรืออีเมล [email protected] อิ่มท้องอิ่มใจอิ่มบุญช่วงเทศกาลอาหารเจ ณ ห้องอาหารหลิว โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ วันที่ 20-28 ตุลาคมนี้ ห้องอาหารหลิว ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มลองอาหารเจรสชาติเยี่ยมหลากหลายเมนู ที่คุณจะเพลิดเพลินด้วยฝีมือการปรุงอาหารจากเชฟแจ็คกี้ ชาน หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำห้องอาหารหลิว โดยเชฟสร้างสรรค์เป็นเมนูแปลกใหม่อาทิ สลัดกุ้งเจทอดผลไม้ เป็ดปักกิ่งเจ ปลาเผือกฟูทอดซอสมะขามและอีกกว่าหลากเมนูที่เป็นอาหารเจ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำทั้งแบบอะลาคาร์ท…
พบกับหนึ่งในเทคนิคการนวดที่ไม่เหมือนใครการนวดตามกรุ๊ปเลือด เพื่อการผ่อนคลาย บำบัด และปรับสมดุลร่างกายให้สุขภาพของคุณดียิ่งขึ้นกับคอร์สทรีดเมนท์ signature ประจำสปาแห่งนี้ Athenee Spa, The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok ในปัจจุบันสปาต่างๆได้มีเทคนิคต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามแต่ละที่จะคิดค้นและสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์และความแตกต่างเพื่อแขกที่มาใช้บริการและเป็นจุดขาย ซึ่งในอดีตสปาทั่วไปจะมีแค่การนวดน้ำมัน นวดไทย นวดเท้า และการนวดด้วยลูกประคบ สำหรับสปาแห่งนี้ Athenee Spa ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นที่ 5 ของโรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok ก็มีโปรแกรมทรีดเมนท์สุดพิเศษที่เป็นอัตลักษณ์ของตน และได้สร้างสรรค์เทคนิคการนวดที่ไม่เหมือนใครขึ้นมา นั่นคือการนวดตามกรุ๊ปเลือดซึ่งในแต่ละกรุ๊ปเลือดนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ตามศศาสตร์ที่ทางสปาได้คิดค้นขึ้นมา เพราะในแต่ละกรุ๊ปเลือดก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไปในแง่ของด้านสุขภาพและกายภาพดังนั้นตั้งแต่ชนิดของน้ำมันนวด รวมไปถึงท่าและการเน้นในการนวดก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งในครั้งนี้เราได้ทดได้ลองการนวดตามกรุ๊ปเลือดของกรุ๊ปเลือด b และกรุ๊ปเลือด o ซึ่งจะเป็นอย่างไรเชิญติดตามกันได้เลยครับ เริ่มต้นกันด้วยการกรอกแบบฟอร์ม ซึ่งจะถามเกี่ยวกับข้อมูลเบื้อต้นทั่วไปก่อนการทำทรีดเมนต์ทั้งอาการแพ้ ระดับน้ำหนักการนวด อายุ รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยต่างๆ เพื่อให้พนักงานนวดนั้นสามารถนวดได้อย่างตรงความต้องการ และไม่เกิดปัญหา เพราะแขกแต่ละท่านจะมีข้อจำกัดและความต้องการที่ไม่เหมือนกันนั้นเอง หลังจากที่กรอกแบบฟอร์มเรียบร้อย เรายังคงอยู่กันในส่วนต้อนรับด้านหน้าของทางสปา พนักงานจะนำผ้าเย็นกลั่นตะไคร้หอมสดชื่น ผ่อนคลาย แต่ก็ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พร้อมทั้งน้ำมะตูมเย็นๆมีรสหวานนิดๆกำลังดี บริเวณด้านหน้าสปาจะมีการแสดงผลัตภัณฑ์ที่ทางสปาใช้ทำทรีดเมนต์ให้กับแขก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันนวดตัว ผลัตภัณฑ์นวดหน้า สครัปต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆในสปา ซึ่งแขกเองสามารถชมและเลือกซื้อได้เช่นกัน จากนั้นเราจะเริ่มมุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำทรีดเมนต์กัน ซึ่งห้องทรีดเมนต์เองก็จะมีหลายขนาดหลายรูปแบบ แตกต่างกันออกไป โดยในครั้งนี้ ห้องทรีดเมนต์ที่เราใช้นั้น จะเป็นห้องเตียงคู่ สำหรับนวดพร้อมกันสองคน มีห้องน้ำในตัว ห้องอาบน้ำ รวมไปถึงอ่างจกุชชี่ด้วย สพหรับการตกแต่งภายในห้องเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม รูปแบบไทยๆ โดยรวมเป็นการตกแต่งภายในแบบไทยประยุกต์ มีการให้แสงที่ไม่สว่างจนเกินไป เพื่อให้แขกรู้สึกผ่อนคลาย แสงภายในห้องที่ใช้เป็นแสงเหลืองนวล ออกโทน Warm White ซึ่งเหมาะสมกับ spa โดยเริ่มต้นอันดับแรก หลังจากที่พนักงานพาแขกมายังห้องจะแนะนำถึงองค์ประกอบต่างๆของห้อง รวมทั้งตัวทรีดเมนต์ และให้แขกเปลี่ยนเสื้อผ้า และใส่เสื้อคลุมโดยแขกเองสามารถนำเสื้อผ้า สิ่งของต่างๆ เก็บในตู้เสื้อผ้า ระหว่างเปลี่ยนพนักงานจะออกไปรอด้านนอก เมื่อเราเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเรียกพนักงานเข้ามา เพื่อให้เริ่มต้นการทำทรีดเมนต์กันได้เลย และนี่คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราจะใช้กันในการทำทรีเมนต์ครั้งนี้ ลูกประคบนั้นเอง…
สำหรับคนไทยแล้ว Buffet เป็นประเภทยอดฮิตที่ทำให้ใครก็ต่างตาลุกวาว ในปัจจุบันแทบไม่มีโรงแรมไหนที่ไม่ทำ Buffet แล้วเมื่อพูดถึง Buffet มื้อที่อลังการที่สุดก็ต้องเป็นมื้อสายวันอาทิตย์อย่าง Sunday Brunch แล้วที่ไหนเล่าที่สุดยอดขนาดไม่ลองไม่ได้ Kinlakestars.com ได้รวบรวม 12 สุดยอด Sunday brunch 2017 มาให้ทุกท่านเแล้ว จะเลือกกินเวียนกันไปเดือนละที่ก็ย่อมได้ สุดยอดบุฟเฟ่ต์ย่านริมน้ำ Next 2 café, Shangri-la Bangkok ตระการตาไปกับสุดยอด Buffet ที่หลากหลายที่สุดแห่งริมน้ำ sunday ทุกอย่างไม่อั้นพร้อม jazz สด ณ Next2 café โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ Highlight : Wagyu Burger, Lobster, Risotto, เป็ดปักกิ่ง, Indian Food Price : 2,888 บาทถ้วน เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป – 12 ปี ครึ่งราคา View : Riverside อ่านต่อที่>>> Lord Jim, Mandarin Oriental Bangkok อิ่มเอมกับ Buffet Sunday brunch วิวเจ้าพระยามุมสูงบรรยากาศใต้ท้องทะเล ณ Lord Jim, Mandarin Oriental Bangkok Highlight : Foie gras mango sauce, dessert, ส้มตำ, ขาแกะ Price : adult 2500++ Child 1700++ View : Riverside อ่านต่อที่>>> Feast, Royal Orchid Sheraton พลิกโฉมครั้งใหญ่เอาใจสาวกซันเดย์ บรันช์ จัดเต็มอาหารนานาชาติ สารพันเมนูอาหารอบร้อนๆ…
อร่อยต้องลอง คนรุ่นใหม่ควรชิมให้รู้ และคนรุ่นคลาสิคควรชิมเพื่อรำลึก หนึ่งในเมนูยอดฮิตที่เคยหายไปได้กลับมาแล้ว! เป็นเวลากว่าหลายเดือนที่ทางทีมงานครัว เชฟ ทางดุสิตธานี ได้ทำการทดสอบ ทำ และชิม ให้ได้มาซึ่ง “พายสตูว์ไก่” หรือ “Chicken Pot Pie” หนึ่งในเมนูขายดี ยอดฮิตสุดๆในอดีต ให้กลับมาวางขายและอร่อยล้ำเลิศเฉิดฉายกันอีกครั้ง พบกับการกลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องเพื่อตอกย้ำความอร่อยของ “พายสตูว์ไก่” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Chicken Pot Pie” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความอร่อยในตำนานของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ มีให้ลิ้มรสกันแล้ว ณ ดุสิต กูร์เม่ต์ พายสตูว์ไก่สูตรต้นตำรับของดุสิตธานี ที่เชฟได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นแป้งพายที่ หอมกรุ่น ผ่านการอบจนเป็นสีเหลืองทอง กรอบนอก แต่ข้างในให้รสสัมผัสที่นุ่มหนึบชวนทานอย่างยิ่ง มัน หอม ทานคู่กับสตูว์ไก่ ที่หมักไก่จนเนื้อนุ่มผสมด้วยแครอท เห็ด มันฝรั่ง ต้มจนนิ่มกำลังดี และเมล็ดถั่วลันเตา คลุกเคล้ากับเกรวี่ซอสสูตรพิเศษ พายสูตว์ไก่ในถ้วยคลุมด้วยแผ่นแป้งพายอบร้อนๆ สดใหม่ทุกวัน พร้อมเสิร์ฟในราคาถ้วยละ 230 บาท ซึ่งแถมถ้วยกระเบื้องกลับไปด้วย ตั้งแต่เวลา 07:00 – 22:00 น. แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า หมดเร็วมาก! และขายดีมาก เพราะด้วยความอร่อยล้ำและหากินยากนั้นเอง ดังนั้นไม่อยากพลาดอาจต้องมากันเร็วหน่อย ติดต่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โทร 02 200 9000 ต่อ 2345 อีเมลล์: [email protected] เว็บไซต์: www.dusit.com/dtbk, www.facebook.com/dusitthani เรื่อง / ภาพ : Pol.Cap. Kittin A. พายสตูว์ไก่, Chicken Pot Pie, dusit thani, review, ดุสิตธานี, รีวิว KinlakeStars.com KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ…
แบรนด์ใหม่ในที่เดิมกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความหรูหราเหนือระดับยิ่งขึ้น พร้อมสะท้อนอัตตลักษณ์และคุณค่าของพื้นที่เดิม อดีตวังสู่โรงแรมสุดหรู The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ให้อยู่ภายใต้ แบรนด์ อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพร้อมให้บริการในชื่อ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล นั้นได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบและการตกแต่งมาจากสมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ผู้ซึ่งทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ห้า (ปี ค.ศ.1853 – ค.ศ.1910) และทรงเป็นราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ล่าสุดของโรงแรมในครั้งนี้ทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันเป็นเอกลักษณ์ของนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงในแง่ของสถานที่ตั้งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจุดเด่นในแง่ของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ของเมืองหลวงแห่งนี้อีกด้วย โรงแรมที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ของวังคันธวาสอันเลื่องชื่อ วังแห่งนี้เคยเป็นตำหนักที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ และได้เปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ อะ รอยัล เมอริเดียน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 ต่อมาได้ดำเนินการ ปรับปรุงพื้นที่ให้บริการในทุกส่วนของโรงแรมฯ ด้วยการออกแบบและการตกแต่งใหม่เพื่อให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น พร้อมการให้บริการแบบเหนือระดับภายใต้แบรนด์ อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่นตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล จะพร้อมต้อนรับแขกที่มาเยือน เริ่มต้นจากบันไดอันสวยงามอลังการ อีกทั้งแชนเดอเลียร์ที่เผยความงดงามระยิบระยับจากเพดาน ทุกท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการตกแต่งภายในสไตล์ไทยและยุโรปที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่ยังคงอยู่ตราบนิจนิรันดร์ของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ และในคอลัมน์นี้ เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสประสบการณ์ที่ หรูหรา และมีเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ร่วมสมัยจากพื้นที่ ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางจนจบกันเลย เริ่มต้นเดินทาง สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เราเดินทางด้วยรถ BMW S7 จากที่บ้าน พนักงานขับรถในชุดสูทดำพร้อมรถ เดินทางมาถึงตรงเวลาและลงมาต้อนรับอย่างสุภาพ พร้อมช่วยยกสัมภาระขึ้นรถ เมื่อขึ้นมาถึงบนรถ…
ห้องอาหารเกาหลี คองจู เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี ด้วยบรรยากาศที่สะดวกสบายเป็นกันเอง และอบอุ่นเสมือนนั่งทานอยู่ที่บ้าน การตกแต่งที่ทันสมัยผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลี แบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน ห้องอาหารเกาหลี คองจู ตั้งอยู่บนชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โซนอาหารเอเชีย ด้วยการดูแลต้อนรับ และการให้บริการโดยผู้ชำนาญด้านการทำอาหารจาก ประเทศเกาหลี มาดามคิม ฮันนา ควบคุมการปรุงอาหารด้วยตนเอง เพื่อให้ได้รสชาติอาหารเกาหลี ต้นตำรับ จึงทำให้ห้องอาหารเกาหลี คองจู ได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องอาหารเกาหลี ที่ดีที่สุด ของกรุงเทพฯ ก่อนอื่นที่จะไปดูเมนูเราไปดูร้านกันก่อนดีกว่าครับ ห้องอาหารเกาหลี คองจู เปิดให้บริการมากว่า 21 ปี ด้วยบรรยากาศที่สะดวกสบายเป็นกันเอง และอบอุ่นเสมือนนั่งทานอยู่ที่บ้าน การตกแต่งที่ทันสมัยผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลี แบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน ห้องอาหารเกาหลี คองจู ตั้งอยู่บนชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โซนอาหารเอเชีย ด้วยการดูแลต้อนรับ และการให้บริการโดยผู้ชำนาญด้านการทำอาหารจากประเทศเกาหลี มาดามคิม ฮันนา ควบคุมการปรุงอาหารด้วยตนเอง เพื่อให้ได้รสชาติอาหารเกาหลี ต้นตำรับ จึงทำให้ห้องอาหารเกาหลี คองจู ได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องอาหารเกาหลี ที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ห้องอาหารเกาหลี คองจู คัดสรรวัตถุดิบ และส่วนผสมที่มีคุณภาพ โดยนำเข้าจากประเทศเกาหลี รวมทั้งทางห้องอาหารยังทำเครื่องปรุงบางชนิดขึ้นเอง และใส่ใจพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการปรุง เพื่อให้ได้ความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และยังคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับเกาหลีแท้ๆ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกรับประทานในห้องอาหารแบบบรรยากาศที่เป็นกันเอง หรือเลือกห้องรับประทานอาหารที่เป็นแบบส่วนตัวสำหรับ ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 ห้อง 3 ขนาด ตั้งชื่อตามแคว้น รัฐ ของเกาหลีในอดีต ไม่ว่าจะเป็น แพกเจ, ชิลลา, โกกูริยอ ฯลฯ สำหรับแขกที่มีโอกาสพิเศษ หรือ ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งทางห้องอาหารก็มีให้บริการ เริ่มต้นกันด้วยเมนูเด่นประจำห้องอาหาร ของเรียกน้ำย่อยอันเป็นเมนูเฉพาะของที่นี่อย่าง “เจ้าหญิงปทุมวัน” ซึ่งเมนูนี้จะเป็นเครื่องเคียงเกาหลีสารพัดอย่าง ปรุงอย่างลงตัวพร้อมกับซอสและห่อด้วยแป้ง รสชาติเบาละมุนกลมกล่อม เหมาะแก่การเริ่มมื้อเป็นอย่างดี ถัดมาจะเป็นเมนูกินเล่นที่ถูกอกถูกใจหลายท่านในเมนูที่มาร้านเกาหลีแล้วต้องสั่ง “ไก่ทอดพริก” เมื่อเราพูดถึงอาหารเกาหลีแล้ว สิ่งหนึ่งที่เรามักจะนึกถึงนั้นก็คือ ไก่ทอดนั่นเอง และแน่นอนว่าห้องอาหารเกาหลีคองจูอันเป็นห้องอาหารเกาหลีที่เน้นในความเป็นต้นตำหรับ อีกทั้งชุดฉลองครบรอบ…
เมื่อกล่าวถึงชื่อ Mandarin Oriental ไม่ว่าใครก็ต้องย่อมรู้จัก รวมทั้ง Lord Jim หนึ่งในห้องอาหารที่เป็นตำนานแห่งริมน้ำเจ้าพระยา สำหรับแนวคิดในการตกแต่งห้องอาหารนั้น Lord Jim ถูกตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินให้เหมือนดั่งอยู่ในท้องทะเลมหาสมุทร อันเต็มไปด้วยความสวยงาม สงบนิ่ง เรียบหรู น่าค้นหา แม้แต่ของตกแต่งบนโต๊ะที่ใช้ ก็จะสะท้อนถึงความเป็นโลกใต้ทะเลดังที่เห็นในภาพครับ ดึงดูดชวนเข้าตั้งแต่ในส่วนของทางเข้า เมื่อเข้ามาเราก็จะพบกับส่วนพักคอย และตู้ปลาที่วางตัวเป็นแนวยาว นำสายตาไปสู่พื้นที่ห้องอาหาร ซึ่งตู้ปลานั้นตกแต่งให้กลมกลืนไปกับผนังด้วยการออกแบบให้กระจกตู้ปลาอยู่ในระนาบระดับเดียวกับผนัง ส่วนตราสัญลักษณ์ของร้านก็จะเป็นรูปปลา ซึ่งเชื่อมโยงแนวคิดของห้องอาหารได้เป็นอย่างดี ปลาและดอกไม้ทะเลในตู้เป็นปลาและพืชพรรณในทะเล ดูแล้วเพลิดเพลิน สวยงาม การออกแบบภายในพื้นที่ห้องอาหารนั้นเน้นการใช้เส้นโค้ง วัตถุทรงวงรี และสีน้ำเงิน สีฟ้า และสีขาว เพื่อทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล เกลียวคลื่น ผ่อนคลาย และดูเรียบหรู มีระดับ แม้แต่โต๊ะและเก้าอี้ และแก้วเจียระย้าที่ห้อยและเรียงตัวจัดวางออกมาเหมือนฟองน้ำและเกลียวคลื่น สำหรับทัศนียภาพนั้น ห้องอาหาร Lord Jim ถูกจัดได้ว่าเป็นห้องอาหารริมเจ้าพระยาที่มีทัศนียภาพริมน้ำสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยทัศนียภาพทางสายตาจากแขกที่นั้่งอยู่ที่โต๊ะไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านผนังกระจกผืนใหญ่ ความสูงตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน และตัวผนังกระจกใสนี้ก็เรียงตัวยาวเป็นแนวเส้นโค้งไปสุดห้องอาหาร ทำให้แขกสามารถรับชมทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรอบด้าน 360 องศาเลยทีเดียว นอกจากนี้ในส่วนของความสูงของห้องอาหารก็ไม่เตี้ยจนเกินไป เพราะอยู่ในระดับชั้นที่สอง สูงขึ้นมามากกว่าระดับพื้นดินเดิมปกติ มุมที่มองไปยังแม่น้ำจึงเป็นมุมกดเล็กน้อยไม่ใช่มุมระนาบเดียวกับผิวน้ำ ทำให้พ้นสิ่งกีดขวางทางสายตา และทำให้ได้มุมมองที่โล่งสบายสายตา ในส่วนของเครื่องดื่มของ Buffet Sunday Brunch ท่านสามารถเลือกสั่งเพิ่มเติมได้จากในรายการเครื่องดื่ม ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Mocktail Cocktail Champagne Wine หรือ Soft drink และแล้วเราก็มาเข้าสู่ในส่วนของอาหารใน Buffet Sunday brunch กันเลยดีกว่าครับ Sea food เริ่มต้นกันด้วยมุมยอดฮิตที่คนไทยให้ความนิยมกันมากที่สุดก็ว่าได้ Seafood on Ice นั่นเอง สำหรับ seafood on ice ของมื้อ sunday brunch ที่ห้องอาหาร Lord Jim นั้นก็จะประกอบไปด้วย ปูทะเล กุ้ง และหอยนางรมสดๆ Japanese เรามาดูมุมยอดนิยมขวัญใจลูกค้าคนไทยอีกมุมกันต่อเลยดีกว่าครับ นั้นก็คือมุมอาหารญี่ปุ่น…