Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] “วิเสทวิโส” (Wiset Wiso) ปฐมบทแห่งสุนทรียรส Heritage Thai Fine Dining ที่ตีความใหม่ได้อย่างเหนือชั้น
    • [News] เทศกาลข้าวแช่ มนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน ณ Banyan Tree Bangkok แห่งปี 2026/2569
    • [Review] ดื่มด่ำศิลปะแห่งรสชาติ ณ Singular: อัญมณีแห่งการกินดื่มในอ้อมกอดปราสาทนิโจ Kaiseki ที่ยกระดับขึ่นอีกขั้น Garrya Hotel Nijo Castle Kyoto
    • [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park
    • [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙
    • [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park
    • [News] เอชิเร่ มิลค์ สุดยอดนมวัวพรีเมียมจากฝรั่งเศส | Échiré – Milk of Excellence ความพิเศษที่เริ่มต้นจากความเรียบง่าย…ของนมที่ดีจริง ๆ
    • [News] ข้าวแช่ สำรับไทยคลายร้อน ที่ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] ลัดเลาะริมเล สัมผัสไฟและกลิ่นอายทะเลที่ Rava Beach Club Beach Club ที่ใหญ่สุดในไทย อาหารสุดบรรเจิด ณ Banyan Tree Phuket
    Casual Dining

    [Review] ลัดเลาะริมเล สัมผัสไฟและกลิ่นอายทะเลที่ Rava Beach Club Beach Club ที่ใหญ่สุดในไทย อาหารสุดบรรเจิด ณ Banyan Tree Phuket

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatJanuary 10, 2026Updated:January 11, 2026No Comments4 Mins Read

    Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

    หากจะเอ่ยถึงสรวงสวรรค์ของการพักผ่อนที่ภูเก็ต ชื่อของ Banyan Tree Phuket มักจะอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ แต่วันนี้ Kinandleisure.com จะพาทุกท่านขยับออกมาสัมผัสสายลมโชยชายหาดที่ Rava Beach Club

    กับมื้อค่ำสไตล์ Dinner A La Carte และ Sunday Brunch ที่เน้นศาสตร์แห่งเปลวไฟ (Wood-fired) และการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงอย่างถึงรสถึงชาติ จะเด็ดดวงแค่ไหน ตามพีทมาพิสูจน์กันครับ

    RAVA Beach Club: สถาปัตยกรรมแห่ง “เสียงสะท้อน” และนิยามใหม่ของสุนทรียศาสตร์ริมหาดบางเทา

    เมื่อเรากล่าวถึงปรากฏการณ์ใหม่บนชายหาดบางเทาที่เขย่าวงการไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีในพริบตา คงหนีไม่พ้นการปรากฏตัวของ RAVA Beach Club

    ภายใต้อาณาจักร Banyan Tree Phuket ที่นี่ไม่ใช่แค่บีชคลับที่ยาวที่สุดในประเทศไทยด้วยระยะทางกว่า 180 เมตร

    แต่มันคือ “งานประติมากรรมที่หายใจได้” ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซปต์ของชื่อ RAVA ที่แปลว่า เสียงสะท้อนและการสั่นพ้อง

    ผมขอนำทุกท่านไปสำรวจ “ภาษาออกแบบ” ที่แยบคาย ผ่านมุมมองของผมที่หลงใหลในความละเมียดละไมของงานคราฟต์


    Exterior Architecture: เส้นสายที่ลื่นไหล และการโอบกอดของท้องทะเล

    สถาปัตยกรรมภายนอกของ RAVA ไม่ได้เน้นการตะโกนบอกความหรูหราด้วยความแข็งกระด้าง แต่เลือกใช้ “Organic Form” หรือรูปทรงสระสลวยที่เลียนแบบเส้นสายของธรรมชาติ

    ตัวอาคารโดดเด่นด้วยหลังคาทรงสูงที่ดูเบาหวิวคล้ายปีกนกที่กำลังสยายโอบรับลมทะเล

    • The Infinite Length: การวางผังอาคารตามแนวขนานกับชายฝั่ง 180 เมตร ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของขนาด แต่เป็นการออกแบบเพื่อ “Maximize Sea View” ให้แขกทุกตารางนิ้วได้รับสุนทรียภาพจากเกลียวคลื่นอย่างเท่าเทียม

    • Materiality: ผมสังเกตเห็นการเลือกใช้โทนสีธรรมชาติ (Earth Tone) ผสานกับวัสดุอย่างไม้และงานหินที่ให้ผิวสัมผัส (Texture) อันซับซ้อน ตัดกับสีสันของร่มสีม่วงเอกลักษณ์ของ Banyan Tree และร่มสีเขียวมะกอกที่ดูสุขุม ทำให้ภาพรวมดูมีชีวิตชีวาแต่ไม่ขัดเขินกับภูมิทัศน์รอบข้าง

    Interior Design: เมื่อ “แสง” และ “เงา” เต้นระบำบนงานโครงสร้าง

    เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือการเล่นกับ Spatial Experience หรือประสบการณ์ทางพื้นที่ที่น่าทึ่ง

    • The Central Icon: ไฮไลต์ที่ผมขอยกให้เป็น Masterpiece คือโครงสร้างทรงกรวยคว่ำขนาดมหึมาที่กรุด้วยหินสลับชั้นสีขาวเทา (Strips of Stone) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโถง มันทำหน้าที่เป็นทั้งจุดรวมสายตาและช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ (Skylight) ที่ปล่อยให้ลำแสงจากฟากฟ้าส่องลงมาอาบไล้เคาน์เตอร์บาร์ด้านล่าง สร้างมิติของ “แสงและเงา” (Chiaroscuro) ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน

    • Ceiling Craftsmanship: เพดานถูกตกแต่งด้วยระแนงไม้ไผ่ที่เรียงตัวอย่างวิจิตร ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบท้องถิ่นแต่แฝงความทันสมัยสไตล์ Modern Tropical

    • The Transition: การเชื่อมต่อพื้นที่ (Open Plan) ระหว่างโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ทำได้อย่างไร้รอยต่อ พื้นปูนเปลือยขัดมันให้ความรู้สึกเย็นสบายเท้าเมื่อเดินจากสระว่ายน้ำอินฟินิตี้เข้ามาสั่งเครื่องดื่มที่บาร์

    The 3 Pillars of RAVA: กิน-ดื่ม-ชิล ในระดับ Masterpiece

    RAVA แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างเป็นสัดส่วน:

    1. Young & Fun: พื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังงาน มีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ถึง 3 แห่ง พร้อมเตียงอาบแดดที่ออกแบบมาให้นั่งสบายจนลืมเวลา

    1. Master Grill (The Culinary Heart): สำหรับผมที่เป็นคนรักอาหาร โซนนี้คือสวรรค์ ครัวเปิด (Open Kitchen) ที่นี่โชว์การย่างเนื้อแบบเตาฟืนโบราณ กลิ่นหอมของไม้ฟืนที่เผาไหม้ผสมกับเสียงฉ่าของเนื้อ Dry-aged เกรดพรีเมียม คือ “เสียงสะท้อน” แห่งรสชาติที่แท้จริง

    1. Prestige Zone: โซนรับรองสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของเรสซิเดนซ์ในเครือ Banyan Group ที่เน้นความเป็นส่วนตัวและการบริการระดับ 5 ดาวอย่างสูงสุด

    อุ่นเครื่องด้วย Signature Drink

    • Pana Tree (Signature Cocktail):

    • เริ่มต้นด้วยความสดชื่นจาก Gin ผสานความซาบซ่าของ Prosecco เป็นเครื่องดื่มที่ชูรสสัมผัสของพฤกษชาติได้ดีเยี่ยม กลิ่นหอมสะอาด ดื่มง่าย เหมาะกับการล้างเพดานปากเตรียมรับรสอาหารมื้อหนัก

    เมนูเรียกน้ำย่อย (Appetizers & Starters)

    POPCORN CAULIFLOWER, HARISSA AIOLI, CRISPY QUINOA:

    พีทขอยกให้เป็นเมนูเปิดใจคนไม่ชอบกินผัก ดอกกะหล่ำถูกนำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน คลุกเคล้ากับซอส Harissa Aioli ที่ให้ความเผ็ดจางๆ สไตล์แอฟริกาเหนือ โรยหน้าด้วยควินัวกรอบเพิ่มมิติการเคี้ยว การจัดจานมาในสีเหลืองทองดูสนุกสนาน รสชาติมันเค็มเผ็ดปลายลิ้น เป็นการเริ่มต้นที่เร้าใจ

    CORN RIBS, MISO BUTTER, SESAME, SPRING ONION:

    ข้าวโพดหวานหั่นซีกตามยาวแล้วนำไปย่างจนขดตัวเหมือนซี่โครง (Ribs) ทาด้วยเนยมูโสะหอมๆ กลิ่นควันไฟจากเตาถ่านแทรกซึมเข้าไปในทุกเมล็ดข้าวโพด รสหวานธรรมชาติถูกขับด้วยความเค็มละมุนของมิโสะ โรยงาและต้นหอมเพิ่มความหอมหวน

    • GRILLED SOURDOUGH, WOOD ROASTED TOMATO, AVOCADO, BASIL:

    • ขนมปัง Sourdough ย่างจนขอบกรอบแต่เนื้อในยังหนึบ วางทับด้วยอโวคาโดบดเนื้อเนียน และมะเขือเทศที่ผ่านการคั่วในเตาฟืนจนรสหวานจัดจ้าน กลิ่นโหระพา (Basil) ช่วยชูโรงให้จานนี้มีความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนที่สมบูรณ์แบบ

    • GOATS CHEESE, GRILLED ASPARAGUS, TOASTED SUNFLOWER SEEDS, BURNT ORANGE, MINT:

    • สลัดจานนี้คือความลงตัวระหว่างความเข้มข้นของชีสนมแพะ (Goat Cheese) กับความสดกรอบของหน่อไม้ฝรั่งย่าง ความหวานอมเปรี้ยวจากส้มเบิร์นไฟ (Burnt Orange) และความหอมเย็นของสะระแหน่ (Mint) ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เป็นสลัดที่มีโครงสร้างรสชาติซับซ้อนและสดชื่น

    • Prawn Skewers with Chili Oil : กุ้งลายเสือตัวโต เสียบไม้ย่างไฟจนเนื้อเด้งสู้ฟัน ราดด้วยน้ำมันพริกสูตรพิเศษและใบสมุนไพรกริบบางกรอบ เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานเพื่อดึงรสหวานของเนื้อกุ้งออกมาให้เด่นชัดที่สุด

    เมนูจานหลักจากเตาฟืน (Wood-Fired Pizza & Main)

    ที่ Rava เขาโดดเด่นเรื่องการใช้ Whole Wheat Flour ทำแป้งพิซซ่า ซึ่งให้สัมผัสที่กรอบนอก นุ่มใน และมีกลิ่นหอมของธัญพืชชัดเจนกว่าแป้งทั่วไป

    • MUSHROOM & TRUFFLE PIZZA: สำหรับสายทรัฟเฟิลห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง แป้งโฮลวีตสีเข้มสวย ทาด้วย White Sauce รสละมุน วางหน้าด้วยเห็ดนานาชนิดที่ย่างจนคายความหอม และที่สำคัญคือกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิลที่เตะจมูกทันทีที่มาเสิร์ฟ รสชาติเข้มข้น หรูหรา

    • CHARCOAL CHICKEN & ROCKET PIZZA: พิซซ่าหน้าไก่ย่างถ่าน จัดวางมาบนซอสมะเขือเทศรสเข้มข้น ท็อปปิ้งด้วยผักร็อกเก็ตและหอมแดงซอย เพิ่มความจัดจ้านด้วย Hot Sauce เล็กน้อย เป็นจานที่ให้รสสัมผัสแบบลูกผสมระหว่างความคลาสสิกและความโมเดิร์น

    ปิดท้ายด้วยของหวาน (Desserts)

    • MANGO AND YOGHURT PARFAIT, MERINGUE: มะม่วงสุกหั่นเต๋ารสหวานฉ่ำ วางบนพาร์เฟต์โยเกิร์ตรสละมุน เสิร์ฟพร้อมแผ่นเมอแรงก์กรอบสีขาวสะอาดตา เป็นของหวานที่ปิดมื้อได้อย่างเบาสบายและล้างปากได้ดีเยี่ยม

    • CHOCOLATE AND SALTED CARAMEL TART: ทาร์ตช็อกโกแลตเนื้อเข้มข้น (Rich Chocolate) รสสัมผัสเนียนละเอียดประดุจกำมะหยี่ ตัดด้วยความเค็มหวานของซอส Salted Caramel ที่ราดมาข้างๆ ตัวแป้งทาร์ตกรอบและหอมเนือ เป็นความฟินนาเล่ที่สายช็อกโกแลตต้องยอมสยบ

    บทสรุป

    Rava Beach Club ไม่ได้เป็นเพียงแค่บีชคลับที่เน้นบรรยากาศ แต่คือสถานีของนักชิมที่หลงใหลในกลิ่นอายของ “ไฟ” และ “ฟืน” มื้อค่ำแบบ A La Carte ที่นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าความเรียบง่ายของวัตถุดิบ เมื่อผ่านการปรุงอย่างถูกวิธีในอุณหภูมิที่เหมาะสม สามารถสร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืมได้

    หากท่านกำลังมองหาที่ดินเนอร์ในภูเก็ตที่ได้ทั้งความหรูหราของ Banyan Tree และความชิลล์ริมทะเล ในรสชาติอาหารที่ “ถึงใจ” พีทขอแนะนำให้ปักหมุดมาที่นี่ครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน!


    ข้อมูลที่ควรทราบ:

    • สถานที่: Rava Beach Club, Banyan Tree Phuket (Laguna Phuket)
    • สไตล์อาหาร: Modern Coastal, Wood-fired Grill
    • เหมาะสำหรับ: มื้อค่ำสุดโรแมนติก หรือ การสังสรรค์ในครอบครัวที่เน้นอาหารคุณภาพสูง

    มาส่วนต่อไปกันเลย ในส่วนนี้พีทพาทุกท่านไปลิ้มรส “Sunday Brunch” ที่เขาว่าเด็ดที่สุดในย่านลากูน่า จะเป็นอย่างไร รอติดตามในบทความต่อไปนะครับ!

    ลิ้มรสจังหวะชีวิตที่เรียบง่ายแต่ “เหนือระดับ” : เจาะลึก Pura Vida Sunday Brunch ณ RAVA Beach Club, Banyan Tree Phuket

    หากจะถามหาความสำราญในบ่ายวันอาทิตย์ที่ภูเก็ต หลายคนคงนึกถึงสายลม แสงแดด และฟองแชมเปญ แต่สำหรับลุง การได้มานั่งละเลียดมื้อสายที่ RAVA Beach Club ภายใต้ชายคาของ Banyan Tree Phuket คือการนิยามคำว่า “Pura Vida” หรือความสุขที่แท้จริงผ่านรสชาติอาหารได้อย่างหมดจด บนหาดบางเทาที่ทอดยาวกว่า 180 เมตรแห่งนี้ เขาไม่ได้เสิร์ฟแค่บุฟเฟ่ต์ แต่เขากำลังเสิร์ฟ “ศิลปะแห่งการกิน” ในบรรยากาศบีชคลับที่ใหญ่ที่สุดในไทย

    วันนี้พีทจะพาไป “ถอดรหัส” ทีละเมนูว่าทำไมบรันช์ที่นี่ถึงควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิต


    🥂 สุนทรียภาพแห่งการเริ่มต้น: Veuve Clicquot Champagne

    การเริ่มต้นบรันช์ที่ดีในทัศนะของลุง คือการล้างพาเลทรับรสด้วยฟองละเอียดจากแชมเปญระดับโลกอย่าง Veuve Clicquot (Brut) ขวดฉลากเหลืองที่คุ้นตาถูกแช่เย็นจัดจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ เมื่อรินลงในแก้วทรงกระเปาะสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ กลิ่นหอมของผลไม้สีขาวและบริยอช (Brioche) จะฟุ้งขึ้นมาทันที เป็นการกระตุ้นน้ำย่อยที่หรูหราและช่วยส่งเสริมรสชาติของซีฟู้ดสดๆ ได้อย่างวิเศษสุด


    🥗 สดจากไร่ สู่ความสดชื่นบนโต๊ะอาหาร

    1. Radicchio & Wild Rocket Salad with Fine Parmesan

    เมนูสลัดที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยมิติ รูโกล่า (Wild Rocket) รสซ่าเผ็ดนิดๆ ผสมกับเรดิคิโอ (Radicchio) ที่ให้รสขมปลายลิ้นจางๆ เชฟโรยด้วยชีสพาร์เมซานขูดฝอยละเอียดจนเหมือนเกล็ดหิมะ ความมันนัวของชีสไปตัดกับความกรอบและรสสดชื่นของผักได้อย่างลงตัว เป็นการเปิดมื้ออาหารด้วยความเบาและคลีน

    2. Compressed Zucchini with Arugula

    ซูกินีฝานบางที่ผ่านกระบวนการปรุงอย่างพิถีพิถันจนเนื้อนุ่มแต่ยังคงความเด้งกรอบสู้ฟัน คลุกเคล้ามาในน้ำมันมะกอกเกรดพรีเมียมและสมุนไพร กลิ่นหอมเขียวสะอาดตา ท็อปด้วยใบอารูกูล่าสด เป็นจานผักที่โชว์ความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบโลคอลได้ชัดเจนมาก


    🍤 คำเล็กที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ (Appetizers)

    3. Croquette with Cream & Trout Roe

    โครเกต์ชิ้นพอดีคำ ทอดมาจนแป้งขนมปังด้านนอกเหลืองทองกรอบกริบ ผิวสัมผัสแรกคือความกรอบตัดกับเนื้อครีมมี่นุ่มละมุนด้านใน แต้มด้วยซอสครีมขาวและ Trout Roe (ไข่ปลาเทราต์) เม็ดโตสีส้มใส เมื่อเคี้ยวจนไข่ปลาแตกโพล๊ะในปาก รสเค็มมันของทะเลจะผสานกับความหวานของมันฝรั่งบดได้อย่างน่าอัศจรรย์


    🥩 จานหลักจากเตาถ่าน: งานฝีมือของเชฟโจชัว เกรย์

    4. Grilled White Fish with Pimento & Herb Sauce

    เนื้อปลาขาวสดจากท้องทะเลไทย (น่าจะเป็นปลาเก๋าหรือปลากระพงตามฤดูกาล) ย่างบนเตาถ่านจนหนังกรอบและมีกลิ่นหอมสโมคกี้จางๆ เนื้อปลาด้านในยังคงความฉ่ำ (Juicy) ราดด้วยซอสพริกพิมเมนโต้สีส้มรสหวานมัน และน้ำมันสมุนไพรสีเขียว (Herb Oil) ที่ช่วยเสริมรสปลาให้เด่นชัดขึ้นโดยไม่กลบรสธรรมชาติ

    5. Charcoal Grilled Wagyu Beef with Asparagus

    ไฮไลต์ที่พีทรอคอยคือเนื้อวากิวคุณภาพเยี่ยม ย่างเตาถ่านแบบ Medium Rare จนได้เนื้อสีชมพูสวยงาม รสชาติเนื้อเข้มข้น มีไขมันแทรกแทบละลายในปาก เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่งย่างกรอบ และซอสพริกบดสูตรเฉพาะ ความหอมของถ่านที่เป็นซิกเนเจอร์ของ RAVA ช่วยยกระดับเนื้อจานนี้ให้เหนือชั้นกว่าบรันช์ทั่วไป


    🍹 เครื่องดื่มและของหวานปิดท้าย

    6. Signature Bloody Mary

    สำหรับสายดื่ม แนะนำ Bloody Mary ที่ปรุงมาอย่างจัดจ้าน รสเผ็ดจากพริกไทยและวอร์เชสเตอร์ซอสช่วยตัดเลี่ยนจากอาหารประเภทเนื้อได้ดีมาก ตกแต่งด้วยมะกอกเขียวสอดไส้พริก เพิ่มสัมผัสความเป็น Savory Drink อย่างเต็มตัว

    7. Persimmon & Cream with Crumble

    ของหวานจานนี้ขอชมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การนำลูกพลับสดเนื้อหวานฉ่ำมาเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิลกรุบกรอบ เป็นการปิดจบที่ล้างปากได้ดีเยี่ยม ความหวานธรรมชาติของลูกพลับและสัมผัสเย็นฉ่ำของไอศกรีมทำให้บ่ายวันอาทิตย์นี้สมบูรณ์แบบ


    Pura Vida Sunday Brunch ที่ RAVA Beach Club ไม่ใช่แค่การทานอาหารให้จบมื้อ แต่มันคือการเฉลิมฉลองวิถีชีวิตชาวเกาะที่หรูหราและผ่อนคลายในคราวเดียว ด้วยราคา 2,900 บาทสุทธิต่อท่าน (พร้อมไวน์ 1 ขวดสำหรับ 2 ท่าน) หรืออัปเกรดเป็น Veuve Clicquot Brunch 5,900 บาท ลุงถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคุณภาพวัตถุดิบระดับนี้

    หากเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน กำลังมองหาที่เช็กอินใหม่ๆ ในภูเก็ตที่ได้ทั้งรูปสวยและรสชาติอาหารที่ “จริงจัง” พีทขอแนะนำให้สำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้า เพราะที่นี่เขาฮอตจริงๆ!

    • เวลาบริการ: ทุกวันอาทิตย์ 12.00 – 15.30 น.
    • สถานที่: RAVA Beach Club (Banyan Tree Phuket) หาดบางเทา
    • สำรองที่นั่ง: 076-372-456

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Rava Beach Club Beach Club Banyan Tree Phuket

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[News] Renaissance Bangkok Ratchaprasong เปิดตัว ‘Drag & Dazzle Sunday Brunch’ ซิกเนเจอร์บรันช์สุดตระการตา ณ Flavors
    Next Article [General] Gourmet One ผนึก Sturia ส่งตรง “IGP Caviar d’Aquitaine” คาเวียร์รักษ์โลกมาตรฐานสูงสุดจากฝรั่งเศส ด้วยรสชาติที่บริสุทธิ์และสดใหม่

    Related Posts

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    April 4, 2026

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026

    [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park

    March 15, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] “วิเสทวิโส” (Wiset Wiso) ปฐมบทแห่งสุนทรียรส Heritage Thai Fine Dining ที่ตีความใหม่ได้อย่างเหนือชั้น

    April 12, 2026

    [News] เทศกาลข้าวแช่ มนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน ณ Banyan Tree Bangkok แห่งปี 2026/2569

    April 10, 2026

    [Review] ดื่มด่ำศิลปะแห่งรสชาติ ณ Singular: อัญมณีแห่งการกินดื่มในอ้อมกอดปราสาทนิโจ Kaiseki ที่ยกระดับขึ่นอีกขั้น Garrya Hotel Nijo Castle Kyoto

    April 7, 2026

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    April 4, 2026

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026

    [Review] “วิเสทวิโส” (Wiset Wiso) ปฐมบทแห่งสุนทรียรส Heritage Thai Fine Dining ที่ตีความใหม่ได้อย่างเหนือชั้น

    April 12, 2026

    [News] เทศกาลข้าวแช่ มนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน ณ Banyan Tree Bangkok แห่งปี 2026/2569

    April 10, 2026

    [Review] ดื่มด่ำศิลปะแห่งรสชาติ ณ Singular: อัญมณีแห่งการกินดื่มในอ้อมกอดปราสาทนิโจ Kaiseki ที่ยกระดับขึ่นอีกขั้น Garrya Hotel Nijo Castle Kyoto

    April 7, 2026

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    April 4, 2026

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...