Author: Kittin Assavavichai

ในโอกาสที่ คีรี ไพรเวท รีเซิร์ฟ (Kiri Private Reserve) กำลังเตรียมหยุดให้บริการเพื่อปรับโครงสร้างใหม่ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์อันหายากเพื่อเป็นการส่งท้าย กับแพ็คเกจสุดพิเศษ ‘Timeless Elegance Retreat for Thai Residents’ ในราคาเริ่มต้นที่ 76,000 บาทสำหรับการเข้าพัก 2 คืนสำหรับ 2 ท่าน แพ็คเกจนี้รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น ทรีตเมนต์สปา 60 นาที และการใช้บริการที่ห้องอาหารลอยฟ้า (TreePod Experience) 30 นาที สามารถสำรองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โอกาสสุดท้ายที่ทุกท่านจะได้พักผ่อนท่ามกลางความเงียบสงบเหนือกาลเวลาของรีสอร์ต โดยมีฉากหลังอันเขียวชอุ่มของต้นไม้ และวิวทะเลแบบพาโนรามาของเกาะกูด คีรี ไพรเวท รีเซิร์ฟ ตั้งอยู่บนเกาะกูด เป็นสถานที่พักผ่อนระดับลักซ์ชูรีอันเงียบสงบ ผ่านการออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืน มาพร้อมวิลล่าขนาดใหญ่ มีพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง สระว่ายน้ำส่วนตัว และทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลอ่าวไทย ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายไปกับทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ รับประทานอาหารใต้แสงดาวจากวัตถุดิบออร์แกนิกแบบ Farm To Table สำรวจสิ่งมีชีวิตทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ หรือผจญภัยไปน้ำตกลับที่ซ่อนอยู่บนเกาะ ทุกประสบการณ์ผ่านการคัดสรรมาแล้วเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ความเงียบสงบ และเพื่อการผ่อนคลายอย่างเต็มอิ่ม ราคาในแพ็คเกจนี้คิดเป็นเงินบาท รวมค่าบริการและภาษีแล้ว โดยวิลล่าแบบ 1 ห้องนอนสามารถเข้าพักได้ 2 ท่าน และใช้ได้เฉพาะชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น (ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบอนุญาตทำงานเมื่อสำรองห้องพักและเช็คอิน) โดยข้อเสนอนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นได้ สำหรับผู้ที่เคยมีความทรงจำที่ดีกับ คีรี ไพรเวท รีเซิร์ฟ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้บอกลาเป็นการชั่วคราว จนกว่าการปรับโครงสร้างจะเสร็จสิ้น และกลับมาให้บริการใหม่ได้อีกครั้ง อย่าพลาดข้อเสนอและราคาสุดพิเศษในครั้งนี้ เพราะ คีรี ไพรเวท รีเซิร์ฟ จะเป็นจุดหมายปลายทางในฝันที่จะอยู่ในหัวใจของท่านเสมอ สำหรับการสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อที่ โทร. 082 208 8888 และอีเมล [email protected] Kinandleisure.com Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ…

Read More

ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู เชิญทุกท่านสัมผัสมนต์เสน่ห์ของอาหารโมร็อกโก กับดินเนอร์สุดพิเศษ โดย เชฟโมฮาเหม็ด เบลโลเต้ (Chef Mohamed Bellote) เชฟผู้เชี่ยวชาญในการประกอบอาหารโมร็อกโก ประจำโรงแรมอังสนา เฮอริเทจ คอลเลคชั่น ณ มาราเกช ริยาด ประเทศโมร็อกโก (Angsana Heritage Collection, Marrakech Riads) ที่จะมารังสรรค์ความอร่อยตำรับดั้งเดิมจากแอฟริกาเหนือให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เชฟโมฮัมเหม็ดเติบโตในครอบครัวชาวอมาซิก ชนพื้นเมืองประเทศโมร็อกโก มีความมุ่งมั่นในการสืบสานและยกระดับมรดกทางอาหารของชาวโมร็อกโกให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล เขาได้รับการยอมรับอย่างสูงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศซาอุดีอาระเบีย ในฐานะทูตวัฒนธรรมอาหารโมร็อกโก ด้วยศิลปะการปรุงอาหารที่ได้รับฉายาว่า “เชฟมือทอง” ซึ่งผสานความดั้งเดิมเข้ากับความประณีตได้อย่างวิจิตรบรรจง โดยมีการถ่ายทอดเรื่องราวของโมร็อกโกผ่านอาหารทุกจานอย่างสร้างสรรค์ ลิ้มลองรสชาติอาหารโมร็อกโกสูตรต้นตำรับก่อนใคร กับเมนู 5 คอร์ส ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันผ่านเทคนิคการปรุงรสต่างๆ โดยเน้นความร่วมสมัยที่ไม่ละทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิม เริ่มต้นดินเนอร์สุดพิเศษด้วย เมนูมารัคชี่ ฮาริรา (Marrakchi Harira) ซุปสมุนไพรกลิ่นหอมเข้มข้นที่ชาวโมร็อกโกนิยมรับประทานในช่วงรอมฎอน เสิร์ฟพร้อมเนยหมักแบบดั้งเดิม (Smen) และอินทผาลัมเมดจูล (Medjool) รสหวานละมุน เติมเต็มรสชาติอย่างกลมกล่อม ตามด้วย สลัดโมร็อกโกโฮมเมด (Moroccan Homemade Mixed Salad) ที่คัดสรรผักตามฤดูกาล เช่น แครอท มะเขือม่วง ซูกินี มะเขือเทศ และฟักทอง ปรุงรสด้วยสมุนไพรของท้องถิ่น เพื่อชูรสชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลิ้มลอง พาสทิลาไก่ (Free-Range Chicken Pastilla) พายโมร็อกโกคลาสสิกที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อนุ่ม อัลมอนด์อบ กัมอารบิก และหญ้าฝรั่นแท้ ห่อด้วยแป้งบางกรอบอบจนเหลืองทอง ตามด้วยจานหลักสุดคลาสสิกอย่าง คูสคูสโมร็อกโกสูตรต้นตำรับ (Authentic Moroccan Couscous) ซึ่งสามารถจัดเสิร์ฟได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อลูกวัวนุ่มละมุน อาหารทะเลสด หรือ ผักนานาชนิดตามฤดูกาล จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปปรุงรสแบบโมร็อกโกและเครื่องเคียงดั้งเดิม เพิ่มรสสัมผัสความกลมกล่อมอย่างลงตัว ด้วย เมนูทาจีนเนื้อลูกวัวตุ๋นผลไม้แห้ง (Veal Tagine with Dried Fruits) หอมละมุนด้วยแอปริคอต พรุน อัลมอนด์ และหญ้าฝรั่น ทั้งนี้เชฟยังนำเสนอ เมนูทาจีนปลาเฮก (Fish Tagine) ซึ่งเนื้อปลานั้นได้ผ่านการหมักในซอสเชอร์มูล่า (Chermoula) ตุ๋นรวมกับผักหลากชนิดชูรสชาติอันกลมกล่อม ปิดท้ายมื้อค่ำอย่างประทับใจด้วย เมนู Milk Pastilla หรือ Jawhara ขนมหวานที่ทำจากแป้งบางกรอบ เสิร์ฟคู่กับครีมนมกลิ่นดอกส้ม เพิ่มความสดชื่นกับเมนูส้มสดโรยอบเชย ราดซอสโป๊ยกั๊กหอมเย็น (Fresh Oranges with Cinnamon) นอกจากนี้เชฟยังรังสรรค์คุกกี้สไตล์โมร็อกโก (Ghriba และ Fekkas) ซึ่งนำเสิร์ฟพร้อมชามิ้นท์หอมสดชื่นเพื่อเติมเต็มประสบการณ์อย่างสมบูรณ์แบบ ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์อาหารโมร็อกโกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างวันที่ 14 – 25 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู กับเมนู 5 คอร์ส ที่สะท้อนวัฒนธรรมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ รังสรรค์โดยเชฟโมฮาเหม็ด เบลโลเต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารโมร็อกโกโดยเฉพาะ ในราคาสุดคุ้มเพียง 1,999 บาทสุทธิต่อท่าน เท่านั้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. +66 (0) 2679-1200 หรืออีเมล์ [email protected]

Read More

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ เผยโฉมประสบการณ์ล่องเรือเอ็กซ์คลูซีฟกับเรือแซฟฟรอน ครูซ ที่มาพร้อมลวดลายศิลป์ตระการตาของภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจจากปลากัดไทยขนาดใหญ่ข้างตัวเรือ ถ่ายทอดความสง่างามของสัตว์น้ำประจำชาติด้วยฝีแปรงอย่างประณีตงดงาม เปลี่ยนลำเรือให้กลายเป็นงานศิลป์บนสายน้ำที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทย สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความสง่างาม ปลากัดไทยได้รับการเชิดชูให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติของไทย และมีความหมายลึกซึ้งในวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม สีสันสดใส และอุปนิสัยที่แข็งแกร่ง ปลากัดจึงปรากฏอยู่ในนิทานพื้นบ้าน วรรณกรรม และศิลปะในราชสำนักมาตลอด ในอดีตยังเคยได้รับการเลี้ยงดูในวังหลวง และเป็นส่วนหนึ่งของการละเล่นพื้นบ้าน สะท้อนถึงความงดงามควบคู่กับความกล้าแกร่ง ซึ่งเป็นคุณค่าที่อยู่ในแก่นของความเป็นไทย การนำภาพหางปลากัดที่สวยงามมาตกแต่งบนเรือที่ล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จึงถือเป็นการสดุดีและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนซึมซับเรื่องราวแห่งวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ร่วมสมัย กับภาพวาดขนาดใหญ่ที่ทอดตัวไปตามลำเรือที่เปรียบเสมือนการขับขานเรื่องราวที่มีชีวิต และเคลื่อนไหวไปพร้อมกับวิวริมฝั่งแม่น้ำอันเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ เปิดประสบการณ์วัฒนธรรมรูปแบบใหม่ เรือแซฟฟรอน ครูซ ยังคงนำเสนอการเดินทางผ่านรสชาติและทัศนียภาพแห่งเมืองไทยอย่างละเมียดละไม บนเรือสองชั้นที่งดงาม ชั้นล่างเป็นห้องอาหารในห้องปรับอากาศให้บริการอาหารไทยแบบเซ็ทเมนูสี่คอร์ส ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ขณะที่ Moon Deck ชั้นดาดฟ้าของเรือเปิดรับสายลมและความสดชื่น ให้แขกผู้มีเกียรติดื่มด่ำค็อกเทลท่ามกลางแสงดาว พร้อมชมความงดงามของสถานที่สำคัญ เช่น วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และพระบรมมหาราชวัง โดยมีภาพวาดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหางปลากัดเป็นเสมือนบทนำทางสายตา สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ศิลปะบนสายน้ำ การปรับโฉมเรือแซฟฟรอน ครูซในครั้งนี้โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ ได้แสดงถึงพันธกิจอันแน่วแน่ในการส่งเสริมและเชิดชูมรดกวัฒนธรรมไทย ผ่านการศิลปะ อาหารไทยชั้นเลิศ และประสบการณ์ร่วมสมัย ภาพวาดส่วนหางอันสง่างามของปลากัดประณีตบรรจงที่วาดด้วยมือจึงไม่ใช่เพียงแค่การตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านผืนน้ำ สะท้อนจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย พร้อมเป็นบทบันทึกของความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับสายน้ำเจ้าพระยา เรือแซฟฟรอน ครูซ ให้บริการทุกวัน เวลา 19.00 น. จากท่าเรือไอคอนสยามหมายเลข 2 เซ็ทอาหารไทย 4 คอร์ส ราคา 3,300 บาทต่อท่าน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. +66 (0) 2679-1200 หรืออีเมล์ [email protected] Kinandleisure.com Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป…

Read More

ค่ำคืนพิเศษจากสามเชฟที่เดินทางจากดินแดนอีสาน มาสู่ครัวเมืองกรุง กลายเป็นบทสนทนารสชาติระหว่าง “House Number 1712” ร้านอาหารจากสกลนคร และ “Kaenkrung (แก่นกรุง)” ทีมครัวเมืองหลวงที่ชูอัตลักษณ์อาหารอีสานในแบบสร้างสรรค์ ด้วยแนวคิดที่ว่า อาหารพื้นถิ่นไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่ความจำเจของอดีต หากสามารถเดินทางไปข้างหน้าด้วยรากฐานที่มั่นคง KAENKRUNG X House Number Seventeen Twelve ภายใต้แนวคิด “จากรากของอีสาน สู่จานอาหารที่เมืองกรุง” เมนูทั้ง 9 รายการถูกร้อยเรียงอย่างมีชั้นเชิง ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่เชฟแต่ละคนเติบโตมาพร้อมมัน ถ่ายทอดด้วยเทคนิคสมัยใหม่แต่ไม่หลงลืมกลิ่นดิน กลิ่นฝน และรสเปรี้ยวเค็มเผ็ดแหลมที่เป็นหัวใจของอีสานแท้ 1. อรันชินี่แหนมข้าวทอดไส้เนื้อปู (Sour Pork Arancini with Crab Meat) แรงบันดาลใจจาก “แหนมข้าวทอด” เมนูพื้นบ้านอีสานที่มักรับประทานกับใบมะกรูดและพริกขี้หนู เชฟแปลงโฉมเมนูนี้ให้กลายเป็น “อรันชินี่” หรือข้าวปั้นทอดแบบอิตาเลียน โดยใช้ข้าวหมักรสเปรี้ยวแบบแหนม คลุกเคล้าสมุนไพรอีสาน แล้วซ่อนหัวใจของจานไว้ด้วย “เนื้อปูทะเล” แน่นๆ สร้างรสเปรี้ยว-มัน-เค็มในคำเดียว พรั่งพร้อมด้วยกลิ่นหอมสมุนไพรที่เรียกน้ำย่อยอย่างมีชั้นเชิง และเสิร์ฟมาในไหปลาร้า เวลาจะกินก็เอามือจกไปในให้เป็นกิมมิคเล็กๆที่เชฟอยากนำเสนอ 2. ลาบหมึกดำ (Laab Black Ink Squid) จานลาบที่หลายคนคุ้นลิ้น ถูกยกระดับด้วยปลาหมึกสด คลุกกับเครื่องลาบที่เปลี่ยนพริกป่นให้เป็น “พริกคั่วหมึกดำ” มีกลิ่นทะลึ่งทะลวงจากน้ำหมึกเข้มข้น เสริมด้วยใบสะระแหน่ ผิวมะกรูด และข้าวคั่วคั่วใหม่ กลายเป็นลาบที่ไม่ซ้ำใคร กลิ่นคาวทะเลกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ชวนหยุดลิ้นให้ซึมซับ 3. ตำปาหน้าฝน (Rainy Jungle Salad) สลัดอีสานในแบบ “ตำป่า” ที่ตีความใหม่ด้วยวัตถุดิบป่าหน้าฝนจากสกลนคร ผักพื้นบ้านกรุบกรอบนานาชนิดถูกรวบรวมมาในจานเดียว ทั้งผักติ้ว ผักชีลาว เห็ดเผาะและมะเขือเทศ เส้นเกี้ยมอี๋ ราดด้วยน้ำตำเปรี้ยวเผ็ดดั้งเดิม เติมกลิ่นปลาร้าหอมๆ จากหม้อหมักของร้านบ้านเกิด และแคปหมู กลายเป็นจานที่ชุ่มฉ่ำ เปรี้ยวสด และเผ็ดปลายลิ้นอย่างทรงพลัง 4. จุ๊ปลาซ่อนทะเล (Sea Fish Sashimi with Local Herbs) การจุ๊หรือ “จุ๊ดิบ” ของอีสานเหนือถูกนำมาเล่าใหม่…

Read More

Story : Nathanai C. / Photo : Pol.Capt. Kittin AChef : Tochakhala / Cuisine type : Japanese Cuisine / Level : Casual Dining เมื่ออาหารญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ หากแต่คือประสบการณ์—Soshi ณ โรงแรม So/ Bangkok กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่ที่จริงจังกว่าเดิม ภายใต้แนวคิดที่ชัดเจนในการยกระดับ “ซูชิบาร์ในโรงแรม” สู่จุดที่เป็นได้มากกว่าความพรีเมียมบนจานอาหาร ที่นี่คือการพบกันของวัตถุดิบชั้นเลิศ งานฝีมือเชิงเทคนิค และรสนิยมร่วมสมัยที่พร้อมท้าทายมาตรฐานของคำว่าบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น ด้วยเมนูเด่นอย่างซูชิฟัวกราส์ ล็อบสเตอร์มิโซะ และราเมนวากิวกระดูกวัวเข้มข้น ที่ร้อยเรียงแต่ละคำราวกับบทกวีในภาษาของเชฟผู้มีฝีมือ—และที่สำคัญ คือราคาที่จับต้องได้อย่างน่าประหลาดใจ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ Soshi พร้อม GM ท่านใหม่ คุณ Adrian และ “Turning Point” ที่น่าจับตาเตรียมพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ Soshi ณ โรงแรม So/ Bangkok! ภายใต้การนำทัพของ GM ท่านใหม่ คุณ Adrian ผู้มีประสบการณ์พลิกโฉมคลับดังที่บาหลี สู่การเดินทางครั้งใหม่เพื่อยกระดับ Soshi ให้ก้าวไปอีกขั้น สำหรับแฟนคลับ So/ Bangkok เตรียมตัวเปิดรับประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นรสเลิศที่ Soshi พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเหนือระดับWelcome Bites สุดพิเศษ ชวนลิ้มลองรสชาติแรกแห่งความประทับใจ เมนูเปิดสำหรับทุกท่านได้แก่ Lobster Akadashi Miso Soup: ซุปมิโซะสีทองอร่าม หอมกลิ่นอายทะเลบางๆ พร้อมก้ามล็อบสเตอร์เนื้อแน่น สดหวาน ให้รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น เปิดประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่คำแรกเลยทีเดียว Soshi Simply – Sashimi & Nigiri Platter เมื่อพูดถึงหัวใจของอาหารญี่ปุ่น คำตอบมักอยู่ที่ความสด และการหั่นที่แม่นยำจนเนื้อปลาคำหนึ่งสามารถเล่าเรื่องได้ทั้งทะเล “Soshi Simply” คือเซ็ตซูชิและซาชิมิรวมที่จัดเรียงอย่างละเมียดละไม โดยให้ความสำคัญกับทั้งรสชาติและสายตา…

Read More

ร้านอาหารจีน “เฮยยิน” ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โดยอิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศความพร้อมครั้งสำคัญในการนำพาทุกท่านสู่สุดยอดประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งและติ่มซำระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง ด้วยการเสริมทัพสองหัวหน้าเชฟผู้เชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์ เชฟนราพงษ์ กองคำ (Executive Sous Chef) และเชฟชิงเฉียง เติ้ง Executive Sous Chef (Dim Sum) ซึ่งจะมาร่วมเสริมกำลังและสร้างสรรค์ตำรับความอร่อยเคียงข้างเชฟใหญ่ เชฟแจ็คกี้ ชาน ในบรรยากาศหรูหราใจกลางกรุงเทพฯ การผนึกกำลังของทีมเชฟผู้มากประสบการณ์รวมกว่า 50 ปีในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเฮยยินในการส่งมอบประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งที่พิถีพิถันไร้ที่ติ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วโลก ไปจนถึงเทคนิคการปรุงที่สืบทอดมายาวนาน ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อให้ทุกเมนูคือประสบการณ์ที่น่าจดจำและแตกต่าง พบกับเชฟนราพงษ์ กองคำ Executive Sous Chef ผู้สั่งสมประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในแวดวงอาหารจีน จากครัวชั้นนำมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงโรงแรมห้าดาวในฮ่องกงและมาเก๊า ด้วยความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในอาหารจีนหลากหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอาหารกวางตุ้ง เชฟนราพงษ์ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุง “ผมเชื่อว่าอาหารจีนกวางตุ้งที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม และความใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุง” เชฟนราพงษ์กล่าวเน้นย้ำ พร้อมเผยถึงการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม อาทิ เป๋าฮื้อสดจากออสเตรเลีย, เห็ดหอมญี่ปุ่น และซอสสูตรลับเฉพาะ เพื่อรังสรรค์รสชาติที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าเฮยยิน จากฝีมืออันประณีตและความลงตัวของวัตถุดิบพรีเมียม ขอแนะนำเมนูไฮไลท์จากฝีมือเชฟนราพงษ์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ: เป๋าฮื้อเนื้อออสเตรเลียกับเป็ดย่างบะหมี่ญี่ปุ่นน้ำแดง: ความลงตัวของเป๋าฮื้อเกรดพรีเมียมผัดกับซอสพิเศษสูตรเฮยยิน เสิร์ฟพร้อมเป็ดย่างหนังกรอบหอมกรุ่น และบะหมี่ญี่ปุ่นเส้นเหนียวนุ่ม ซี่โครงเนื้อวากิวผัดซอสคาราเมล: เนื้อวากิวนุ่มละลายในปาก คลุกเคล้าซอสคาราเมลรสเข้มข้นหอมหวาน บาร์บีคิวซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ (ชาซิว): ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์คุณภาพสูง หมักด้วยซอสสูตรพิเศษและนำไปย่างจนหอมกรุ่น เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ไอศกรีมมะม่วงทอด เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวดำ: ของหวานสูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานความกรอบนอกนุ่มในของไอศกรีมมะม่วงน้ำดอกไม้ทอดเข้ากับความหอมมันของข้าวเหนียวดำได้อย่างลงตัว และอีกหนึ่งความพิเศษคือสุดยอดติ่มซำเลิศรสจากฝีมือเชฟชิงเฉียง เติ้ง Executive Sous Chef (Dim Sum) ผู้คร่ำหวอดในวงการติ่มซำมากว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นเส้นทางจากโรงแรมระดับห้าดาวในฮ่องกง เชฟเติ้งมีความชำนาญเป็นพิเศษในการปั้นฮะเก๋าที่ได้แป้งบางกรอบ และการทำซาลาเปาที่นุ่มฟูเบาดุจปุยเมฆ “ติ่มซำของเฮยยินมีจุดเด่นที่ความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ” เชฟเติ้งอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างการใช้กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นสำหรับฮะเก๋า และเห็ดหอมมิยาซากะนำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อให้ติ่มซำทุกชิ้นมีรสชาติและสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทุกคำที่ลิ้มลอง สัมผัสความอร่อยเหนือระดับของติ่มซำซิกเนเจอร์จากฝีมือเชฟชิงเฉียง เติ้ง ที่ไม่เหมือนใคร อาทิ: ฮะเก๋ากุ้ง 4 สหาย: ฮะเก๋ากุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นใน 4 สีสัน แต่ละสีซ่อนรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งหมึกดำ, แครอท, บ๊วย และโหระพา ซาลาเปาวอลนัทไส้หมูสับ: ซาลาเปาเนื้อนุ่มหอมกลิ่นวอลนัท…

Read More

เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างปี 2025 นี้ เราได้รวบรวมบ๊ะจ่างเลิศรสจาก 4 สถานที่ชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่ต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ และการนำเสนอ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์การลิ้มลองบ๊ะจ่างที่หลากหลายและน่าประทับใจ 1. The Silk Road, The Athenee Hotel – บ๊ะจ่าง 3 สไตล์ สะท้อนวัฒนธรรมกวางตุ้งแท้ อ่านรีวิวเต็มต่อ <คลิกที่นี่> ห้องอาหาร The Silk Road นำเสนอ “บ๊ะจ่าง 3 สหาย” ที่รังสรรค์โดยเชฟกั๊ม ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจีนระดับภัตตาคาร แต่ละห่อมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว: Chef’s Signature Zong Zi: ผสมผสานหมูคุโรบูตะ กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วแดง และพุทราจีนแห้ง Cantonese Zong Zi: เน้นรสชาติกลมกล่อมจากหมูคุโรบูตะ กุนเชียง ไข่แดงเค็ม และเกาลัด Deluxe Abalone Zong Zi: หรูหราด้วยหอยเป๋าฮื้อ กังป๋วย ไข่แดงเค็ม และหมูคุโรบูตะ ทุกห่อห่อด้วยใบไผ่และข้าวเหนียวคุณภาพสูง พร้อมให้บริการถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 อ่านรีวิวเต็มต่อ <คลิกที่นี่> 2. Pagoda Chinese Restaurant, Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park – บ๊ะจ่างเจียซิงต้นตำรับในกล่องของขวัญหรู อ่านรีวิวเต็มต่อ <คลิกที่นี่> ห้องอาหารพาโกด้านำเสนอ “บ๊ะจ่างเจียซิง” สูตรดั้งเดิมจากมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน มีให้เลือกทั้งไส้เค็มและไส้หวาน: ไส้เค็ม: ประกอบด้วยหอยเป๋าฮื้อ หอยเชลล์แห้ง ไข่แดงเค็ม ไส้กรอกจีน ซี่โครงหมู กุ้งแห้ง และเห็ดชิทาเกะ ไส้หวาน: ผสมผสานเผือก แปะก๊วย พุทราจีน เกาลัด เม็ดบัว ถั่วแดง…

Read More

เมื่อเทศกาลไหว้บะจ่างเวียนมาถึงในแต่ละปี นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์จีนโบราณ ยังเป็นฤดูกาลแห่งการมอบความสุข ความโชคดี และความเป็นสิริมงคลให้กับคนที่คุณรัก ซึ่งปีนี้ ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ได้หยิบยกเสน่ห์ของบะจ่างสูตรดั้งเดิมจากเมืองเจียซิง ประเทศจีน มารังสรรค์อย่างประณีต เพื่อเปลี่ยนขนมโบราณชิ้นนี้ให้เป็นของขวัญชั้นเลิศ ทั้งในรสชาติและรูปลักษณ์ ต้นตำรับแท้จากเจียซิง สู่ความพิถีพิถันในทุกคำ เชฟออสก้า ปัน และทีมเชฟชาวจีนของห้องอาหารพาโกด้า ไม่เพียงยึดถือตำรับดั้งเดิมของบะจ่างจากเมืองเจียซิง (Jiaxing Zongzi) ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและคุณภาพ แต่ยังลงรายละเอียดในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงเทคนิคการห่อที่งดงาม เปรียบเสมือนงานศิลป์ที่กินได้ ข้าวเหนียวเนื้อนุ่มที่ผ่านการนึ่งจนสุกพอดี ห่อแน่นด้วยใบไผ่หอมละมุน เป็นฐานของรสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ รองรับไส้บะจ่างทั้งสองรสชาติที่ห้องอาหารนำเสนอในปีนี้ ได้แก่: บะจ่างไส้เค็ม – ความหรูหราจากวัตถุดิบระดับจักรพรรดิ ราคา 328 บาทสุทธิ / ชิ้นไส้เค็มลูกนี้อัดแน่นด้วยความมั่งคั่งในสไตล์จีนแท้ เริ่มจาก หอยเป๋าฮื้อ และ หอยเชลล์แห้ง สองวัตถุดิบจากทะเลที่ให้กลิ่นอายแห่งความหรูหรา เคียงคู่ด้วย ไข่แดงเค็ม ไส้กรอกจีน ซี่โครงหมูตุ๋น กุ้งแห้ง เห็ดชิทาเกะ ถั่วเหลือง เกาลัด และ เม็ดบัว ซึ่งผสมผสานกันได้อย่างนุ่มนวลในทุกคำ บะจ่างไส้หวาน – ความกลมกล่อมละเมียดละไม ราคา 288 บาทสุทธิ / ชิ้นหากคุณเป็นคนที่หลงใหลในรสหวานละมุน บะจ่างไส้นี้คือคำตอบ – ด้วยส่วนผสมอย่าง เผือกเนื้อเนียน แปะก๊วย พุทราจีน เกาลัด เม็ดบัว ถั่วแดง และถั่วเหลือง ซึ่งผสมผสานกันอย่างสมดุล ให้รสสัมผัสที่เต็มไปด้วยความหอมหวานแบบละเมียดละไมที่ไม่เลี่ยน กล่องของขวัญที่งามทั้งรูปและรส ไม่เพียงแต่ตัวบะจ่างที่น่าประทับใจ หาก บรรจุภัณฑ์กล่องของขวัญ ก็ออกแบบมาอย่างงดงามในโทนสีเขียวหยก ผสมผสานกับลายไม้ไผ่และพู่จีนสีทอง ดูเรียบหรูอย่างมีเอกลักษณ์ สื่อถึงความโชคดีและความสง่างามแบบวัฒนธรรมจีน กล่องละ 2 ชิ้น จัดจำหน่ายใน 2 แบบ: กล่องละ 788 บาทสุทธิ (ไส้เค็ม 2 ชิ้น…

Read More

ในบรรดาเทศกาลมงคลของชาวจีน “เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง” หรือ ตวนอู่เจี๋ย นั้นมีความพิเศษทั้งเชิงวัฒนธรรมและความศรัทธา และในแวดวงของคนรักอาหาร นี่คือช่วงเวลาทองที่เราจะได้ลิ้มรสบ๊ะจ่างตำรับพิเศษซึ่งแต่ละร้านต่างงัดฝีมือกันออกมาอย่างเต็มที่ ปีนี้ ร้านอาหารจีน “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ได้นำเสนอเมนูบ๊ะจ่างที่เรียกได้ว่า เหนือระดับ ในทุกแง่มุม — “บ๊ะจ่างกังป๋วยรวมมิตรสไตล์ฮ่องกง” ที่รังสรรค์ขึ้นจากสูตรต้นตำรับฮ่องกงแท้ดั้งเดิม ลูกใหญ่พิเศษ ขนาดเกือบหนึ่งกิโลกรัมต่อหนึ่งลูก ห่อแน่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพ 12 ชนิดอย่างพิถีพิถัน ทุกคำให้ความรู้สึกถึงความใส่ใจที่เหนือชั้นจากครัวภัตตาคาร รสชาติที่มาพร้อมโชคลาภและความมั่งคั่ง ในแง่ของรสชาติ บ๊ะจ่างลูกนี้ให้มิติที่ซับซ้อนและกลมกล่อมจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม อาทิ เป็ดย่างหนังกรอบ กลิ่นหอมอ่อนของซอสจีนเคล้ากับความกรอบที่ลงตัว หมูสามชั้นหมักซีอิ๊ว เคี่ยวจนละลายในปาก ไข่แดงเค็ม สีทองสด มันเค็มกำลังดี กังป๋วย (หอยเชลล์แห้ง) ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น หอมกลิ่นทะเล รวมถึงวัตถุดิบสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลอย่าง แปะก๊วย กุนเชียง เกาลัด ถั่วลิสง เห็ดหอม กุ้งแห้ง และ ถั่วเขียวทั้งหมดนี้ห่อด้วยข้าวเหนียวเขี้ยวงูเมล็ดยาวที่มีความเหนียวนุ่ม ไม่เละไม่แฉะ ทำให้เนื้อสัมผัสของทั้งเม็ดข้าวและไส้แน่นรวมกันอย่างมีจังหวะ เสิร์ฟพร้อมซอสซีอิ๊วปลาสไตล์ฮ่องกง และน้ำตาลทราย – เครื่องเคียงที่ยกระดับ ความประณีตไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตัวบ๊ะจ่าง เชฟยังแนะนำให้รับประทานคู่กับ ซีอิ๊วปลาสไตล์ฮ่องกง ที่ให้รสกลมกล่อมเค็มหวาน ปรุงแต่งรสชาติให้ครบลำดับ และ น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญตามธรรมเนียมโบราณ ช่วยเสริมมิติของรสและเพิ่มความมงคลในแต่ละคำ ของฝากแสนอร่อย บ๊ะจ่างกังป๋วยฯ นี้จัดจำหน่ายในบรรจุภัณฑ์ตะกร้าสานโทนสีอบอุ่น ดูหรูหราแบบจีนร่วมสมัย เหมาะทั้งซื้อเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่หรือมอบเป็นของกำนัลในช่วงเทศกาล รายละเอียดการจำหน่าย ราคา: 1 ลูก 380 บาท / 2 ลูก 730 บาท (รวมภาษีและค่าบริการแล้ว) จำหน่ายถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เท่านั้น สถานที่: ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน (ล็อบบี้ อาคาร 12) และร้านฮ่องกง คาเฟ่ (ชั้น 1 อาคารชาเลนเจอร์ 3) อิมแพ็ค เมืองทองธานี โทร.…

Read More

ในช่วงเวลาที่สายลมต้นฤดูฝนเริ่มพัดผ่าน พร้อมกลิ่นหอมของข้าวเหนียวและเครื่องเทศลอยอบอวลมาจากครัวจีนเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ห้องอาหารจีน “ไชน่าพาเลซ” โรงแรมปรินซ์พาเลซ นำเสนอประสบการณ์รสชาติระดับตำนาน กับ “บ๊ะจ่างสูตรดั้งเดิม” ซึ่งสืบทอดมากว่า 30 ปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้ขนมจ้าง หรือเทศกาลตวนอู่เจี๋ย ที่ปีนี้ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “รสชาติที่เล่าเรื่องได้” คุณสุกฤตา ชมธวัช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ได้กล่าวไว้ว่า บ๊ะจ่างของไชน่าพาเลซไม่ได้เป็นเพียงอาหาร หากคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อผ่านความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ ไปจนถึงการปรุงด้วยเทคนิคต้นตำรับจีนแท้ สองเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด 1. บ๊ะจ่างสูตรดั้งเดิม – ราคา 88 บาทสุทธิถือเป็นเมนูที่หวนคืนสู่ความคลาสสิกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ห่อด้วยใบไผ่หอมสดใหม่ ข้าวเหนียวเมล็ดสวยเหนียวนุ่มแน่นพอดีคำ ภายในอัดแน่นด้วยวัตถุดิบหายากในปัจจุบัน เช่น กุ้งแห้งคุณภาพดี เห็ดหอมอบแห้งหั่นชิ้นใหญ่ ไข่แดงเค็มสีส้มเข้มที่เค็มกลมกล่อมไม่ฉุนจนเกินไป เสริมด้วยเกาลัดหวานกรุบ และแปะก๊วยเนื้อหนึบที่ให้กลิ่นอายของอาหารจีนแบบดั้งเดิม 2. บ๊ะจ่างสูตรพรีเมียม – ราคา 199 บาทสุทธิสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหรูหราในเทศกาล บ๊ะจ่างสูตรพรีเมียมนี้คือคำตอบ ตัวไส้ถูกยกระดับด้วยหอยเป๋าฮื้อชิ้นงามและหอยเชลล์แห้งหรือกังป๊วยที่ให้รสหวานละมุนแบบทะเลจีนดั้งเดิม ความกลมกล่อมของข้าวเหนียวที่ซึมซับรสชาติจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ทำให้บ๊ะจ่างถุงนี้ไม่ใช่เพียงอาหาร แต่เป็นงานศิลปะที่ผ่านการรังสรรค์อย่างประณีต โปรโมชั่นสั่งล่วงหน้าที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและองค์กร ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2568 ลูกค้าที่สั่งบ๊ะจ่างล่วงหน้าในปริมาณมากจะได้รับส่วนลดพิเศษ: สั่ง 100 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลด 10% สั่ง 200 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลด 20% โปรโมชั่นนี้เหมาะสำหรับการเตรียมของไหว้ในช่วงเทศกาล หรือเป็นของฝากที่มอบความหมายลึกซึ้งให้แก่ญาติผู้ใหญ่และพันธมิตรทางธุรกิจ สถานที่และช่วงเวลาบริการ ทุกเมนูพร้อมเสิร์ฟ ณ ห้องอาหารไชน่าพาเลซ ชั้น 32 อาคาร A โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ ซึ่งเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศจีนร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายของราชสำนักจีนอันโอ่อ่า หากคุณกำลังมองหาความทรงจำในรสชาติที่ผสานวัฒนธรรมจีนอย่างแท้จริง “บ๊ะจ่างจากไชน่าพาเลซ” คือคำตอบที่ควรลิ้มลองอย่างยิ่งในเทศกาลปีนี้ เพราะบางครั้ง…ความอร่อยที่แท้จริง อาจไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในทุกคำที่คุณกิน สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้า โทร. 02…

Read More