Author: Kittin Assavavichai

🥗 ส้มตำ: เส้นทางอาหารจากผลไม้ต่างถิ่น สู่จานเด็ดประจำชาติ กับปริศนาต้นกำเนิดที่หลายภาคแย่งกัน 🍴 บทนำ ส้มตำ เป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนตัวตนของประเทศไทยในสายตาชาวโลก — เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบเครื่องในครกเดียว แต่เบื้องหลังจานนี้กลับเต็มไปด้วยปริศนา: มะละกอมาจากไหน? พริกไม่ใช่พืชพื้นเมือง แล้วทำไมจึงกลายเป็นหัวใจของส้มตำ? ทำไมคนอีสานเรียก “ตำบักหุ่ง” ส่วนบางคนบอกว่าส้มตำมีต้นกำเนิดในราชสำนักล้านนา? คำตอบของคำถามเหล่านี้อยู่ในประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรม การค้าระหว่างทวีป และการอพยพของผู้คนในภูมิภาคอุษาคเนย์ 🌍 ส้มตำ: พืชต่างถิ่นในครกไทย 1. มะละกอ มะละกอมีถิ่นกำเนิดใน อเมริกากลางและอเมริกาใต้ นำเข้ามาสู่เอเชียในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 16–17 โดยพ่อค้าชาวสเปนและโปรตุเกสผ่านเส้นทางการค้าอาณานิคม เข้ามาไทยช่วง ปลายอยุธยา – ต้นรัตนโกสินทร์ และปลูกแพร่หลายทางตอนกลางและอีสาน 2. พริก มีแหล่งกำเนิดเดียวกับมะละกอ และเข้ามาในภูมิภาคเอเชียช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนหน้าพริก คนไทยใช้ “ดีปลี” และ “พริกไทย” เป็นเครื่องปรุงเผ็ด เมื่อพริกแพร่หลาย ก็เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารพื้นบ้านต่างๆ รวมถึง “ตำ” 🧭 เส้นทางประวัติศาสตร์ของ “ส้มตำ” 🥢 สายอีสาน-ลาว (ตำบักหุ่ง) ถือเป็นสายหลักที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ชาวอีสานมีวัฒนธรรมการใช้ครกสาก และนิยมอาหารหมัก เช่น ปลาร้า กะปิ มาช้านาน เดิมทีตำมะกอก ตำแตง ตำมะม่วง มีมาก่อน เมื่อมีมะละกอดิบและพริกเข้ามาในพื้นที่ในช่วง ราวปลายรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2440–2460) จึงเริ่มมีการ “ตำบักหุ่ง” หรือส้มตำเวอร์ชันที่เราคุ้นเคยในวันนี้ 👑 สายล้านนา (ตำส้ม / ตำมะละกอในราชสำนัก) มีข้อถกเถียงว่าส้มตำปรากฏอยู่ในอาหารของชนชั้นสูงล้านนาในสมัยก่อน โดยเรียกว่า “ตำส้ม” อ้างอิงจากบางตำราในเชียงใหม่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ว่ามีเมนูที่ใช้มะละกอ พริก น้ำปลา ข้าวคั่ว และมะนาว เป็นส่วนประกอบ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเมนูนั้นใช้ “มะละกอดิบ” และ “ครกตำ”…

Read More

ขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความรักและการอยู่ร่วมกันของครอบครัว อีกทั้งยังเหมาะสำหรับเป็นของขวัญสุดพิเศษที่น่ารับประทาน โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษพร้อมให้คุณได้ลิ้มลองที่ร้านแบร์โธลด์ เดลิคาธิเซน ชั้นล็อบบี้ ในทุกปีเทศกาลไหว้พระจันทร์จะจัดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลแห่งความสามัคคี ความปรองดอง และการอยู่ร่วมกัน ในช่วงปลายราชวงศ์หยวน (ในราวปีค.ศ. 1271-1368) ได้มีการปฏิบัติการลับครั้งสำคัญเกิดขึ้น โดยมีขนมไหว้พระจันทร์เป็นวิธีการสื่อสารระหว่างกลุ่มกบฏที่วางแผนต่อต้านการปกครองของมองโกล ข้อความถูกซ่อนอยู่ในขนมอบอันน่ารื่นรมย์เหล่านี้ ทำให้ข้อมูลสำคัญไม่ถูกตรวจพบ นอกจากนี้ขนมไหว้พระจันทร์มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับนิทานพื้นบ้านเอเชียโบราณเรื่องพระจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองนี้ ขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ในปีนี้บรรจุในกล่องสีเขียวมงคล ตกแต่งเพิ่มความหรูหราด้วยลวดลายสีทอง ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เหมาะเป็นของขวัญหรือของฝากสำหรับเพื่อน ครอบครัว หรือผู้ร่วมธุรกิจ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ มีให้เลือกสรร 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้ทุเรียนไข่เดี่ยว (Durian with Single Egg Yolk) ไส้พุทราจีนไข่เดี่ยว (Chinese Dates with Single Egg Yolk) ไส้เม็ดบัวไข่เดี่ยว (Lotus Seed with Single Egg Yolk) ไส้ชาเขียวผสมถั่วพิสตาชีโอ (Green Tea with Pistachio) สัมผัสความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ ได้ที่ร้านแบร์โธลด์ เดลิคาธิเซน ชั้นล็อบบี้ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรงุเทพฯ ชุดขนมไหว้พระจันทร์กล่องใหญ่ ราคาสุทธิกล่องละ 1,688 บาท (บรรจุกล่องละ 4 ชิ้น คละรสชาติได้ 4 ไส้) ขนมไหว้พระจันทร์กล่องเดี่ยว ราคาสุทธิกล่องละ 388 บาท พบโปรโมชั่นพิเศษ special pre-sale เมื่อสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์กล่องใหญ่ล่วงหน้าตั้งแต่ วันนี้ ถึง 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ในราคาสุทธิพิเศษเพียง 1,435 บาท สามารถกดสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ได้ที่นี่  https://bit.ly/SindhornKempinski-Mooncake-Megatix สามารถรับขนมไหว้พระจันทร์และซื้อที่หน้าร้านได้ตั้งแต่ วันที่ 1…

Read More

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เชิญคุณพบกับชุดน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษ ‘Atelier Tea Reverie’ สัมผัสประสบการณ์จิบชายามบ่ายสุดหรูครั้งใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลคชั่นเครื่องประดับ ‘Atelier’ ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดประสบการณ์เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่หลอมรวมงานออกแบบแฟชั่น เข้ากับรสชาติความละมุนแห่ง Afternoon Tea อันเลื่องชื่อของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ กับเมนูใหม่ล่าสุด ‘Atelier Tea Reverie’ ชุดน้ำชายามบ่ายอันหรูหราซึ่งได้แรงบันดาลใจจากผลงานเครื่องประดับล้ำค่า ‘Atelier’ Fine Jewellery Collection แห่ง SIRIVANNAVARI แบรนด์แฟชั่นระดับลักซ์ชัวรีที่ชวนคุณมาสัมผัสกับสตูดิโอของกูตูริเยร์หรือห้องเสื้อชั้นสูง ดื่มด่ำกับความหอมละมุนของเมนูชาเกรดพรีเมี่ยม และลิ้มลองความอร่อยของเมนูอาหารคาวและของหวานที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงความสง่างามและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ซึ่งเครื่องประดับคอลเลคชั่นนี้เป็นการหยิบยกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกแบบอย่างสายวัด นำมาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์แบบเครื่องประดับ พร้อมเพิ่มเติมด้วยชุดพาสทรี้สุดพิเศษ ซึ่งถูกจัดวางมาในกล่องเครื่องประดับอย่างสวยงาม ชุดน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษ ‘Atelier Tea Reverie’ นี้เปรียบเสมือนห้วงแห่งจินตนาการสอดประสานงานฝีมือและความประณีตชวนเชิญให้คุณได้มาสัมผัสช่วงเวลายามบ่ายอันแสนวิเศษ พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 18.00 น. ณ ล็อบบี้ เลานจ์ ในราคาชุดละ 3,200++ บาท สำหรับ 2 ท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02 095 9999 หรือ อีเมล์ [email protected] Kin News Kinandleisure.com Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ…

Read More

เชิญคุณร่วมเปิดประสบการณ์อาหารจีนกวางตุ้งที่เปี่ยมด้วยศิลปะแห่งการปรุงอย่างประณีต ณ ห้องอาหาร “เหม่ยเจียง” ที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มรื่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหมาะทั้งสำหรับการพักผ่อนยามเที่ยงในวันธรรมดา หรือพบปะสังสรรค์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ดื่มด่ำกับรสชาติแบบดั้งเดิมของติ่มซำที่ปรุงสดใหม่ทุกจาน อาทิ ขนมจีบเป๋าฮื้อ หมู และกุ้ง, เกี๊ยวนึ่งไส้หอยเชลล์และผักโขม, ขนมผักกาดทอดพร้อมกุ้งซากุระ และปิดท้ายอย่างสดชื่นด้วยพุดดิ้งมะม่วงแช่เย็นสูตรเฉพาะ ห้องอาหารเหม่ยเจียงเปิดให้บริการสองรูปแบบ เพื่อเติมเต็มมื้อกลางวันของคุณให้พิเศษยิ่งกว่าเดิม: ชุดมื้อกลางวันติ่มซำ (Weekday Dim Sum Set Lunch) วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 11:30 – 14:30 น. สัมผัสความอร่อยในสไตล์กวางตุ้งผ่านชุดมื้อกลางวันแสนประณีตที่คัดสรรเมนูยอดนิยม เช่น ขนมจีบเป๋าฮื้อ เกี๊ยวไส้หอยเชลล์ และขนมผักกาดกุ้งซากุระ ราคา: 888++ บาท ต่อท่าน บุฟเฟ่ต์ติ่มซำแบบไม่อั้น (Weekend All You Can Eat Dim Sum) วันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 11:30 – 14:30 น. อิ่มไม่อั้นกับติ่มซำปรุงสดใหม่แบบ à la minute ทั้งเมนูนึ่ง ทอด และอบ พร้อมรายการเพิ่มเติมจากเมนู à la carte ให้คุณเลือกสรรอย่างจุใจ ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำที่หรูหรา ราคา: 1,288++ บาท ต่อท่าน สถานที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ333 ถนนเจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600 โทรศัพท์: +66 2 020 2888อีเมล: [email protected] Kin News Kinandleisure.com Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม…

Read More

“ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ” (Chatrium Grand Bangkok) โรงแรมระดับลักซัวรี่ใจกลางย่านสยาม พร้อมต้อนรับเข้าสู่บรรยากาศแห่งความสุข กับบุฟเฟ่ต์อาหารจีนสุดพรีเมียม “ไดนัสตี้ ไนท์ส” (Dynasty Nights) ที่จะนำพาคุณลิ้มรสผ่านรสชาติอันประณีต ระหว่างวัฒนธรรมจีนและมองโกเลีย และอีกหลายหลายเมนู บุฟเฟต์อาหารค่ำสุดหรูที่ผสมผสานความอร่อยสูตรต้นตำรับอย่างลงตัว รังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความประทับใจ พร้อมให้บริการทุกคืนวันศุกร์ ณ ห้องอาหารซาวิโอ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ ต้อนรับคอนเซ็ปต์บุฟเฟต์ ค่ำคืนวันศุกร์รูปแบบใหม่ ที่พร้อมเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ร่วมดื่มด่ำในวันสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติอาหารจีนดั้งเดิม กับเมนูที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันให้ทุกท่านพบกับประสบการณ์รับประทานอาหารที่คุณจะประทับใจ เริ่มต้นค่ำคืนด้วยเมนูที่มีหลากหลาย อาทิ สลัดหอยเป๋าฮือ เนื้อวัวมองโกเลียย่าง ไก่แช่เหล้า และ แมงกระพรุนน้ำมันงาที่กลมกล่อม รวมไปถึงหูหมูแก้วนุ่มละมุน เป็ดย่างและหมูแดงรสชาติเข้มข้น และติ่มซำ กว่า 15 รายการ อาทิ ขนมจีบลาวา ฮะเก๋า ขนมจีบกุ้ง-หมู-ไส้ผักรวม ซาลาเปา หมั่นโถ่ ฯลฯ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาดบนไลฟ์สเตชั่น เปิดโอกาสให้คุณได้สร้างสรรค์มิกซ์แอนด์แมท กับเมนู มองโกเลียนกริลล์ในแบบของตัวเอง หรือจะเป็นเส้นหมี่ผัดสดใหม่จากเชฟผู้มากฝีมือ สามารถเลือกเนื้อสัตว์ หรืออาหารทะเล คุณภาพพรีเมียม พร้อมจับคู่ซอสและผักต่างๆ ได้ตามใจคุณ พร้อมเลือกอิ่มอร่อยไปกับเมนูคาวหวานที่มีให้เลือกอีกมากมาย อิ่มได้ไม่อั้นมากกว่า 50 เมนู อาทิ ฮะเก๋าล็อบสเตอร์ ผัดเป๋าฮื้อ ปลากระพงนิ่งมะนาว ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีสเตชั่นอาหารให้คุณเลือกตามได้เพิ่มเติมตามความชอบอีกด้วยอาทิ ซีฟู้ดออนไอซ์ เป็ดปักกิ่ง หมูกรอบ เนื้อวัวสไลซ์ผัดบร็อคโคลี่กรอบสไตล์จีนแท้ หมูกรอบเต้าหู้มาโป เนื้อมองโกเลียผัด ซุปพระกระโดดกำแพง ทุกเมนูล้วนรังสรรค์เพื่อความสมบูรณ์แบบในค่ำคืนพิเศษของทุกท่าน ปิดท้ายมื้ออาหารสุดหรูด้วยของหวานแบบจีน ที่จะขนขบวนความอร่อยมาให้คุณลิ้มลอง อาทิ ขนมงาทอดไส้ถั่วแดง พุดดิ้งนม พุทราทอด พบกับ ไดนัสตี้ ไนท์ส ที่จะมอบค่ำคืนสุดพิเศษที่ผสานความสง่างามและความอบอุ่นไว้ด้วยกัน ทุกคำที่ลิ้มลองคือเรื่องราวที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ให้คุณสัมผัสถึงการผสมผสานของวัฒนธรรม รสชาติ และการต้อนรับอย่างอบอุ่น ราคาเพียง 1,499 บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มฟรีโฟลว์ ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. ที่ ห้องอาหารซาวิโอ โรงแรม…

Read More

พบกับสี่รสชาติพิเศษ ที่ผสานวัฒนธรรมล้ำค่ากับความคิดสร้างสรรค์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้อย่างกลมกล่อมร – กรกฎาคม 2568) – Mott 32 กรุงเทพฯ ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นกวางตุ้งในโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon ขอแนะนำคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตโดยใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mott 32 ได้อย่างลงตัว โดยขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ประกอบด้วยสามรสชาติสูตรต้นตำรับและอีกหนึ่งรสชาตืใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ เริ่มต้นด้วย ขนมไหว้พระจันทร์รสมะม่วงมะพร้าวอัลมอนด์ (Mango & Coconut Almond) ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูของหวานยอดนิยมอย่าง “มะม่วงมะพร้าวม้วน” ของทางร้าน ให้รสชาติสดชื่นตัดกับความหวานได้อย่างกลมกล่อม ด้วยวัตุดิบจากมะม่วงฉ่ำ มะพร้าวเนียน และอัลมอนด์หอมมัน ให้ความหอมหวานในสไตล์โมเดิร์นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mott 32 ขนมไหว้พระจันทร์รสหอมหมื่นลี้เก๋ากี้ (Osmanthus & Goji Berry) ที่มีกลิ่นหอมละมุน ให้ความรู้สึกละเมียดละไม โดยมีวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นที่นิยมในอาหารและสมุนไพรจีนมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ตามมาด้วยขนมไหว้พระจันทร์รสพุทราจีนไข่เค็ม (Jujube) ที่ใช้พุทราแดงซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่งคั่ง เป็นวัตถุดิบหลักที่ให้รสชาติหวานละมุนจากธรรมชาติ เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามแก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ สำหรับไฮไลท์สำคัญในปีนี้ พบกับขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ล่าสุดอย่างรสทุเรียนและไข่แดงเค็ม (Durian with Salted Egg Yolk) เป็นการผสมผสานของวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างทุเรียนหมอนทองรสชาติเยี่ยมจากจันทบุรี และไข่เค็ม รสชาติเข้มข้น หอมละมุน ให้ความสมดุลทั้งรสเค็มและหวาน สมกับเป็นราชาแห่งผลไม้แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี สามารถสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ได้ตั้งแต่วันนี้ และเริ่มรับของได้ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ถึง 6 ตุลาคม 2568 ที่ร้าน Mott 32 กรุงเทพฯ ชั้น 2 ของโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon ในราคาชิ้นละ 350 บาทสุทธิ และเซตกล่องของขวัญ 4 ชิ้น ราคา 1,588 บาทสุทธิ (ราคาพิเศษ Early Bird เพียง 1,288 บาทสุทธิ…

Read More

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสืบสานประเพณีแห่งความผูกพันและการมอบของขวัญอันเป็นสิริมงคล ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรคลาสสิกที่บรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน นำเสนอไส้คัสตาร์ดไข่แดงสูตรดั้งเดิมของโรงแรมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน คู่กับ 3 รสชาติใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับปีนี้ พร้อมกล่องขนมไหว้พระจันทร์ลิมิเต็ดเอดิชันดีไซน์พิเศษ โดยฝีมือศิลปินไทยชื่อดัง ปอม ชาน – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง เป็นเวลากว่า 35 ปีที่เชฟมิชลินสตาร์ของห้องอาหาร Spring Moon โรงแรมเพนนินซูลาฮ่องกงได้รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงอันวิจิตรสำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขนมเหล่านี้มีต้นกำเนิดที่ โรงแรมเพนนินซูลาฮ่องกง ในปี พ.ศ. 2529 โดยผสมผสานประเพณีตะวันออกกับความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารแบบตะวันตก สูตรขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมเพนนินซูลานี้ถูกส่งต่อไปยังเชฟห้องอาหารจีนของโรงแรมเพนนินซูลาทั่วโลกจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงที่เป็นที่ปรารถนานี้มีไส้ครีมเนียนนุ่มอยู่ภายในแป้งกรอบสีทอง นอกจากขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดงในตำนานแล้ว ปีนี้ทางโรงแรมได้นำเสนอรสชาติใหม่สามรสชาติที่รังสรรค์จากส่วนผสมและวัตถุดิบที่ดีที่สุด ได้แก่ ชาอู่หลงหอมหมื่นลี้ เมล็ดบัวเนื้อนุ่ม และทุเรียนเนื้อเนียน ขนมไหว้พระจันทร์ทุกชิ้น จากโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ผลิตขึ้นด้วยมือในครัวของ ห้องอาหารเหม่ยเจียง ขนมไหว้พระจันทร์ทุกชิ้นประทับลาย ‘ปลามังกร’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหารเหม่ยเจียง ห้องอาหารจีนของโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ โดยใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ รวมถึงนมและเนยครีมเข้มข้น ผลลัพธ์ที่ได้คือขนมไหว้พระจันทร์รสชาติละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับรับประทานกับครอบครัวที่บ้าน หรือมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล ขนมไหว้พระจันทร์บรรจุในแพ็กเกจสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในกล่องแปดเหลี่ยมสีแดงและสีเขียวคลาสสิกที่ประดับด้วยลวดลายดอกบัวสวยงาม มีให้เลือกทั้งแบบใส้คัสตาร์ดไข่แดงล้วน หรือกล่องรวมรสชาติพิเศษ 4 รส ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยงานศิลปะเหนือจินตนาการกับกล่องขนมไหว้พระจันทร์รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ดเอดิชัน “Moonlit Masquerade” โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ขอแนะนำ “Moonlit Masquerade” กล่องขนมไหว้พระจันทร์รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ดเอดิชันที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบโดย ปอม ชาน ศิลปินชาวไทยผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยสไตล์การวาดภาพที่เป็นเอกลักษณ์ เธอเคยร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ Marc Jacobs, Kiehl’s, Nike, Adidas, Sony, BMW, MTV และ The New York Times และเธอยังเป็นหนึ่งในศิลปินเพียง 15 คนทั่วโลกที่ได้รับเลือกให้ออกแบบโปสเตอร์สำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์ในปี 2015 กล่องขนมไหว้พระจันทร์รุ่นพิเศษนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหล่าสัตว์ในตำนาน ไม่ว่าจะเป็น กระต่ายหยก จิ้งจอกคิทสึเนะ นกฮูกแห่งอธีนา หมาป่าแห่งนอร์ส คางคกจันทรา…

Read More

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ พร้อมกับโรงแรมในเครือเคมปินสกี้ทั่วโลก ร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 15 ปี ของ Lady in Red และ Gentleman in Red สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้านการบริการสุดเอ็กคูลซีฟของแบรนด์เคมปินสกี้ ที่พร้อมให้การดูแลเอาใจใส่แขกทุกท่านที่มาเยือนในทุกรายละเอียด Lady in Red และ Gentleman in Red เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) เปรียบเสมือนทูตแห่งการต้อนรับในเครื่องแต่งกายสีแดงอันโดดเด่นมีสไตล์ พร้อมที่จะให้บริการแขกผู้มาเยือนโรงแรมในเครือเคมปินสกี้ทุกท่านด้วยความอบอุ่นและมิตรไมตรีอันดีเยี่ยม ด้วยความรอบรู้ในรายละเอียดต่างๆ ของโรงแรม และข้อมูลด้านวัฒนธรรมต่างๆ ของภูมิภาค ผนวกกับบุคลิกภาพที่อันแสนมีเสน่ห์ ทำให้ Lady in Red และ Gentleman in Red รับหน้าที่เป็นทั้งเจ้าหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะผู้มาเยือน เป็นทั้งผู้ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในกับแขกทุกท่าน เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านบริการเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับแขกแต่ละท่าน โดยการบริการของ Lady in Red และ Gentleman in Red จะเป็นสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละโรงแรม ผ่านทางวัฒนธรรมและวิถีชิวิตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น ภายใต้มาตรฐานการบริการของโรงแรมเครือเคมปินสกี้ สำหรับโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ความงดงามของชุดยูนิฟอร์มของ Lady in Red และ Gentleman in Red ได้รับการออกแบบอย่างประณีต พิถีพิถัน รวมถึงสไตล์การตัดเย็บแบบยุโรปที่ประยุกต์ให้เข้ากับกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างกลมกลืน แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานด้านวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัยไว้ได้อย่างลงตัว และอีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่สร้างความประทับใจให้กับแขกทุกท่าน นั่นก็คือ Lady in Red และ Gentleman in Red บุคลากรผู้สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มสีแดงเหล่านี้ ผู้ที่คอยให้การต้อนรับแขกทุกท่านด้วยความอบอุ่น ใส่ใจในทุกรายละเอียด และสร้างสรรค์ช่วงเวลาอันแสนประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเข้าพัก เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของ Lady in Red และ Gentleman in Red นี้ โรงแรมสินธร…

Read More

ชุดน้ำชายามบ่ายสุดประณีตรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองฤดูร้อนอันสดใสของประเทศญี่ปุ่นและความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของทุ่งดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่ง ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ ณ โรงแรม ดิ         โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์อันรื่นรมย์ กับ “Sense of Lavender Afternoon Tea” พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ราคา 2,200++ บาท ต่อเซ็ต สำหรับ 2 ท่าน แรงบันดาลใจอันงดงามนี้ได้มาจากฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ฤดูกาลที่เปี่ยมด้วยความงามอันน่าตื่นตากับทุ่งลาเวนเดอร์อันเลื่องชื่อ ณ เมืองฮอกไกโด ที่บานสะพรั่งเป็นสีม่วงอร่ามตาและส่งกลิ่นหอมอันชวนฝัน ฤดูร้อนอันอุดมสมบูรณ์นี้ยังมอบวัตถุดิบชั้นเลิศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติ ทีมเชฟได้รังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่ายนี้ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของฤดูร้อนในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ “Sense of Lavender Afternoon Tea” ชุดน้ำชายามบ่ายอันประณีตหวานละมุนนี้ถูกจัดเสิร์ฟบนชั้นวางสีขาวที่ดูราวกับงานศิลปะ ทุกเมนูได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบรสสัมผัสที่สดชื่นและมีชีวิตชีวา สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของฤดูกาลได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยโทนสีม่วงอ่อนละมุนตาผสมผสานกับสีขาวนวล และแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสจากผลไม้ ทำให้ชุดน้ำชายามบ่ายชุดนี้ชวนให้นึกถึงทุ่งลาเวนเดอร์อันเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างลงตัว ค้นพบประสบการณ์เมนูอาหารคาวสุดพิถีพิถัน ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และรสชาติที่แสนลงตัว พบกับไฮไลต์อย่าง ‘Chicken with prune and cherry’ เนื้อไก่นุ่มละมุนลิ้น ‘Beetroot with lychee and honey cream’ รสสัมผัสสดชื่นเข้ากันอย่างลงตัว ‘Spicy Chicken’ ไก่รสจัดจ้านที่ตัดด้วยเจลเลมอน และ ‘Wild Forest mushroom’ เห็ดป่ากับพาเมซานชีสเติมแต่งด้วยผงสีม่วง เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับยามบ่ายของคุณด้วยหลากหลายเมนูของหวานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างบรรจง ดุจดั่งอัญมณีล้ำค่าแห่งฤดูร้อน สัมผัสความงดงามในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ทาร์ตทรงกลมละมุนละไมประดับประดาด้วยดอกไม้สีฟ้าครามดุจไพลิน ขนมอบรูปทรงวิจิตรบรรจงที่เปล่งประกายด้วยทองบริสุทธิ์พร้อมรายละเอียดสีม่วงละมุนตา และขนมหวานเนื้อเนียนนุ่มละมุนละไมที่จัดวางอย่างประณีตในถ้วยช็อกโกแลต ให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยในทุกสัมผัส เพลิดเพลินและดื่มด่ำไปกับขนมหวานเลิศรสที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ‘Hokkaido Milk with blueberry’ นมสด ฮอกไกโดกับบลูเบอร์รี่รสอมเปรี้ยว ‘Organic Thai Vanilla’ มอบความหอมหวานตามธรรมชาติอันน่ารื่นรมย์ พบกับการผสมผสานที่น่าสนใจกับ ‘Thai milk tea’…

Read More

โซเนวา (Soneva) ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเวิร์กช้อปดูแลสุขภาพกับเทศกาล SOUL Festival ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 13 ตุลาคม 2568 ที่ โซเนวา ฟูชิ (Soneva Fushi) รีสอร์ตหรูที่ตั้งอยู่ในบา อะทอล เขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก้ (UNESCO) ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะที่ใหญ่และเงียบสงบที่สุดของมัลดีฟส์ เทศกาลนี้ จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 5 วัน ภายใต้บรรยากาศของรีสอร์ท สุดลักซ์ชูรีริมชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ผู้เข้าร่วมจะได้ดื่มด่ำกับการดูแลสุขภาวะ ภูมิปัญญาแห่งการเยียวยา และสายสัมพันธ์ของผู้คน ที่เชื่อมชุมชนระดับโลกของผู้แสวงหา ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนวหน้าจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน เทศกาล SOUL Festival ประจำปี 2568 ประกอบด้วยกลุ่มวิทยากร ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย ได้แก่ ลุค เมลิสเซ่ (Luuk Melisse) และ กาเบรียล ออลเซฟสกี้ (Gabriel Olszewski) ผู้ก่อตั้ง Sanctum ซึ่งกลับมาอีกครั้ง พร้อมกิจกรรมยามเช้าที่เต็มไปด้วยพลังเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ รวมถึงเพกีน โครว์ลีย์ (Peigín Crowley) ผู้ก่อตั้ง Ground Wellbeing และผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยสัญชาตญาณ, ทิม เกรย์ (Tim Gray) ไบโอแฮ็กเกอร์ชั้นนำของยุโรปและผู้นำทางความคิดระดับโลกด้านสุขภาพและอายุที่ยืนยาว, นาตาลี ชิลเลิร์ต (Nathalie Schyllert) ซีอีโอของ Bodyism ที่มาร่วมเสนอแนวทางเพื่อสุขภาพกายและใจแบบองค์รวม พร้อมฟรีด้า เรดแนปป์ (Frida Redknapp) ผู้สนับสนุนแนวคิดด้านสุขภาวะและผู้ร่วมสร้างสรรค์ที่ Bodyism, ดร. ทิม โกลูเกอ (Dr. Timm Golüke) แพทย์ผิวหนังชื่อดังและผู้บุกเบิกการดูแลสุขภาพผิวเพื่อชะลอวัย และโรสส์ กาเบอร์ (Roses Gabor) นักดนตรีและนักบำบัดด้วยเสียงที่มีชื่อเสียงในการมอบประสบการณ์เยียวยาอย่างลึกซึ้ง รายชื่อวิทยากรยังรวมถึง เคิร์สเตน คิง (Kirsten King) จาก…

Read More