เปิดกล่องรสฤดูร้อน: รีวิว “ข้าวแช่” Banyan Tree Bangkok ตำรับชาววัง

สวัสดียามบ่ายที่แดดเมืองไทยกำลังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งครับทุกท่าน พบกับผมคนเก่าเจ้าเดิม ที่จะพาทุกท่านไปละเมียดกับสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติ วันนี้ผมไม่ได้พาไปนั่งในห้องอาหารหรูที่ไหน

แต่ผมจะทำการ “Unbox” หรือเปิดกล่องของกำนัลแห่งฤดูร้อนที่ส่งตรงมาจากโรงแรม Banyan Tree Bangkok โรงแรมห้าดาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีต ซึ่งปีนี้ผมกล้ายืนยันด้วยเกียรติของคนกินข้าวมาค่อนชีวิตเลยว่า นี่คือข้าวแช่ Takeaway ที่ “ทำถึง” และ “ทรงพลัง” ที่สุดเจ้าหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

การกินข้าวแช่สำหรับผมไม่ใช่แค่การคลายร้อน แต่มันคือการเสพศิลปะที่ต้องใช้เวลาเตรียมการแรมวัน แรมคืน ตั้งแต่การขัดข้าว การอบร่ำน้ำปรุง ไปจนถึงเครื่องเคียงที่ต้องอาศัยฝีมือประดิษฐ์ประดอยอย่างสูง

และชุด Takeaway ในตะกร้าจักสานสีนวลตาใบนี้แหละครับ คือบทพิสูจน์ว่าความหรูหรานั้นสามารถยกไปวางไว้ที่โต๊ะอาหารในบ้านของคุณได้อย่างไร้ที่ติ

ข้าวในน้ำอบควันเทียน: อัญมณีสีขาวในหยาดน้ำปรุง

เริ่มต้นกันที่หัวใจหลักอย่าง ข้าวหอมมะลิและน้ำลอยดอกไม้ ข้าวที่นี่เลือกใช้ข้าวหอมมะลิชั้นเลิศจากทุ่งกุลาร้องไห้ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก ความพิเศษอยู่ที่การ “ขัด” ครับ เขาขัดเมล็ดข้าวอย่างเบามือกว่า 20 รอบ เพื่อขจัดยางข้าวออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงแกนเมล็ดที่ขาวใส เรียวยาว สวยงามดุจเมล็ดมุก เมื่อหุงออกมาแล้วเมล็ดต้องเรียงตัวสวย ไม่แตกหัก และมีความนุ่มที่พอดี ไม่เละเมื่อต้องลงไปแหวกว่ายในน้ำปรุง

ส่วนน้ำลอยดอกไม้นั้น คือนิยามของคำว่า “ชื่นใจ” อย่างแท้จริง เป็นการอบร่ำด้วยควันเทียนหอมโบราณ ผสานกลิ่นอายธรรมชาติจากดอกมะลิสด ดอกชมนาด และกุหลาบมอญที่ส่งกลิ่นหอมละมุนแบบไม่ฉุนเฉียว

เมื่อรินน้ำใสๆ ลงไปในถ้วยข้าว แล้วตักเข้าปาก ความเย็นจากน้ำจะทำหน้าที่ปลุกประสาทสัมผัส ก่อนที่กลิ่นหอมจะอบอวลขึ้นไปถึงจมูก เป็นความสุขที่ลอยอยู่เหนือความวุ่นวายของโลกภายนอกจริงๆ ครับ

เจาะลึกเครื่องเคียง 7 ชนิด: อัศจรรย์แห่งรสและศิลป์
ในกล่องนี้ประกอบด้วยเครื่องเคียงที่จัดวางมาอย่างวิจิตรบรรจงในถ้วยกระดาษรักษ์โลกที่แน่นหนา แต่เมื่อจัดลงจานพอร์ซเลนขาวสะอาดตา (ดังภาพที่ผมได้ให้ดู) มันจะกลายเป็นงานประติมากรรมอาหารทันที
1. ลูกกะปิทอด (Kapi Ball) – หัวใจของข้าวแช่

เมนูวัดฝีมือที่ผมให้คะแนนเต็มครับ เชฟเลือกใช้กะปิดีส่งตรงจากระยอง นำมาโขลกผสมกับเนื้อปูทะเลสดๆ เพิ่มความหอมด้วยกระชาย ตะไคร้ และพริกแห้ง ผัดเคี่ยวกับกะทิจนงวดแห้งก่อนจะปั้นเป็นลูกกลมดิ๊กพอดิบพอดีคำ จากนั้นนำไปชุบไข่ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นกะปิที่นี่นวลมากครับ ไม่เค็มโดดแต่มีความมันนัวของเนื้อปูและกลิ่นกระชายที่ช่วยตัดคาวได้อย่างยอดเยี่ยม สัมผัสภายนอกกรอบบางๆ ส่วนข้างในเนียนนุ่ม สื่อถึงความตั้งใจในการปรุงแบบโบราณแท้ๆ
2. หอมแดงยัดไส้เนื้อปู (Stuffed Shallots)

นี่คือเมนูที่ต้องอาศัยความอดทนสูงมาก เชฟต้องคว้านไส้หอมแดงโทนเม็ดสวยออก แล้วยัดไส้ด้วยเนื้อปูที่ปรุงรสด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย (สามเกลอ) จนหอมฟุ้ง จากนั้นนำไปชุบแป้งทอดให้กรอบนอกนุ่มใน รสชาติของหอมแดงที่ถูกความร้อนจะมีความหวานตามธรรมชาติ เมื่อผสานกับความเค็มมันของไส้ปู ทำให้เป็นคำที่ครบรสและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่โดดเด่นมากครับ
3. พริกหยวกยัดไส้กุ้ง (Stuffed Green Chili)

สวยงามจนไม่กล้าตัก! พริกหยวกสีเขียวนวลที่คัดขนาดมาอย่างมาตรฐาน ถูกยัดไส้ด้วยเนื้อกุ้งล้วนๆ ที่สับจนละเอียดเด้ง ปรุงรสตามตำรับชาววัง นำไปนึ่งจนสุกได้ที่ ไฮไลท์คือ “หรุ่ม” หรือแพไข่ที่สานถักเป็นตาข่ายบางเบาหุ้มพริกไว้อีกชั้นหนึ่ง รสชาติของพริกมีความหวานเผ็ดจางๆ ตัดกับความหวานธรรมชาติของกุ้ง เป็นคำที่นุ่มนวลและแสดงถึงความประณีตระดับงานฝีมือชั้นสูง
4. ไชโป๊วผัดหวาน (Sweetened Radish)

อย่าสบประมาทเมนูพื้นๆ อย่างไชโป๊วเชียวนะครับ ที่ Banyan Tree เขาใช้ไชโป๊วเส้นชั้นดี นำมาผัดกับน้ำตาลทรายแดงจนซึมลึกเข้าเนื้อ เมล็ดไชโป๊วจะมีความวาววับเหมือนแก้วโดยไม่ต้องพึ่งซีอิ๊ว สัมผัสมีความกรุบหนึบกำลังดี ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป และเพิ่มความหอมด้วยหอมเจียวเจียวกระเทียมกรอบที่โรยมาด้านบน ช่วยชูรสชาติความหวานให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับข้าวแช่เย็นๆ
5. ปลายี่สนผัดหวาน (Sweetened Stingray Meat)

เครื่องเคียงที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือปลายี่สน เชฟเลือกเนื้อปลายี่สนย่างไฟจนหอม แล้วนำมาโขลกจนฟูละเอียดเป็นปุย ผัดเคี่ยวกับหัวกะทิและน้ำตาลมะพร้าวแท้จากอัมพวาจนแห้งสนิท รสชาติจะมีความเค็มปะแล่มตามด้วยความหวานนวล สัมผัสที่ละเอียดนุ่มลิ้นทำให้มันละลายในปากได้เลยครับ เป็นรสสัมผัสที่ละเมียดละไมจนผมอยากจะวางช้อนลงช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาตินี้ให้นานที่สุด
6. หมูฝอย (Shredded Pork)

หมูฝอยที่นี่ทอดมาได้แห้งสนิท ไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว เส้นหมูมีความยาวสม่ำเสมอ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมตามสูตรโบราณ มีกลิ่นหอมของหอมเจียวอบอวล เป็นตัวประสานรสชาติระหว่างเครื่องเคียงชนิดอื่นๆ ได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะตักทานคู่กับลูกกะปิหรือพริกหยวก หมูฝอยตัวนี้ก็ช่วยเสริมส่งรสชาติได้อย่างลงตัว
7. ผักแนมแกะสลัก (Carved Vegetables)

ความพรีเมียมยังส่งมาถึงผักแนมครับ ทั้งมะม่วงเขียวเสวยรสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด กระชายที่แกะเป็นดอกจำปีสวยงาม แตงกวา และต้นหอม ทุกอย่างถูกกรีดสลักอย่างวิจิตรบรรจง ผักเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องประดับจานนะครับ แต่มันคือ “ตัวช่วย” สำคัญในการล้างปากและตัดความมันจากเครื่องเคียงทอด ทำให้เราสามารถสนุกกับการกินข้าวแช่ได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเลี่ยนเลย
สำหรับการปิดท้ายมื้ออาหารอันวิจิตรบรรจงนี้ จะขาด “ของหวาน” ตำรับไทยไปเสียไม่ได้ครับ ซึ่งในชุดข้าวแช่ Takeaway ของ Banyan Tree Bangkok เขาก็ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่ยกขบวนความหวานล้ำระดับพรีเมียมมาให้ล้างปากกันอย่างประณีตสะดุดตา
สุนทรียรสของหวาน: ความหวานละเมียดที่ปิดท้ายฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์
ในชุดของหวานที่จัดมาให้นี้ ผมสะดุดตากับการนำเสนอที่ยังคงคอนเซปต์ความประณีตสูงส่ง โดยประกอบไปด้วยเมนูมงคลและของว่างไทยที่คัดสรรมาอย่างดี:

ขนมเบื้องตำรับโบราณ – กรอบนุ่ม ละมุนใจ
ขนมเบื้องชิ้นย่อมพอดิบพอดีคำ แผ่นแป้งมีความบางกรอบและหอมกลิ่นน้ำตาลมะพร้าวชัดเจน ตัวครีมสีขาวนวลนั้นเนียนละเอียด รสหวานพอเหมาะ ไม่หวานแหลมจนเกินไป ไฮไลท์อยู่ที่ไส้เค็มสีส้มสดใสที่โรยหน้ามาอย่างตั้งใจ รสชาติมีความเค็มมัน ตัดกับความหวานของครีมได้อย่างลงตัว สัมผัสที่กรอบแตกในปากแล้วตามด้วยความนุ่มฟูของครีม คือนิยามของความสุขหลังจบของคาวเลยครับ
ปั้นขลิบทอด – แป้งบาง ไส้แน่น

อีกหนึ่งเครื่องเคียงที่วางเคียงข้างมาในถ้วยคือปั้นขลิบ ตัวแป้งถูกปั้นและขลิบริมอย่างละเอียดสวยงาม นำไปทอดจนเป็นสีเหลืองนวล แป้งมีความกรอบแบบพอดี ไม่แข็งกระด้าง เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับไส้ปลาปรุงรสสามเกลอที่เข้มข้น หอมพริกไทยและรากผักชี รสชาติเค็มหวานกลมกล่อม เป็นของว่างที่เคี้ยวเพลินและแสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของเชฟ
ลูกชุบพรีเมียม – สีสันสดใส สัมผัสเนียนละเอียด
ลูกชุบที่นี่ไม่ใช่แค่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่รสชาติคือชั้นครูครับ ถั่วเขียวกวนจนเนื้อเนียนละเอียดดุจครีม หอมกลิ่นควันเทียนอ่อน ๆ รสหวานนวล ๆ เคลือบด้วยวุ้นหนากำลังดีที่ให้สัมผัสเด้งกรุบเมื่อกัดเข้าไป รูปทรงจำลองพืชพรรณและผลไม้ไทยออกมาได้อ่อนช้อย สีสันดูเป็นธรรมชาติและสะอาดตา ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับสำรับนี้เป็นอย่างมาก
บทสรุปจากโต๊ะอาหาร: เมื่อลักชัวรีเดินทางมาถึงบ้าน
ข้าวแช่ชุดนี้ไม่ใช่แค่ความอิ่มท้อง แต่มันคือความรื่นรมย์ในวิถีไทยที่ถูกยกระดับสู่มาตรฐานสากล สำหรับสายคอนเทนต์ ผมบอกเลยว่าตะกร้าจักสานและตัวเครื่องเคียงที่ให้มานั้น “ขึ้นกล้อง” มาก จัดจานออกมาสวยงามเหมือนเชฟมาทำให้ที่บ้าน ส่วนรสชาตินั้น “บาลานซ์” อย่างหาที่ติยาก ใครที่กำลังมองหาของขวัญดับร้อนให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ หรืออยากให้รางวัลตัวเองในช่วงเมษายนนี้ ผมแนะนำเลยครับว่าต้องสั่ง!
รายละเอียดสำหรับท่านที่สนใจ:
- Takeaway: 1,199 บาท / ชุด (เหมาะสำหรับ 1-2 ท่าน)
- ช่วงเวลาบริการ: 5 – 30 เมษายน เท่านั้น
- พิกัด: โรงแรม Banyan Tree Bangkok (ถ.สาทรใต้)
- การเดินทาง: BTS ศาลาแดง หรือ MRT สีลม / ลุมพินี
- สำรองชุดล่วงหน้า: โทร 02-679-1200
หน้าร้อนปีนี้ ให้รางวัลตัวเองด้วยรสสัมผัสแห่งความเย็นฉ่ำแบบชาววังกันนะครับ เชื่อผมเถอะว่า… ความสุขที่เกิดจากการกินของอร่อยที่ตั้งใจทำ มันชื่นใจกว่าเปิดแอร์หลายเท่านัก!