Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ
    • [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว
    • [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel
    • [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์
    • [News] เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ปีที่ 3 กับประสบการณ์เนื้อวัวพรีเมียมที่สายกินไม่ควรพลาด
    • [Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 Banyan Tree Bangkok คอลเลกชัน “The Rocking Horse of Resilience” ดีไซน์ม้าโยกสุดลักชัวรี่ พร้อมรสชาติใหม่ชาอู่หลงยูซุ
    • [News] PARK HYATT BANGKOK ต้อนรับ “เชฟ TOMOYA SUGIZAKI” เชฟมากประสบการณ์กว่า 20 ปี สู่ตำแหน่ง CHEF DE CUISINE แห่ง PENTHOUSE GRILL
    • [News] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดพรีออเดอร์ “Mooncake Limited Edition” ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ 2569
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ
    Casual Dining

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatSeptember 14, 2026Updated:September 14, 2026No Comments11 Mins Read

    รีวิวเจาะลึก Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok: ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    Sunday Brunch Buffet Unlimited Lobster and Caviar with new interior at Romsai Banyan Tree Bangkok

    โดย Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A


    สวัสดีครับท่านผู้อ่านผู้มีรสนิยมในการรับประทานอาหารทุกท่าน พีทขอต้อนรับทุกท่านสู่งานวิจารณ์ศิลปะแห่งรสชาติประจำสัปดาห์ครับ

    สำหรับคอลัมน์นี้ กระผมจะพาทุกท่านเดินทางไปสัมผัสกับหนึ่งใน Sunday Brunch ที่ถูกกล่าวขานและเป็นที่จับตามองมากที่สุดในยามนี้ นั่นคือการเผยโฉมใหม่ของห้องอาหาร Romsai (รมย์ไทร) ณ โรงแรม Banyan Tree Bangkok

    การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงเมนูธรรมดา แต่เป็นการปฏิวัติประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับ Quiet Luxury อย่างแท้จริง ทั้งในมิติของสถาปัตยกรรมภายใน

    รสสัมผัสของวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนสุนทรียศาสตร์ของการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ

    ท่ามกลางเสียงดนตรีสด Live Jazz และบรรยากาศสวนป่าธรรมชาติอันร่มรื่นครับ


    🏛️ สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน ปรากฏการณ์ Biophilic Design ในนิยาม Quiet Luxury

    หากพิจารณาในเชิงสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน (Interior Architecture) การออกแบบโฉมใหม่ของห้องอาหาร Romsai ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าหลงใหลอย่างยิ่งของการประยุกต์ใช้ Biophilic Design หรือการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สถาปัตยกรรมปิดได้อย่างไร้รอยต่อ

    Spatial Dynamic & Aperture: จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือการใช้กระจกผืนใหญ่สูงโปร่งแบบ Floor-to-Ceiling เพื่อลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ภายใน (Interior Space) และธรรมชาติภายนอก (Exterior Garden) เปิดรับแสงธรรมชาติ (Daylighting) ในมุมมองที่กว้างไกล สายตาของแขกจะถูกดึงดูดไปยังม่านน้ำตกธรรมชาติ (Cascading Waterfall) และโขดหินปูนธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี สร้างสภาวะความผ่อนคลายทางจิตวิทยา (Psychological Well-being) ผ่านการมองเห็นและเสียงน้ำไหล

    Materiality & Palette: โครงสร้างการเลือกใช้วัสดุ (Material Selection) เน้นย้ำความถ่อมตนแต่เปี่ยมด้วยรสนิยมแบบ Quiet Luxury สานเคาน์เตอร์ไลน์บุฟเฟต์ด้วยหินอ่อนไวท์คาร์ราร่า (White Carrara Marble) สีขาวอมเทาตัดขอบด้วยโลหะสีทองแชมเปญ (Champagne Gold) และงานไม้เนื้อแข็งโทนอุ่น (Warm Timber)

    Lighting & Ceiling Element: เพดานทรงกลมแบบฝ้าหลุม (Coved Ceiling) ตกแต่งผิวสัมผัสด้วยแผ่นทองคำเปลวโทนอุ่น ซ่อนไฟส่องสว่างแบบ Indirect Light ช่วยกระจายแสงนุ่มนวลลงสู่กลางห้อง ลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างอาคาร

    Acoustic & Ergonomics: การจัดวางเลย์เอาต์โต๊ะและเก้าอี้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บุผ้ากำมะหยี่และผ้าทอธรรมชาติโทนสีครีมทัสกานีและเบจ เพื่อช่วยดูดซับเสียง (Acoustic Comfort) ร่วมกับการวางตำแหน่งวงดนตรี Live Jazz ให้ส่งเสียงกังวานละมุนไปทั่วห้องโดยไม่รบกวนบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร


    🦞 คอลเลกชันเมนูไฮไลต์ระดับเวิลด์คลาส: เจาะลึก รสชาติ กลิ่น สัมผัส และกรรมวิธีปรุง

    กระผมขอพาเดินเข้าสู่ไลน์อาหารอันทรงคุณค่า ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์อย่างละเมียดละไมโดยทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญครับ

    Seafood on Ice

    1. Unlimited Atlantic Lobster (ล็อกซเตอร์แคนาดาอบสดไม่อั้น)


    ล็อกซเตอร์สายพันธุ์แอตแลนติกคัดขนาดพิเศษ ส่งตรงจากแหล่งน้ำเย็นบริสุทธิ์ นำมาผ่านกรรมวิธีการลวกในน้ำสต็อกสมุนไพรแบบ Court-Bouillon ด้วยอุณหภูมิและเวลาที่แม่นยำ เพื่อคงความหวานฉ่ำตามธรรมชาติของเนื้อไว้สูงสุด ล็อกซเตอร์ถูกผ่าครึ่งซีกเรียงรายอย่างสวยงามบนถาดทองเหลืองทรงกลมที่รองด้วยน้ำแข็งบดละเอียด ประดับด้วยเลมอนสดหั่นซีก


    เนื้อล็อกซเตอร์มีความแน่น เด้ง สู้ลิ้น เมื่อขบเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความฉ่ำของน้ำในเนื้อ (Juiciness) รสชาติหวานนุ่มลึก มีกลิ่นไอทะเลละมุนละไม ไร้กลิ่นคาวโดยสิ้นเชิง
    เมื่อบีบเลมอนสดลงไปเล็กน้อย ความกรดเบาๆ จะช่วยชูความหวานธรรมชาติของเนื้อให้เด่นชัดยิ่งขึ้น หรือจะเลือกจับคู่กับซอสค็อกเทลสูตรคลาสสิก หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านแบบไทยก็อร่อยสมบูรณ์แบบ เป็นเมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดการสั่งแบบไม่จำกัดตลอดมื้อครับ


    2. Premium Oyster Bar: Trio Selection (หอยนางรมสดพรีเมียม 3 สายพันธุ์)


    สวรรค์ของผู้หลงใหล Oyster อย่างแท้จริง ด้วยการคัดสรรหอยนางรมสดพรีเมียมนำเข้าจากฟาร์มชั้นนำในประเทศฝรั่งเศส นำเสนอพร้อมกันถึง 3 สายพันธุ์บนลานน้ำแข็งบด ได้แก่:

    Brittany Oyster No. 2: หอยนางรมจากน่านน้ำบริสุทธิ์แห่งแคว้นบริดตานี ให้สัมผัสแรกที่เค็มกลมกล่อมจากน้ำทะเลบริสุทธิ์ (Briny) เนื้อมีความกรอบแน่น ชัดเจน ทิ้งรสสัมผัสสุดท้าย (Aftertaste) เป็นกลิ่นแร่ธาตุและเมทัลลิกละมุนละไม

    Fine de Claire Geay No. 2 (Charente-Maritime): หอยนางรมที่ผ่านการเลี้ยงในคลองขุดดินเหนียว (Claires) จนได้เนื้อที่มีความสมดุล รสชาติหวานอมเค็ม รสสัมผัสละมุนนุ่มนวล คล้ายกลิ่นถั่วเฮเซลนัทเจือเบาๆ

    Spéciales Cocollos Oyster No. 3: หอยนางรมเกรดสเปเชียลที่เนื้ออวบอ้วน เนื้อสัมผัสมีความครีมมี่ (Creamy) นุ่มลิ้น มีความหวานเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    เสิร์ฟพร้อมซอส Mignonette หอมแดงหมักไวน์แดง, ซอสซีฟู้ดไทยรสแซ่บ, เลมอนสด และน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินเกรดพรีเมียมหลากหลายชนิดให้เลือกรังสรรค์รสชาติตามชอบ


    3. Seafood on Ice: Sweet Wild Tiger Prawns


    กุ้งลายเสือธรรมชาติขนาดตัวกำลังดี คัดสรรเฉพาะตัวที่มีความสดสมบูรณ์แบบ นำมาผ่านกรรมวิธีต้มในน้ำต้มสมุนไพรสดและน็อกน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดการสุกและล็อกความหวานของเนื้อกุ้งไว้ภายในอย่างครบถ้วน
    จัดวางอย่างพิถีพิถันบนจานดินเผาสไตล์เรียบหรู ตกแต่งด้วยใบมะกรูดสดและมะนาวหั่นซีก เพิ่มกลิ่นอโรมาสไตล์ไทยนวลๆ
    เปลือกกุ้งสีแก้วส้มสดแกะออกง่าย เนื้อกุ้งด้านในแน่นตึง กรอบปึ้ก เมื่อเคี้ยวจะมีความหวานตามธรรมชาติทะลักออกมาทั่วปรางค์แก้ม กลิ่นหอมสดชื่นของน้ำทะเลปะทะจมูกอย่างลงตัว ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดพริกสดมะนาวแท้รสจัดจ้าน เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ


    4. Seafood on Ice: Hokkaido Scallops (หอยเชลล์โฮตาเตะหวานฉ่ำ)


    หอยเชลล์โฮตาเตะนำเข้าจากน่านน้ำเย็นจัด เนื้อสีขาวนวลสะอาดตาพร้อมส่วนเอ็นกุ้งสีส้มสดใส นำมาผ่านการลวกเบาๆ (Blanching) ด้วยเทคนิคควบคุมอุณหภูมิขั้นสูง เพื่อให้เนื้อภายนอกเซ็ตตัวเล็กน้อยแต่ภายในยังคงความนุ่มละมุนฉ่ำน้ำ
    จัดเรียงซ้อนกันอย่างมีมิติกลางจานซีฟู้ด ตกแต่งด้วยมะนาวหั่นซีกเพื่อความสวยงามและเพิ่มมิติกลิ่น
    สัมผัสแรกเมื่อใส่เข้าปากคือความนุ่มยืดหยุ่นที่เกือบละลายบนลิ้น (Melting texture) รสชาติหวานนุ่มนวลตามแบบฉบับหอยเชลล์เกรดซาชิมิ ปราศจากความเหนียวหรือแห้งกระด้าง ได้กลิ่นหอมสะอาดของทะเลสดใหม่ เพิ่มความเรียบหรูให้ไลน์ซีฟู้ดเย็นอย่างตระการตา


    5. Seafood on Ice: New Zealand Green-Lipped Mussels (หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์)


    หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโตคัดสรรขนาดใหญ่พิเศษ เด่นด้วยเปลือกสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์ นำไปนึ่งด้วยไวน์ขาวและสมุนไพรฝรั่งอย่างพาร์สลีย์และไทม์ ก่อนนำมาแช่เย็นจัดเสิร์ฟบนถาดน้ำแข็ง
    เนื้อหอยมีสีครีมทองอวบอิ่มเต็มเปลือก ไม่มีอาการหดตัว
    สัมผัสเนื้อมีความแน่น เหนียวนุ่มกำลังดี (Chewy & Plump) ให้รสชาติกลมกล่อม มีความเค็มอ่อนๆ ของน้ำทะเลธรรมชาติผสมผสานกับกลิ่นอโรมาหอมระเหยของไวน์ขาวและสมุนไพรฝรั่งเบาๆ ยิ่งช่วยชูความสดน่ารับประทาน ทานเปล่าๆ หรือเหยาะซอสทาร์ทาร์ก็สร้างความรื่นรมย์ได้อย่างยิ่ง


    Sashimi

    6. Premium Sashimi: Norwegian Atlantic Salmon (แซลมอนนอร์เวย์ซาชิมิ)


    ปลาแซลมอนสายพันธุ์แอตแลนติกส่งตรงจากนอร์เวย์ คัดสรรส่วนเนื้อท้องและเนื้อส่วนกลางลำตัวที่มีแทรกชั้นไขมันดี (Marbling) เป็นลายนัยน์ตาสวยงาม ชำนาญการแล่ด้วยมีดสไตล์ยานากิบะ (Yanagiba) เป็นชิ้นหนาพอดีคำ
    จัดวางบนแลนสเคปน้ำแข็งบดพร้อมหัวปลาแซลมอนและดอกไม้รับประทานได้ เพื่อความสวยงามตระการตา
    เนื้อปลาสีส้มสดใสแทรกไขมันสีขาวนวล เมื่อนำเข้าปากจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม เนียน ละมุนลื่น (Smooth & Silky) ไขมันปลาจะค่อยๆ ละลายปล่อยความมันหวาน กลมกล่อม กระจายทั่วลิ้น ไร้กลิ่นคาว มีเพียงกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของปลาทะเลน้ำเย็น จิ้มโชยุและวาซาบิสดช่วยตัดความมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ


    7. Premium Sashimi: Yellowfin Akami Tuna (ทูน่าอาคามิซาชิมิ)


    เนื้อปลาทูน่าส่วนสีแดงบริสุทธิ์ (Akami) คัดสรรจากปลาทูน่าคุณภาพสูง แล่เป็นบล็อกสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างประณีตและเฉือนตามแนวเส้นใยกล้ามเนื้อปลาอย่างเป๊ะปัง
    ชิ้นปลาเผยสีแดงก่ำดั่งอัญมณีล้ำค่า สะท้อนแสงบนลานน้ำแข็ง
    เนื้อสัมผัสมีความแน่น แน่นเฟิร์ม นุ่มเด้ง ไม่เปื่อยเละ ให้รสชาติแบบอูมามิแท้ๆ มีความเปรี้ยวเบาๆ (Acidity) อันเป็นเอกลักษณ์ของทูน่าเนื้อแดงธรรมชาติ กลมกล่อมด้วยรสชาติแร่ธาตุบริสุทธิ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบซาชิมิรสชาติสะอาด ไม่เลี่ยน รสสัมผัสสะท้อนถึงวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่สดใหม่จริงๆ


    8. Premium Sashimi: Japanese Hamachi (ฮามาจิซาชิมิ)


    ปลาฮามาจิ (Yellowtail) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น คัดเฉพาะส่วนเนื้อที่มีไขมันแทรกกำลังดี แล่เป็นแผ่นหนาเรียบเนียน โชว์เฉดสีขาวชมพูระเรื่อพร้อมเส้นเลือดสีชมพูเข้มตามธรรมชาติ
    เนื้อปลามีความกรอบเด้งในสัมผัสแรก (Crisp & Firm bite) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเนียนนุ่มฉ่ำมัน
    รสชาติมีความมันกลมกล่อมแทรกด้วยความหวานนุ่มลึก กลิ่นหอมเฉพาะตัวของปลาฮามาจิสดใหม่ชัดเจน ไม่มีความคาวแม้แต่น้อย ถือเป็นหนึ่งในซาชิมิชั้นสูงที่หาทานได้ยากในบุฟเฟต์ทั่วไป และที่ Romsai นำเสนอออกมาได้อย่างไร้ที่ติครับ


    Carvier

    9. Exclusive F1 Trolley Caviar Service (บริการเสิร์ฟคาเวียร์ถึงโต๊ะระดับความเร็ว F1)

    หนึ่งในเซอร์ไพรส์ที่เป็นเอกลักษณ์และความตื่นเต้นที่สุดของมื้อนี้ คือบริการเข็นรถ Trolley Caviar Service โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญจะเข็นรถเข็นหรูหราที่จัดเตรียมโถคาเวียร์แช่น้ำแข็งบด พุ่งตรงมาบริการถึงข้างโต๊ะของคุณอย่างรวดเร็วประดุจรถแข่ง F1 เติมเต็มมิติความใส่ใจแบบ VIP

    คาเวียร์สีดำคล้ำประกายทองเงางาม คัดสรรจากสเติร์ดเจียนพันธุ์แท้ ถูกตักด้วยช้อนหอยมุกแท้ (Mother of Pearl Spoon) เพื่อรักษารสชาติบริสุทธิ์ไม่ให้ปนเปื้อนรสโลหะ

    เชฟจะประกอบจานสดๆ ต่อหน้าคุณ โดยวางคาเวียร์พูนๆ ลงบนแผ่นแป้งบลินี (Blinis) เนื้อนุ่มฟู หอมกลิ่นเนยสดเบาๆ ท็อปด้วยไข่บดละเอียดทั้งส่วนไข่ขาวและไข่แดง ต้นหอมสับ และซาวร์ครีมเนียนนุ่ม

    เมื่อนำเข้าปาก เม็ดคาเวียร์จะค่อยๆ แตกตัว (Pop) ปล่อยรสชาติเค็มกลมกล่อม มีกลิ่นเนย มัน นัทตี้ (Nutty) และกลิ่นไอทะเลบริสุทธิ์ ผสานเข้ากับความนุ่มฟูของแป้งและความเปรี้ยวละมุนของซาวร์ครีมอย่างงดงามลงตัวที่สุดครับ

    BBQ

    10. Live Charcoal BBQ: Australian Lamb Chops, Prime Beef Steak & Artisanal Sausages (บาร์บีคิวย่างเตาถ่าน: ซี่โครงแกะออสเตรเลีย เนื้อวัวพรีเมียม และไส้กรอกอาร์ติซาน)

    โซนเตาย่างบาร์บีคิวแบบ Live Grill Station อบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้ย่างและเตาถ่านธรรมชาติที่ชวนน้ำลายสอตั้งแต่แรกเดินเข้าใกล้ เชฟเลือกใช้ซี่โครงแกะนำเข้าจากออสเตรเลีย (Australian Lamb Cutlets) เนื้อวัวพรีเมียมคัดส่วนสไตรปลอยน์แทรกมันนวล และไส้กรอกสไตล์บาวาเรียนหมักเครื่องเทศเข้มข้น จัดวางบนลานน้ำแข็งสดใหม่ให้เห็นลายเนื้อสีส้มแดงสดใส

    เมื่อสั่ง เชฟจะนำขึ้นย่างบนเตาย่างความร้อนสูง ปรับระดับไฟเพื่อล็อกความฉ่ำของน้ำในเนื้อ (Juiciness) ด้านนอกเซียร์จนเกิดปฏิกิริยา Maillard Reaction ให้ผิวสัมผัสเกรียมทองหอมกลิ่นควันถ่านเบาๆ (Smoky Aroma)

    สัมผัสของซี่โครงแกะมีความนุ่มยืดหยุ่น ไร้กลิ่นสาบ ไร้ความเหนียว ให้รสชาติความนุ่มลึกของเนื้อแกะคุณภาพสูง ขณะที่เนื้อวัวให้รสสัมผัสแน่นเด้ง นุ่มฉ่ำ สัมผัสได้ถึงรสชาติอูมามิแท้ๆ ของวัวเลี้ยงด้วยธัญพืช เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกอาร์ติซานหนังกรอบกริ๊บเมื่อขบเคี้ยว ปล่อยรสชาติเครื่องเทศและเนื้อสับนุ่มฉ่ำกระจายเต็มปาก สามารถเลือกทานคู่กับซอสเกรวี่พริกไทยดำ หรือซอสแจ่วรสแซ่บแบบไทยได้อย่างเพอร์เฟกต์ครับ

    11. Live Charcoal BBQ: Giant River Prawns & Black Tiger Prawns (บาร์บีคิวกุ้งแม่น้ำและกุ้งลายเสือย่างเตาถ่าน)

    สเตชันย่างสดฝั่งอาหารทะเลที่ยกระดับประสบการณ์ปิ้งย่างด้วยกุ้งแม่น้ำธรรมชาติขนาดตัวโต และกุ้งลายเสือตัวแน่น คัดสรรจากแหล่งประมงคุณภาพสูง ตัวกุ้งถูกจัดเรียงบนถาดน้ำแข็งให้เห็นความสดตึงของเปลือกอย่างชัดเจน

    กรรมวิธีการปรุงใช้การย่างบนเตาถ่านไฟปานกลางอย่างพิถีพิถัน เชฟคอยพลิกตัวกุ้งด้วยความชำนาญเพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง เนื้อกุ้งสุกกำลังดี เปลือกเปลี่ยนเป็นสีส้มแสดหอมกลิ่นไหม้เตาถ่านระเหยเตะจมูก

    มันกุ้งบริเวณหัวกุ้งแม่น้ำสุกเยิ้มสีเหลืองทอง มอบรสชาติมันเข้มข้น หอมละมุนลิ้นคล้ายครีมสดธรรมชาติ ขณะที่เนื้อกุ้งลายเสือมีความกรอบเด้งสู้ลิ้น (Crunchy & Firm) สัมผัสได้ถึงความหวานสดของเนื้อกุ้งทะเลแท้ๆ

    การนำเสนอจัดเสิร์ฟบนจานร้อนพร้อมมะนาวสดหั่นซีก ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้านที่ใช้น้ำมะนาวสดแท้ พริกขี้หนูสวน และกระเทียมไทย รสจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดตัดความมันได้อย่างสมดุล เป็นความฟินที่ไม่ควรพลาดครับ

    Bake and Roast

    12. Classic Royal Beef Wellington (บีฟ เวลลิงตัน ตำรับราชวงศ์อังกฤษ)

    สุดยอดเมนูคลาสสิกระดับตำนานจากฝั่งตะวันตกที่ใช้ทักษะขั้นสูงในการรังสรรค์ เชฟคัดสรรเนื้อวัวส่วนสันในเกรดพรีเมียม (Prime Tenderloin) ชิ้นโต ปราศจากมันและพังผืด นำมาเซียร์ผิวหน้าด้วยไฟแรงอย่างรวดเร็วเพื่อล็อกความหวานและน้ำในเนื้อไว้ภายใน

    จากนั้นทาด้วยมัสตาร์ดสไตล์ฝรั่งเศส ห่อหุ้มด้วย Duxelles (เนื้อเห็ดพอร์ตโต้เบลโล่สับละเอียดผัดเนย หอมแดง และไทม์จนแห้งหอม) แล้วห่อทับอีกชั้นด้วยพาร์มาแฮมบางกรอบ ก่อนนำไปห่อด้วยแป้งพัฟฟ์พาสตรีลายตารางทองคำ (All-Butter Puff Pastry) อบจนแป้งสุกสุกเหลืองทองเป็นเงางาม

    เมื่อสไลซ์ออกเป็นชิ้นหนา จะเผยให้เห็นเนื้อวัวสีชมพูฉ่ำความสุกระดับ Medium Rare ที่สมบูรณ์แบบ ตัดกับชั้นเห็ดและแป้งพายอย่างชัดเจน

    รสสัมผัสชั้นนอกของแป้งมีความกรอบร่วน หอมเนยสดพวยพุ่ง ตามด้วยความนุ่มยืดหยุ่นของเนื้อสันในที่นุ่มละมุนแทบละลายในปาก ราดด้วยซอส Red Wine Truffle Jus เข้มข้น เพิ่มมิติความอูมามิขั้นสุดครับ

    13. Gourmet Side Dish Selection (เครื่องเคียงกูร์เมต์เสริมรสชาติสำหรับสเต็กและบีฟเวลลิงตัน)

    สเตชันเครื่องเคียงที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อชูรสชาติของเมนูจานหลักอย่างบีฟเวลลิงตันและสเต็กร้อนๆ ให้มีความสมบูรณ์แบบและหลากหลายยิ่งขึ้น ไฮไลต์อยู่ที่มะเขือเทศเชอร์รีสายพันธุ์อิตาเลียนตูมๆ ย่างบนกิ่ง (Roasted Vine Tomatoes) ที่ย่างจนเปลือกปริเล็กน้อย ปล่อยความหวานฉ่ำอมเปรี้ยวธรรมชาติออกมาเต็มคำ

    นอกจากนี้ยังมีมันฝรั่งบดเนื้อเนียนนุ่มสไตล์ฝรั่งเศส (Creamy Mashed Potatoes) ผสมเนยสดและครีมแท้ ให้สัมผัสละมุนลิ้นดั่งกำมะหยี่ ผักแอสพารากัสสดผัดเนยกระเทียม และผักย่างซูคินีผสมไทม์สด

    กลิ่นหอมของสมุนไพรสดและเนยอบอวล ช่วยตัดความมันเข้มข้นของเนื้อสัตว์ได้อย่างฉลาดและมีรสนิยม

    การจัดวางในภาชนะทองเหลืองอบอุ่นรักษาอุณหภูมิคงที่ ช่วยให้ทุกคำที่ทานร่วมกับเนื้อสัตว์หลักได้รับความสดใหม่ รสชาติกลมกล่อมลงตัว ไม่แห้งหรือจืดชืดเลยแม้แต่น้อยครับ

    14. Imperial Beijing Roasted Duck (เป็ดปักกิ่งทรงเครื่องตำรับจักรพรรดิ)

    เมนูระดับตำนานจากห้องอาหารจีน Bai Yun ที่ยกมาเสิร์ฟให้สัมผัสกันแบบไม่อั้น ใช้เป็ดเชอร์รีคัดไซส์ตัวโตสมบูรณ์ ผ่านกรรมวิธีการเตรียมหนังแบบโบราณด้วยการเป่าลม เป่าแห้ง และทาด้วยน้ำเชื่อมเป็ดสูตรพิเศษ ก่อนนำไปอบในเตาอบอุณหภูมิสูงจน หนังเป็ดพองกรอบเป็นสีน้ำตาลแดงทองประกายเงาวาว

    เชฟผู้เชี่ยวชาญจะบรรจงแล่เฉพาะส่วนหนังกรอบบาง ปราศจากชั้นไขมันหนาเละ เสิร์ฟพร้อมแผ่นแป้งนึ่งสดนุ่มฟู อุ่นร้อนบนเข่งไม้ไผ่

    เมื่อนำหนังเป็ดกรอบวางบนแผ่นแป้ง วางแท่งต้นหอม แตงกวาหั่นเส้น และราดซอสหวานเป็ดปักกิ่ง (Hoisin-Plum Sauce) สูตรลับ แล้วม้วนเข้าด้วยกัน

    สัมผัสแรกเมื่อเคี้ยวคือความกรอบกริ๊บของหนังเป็ดที่แตกตัวปล่อยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและควันไม้ ผสานกับความนุ่มยืดหยุ่นของแผ่นแป้ง และความหวานเค็มกลมกล่อมของซอส เป็นรสสัมผัสที่สวยงามและคลาสสิกไร้ที่ติครับ

    Chinese Cuisine

    15. Bai Yun Signature Crispy Pork Belly (หมูกรอบตระกูลไป๋หยุน)

    หมูกรอบสไตล์กวางตุ้งแท้ระดับพรีเมียม ไฮไลต์ประจำห้องอาหาร Bai Yun ที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน เชฟเลือกใช้หมูสามชั้นคัดพิเศษที่มีสัดส่วนของเนื้อแดง ไขมัน และหนังหมูสลับกันเป็นชั้นๆ อย่างสมบูรณ์แบบ (Golden Ratio)

    ผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยผงพะโล้จีน เกลือทะเล และเครื่องเทศสูตรลับ ก่อนนำไปต้ม จิ้มผิวหนังจนทั่ว แล้วนำไปอบและทอดด้วยเทคนิคพิเศษจนหนังหมูพองกรอบฟูราวกับแผ่นระฆังแก้ว (Glass-like Crispy Crust)

    เนื้อสัมผัสเมื่อจรดฟันลงไปจะสัมผัสได้ถึงความกรอบกร๊วบสนั่นเพดานปาก ตามด้วยความนุ่มฉ่ำของเนื้อหมูด้านในที่ยังคงความฉ่ำของน้ำซุปหมักไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่แห้งกระด้าง

    กลิ่นหอมของเครื่องเทศห้าหอมระเหยเบาๆ ในปาก หั่นมาเป็นชิ้นลูกบาศก์พอดีคำ จัดวางอย่างสวยงาม ทานคู่กับมัสตาร์ดเหลืองหรือซีอิ๊วดำหวาน ยิ่งช่วยตัดเลี่ยนและเสริมรสชาติอูมามิได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

    16. Bai Yun Honey-Glazed Char Siu (หมูแดงอบน้ำผึ้งแท้สไตล์กวางตุ้ง)

    หมูแดงสไตล์กวางตุ้งขนานแท้ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสันคอ (Pork Collar) ที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีชั้นไขมันแทรกเป็นลายนัยน์ตา นำมาหมักด้วยซอสหมูแดงสูตรเฉพาะ เข้มข้นด้วยเหล้าจีน เต้าหู้ยี้ เหล้ากุหลาบ และเครื่องเทศนานาชนิด หมักข้ามคืนเพื่อให้รสชาติซึมลึกเข้าสู่เส้นใยเนื้อหมูอย่างทั่วถึง

    ย่างด้วยเตาอบความร้อนสูงจนเนื้อสุกนุ่ม แล้วบรรจงทาเคลือบด้วยน้ำผึ้งธรรมชาติแท้ ก่อนนำไปอบเคลือบไฟอีกครั้งเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา Caramelization ทำให้ขอบเนื้อมีความไหม้เบาๆ (Charred Edge)

    เมื่อสไลซ์เป็นชิ้นหนา เนื้อหมูจะเผยสีส้มแดงฉ่ำวาว รสสัมผิสนุ่มยืดหยุ่น ละมุนลิ้น ไม่เหนียวเลยแม้แต่น้อย

    รสชาติมีความหวานนุ่มลึกจากน้ำผึ้ง ตัดกับความเค็มกลมกล่อมของซอสหมัก มีกลิ่นหอมควันไม้อบอวลและกลิ่นเหล้ากุหลาบละมุนๆ จานนี้ทานเปล่าๆ ก็อร่อยเลิศ หรือทานคู่กับข้าวผัดก็ฟินสุดๆ ครับ

    17. Bai Yun Traditional Cantonese Roasted Duck (เป็ดย่างย่างเตาอบสไตล์กวางตุ้ง)

    เป็ดย่างตำรับกวางตุ้งแท้จาก Bai Yun ที่แตกต่างจากเป็ดปักกิ่งตรงที่เน้นการรับประทานทั้งเนื้อและหนังพร้อมกัน เชฟเลือกใช้เป็ดเนื้อแน่น หมักเครื่องเทศจีน สมุนไพร รากผักชี และซอสถั่วเหลืองหมักเข้าทางท้องเป็ด เย็บปิดสนิทแล้วนำไปย่างในเตาอบทรงสูงด้วยอุณหภูมิคงที่

    หนังเป็ดได้รับการย่างจนเป็นสีน้ำตาลแดงทองประกายตระการตา หนังกรอบนุ่มกำลังดี ขณะที่เนื้อเป็ดด้านในฉ่ำซอสหมัก รสชาติซึมลึกถึงกระดูก

    สับเสิร์ฟเป็นชิ้นโตสไตล์ฮ่องกง จัดวางเรียงอย่างสวยงามบนจานเซรามิกสีขาว ตกแต่งด้วยแครอทแคระและผักเคลสด

    เมื่อลิ้มลอง จะสัมผัสได้ถึงความกรอบเบาของหนังและความนุ่มฉ่ำของเนื้อเป็ดที่ไม่มีกลิ่นสาบแม้แต่น้อย ราดด้วยน้ำราดเป็ดสูตรเข้มข้นที่ได้จากการเคี่ยวน้ำหยดจากการย่างเป็ดผสมเครื่องเทศจีน ให้รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม หอมอโรมาสมุนไพรจีนอย่างลึกซึ้งครับ

    18. Superior Braised Fish Maw Soup (ซุปกระเพาะปลาแท้ตุ๋นเห็ดหอมและไก่เส้น)

    ซุปกระเพาะปลาแท้น้ำแดงระดับพรีเมียมที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันในหม้อดินเผารักษาความร้อน เชฟเลือกใช้กระเพาะปลาทะเลแท้เกรดกูร์เมต์ ชิ้นใหญ่หนานุ่ม ปราศจากกลิ่นหอมมันหรือกลิ่นหืน นำมาลวกและตุ๋นจนนุ่มยืดหยุ่น

    น้ำซุปสีน้ำตาลทองเข้มข้น ได้มาจากการเคี่ยวโครงไก่พรีเมียม กังป๋วย (หอยเชลล์แห้ง) และแฮมยูนนานนานหลายชั่วโมงจนได้น้ำซุปที่มีความข้นเหนียวธรรมชาติจากคอลลาเจน

    ใส่เครื่องเคียงแน่นหม้อ ทั้งกระเพาะปลาชิ้นโต เนื้อไก่ฉีกเส้นนุ่มๆ และเห็ดหอมหั่นเส้น

    สัมผัสของน้ำซุปร้อนๆ มีความลื่นคอ รสชาติกลมกล่อม อูมามิเข้มข้นลุ่มลึก โดยไม่ต้องพึ่งแป้งมันจนเหนียวหนืดเกินไป กระเพาะปลาเคี้ยวแล้วนุ่มเด้งซึมซับน้ำซุปไว้เต็มคำ เหยาะจิ๊กโฉ่ (จิ๊กโฉ่ไวน์แดง) และพริกไทยขาวป่นเล็กน้อย ช่วยชูรสชาติให้สดชื่นและหอมเตะจมูก เป็นซุปอุ่นท้องที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งครับ

    Salad Bar

    19. Organic & Hydroponic Greens Bar (บาร์ผักสลัดออร์แกนิคและผักเคลหยิกพรีเมียม)

    สเตชันผักสลัดสดเพื่อสุขภาพที่คัดสรรผักออร์แกนิคและผักไฮโดรโปนิกส์สดใหม่ ส่งตรงจากฟาร์มปิดมาตรฐานสูง จัดวางบนลานน้ำแข็งบดในภาชนะทองเหลืองสไตล์โมเดิร์น เพื่อรักษาความสด กรอบ และอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำตลอดเวลา

    ไฮไลต์คือ ผักเคลหยิก (Curly Kale) หรือซูเปอร์ฟู้ดใบสีเขียวเข้ม ลอนสวยงาม ไร้ความเหม็นเขียว และผักเบบี้คอส (Baby Cos) ใบเขียวสดตึง กรอบปึ้ก

    นอกจากนี้ยังมีผักร็อกเก็ต ปารีสบัตเตอร์เฮด และเรดโอ๊ค ให้เลือกตักตามใจชอบ

    สัมผัสของผักทุกใบมีความกรอบฉ่ำน้ำ สดใหม่เหมือนเพิ่งเก็บจากแปลง รสชาติหวานธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีตกค้าง

    การนำเสนอผักที่ดูสะอาด สะพรั่ง ชวนน่ารับประทาน เป็นจุดเริ่มต้นมื้ออาหารที่ดีเยี่ยมสำหรับสายเฮลตี้ที่ต้องการไฟเบอร์คุณภาพสูงก่อนเข้าสู่เมนูจานหลักครับ

    20. Gourmet Salad Dressing, Organic Eggs & Parmigiano Reggiano Wheel (บาร์เครื่องปรุงสลัด ไข่ออร์แกนิค และชีสพาร์เมซานก้อนยักษ์)

    โซนผสมสลัดและเครื่องประกอบแบบครบวงจรที่จะเปลี่ยนการทานสลัดธรรมดาให้กลายเป็นจานกูร์เมต์ระดับเชฟ ไฮไลต์เด่นคือ ไข่ออร์แกนิคต้ม (Organic Eggs) วางบนเตียงธัญพืช ต้มความสุกกำลังดี ไข่แดงมันวาว สีส้มสด ทรงคุณค่าทางสารอาหาร

    เคาน์เตอร์นำเสนอน้ำสลัดโฮมเมดหลากหลายสไตล์ เช่น ซีซาร์ดร็สซิ่งเข้มข้น, บัลซามิกวิเนการ์หมักโบราณ, น้ำมันมะกอก Extra Virgin Olive Oil หลากหลายสายพันธุ์ (Frantoio, Picual) และน้ำสลัดใสสไตล์ญี่ปุ่น

    ประดับด้วยเครื่องโรยหน้ามากมาย อาทิ เบคอนกรอบ, ขนมปังกรอบครูตองซ์, เมล็ดธัญพืช และเบอร์รีอบแห้ง

    ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ ชีส Parmigiano Reggiano Wheel ก้อนยักษ์ ให้ขูดชีสสดๆ ลงบนสลัด มอบรสชาติความเค็ม มัน อูมามิ หอมกลิ่นนมหมักอย่างเข้มข้น ช่วยเพิ่มมิติให้สลัดจานโปรดของคุณอร่อยตระการตาและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครครับ

    Cheese Honey and Cold cut

    21. Artisanal Cheese Board: Premium Local & Imported Cheese Selection (คอลเลกชันชีสอาร์ติซานและชีสท้องถิ่นระดับกูร์เมต์)

    โซนชีสบอร์ดถูกจัดวางอย่างตระการตาบนแผ่นไม้ธรรมชาติแผ่นยาว มอบอารมณ์การทานอาหารแบบ Rustic Elegant ที่ทรงเสน่ห์ ความพิเศษสูงสุดคือการคัดสรรชีสแบบ Boutique Local สลับกับชีสคลาสสิกระดับโลก โดยมีไฮไลต์จากแบรนด์อาร์ติซานไทยชื่อดังอย่าง Little Goat Farm นำเสนอชีสนมแพะสดและ White Jasmine Cheese ชีสนมแพะหุ้มเปลือกขาวละมุน ผสานกับชีสนำเข้าชั้นเลิศอย่าง Camembert Cheese เนื้อเนียนนุ่มเยิ้ม, Gruyère Cheese ชีสเนื้อแข็งหอมกลิ่นถั่ว และ Feta Cheese รสเค็มมันกลมกล่อม กรรมวิธีการทำชีสท้องถิ่นใช้นมสดคุณภาพสูงจากฟาร์มปิด ควบคุมอุณหภูมิและการบ่มอย่างพิถีพิถัน ทำให้ชีสทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นหอมของชีสมีมิติหลากหลาย ตั้งแต่กลิ่นหอมมันเนยสด กลิ่นหญ้าอ่อนๆ ไปจนถึงกลิ่นนัทตี้ (Nutty) และกลิ่นหมักตามธรรมชาติที่เข้มข้น สัมผัสในปากมีตั้งแต่ความนุ่มเนียนละลายบนลิ้น (Creamy & Melty) ของชีสเนื้อนุ่ม ไปจนถึงความแน่นหนึบสู้ฟันของชีสเนื้อแข็ง การนำเสนอจัดวางชีสอย่างพิถีพิถัน แกล้มด้วยผลไม้สดและผลไม้อบแห้งอย่างลูกฟิก (Fig) อบแห้ง อินทผลัม เม็ดองุ่นแดงสด และบลูเบอร์รี เพื่อช่วยตัดรสเค็มมันและส่งเสริมรสสัมผัสอูมามิของชีสให้โดดเด่น ถือเป็นชีสบอร์ดที่ผสมผสานภูมิปัญญาอาร์ติซานไทยและสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจครับ

    22. Single-Origin Artisanal Honey & Live Honeycomb: RAKPAA Boutique Honey Co. (คอลเลกชันน้ำผึ้งแท้ออร์แกนิค RAKPAA และรวงผึ้งสดจากฟาร์มออร์แกนิคไทย)

    ยกระดับมื้ออาหารด้วยสเตชันน้ำผึ้งอาร์ติซานระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยการร่วมมือกับ RAKPAA Honey Co. แบรนด์น้ำผึ้งไทยเกรดบูทีคที่คัดสรรน้ำผึ้งแบบ Single-Origin จากแหล่งธรรมชาติบริสุทธิ์ ไฮไลต์สะดุดตาที่สุดคือ แท่นเหล็กสแตนเลสทรงรังผึ้งหกเหลี่ยมที่บรรจุ รวงผึ้งสด (Fresh Honeycomb) แท้ๆ ให้คุณได้เห็นน้ำผึ้งสีทองหยดติ๋งๆ ลงสู่โถทองเหลืองอย่างสดใหม่ มอบประสบการณ์การลิ้มลองน้ำผึ้งดิบธรรมชาติ (Raw Honey) ที่อุดมด้วยเอ็นไซม์และกลิ่นหอมตามธรรมชาติอย่างแท้จริง พร้อมโถแก้วฝาเงินหรูหราที่เสิร์ฟน้ำผึ้งเฉพาะสายพันธุ์ถึง 4 โปรไฟล์รสชาติ ได้แก่ Hillside Plantation (กลิ่นหอมโปร่งเบา ผสานอโรมาดอกไม้ป่าบนภูเขา), Coconut Plantation (รสหวานนวล ละมุนฉ่ำคล้ายยอดมะพร้าว), Springwater Plantation (รสหวานละมุนละไม ละเอียดอ่อน สดชื่นประดุจน้ำพุธรรมชาติ) และ Rakpaa Signature (รสหวานเข้มข้น มิติซับซ้อนสไตล์ Exotic) สัมผัสของน้ำผึ้งมีความข้นเหนียวละมุนลิ้น กลิ่นหอมเกสรดอกไม้อบอวลเตะจมูกทันทีที่สัมผัสลิ้น เมื่อเคี้ยวรวงผึ้งสดจะได้รับสัมผัสความหนึบของไขผึ้งธรรมชาติ (Beeswax) ที่ปล่อยน้ำผึ้งฉ่ำทะลักในปาก การจัดวางเน้นความประณีต เสิร์ฟพร้อมไม้ตักน้ำผึ้ง (Honey Dipper) สไตล์คลาสสิก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำไปดริปเปิล (Drizzle) ราดบนชีสนมแพะ คールドคัท หรือขนมปังอบร้อนๆ เพื่อเติมเต็มรสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบครับ

    23. Artisanal Charcuterie & Cured Meats Slate Board (คอลเลกชันชาร์คูเตอรีและโคลคัทพรีเมียม ยกระดับศิลปะการถนอมอาหาร)

    สเตชันโคลคัทและชาร์คูเตอรีที่นำเสนอเสน่ห์ของศิลปะการบ่มหมักเนื้อสัตว์สไตล์ตะวันตก ผสานการคัดสรรเนื้อบ่มเกรดบูทีคทั้งจากต่างประเทศและวัตถุดิบโลคอลชั้นเลิศ โดดเด่นด้วยการจัดวางแท่นไม้แขวนไส้กรอกซาลามีตากแห้งทั้งลูก (Hanging Cured Sausages) เพื่อโชว์กรรมวิธีการบ่มแห้งตามธรรมชาติต่อสายตาผู้เข้าชม บนแผ่นหินชนวนสีดำ (Black Slate Board) จัดเรียงโคลคัทหลากสไตล์อย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็น Chorizo หมักพริกปาปริก้าสีส้มสดใสรสเผ็ดร้อนเบาๆ, Truffle Salami (Saucisson Sec Truffle) ซาลามีบ่มแห้งแทรกหอมกลิ่นทรัฟเฟิลดำเข้มข้น, Prosciutto / Coppa แฮมบ่มตากแห้งเนื้อสีชมพูเข้มแทรกมันวาวดั่งลายหินอ่อน และเนื้อเป็ดหรือเนื้อวัวรมควันชั้นดี กรรมวิธีการผลิตใช้การหมักเกลือทะเล เกลือสมุนไพร และตากบ่มในห้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นนานหลายเดือน ทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มยืดหยุ่น เนื้อไม่กระด้าง มันหมูละลายในปาก มอบรสชาติอูมามิ รสเค็มกลมกล่อม ผสานกลิ่นควันไม้และกลิ่นหมักบ่มอันทรงเอกลักษณ์ การนำเสนอเติมสีสันและความสดชื่นด้วยการเคียง กีวีสดหั่นชิ้น, ลูกแอปริคอตอบแห้ง, แครนเบอร์รี, และพริกหมักหรือผักดองในโถเงิน ช่วยตัดความมันเข้มข้นของเนื้อสัตว์ได้อย่างยอดเยี่ยมและสวยงามเตะตาครับ

    Pasta and Noodle

    24. Freshly Made Italian Pasta Station: Penne Cream Sauce & Spicy Tomato Bacon (สเตชันพาสต้าเส้นสดปรุงร้อนสไตล์อิตาเลียนแท้)

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในศาสตร์แห่งแป้งอิตาเลียน สเตชันพาสต้าปรุงสดร้อนๆ แบบ Live Cooking ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรมองข้าม เชฟจะรังสรรค์เส้นพาสต้าลวกสดแบบ ‘Al Dente’ ที่มีความหนึบสู้ฟันกำลังดี เสิร์ฟในสองโปรไฟล์รสชาติอันทรงเสน่ห์

    เมนูแรกคือ Penne Cream Sauce with Mushrooms เพนเน่ในซอสครีมเห็ดเข้มข้น หอมกลิ่นเนยสด นม และน้ำมันทรัฟเฟิลเตะจมูก ผสานเห็ดพอร์โทเบลโลและเห็ดแชมปิญองผัดเนยที่ให้สัมผัสหนึบหนับ

    เมนูที่สองคือ Spaghetti Tomato Sauce with Crispy Bacon สปาเกตตีซอสมะเขือเทศเข้มข้นรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม โรยด้วยเบคอนทอดกรอบชิ้นใหญ่และพาร์เมซานชีสขูดสด

    กรรมวิธีการปรุงเน้นการเคี่ยวซอสแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียนดั้งเดิม ผัดในกระทะด้วยความร้อนสูงเพื่อให้ซอสเคลือบเข้าเนื้อเส้นอย่างสมบูรณ์แบบ

    การจัดจานเสิร์ฟในชามเซรามิกสไตล์คราฟต์ โรยหน้าด้วยใบโหระพาอิตาเลียนสดและพริกไทยดำบดใหม่ เสริมอโรมาความสดชื่น สัมผัสแรกในปากคือความเนียนนุ่มของซอสตัดกับความหนึบของเส้น มอบมิติรสชาติอันสุนทรีย์ที่สายคาร์บและคนรักอาหารอิตาเลียนต้องประทับใจครับ

    25. Heritage Thai Boat Noodle Station: Royal Culinary Recipe (ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรโบราณเข้มข้นทรงเครื่อง)

    สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่ถูกยกระดับสู่มาตรฐานโรงแรมห้าดาว ด้วยสเตชันก๋วยเตี๋ยวเรือที่จัดวางในเรือไม้จำลองสไตล์ไทยดั้งเดิม

    น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือผ่านการเคี่ยวข้ามคืนนานกว่า 8 ชั่วโมงด้วยเลือดยกสด สมุนไพรไทย อบเชย โป๊ยกั๊ก และเครื่องเทศยาจีนกว่า 10 ชนิด จนได้น้ำซุปสีเข้มข้น มีความหอมกลิ่นเครื่องเทศอบอวลเตะจมูก

    รสชาติมีความกลมกล่อม เผ็ด ร้อน หวาน เค็ม เปรี้ยว อย่างลงตัว โดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม โดดเด่นด้วยเนื้อวัวพรีเมียมและเนื้อหมูคุโรบุตะสไลซ์บาง นุ่มละลายในปาก

    มีเส้นให้เลือกหลากหลายทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ ลวกด้วยความแม่นยำเพื่อความเหนียวนุ่มกำลังดี เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงสดใหม่ในเรือไม้ เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วงอกดิบ ใบโหระพา ผักบุ้งไทย และกากหมูเจียวกรอบหอมหัวหอม

    การจัดเสิร์ฟชามต่อชามอย่างตั้งใจ มอบสัมผัสกรุบกรอบของกากหมูตัดกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อสัตว์และน้ำซุปเข้มข้น ถือเป็นเมนูที่สะท้อนถึงศิลปะการปรุงอาหารไทยดั้งเดิมที่มีความซับซ้อนของมิติรสชาติและกลิ่นอายความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

    Soup and Canapé

    26. Velvety Black Truffle & Wild Mushroom Soup (ซุปเห็ดทรัฟเฟิลดำและเห็ดป่าครีมข้นสไตล์ฝรั่งเศส)

    ยกระดับความอภิรมย์ในมื้ออาหารด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิลสีเทาเงินเนื้อกำมะหยี่ที่เปี่ยมด้วยความหรูหราและประณีต

    คัดสรรเห็ดทรัฟเฟิลดำชั้นเลิศจากยุโรป นำมาเคี่ยวรวมกับเห็ดป่าหลากชนิด เช่น เห็ดพอร์ชินี และเห็ดแชมปิญองสด ผสมผสานกับวิปปิ้งครีมแท้และเนยฝรั่งเศสคุณภาพสูง กรรมวิธีการทำเน้นการปั่นจนเนื้อซุปมีความเนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน มอบกลิ่นหอมอบอวลอันเป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลแท้ที่ลอยเตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ทันลิ้มลอง

    รสชาติกลมกล่อม มีความนุ่มมัน เค็มเบาๆ และอัดแน่นด้วยความอูมามิจากธรรมชาติของเห็ดป่าบ่มเคี่ยว สัมผัสในปากนุ่มละมุนลิ้น ดื่มด่ำความครีมมี่ที่เคลือบปลายลิ้นอย่างสุนทรีย์ โดยไม่รู้สึกเลี่ยนจนเกินไป การนำเสนอเสิร์ฟในชามเซรามิกเรียบหรู ตกแต่งด้วยน้ำมันทรัฟเฟิลสกัดเย็นหยดงาม และขนมปังฝรั่งเศสกรอบ (Garlic Crostini) แผ่นบางทองคำ

    เมื่อทานขนมปังกรอบคู่กับซุปข้น จะได้รสสัมผัสที่ทั้งกรอบและนุ่มฉ่ำในคำเดียว ถือเป็นคอร์สเริ่มต้นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ

    27. Gourmet Canapé & Cold Appetizer Collection (คานาเป้และของว่างคールドแอพพิไทเซอร์เกรดพรีเมียม)

    ตระการตากับโซนของว่างคำเล็กสไตล์กูร์เมต์ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นต่อมรับรสอย่างละเมียดละไม

    รวบรวมคานาเป้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Smoked Salmon & Caviar Tartlet ทาร์ตกรอบหน้าแซลมอนรมควันและไข่ปลาคาเวียร์, Parma Ham & Melon Skewers พาร์มาแฮมบ่มคู่กับเมลอนหวานฉ่ำ

    รวมถึงคานาเป้หน้าครีมชีสและสมุนไพรสด บนฐานขนมปังอบกรอบและกรวยแป้งพาสทรีที่ทอดจนสีเหลืองทอง

    วัตถุดิบทุกชิ้นผ่านการคัดสรรเกรดพรีเมียม ทั้งวัตถุดิบนำเข้าและผลไม้สดในท้องถิ่น มอบรสชาติที่ผสมผสานความเค็ม หวาน เปรี้ยว และความมันได้อย่างสมดุล กลิ่นหอมเนยสดจากตัวทาร์ตผสมผสานกับกลิ่นรมควันของเนื้อสัตว์และกลิ่นอโรมาของสมุนไพรสด สร้างความสดชื่นในทุกๆ คำ

    สัมผัสมีมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่ความกรอบกร๊อบของแป้งทาร์ต ไปจนถึงความนุ่ม เนียน ยืดหยุ่นของเนื้อสัตว์และชีส นำเสนออย่างประณีตบนภาชนะจานกระเบื้องสีขาว ตะกร้าหวายสานมือ และถาดหินชนวน ให้บรรยากาศแบบไฮทีการ์เดนปาร์ตี้ที่เตะตาน่าถ่ายรูปมากครับ

    28. Artisanal Bread & European Sourdough Selection (คอลเลกชันขนมปังอบสดและซาวร์โดสไตล์ยุโรปดั้งเดิม)

    สเตชันขนมปังสำหรับคนรักงานเบเกอรีคราฟต์ ที่รวบรวมขนมปังคุณภาพสูงหลากหลายรูปทรงและรสมือ โดดเด่นด้วย Sourdough Bread ที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติในการหมักบ่มข้ามคืน ทำให้ได้ขนมปังที่มีรูอากาศสวยงามและรสเปรี้ยวอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์

    เสริมด้วย French Baguette บาแก็ตต์เปลือกกรอบเนื้อนุ่ม, Soft Dinner Rolls ขนมปังก้อนนุ่มหอมเนยสด และขนมปังเกลียวถักสไตล์ถักเปียโรยเมล็ดธัญพืช

    กรรมวิธีการอบใช้เตาอบคราฟต์ที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างแม่นยำ ทำให้เปลือกนอกกรอบกังวาน แต่เนื้อในยังคงความชุ่มชื้นนุ่มเหนียว (Chewy Texture) กลิ่นหอมของแป้งสาลีหมักและหม้ออบร้อนๆ อบอวลชวนรับประทานอย่างยิ่ง จัดวางในกระบะไม้ธรรมชาติและเขียงไม้คราฟต์ พร้อมมีดตัดขนมปังและเนยสดแท้จากฝรั่งเศสทั้งแบบเค็มและแบบจืด การได้ปาดเนยสดลงบนขนมปังซาวร์โดที่เพิ่งตัดใหม่ๆ มอบรสสัมผัสที่ทั้งกรอบ นุ่ม หอม มัน และมีความเป็นอาร์ติซานระดับสูงครับ

    Thai and Western

    29. Southern Crab Meat Curry with Young Betel Leaves by Saffron (แกงใต้ปูใบชะพลูรสเข้มข้น สูตร Signature จากห้องอาหารแซฟรอน)

    สัมผัสความเด็ดดวงของอาหารไทยภาคใต้ระดับตำนานจากห้องอาหารไทยชั้นนำอย่าง Saffron ชูวัตถุดิบไฮไลต์อย่าง เนื้อปูก้อนจัมโบ้ (Jumbo Lump Crab Meat) สดหวานก้อนใหญ่เต็มคำ ส่งตรงจากทะเลใต้ ผสานกับใบชะพลูอ่อนหั่นฝอยรสเผ็ดซ่าเบาๆ

    แกงด้วยพริกแกงใต้สูตรเฉพาะที่ตำเองสดๆ เข้มข้นด้วยตะไคร้ ขมิ้นสด และกะปิอย่างดี เคี่ยวกับกะทิสดคั้นกะทิหน้าจนแตกมันสีส้มทองสวยงาม รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านถึงใจตามตำรับใต้แท้ๆ แต่คงความกลมกล่อม นุ่มนวลด้วยความหวานมันธรรมชาติของกะทิสดและความหวานฉ่ำของเนื้อปู กลิ่นหอมพริกแกงใต้อบอวล ผสมผสานกลิ่นสมุนไพรใบชะพลูที่ช่วยชูรสให้แกงหม้อนี้มีเอกลักษณ์สูงมาก

    นำเสนอในหม้อเหล็กหล่อสีเข้มคงความร้อน เสิร์ฟพร้อมพริกแกงและน้ำมันพริกเผาเพิ่มความเข้มข้นสำหรับคนชอบรสจัด ทานคู่กับขนมจีนเส้นสด ข้าวสวยร้อนๆ หรือโรตีแป้งนุ่ม จะได้รับสัมผัสความฟินที่อัดแน่นด้วยคุณภาพเนื้อปูก้อนแบบไม่มีกั๊กครับ

    30. Imperial Crab Meat Fried Rice (ข้าวผัดปูจักรพรรดิหอมกลิ่นกระทะโบราณ)

    เมนูเรียบง่ายแต่สะท้อนถึงฝีมือการคุมไฟขั้นสูงของเชฟ กับข้าวผัดปูสีทองเม็ดสวยงามราวกับอัญมณี เลือกใช้ข้าวหอมมะลิไทยแท้เกรดพรีเมียม นำมาหุงให้เม็ดสวย ไม่แฉะ แล้วนำไปผัดในกระทะเหล็กด้วยความร้อนสูง (Wok Hei) ผสานไข่เป็ดและไข่ไก่สดที่ผัดจนเคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ด พร้อมโรยเนื้อปูก้อนแกะสดๆ และต้นหอมซอยละเอียด

    รสชาติกลมกล่อม หอมมันไข่ มีรสเค็มเบาๆ กลมกล่อมกำลังดี โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมไหม้กระทะอ่อนๆ อันเป็นเสน่ห์ของการผัดไฟแรง สัมผัสเม็ดข้าวนุ่มร่วนเป็นตัว ไม่ร่วนแห้งกระด้าง และเข้ากันได้ดีกับความหวานแน่นของเนื้อปูสด เสิร์ฟในหม้อเหล็กกว้างทรงสี่เหลี่ยม ตกแต่งด้วยการโรยต้นหอมซอยและพริกไทยขาวบด เมื่อรับประทานคู่กับพริกน้ำปลา มะนาวสด และแตงกวาแช่เย็น จะช่วยชูรสชาติความหอมอร่อยของข้าวผัดปูหม้อนี้ให้อร่อยยิ่งขึ้นครับ

    31. Traditional Phuket Moo Hong: Five-Spice Braised Pork Belly (หมูฮ้องภูเก็ตสูตรเพอรานากันโบราณ)

    ลิ้มรสชาติความอร่อยระดับตำนานเพอรานากันแห่งเมืองภูเก็ต กับเมนูหมูฮ้องบ่มเครื่องเทศรสเข้มข้น คัดสรรเนื้อหมูสามชั้นเกรดเอที่มีชั้นเนื้อและชั้นมันสลับกันอย่างสวยงาม นำมาตัดชิ้นหนาเต็มคำ ตุ๋นบ่มด้วยกรรมวิธีโบราณร่วมกับกระเทียมไทย พริกไทยดำบด หอมแดง โป๊ยกั๊ก อบเชย ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลมะพร้าวแท้ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานหลายชั่วโมงจนซึมเข้าเนื้อ และทำให้น้ำซอสงวดลงจนกลายเป็นซอสเกรวี่สีน้ำตาลเข้มมันวาว รสชาติหวานนำ เค็มตาม กลมกล่อม หอมกลิ่นพริกไทยดำและเครื่องเทศห้าชนิดที่อบอวลเตะจมูก

    สัมผัสเนื้อหมูนุ่มละลายในปาก ชั้นไขมันมีความนุ่มนวลเยิ้มฉ่ำโดยไม่รู้สึกเลี่ยน ตัดกับความเผ็ดซ่าเบาๆ ของพริกไทยดำ จัดเสิร์ฟในถาดอบสีดำ ตกแต่งด้วยกลีบหอมแดง พริกแห้งทอด และกระเทียมกลีบ เพิ่มความสวยงามและมิติของรสชาติอย่างน่าประทับใจครับ

    32. Hong Kong-Style Steamed Snow Fish with Superior Soy & Ginger (ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกงจักรพรรดิ)

    เมนูสุดหรูสไตล์กวางตุ้งที่เน้นความสดชื่นและรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบชั้นเลิศ คัดสรรเนื้อปลาหิมะ (Snow Fish) เกรดพรีเมียม เนื้อขาวบริสุทธิ์ ชิ้นหนานุ่ม นำมานึ่งด้วยไฟแรงในเวลาที่แม่นยำ ราดด้วยซอสซีอิ๊วปรุงรสสูตรพิเศษ (Superior Soy Sauce) ที่ผสมผสานเหล้าจีน น้ำต้มกระดูก และน้ำมันงา หอมละมุน เพิ่มมิติด้วยขิงแก่ซอยเส้นบาง ต้นหอมซอย และพริกชี้ฟ้าแดง ก่อนสะดุ้งด้วยน้ำมันร้อนเพื่อดึงกลิ่นหอมของสมุนไพรให้อบอวล รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานละมุนลิ้น ซึมแทรกเข้าไปในเนื้อปลาอย่างเข้ากัน

    สัมผัสเนื้อปลาหิมะมีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ลื่นลิ้น และเปี่ยมด้วยไขมันดีตามธรรมชาติที่ละลายในปากทันทีที่สัมผัส จัดเสิร์ฟในภาชนะร้อน โรยหน้าด้วยผักชีสดและสมุนไพรซอยบาง มอบประสบการณ์การทานอาหารสไตล์จีนกวางตุ้งระดับเหลาอย่างแท้จริงครับ

    33. Pan-Seared Poultry with Wild Mushroom Cream Sauce & Tomatoes (สเต็กเนื้อนุ่มซอสครีมเห็ดป่าและมะเขือเทศเชอร์รี)

    จานร้อนสไตล์ยุโรปคลาสสิกที่ผสานความนุ่มของเนื้อสัตว์และความครีมมี่เข้มข้นของซอสไว้ได้อย่างลงตัว นำชิ้นเนื้อสัตว์ส่วนอกหรือสะโพกนุ่มๆ มาจาพาน (Pan-seared) จนผิวภายนอกเป็นสีสุกทอง หอมกลิ่นกระทะ ราดด้วยซอสครีมเห็ดป่ารสเข้มข้น (Creamy Mushroom Sauce) ที่เคี่ยวจากเห็ดหลายสายพันธุ์ นมสด และเนยคุณภาพ ตัดรสชาติด้วยมะเขือเทศเชอร์รีอบสุกฉ่ำน้ำ รสเปรี้ยวหวานสดชื่น และโรยด้วยเนยสดก้อนเล็กเพื่อเพิ่มความเงางาม

    กลิ่นหอมของเห็ดผัดเนยและครีมสดผสมผสานกับกลิ่นอโรมาของไทม์สด สร้างเสน่ห์ชวนรับประทาน สัมผัสเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้าง ผสานกับซอสครีมเนียนนุ่มและรสกัดแตกฉ่ำของมะเขือเทศเชอร์รีในปาก จัดวางในกระทะร้อนทรงสี่เหลี่ยม ตกแต่งด้วยสมุนไพรสด มอบความอร่อยและรสสัมผัสสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดชั้นเลิศครับ

    34. French-Style Braised Duck Leg with Orange Citrus Sauce (น่องเป็ดอบซอสส้มสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิก)

    สัมผัสความพิถีพิถันของอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานกับเมนูน่องเป็ดติดสะโพกอบซอสส้ม คัดสรรน่องเป็ดชิ้นใหญ่คุณภาพดี นำไปหมักเกลือและสมุนไพรฝรั่งเศส ก่อนนำไปค็องฟี (Confit) และอบช้าๆ ในซอสเกรวี่เข้มข้น ซอสส้มทำจากน้ำส้มสด เคี่ยวลดงวด (Reduction) ร่วมกับไวน์ขาว และเหล้าส้ม Grand Marnier จนได้รสชาติกลมกล่อม รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม มีรสเค็มละมุนของเนื้อเป็ดและกลิ่นหอมซิตรัสจากส้มสดที่ช่วยตัดความมันได้อย่างยอดเยี่ยม

    กลิ่นหอมของเนื้อเป็ดอบผสมผสานกลิ่นส้มอบอวลเตะจมูกทันทีที่ตัก สัมผัสเนื้อเป็ดนุ่มร่อนออกจากกระดูกได้ง่ายดาย หนังมีความนุ่มฉ่ำซอส และรสสัมผัสซอสส้มที่เนียนลื่น เสิร์ฟในกระทะสี่เหลี่ยม ตกแต่งด้วยเนื้อส้มสด พริกหยวกหวาน และบรอกโคลี มอบมิติสีสันและการจัดวางที่สวยงามน่ารับประทานครับ

    35. Classic Braised Beef Stew with Root Vegetables & Red Wine Reduction (สตูว์เนื้อวัวบ่มไวน์แดงและผักหัวสไตล์ฝรั่งเศส)

    เมนูจานร้อนสไตล์บิสโทรฝรั่งเศสอันอบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิติรสชาติล้ำลึก เลือกใช้เนื้อวัวส่วนน่องและเนื้อน่องลายชั้นดี ตัดชิ้นใหญ่กำลังดี นำไปเซียร์จนผิวสุกทอง นำมาเคี่ยวช้าๆ (Slow-braised) นานกว่า 6 ชั่วโมง ในไวน์แดงฝรั่งเศส น้ำสต๊อกเนื้อเข้มข้น และสมุนไพรการ์นี (Bouquet Garni) ผสมผสานผักหัวอย่างเบบี้แครอท มะเขือเทศเชอร์รี และพริกหวาน ที่เคี่ยวจนหวานนุ่มซึมซับน้ำสตูว์เข้าเนื้อ

    รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีความหอมเปรี้ยวหวานเบาๆ จากไวน์แดงและรสหวานธรรมชาติของผักหัว สัมผัสเนื้อวัวนุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยว ลายเอ็นมีความนุ่มหนึบเป็นเจลาตินละลายในปากนำเสนอในถาดเหล็กหล่อรักษาความร้อน โรยหน้าด้วยพาร์สลีย์สับสด มอบความหอม อบอุ่น และอิ่มเอมใจในทุกๆ คำครับ

    Dessert

    36. Artisanal Coconut Ice Cream in Roasted Coconut Shell & Condiments (ไอศกรีมกะทิสดทรงเครื่องในลูกมะพร้าวน้ำหอมเผา)

    เติมเต็มความสดชื่นสไตล์ไทยคลาสสิกด้วย ไอศกรีมกะทิสดธรรมชาติ ที่เคี่ยวปั่นจากกะทิสดคั้นแท้ รสชาติหวานมันนุ่มนวล ไม่เลี่ยน เสน่ห์อันโดดเด่นคือการตักเสิร์ฟใน กะลามะพร้าวน้ำหอมเผาขนาดมินิ แช่บนถาดน้ำแข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิความเย็น มอบกลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ ของกะลาเผาที่ช่วยดึงอโรมาความหอมของกะทิให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

    มาพร้อมไลน์เครื่องเคียงทรงเครื่องหลากสไตล์ให้เลือกตักตามใจชอบ ทั้งถั่วลิสงคั่วหอมกรอบ, ลูกชิดเนื้อนุ่มหนึบ, วุ้นมะพร้าวเคี้ยวเพลิน, ลูกเกดดำรสเปรี้ยวหวาน, ช็อกโกแลตชิป, มาร์ชแมลโลว์เนื้อนุ่ม และครัมเบิลกรุบกรอบ สัมผัสแรกเมื่อตักเข้าปากคือความเย็นฉ่ำ ละมุนลิ้นของเนื้อไอศกรีมกะทิ ตัดกับความกรอบมันของถั่วคั่วและความหนึบของเครื่องเคียง

    การจัดวางบนไลน์สเตชันใช้ถังไม้ดั้งเดิมรองน้ำแข็งบดรอบกะลามะพร้าว พร้อมถ้วยบรอนซ์และถ้วยแก้วใส่เครื่องเคียงอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนภาพลักษณ์ความพิถีพิถันและความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจครับ

    37. Classic Italian Affogato al Caffè (อัฟโฟกาโต เอสเปรสโซช็อตราดไอศกรีมพรีเมียม)

    เมนูของว่างสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิมที่ผสานโลกของกาแฟและของหวานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้คำว่า Affogato ที่แปลว่า “การจมน้ำ” รังสรรค์โดยการตักไอศกรีมกะทิสดเนื้อเนียนหรือไอศกรีมวนิลาพรีเมียมช็อตใหญ่ ลงในแก้วทรงสูงใส แล้วราดทับด้วย เอสเปรสโซช็อตเข้มข้น (Freshly Extracted Espresso) จากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าคั่วบดใหม่

    อุณหภูมิที่แตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างกาแฟร้อนและไอศกรีมเย็นจัด ทำให้เนื้อไอศกรีมค่อยๆ ละลายละมุนกลายเป็นฟองครีมกาแฟเข้มข้น กลิ่นหอมอันทรงพลังของกาแฟคั่วบดโทนถั่วและช็อกโกแลต เข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมหวานละมุนของไอศกรีมกะทิสดหรือวนิลา

    รสชาติมีมิติซับซ้อน เริ่มจากความขมเข้ม ข้น มัน ของกาแฟชั้นดี ตามด้วยความหวานนุ่มละมุนที่ปลายลิ้น เนื้อสัมผัสเป็นความครีมมี่เนียนลื่นที่ผสมผสานระหว่างของเหลวและเนื้อไอศกรีม เสิร์ฟในแก้วก้านทรงสูงดูหรูหรา เหมาะสำหรับการปิดมื้ออาหารอย่างมีชั้นเชิงครับ

    38. Grand Swiss Chocolate Fountain Fondue & Fresh Tropical Fruit Skewers (น้ำพุช็อกโกแลตฟองดูว์และผลไม้สดพรีเมียม)

    ไฮไลต์อันตระการตาประจำโซนของหวานกับ น้ำพุช็อกโกแลตชั้นเลิศ ที่หลอมละลายช็อกโกแลต กูแวร์ตูร์ (Couverture Chocolate) นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เข้มข้นระดับ 55-65% ไหลหลั่งลงมาเป็นชั้นๆ ราวกับน้ำตกเงางาม ส่งกลิ่นหอมหวานของโกโก้แท้อบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นความปรารถนาของคนรักของหวานได้อย่างดีเยี่ยม

    จัดเสิร์ฟคู่กับผลไม้สดตามฤดูกาลคัดเกรดพรีเมียม เช่น เสาวรสสดรสเปรี้ยวจี๊ด, สับปะรดฉ่ำน้ำ, แตงโมเนื้อหวาน, ส้มโอพันธุ์ดี, มะละกอ chín และแก้วมังกร พร้อมด้วยมาร์ชแมลโลว์เนื้อนุ่มฟูและบราวนี่ช็อกโกแลตชิ้นพอดีคำ เสียบไม้เพื่อให้จุ่มลงในสายน้ำพุช็อกโกแลตได้อย่างสะดวก

    สัมผัสเมื่อช็อกโกแลตสัมผัสความเย็นของผลไม้จะเซ็ตตัวเป็นแผ่นฟิล์มกรอบบางๆ ให้ความกรอบเป๊าะในคำแรก ก่อนจะพบกับความฉ่ำน้ำเปรี้ยวหวานของเนื้อผลไม้ด้านใน การจัดวางบนถาดทองเหลืองรูปใบไม้บนลานน้ำแข็งส่องไฟ LED สีฟ้า ช่วยชูความสดใหม่ของผลไม้ให้ดูโดดเด่น น่ารับประทานเป็นที่สุดครับ

    39. Craft Artisanal Chocolate Slabs & Bark Collection (คอลเลกชันช็อกโกแลตคราฟต์บาร์ผสมถั่วและผลไม้อบแห้ง)

    งานศิลปะแห่งช็อกโกแลตคราฟต์ทำมือ (Handcrafted Chocolate Barks) ที่เอาใจสาวกโกโก้เข้มข้นโดยเฉพาะ ใช้ช็อกโกแลตแท้คุณภาพเยี่ยมทั้ง Dark Chocolate และ Milk Chocolate นำมาเทหล่อบนแผ่นหินอ่อน ก่อนจะโรยหน้าด้วยท็อปปิ้งพรีเมียมอย่างแน่นหนา ประกอบด้วย อัลมอนด์อบกรอบ, เฮเซลนัท, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, ลูกเกดทอง และผิวส้มเชื่อม ก่อนนำมาหักเป็นชิ้นรูปทรงฟรีฟอร์มสวยงามดิบเท่ กลิ่นหอมขมเข้มของโกโก้แท้ ผสานกลิ่นหอมมันของถั่วคั่วใหม่และกลิ่นซิตรัสอ่อนๆ จากผิวส้มเชื่อม

    สัมผัสมีความหักเป๊าะ (Snap) ของตัวช็อกโกแลตแท้ ตัดกับความกรอบกังวานของถั่วและความเคี้ยวหนึบของผลไม้อบแห้งในคำเดียวกันการนำเสนอจัดวางบนเขียงไม้ธรรมชาติ รองด้วยกระดาษพิมพ์ลายหนังสือพิมพ์วินเทจ เสริมบรรยากาศร้านขนมสไตล์ยุโรปดั้งเดิมได้อย่างมีเอกลักษณ์ครับ

    40. Portuguese Egg Tarts: Pastel de Nata (ทาร์ตไข่สไตล์โปรตุเกสสูตรดั้งเดิมหน้าไหม้)

    ของหวานคลาสสิกระดับโลกสูตรต้นตำรับพาสเทล เดอ นานา (Pastel de Nata) ที่อบสดใหม่ร้อนๆ จากเตาทุกวัน ฐานทาร์ตทำจากแป้งพัฟฟ์เลเยอร์ชั้นบางกรอบ (Laminated Dough) รีดพับทบด้วยเนยสดฝรั่งเศสหลายสิบชั้น หยอดด้วยคัสตาร์ดครีมไข่สูตรเข้มข้น ผสมผสานครีมสด นมสด และไข่แดงคุณภาพดี ปรุงกลิ่นหอมด้วยวนิลาและอบเชยบางๆ

    นำเข้าอบด้วยอุณหภูมิสูงจนหน้าคัสตาร์ดเกิดรอยไหม้สีน้ำตาลทอง (Caramelized Spots) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นหอมเนยอบสดใหม่ผสมผสานกลิ่นคาราเมลไหม้และครีมไข่อบอวลชวนน้ำลายสอ สัมผัสแรกคือความกรอบกังวานแตกกระจายของแป้งพัฟฟ์ภายนอก ก่อนจะพบกับความนุ่ม เนียน ละลายในปากของเนื้อคัสตาร์ดฉ่ำๆ เสิร์ฟบนถาดไม้ทรงกลมสีเข้ม ตกแต่งอย่างประณีต มอบรสชาติหวานมัน กลมกล่อม ไม่หวานตัดขา จนต้องหยิบชิ้นที่สองครับ

    41. Thai Mango Sticky Rice: Butterfly Pea Sticky Rice & Nam Dok Mai Mango (ข้าวเหนียวมูนอัญชันมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำ)

    เมนูขนมหวานชูเกียรติแห่งสำรับไทยที่ยกระดับความละเมียดละไมในทุกองค์ประกอบ เลือกใช้ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย นำมามูนด้วยกะทิสดหัวคั้นเข้มข้น เพิ่มสีสันและคุณค่าด้วยน้ำสกัดดอกอัญชันธรรมชาติจนได้เม็ดข้าวสีม่วงพาสเทลเงางาม

    เสิร์ฟคู่กับ มะม่วงน้ำดอกไม้สุกสีทอง คัดไซส์พิเศษ เนื้อนุ่มละเอียด ไร้เสี้ยน รสชาติหวานฉ่ำและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ราดทับด้วยน้ำกะทิหยอดหน้าเค็มมันเข้มข้น และโรยด้วยถั่วทอง (ถั่วเขียวซีกถอดเปลือก) ทอดกรอบสีทองผ่อง

    กลิ่นหอมหวานสดชื่นของมะม่วงสุก ผสมผสานกลิ่นหอมมันของกะทิมูนอบควันเทียนเบาๆ สัมผัสเม็ดข้าวเหนียวนุ่ม นุ่มนวล ไม่แฉะ ตัดกับความละมุนฉ่ำน้ำของเนื้อมะม่วงและความกรุบกรอบของถั่วทอง นำเสนออย่างหรูหราด้วยการใส่ข้าวเหนียวมูนในโถทองเหลืองมีฝาปิดคงความนุ่ม เสิร์ฟคู่เนื้อมะม่วงหั่นชิ้นในจานโชว์สไตล์ไทยดั้งเดิมครับ

    42. Signature French Macarons & Fine Patisserie Selection (มาการองสีสันสดใสและคอลเลกชันพาสทรีฝรั่งเศสพรีเมียม)

    สเตชันพาสทรีชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศสที่รวบรวมของหวานชิ้นเลิศ (Petit Fours) ไว้อย่างตระการตา โดดเด่นด้วย มาการอง (Macarons) ผิวเรียบเนียน มีขามาการอง (Foot) สวยงาม แป้งอัลมอนด์กรอบนอกนุ่มใน ไส้กานาชเข้มข้นรสเลมอน คาราเมล และช็อกโกแลต เคียงคู่มากับ Earl Grey Caramel Choux Cream ชูครีมเนื้อนุ่มท็อปด้วยครีมชาเอิร์ลเกรย์หอมกลิ่นเบอร์กามอตและซอสคาราเมล และ Coconut Chestnut Mont Blanc มงบล็องมะพร้าวและเกาลัดทรงเจดีย์ รสชาตินุ่มนวล หอมมันละมุน

    กลิ่นหอมของอัลมอนด์อบ ชาเอิร์ลเกรย์ และเนยสดฝรั่งเศส อบอวลชวนหลงใหล สัมผัสมีมิติหลากหลาย ทั้งความกรอบบางของมาการอง ความนุ่มฟูของแป้งชู และความเนียนนุ่มของครีมมงบล็อง จัดวางบนชั้นไม้ธรรมชาติต่างระดับและเขียงไม้คราฟต์ ให้ความรู้สึกหรูหราน่ารับประทานสมฐานะห้องอาหารระดับชั้นนำครับ

    43. Hazelnut Praline Crème Brûlée & Gourmet Glass Verrines (เครมบรูเลเฮเซลนัทพราลีนและพุดดิ้งผลไม้สดขวดแก้ว)

    ปิดท้ายด้วยคอลเลกชันของหวานในถ้วยพอร์ซเลนและขวดแก้วทรงสูงที่ออกแบบมาเพื่อความประณีตในทุกคำ Hazelnut Praline Crème Brûlée คัสตาร์ดเนื้อเนียนผสมพราลีนเฮเซลนัทบดละเอียด พ่นไฟที่หน้าด้วยน้ำตาลทรายจนกลายเป็นแผ่นแก้วคาราเมลสีทอง

    เสิร์ฟพร้อม Strawberry Trifle Verrines ของหวานในแก้วใสสลับชั้นระหว่างสปองจ์เค้ก ครีมสด และสตรอว์เบอร์รีสดในซอสเบอร์รีเปรี้ยวหวาน และ Coconut Rice Pudding พุดดิ้งข้าวเนื้อนุ่มหอมมันกะทิ ท็อปด้วยมะม่วงและซอสเสาวรสเพิ่มความสดชื่น กลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้ คาราเมล เฮเซลนัทคั่ว และความหอมสดชื่นของผลไม้เบอร์รีสด สัมผัสความสนุกจากการใช้ช้อนเคาะแผ่นคาราเมลกรอบให้แตกออก เพื่อสัมผัสกับเนื้อคัสตาร์ดเนียนนุ่มด้านล่าง การจัดวางเสิร์ฟในถ้วยพอร์ซเลนขนาดเล็กและแก้วช็อตใสบนถาดไม้สีเข้ม มอบความสวยงาม สะอาดตา และหยิบทานง่ายครับ


    🌿 Interactive Lifestyle Experience: กิจกรรมทำ Kokedama

    นอกเหนือจากความรื่นรมย์ทางรสชาติอาหารแล้ว Sunday Brunch ที่ Romsai ยังมอบมิติใหม่แห่งการพักผ่อนด้วยกิจกรรม Interactive Workshop ทำ Kokedama (ศิลปะการปลูกต้นไม้หุ้มมอสสไตล์ญี่ปุ่น)
    แขกสามารถลงมือประดิษฐ์ต้นไม้ศิลปะด้วยตนเอง นำกลับไปเป็นของที่ระลึกสายกรีน เติมเต็มวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยความสดชื่นและผ่อนคลายอย่างแท้จริงครับ


    📍 ข้อมูลสำคัญและการสำรองที่นั่ง (SEO Quick Reference)

    เพื่อความสะดวกในการเดินทางและการวางแผนของทุกท่าน กระผมได้สรุปข้อมูลสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

    • บุฟเฟต์: Lifestyle Sunday Brunch (พร้อมวงดนตรี Live Jazz)
    • เวลาให้บริการ: ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12:00 น. – 15:00 น.
    • สถานที่: ห้องอาหาร Romsai ชั้น G โรงแรม Banyan Tree Bangkok
    • ที่อยู่: 21/100 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
    • เบอร์โทรศัพท์สำรองที่นั่ง: +66 2679 1200
    • อีเมล: [email protected]

    📝 บทสรุปจากบรรณาธิการ (Editor’s Verdict)

    สำหรับกระผม “พีท” แล้ว Sunday Brunch ที่ Romsai Banyan Tree Bangkok ในโฉมใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การกินบุฟเฟต์ แต่คือการเดินทางผ่านสุนทรียศาสตร์ของรสชาติ สถาปัตยกรรมธรรมชาติ และไลฟ์สไตล์ระดับสูง เป็นประสบการณ์การทานอาหารใจกลางเมืองที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันครับ

    (หมายเหตุสำหรับผู้อ่านและทีมงาน: ข้อมูลและรูปภาพชุดแรกนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่องปูบทความเชิงลึก ในตอนถัดไป กระผมพีทเตรียมจะนำเสนอรูปภาพเจาะลึกเพิ่มเติม และเมนูพิเศษในส่วนของ Live Cooking Station และสเตชันอาหารร้อน เพื่อสร้างเนื้อหาต่อเนื่องที่สมบูรณ์แบบที่สุด รอติดตามได้เลยครับ!)

    ข้อมูลสำคัญ

    Sunday Brunch: 12:00 pm – 3:00 pm

    21/100 S Sathon Rd, Thung Maha Mek, Sathon, Bangkok 10120

    • +66 2679 1200
    • [email protected]

    Sunday Brunch, Buffet, Unlimited Lobster, Caviar,h new interior, Romsai, Banyan Tree Bangkok

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Banyan Tree Bangkok buffet Caviar h new interior review Romsai sunday brunch Unlimited Lobster
    Previous Article[Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว

    Related Posts

    [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel

    September 11, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [Review] ดื่มด่ำค่ำคืนแห่งความอลังการ Saturday Dinner Buffet ที่ Amaya Food Gallery สวรรค์ของคนรักความพรีเมียม

    August 22, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    September 14, 2026

    [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว

    September 13, 2026

    [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel

    September 11, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [News] เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ปีที่ 3 กับประสบการณ์เนื้อวัวพรีเมียมที่สายกินไม่ควรพลาด

    September 10, 2026

    [Review] Sunday Brunch Buffet โฉมใหม่ Romsai Banyan Tree Bangkok ปรากฏการณ์ Quiet Luxury Dining เหนือระดับ ชิม Lobster และ Caviar ไม่อั้น ท่ามกลางสวนป่าแนวนิเวศ

    September 14, 2026

    [Review] The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว

    September 13, 2026

    [Review] ชิมขนมไหว้พระจันทร์ 2569 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานแปดยอดอาชา ManHo, JW Marriott Bangkok Hotel

    September 11, 2026

    [Review] Kizaru เสน่ห์แห่งตรอกยามค่ำคืนสู่มิติรสชาติร่วมสมัย: สัมผัสความสนุกและสุนทรียภาพแห่ง Izakaya ยุคใหม่ที่ “Kizaru” สุรวงศ์

    September 10, 2026

    [News] เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ปีที่ 3 กับประสบการณ์เนื้อวัวพรีเมียมที่สายกินไม่ควรพลาด

    September 10, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...