อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ (Up & Above Bar) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ได้รับเกียรติจากเชฟเฟรดเดอริค ฮาเเวคเกอร์ (Frédéric Hawecker) เชฟชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญทางด้านช็อกโกแลตและครองตำแหน่งระดับชาติ Un des Meilleurs Ouvriers de France (MOF) เดินทางมารังสรรค์ขนมหวาน 4 ชนิด จัดวางเป็นขนมหวานรายการพิเศษในชุดน้ำชายามบ่าย “ซึบากิ”ให้บริการเฉพาะวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562 เวลา 14.00 น. ถึง 17.00 น. เท่านั้น ในประเทศฝรั่งเศส ผู้ที่สวมเสื้อที่มีคอปกประดับด้วยสีทั้งสามของธงชาติฝรั่งเศสนั้นถูกขนานนามว่าเป็นกรรมกรชั้นเยี่ยมแห่งประเทศฝรั่งเศส หรือ เรียกสั้น ๆ ได้อีกอย่างว่า มอฟ (MOF) หมายถึงช่างฝีมือในแขนงวิชาชีพต่างๆที่ผ่านการทดสอบระดับชาติที่มีชื่อว่า Un des Meilleurs Ouvriers de France หรือ กรรมกรชั้นเยี่ยมแห่งประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ที่ได้ตำแหน่งมอฟมาครองจะได้รับความเคารพ และชื่นชมจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากตำแหน่งแห่งชาตินี้ไม่สามารถได้มาง่าย ๆ เชฟเฟรดเดอริค ได้รับตำแหน่งมอฟในฐานะช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญทางด้านช็อกโกแลตและได้ครองตำแหน่งระดับชาตินี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 เชฟเฟรดเดอริค เคยเป็นผู้ฝึกอบรมประจำโรงเรียนสอนทำขนมเพื่อวิชาชีพชั้นสูงในเมืองอีแซงโชว์ (Yssingeaux) ประเทศฝรั่งเศส และยังดำรงตำแหน่งที่ปรึษาผู้เชี่ยวชาญด้านการทำช็อกโกแลตให้กับสถาบันต่างๆทั่วโลก เชฟเฟรดเดอริคมีร้านช็อกโกแลตและขนมปังตั้งอยู่ที่เมือง ชาโตเรอนาร์ (Chateaurenard) ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลจากเมืองอาวีญง (Avignon) ประเทศฝรั่งเศส เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ขนมหวานชิ้นเล็กที่เชฟเฟรดเดอริค ได้ตระเตรียมมาให้บริการกับชุดน้ำชายามบ่าย “ซึบากิ” ล้วนรังสรรค์ด้วยช็อกโกแลตคุณภาพดี Chocolaterie de l’Opéra จากประเทศฝรั่งเศส แต่งกลิ่นและรสชาติด้วยส่วนประกอบญี่ปุ่น อาทิ ชาเขียว จัดวางอย่างงดงามในชุดน้ำชายามบ่าย “ซึบากิ” โดยเชฟเฟรดเดอริคจะแนะนำขนมหวานแต่ละชนิดด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ชุดน้ำชายามบ่าย “ซึบากิ”…
Author: Kittin Assavavichai
สัมผัสประสบการณ์อาหารฝรั่งเศสต้นตำรับหลากหลายเมนู ที่โดดเด่นด้วยรสชาติ ท่ามกลางทิวทัศน์สวนเขียวขจี ในบรรยากาศชิลๆ แสนสบาย ที่คาเฟ่ แคลร์ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ เชฟเอริค หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารคาเฟ่ แคลร์ ชาวฝรั่งเศส ที่มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหารฝรั่งเศสได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นยอด ส่งตรงจากนานาประเทศ นำมารังสรรค์เป็นเมนูเลิศรส และได้นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ เพื่อความสดใหม่และเพิ่มความอร่อยที่ลงตัวมากขึ้น ความสามารถทางด้านการรังสรรค์อาหารเข้าตากรรมการ จนได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันโจทย์อาหารฝรั่งเศส ในรายการ “เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย (Iron Chef Thailand)” โดยแข่งกับเชฟไก่ ธนัญญา วิลคินซัน ที่เรียกว่าแกร่งในฝีไม้ลายมือ ทว่าแฝงด้วยความอ่อนหวานในรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ ในการแข่งขันทำอาหารที่มีวัตถุดิบเป็นหอยนางรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นสุดยอดเมนูอาหารฝรั่งเศส และเป็นเชฟเอริคที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ สำหรับอาหารในค่ำคืนนี้ เชฟเอริคได้นำเสนอ 6 เมนู นำทัพโดย เมนูหอยสดชื่น เมนูเด็ดที่อยู่ในการแข่งขันเชฟกระทะเหล็ก ซึ่งครั้งนี้เชฟได้ดัดแปลงโดยเลือกใช้หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ เสิร์ฟแบบสดๆ แบบเย็นทานพร้อมกับไข่ปลาแซลมอนและซอสส้มยูซึ ส่วนแบบร้อน ทานคู่กับกระเทียมต้นที่นำไปย่างจนสุก ให้คุณได้สัมผัสความอร่อยกันแบบเต็มๆคำ (ราคา 550 บาท) ตามด้วย ทูน่าทาร์ทาร์ รสจัดจ้าน ที่ใช้ปลาทูน่าครีบเหลืองเนื้อแน่นมาปรุงรสด้วยผิวเลมอน มะเขือเทศตากแห้ง น้ำมันหอมระเหย ใบโหระพา และอะโวคาโด (ราคา 370 บาท) เมนูต่อมา ฟัวกราส์เทอร์รีน รสกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมลูกฟิก และขนมปังอาร์ทิซานร้อนๆ (ราคา 520 บาท) ฟินอย่างต่อเนื่อง ด้วยเมนูปลาโดเวอร์ โซล เนื้อนุ่มละมุน ทอดราดด้วยซอสเนยและเลมอน (ราคา 1,250 บาท) ตามมาด้วย สุดยอดแห่งเมนูที่คนรักเนื้อไม่ควรพลาด นั่นก็คือ สเต็กเนื้อโทมาฮอว์ค ชิ้นโต เสิร์ฟพร้อมซอสไวน์แดงและเครื่องเคียงมากมาย (ขนาด 1500g ราคา 2,950 บาท) ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย เมนูของหวานสุดคลาสสิค รสชาติต้นตำรับฝรั่งเศสแท้ๆ อย่าง บาบา โอ รัม (Baba au…
อยากทานอาหารไทย แต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี จะแซ่บนัวแบบอาหารอีสาน หรือจัดจ้านแบบแกงใต้ ห้องอาหารพระยา คิทเช่น โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ช่วยให้คุณติดสินใจง่ายขึ้นโดยการรวบรวมอาหารไทย 4 ภาคให้คุณได้ลิ้มลองในที่เดียว ทุกมื้ออาหารค่ำวันจันทร์ ถึงวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนมีนาคมนี้ อาหารไทยในแต่ละภูมิภาคมีความหลายหลาย แตกต่างตามภูมิประเทศ วัตถุดิบ และวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารภาคกลาง อาหารอีสาน อาหารใต้ และอาหารเหนือจึงมีสเน่ห์และรสชาตที่ต่างกัน เหล่าบรรดาเชฟมากฝีมือจากห้องอาหาร พระยาคิทเช่น นำทีมโดยเชฟสมคิด เกตุแก้ว เชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสเอกลักษณ์อาหารไทยทั้ง 4 ภาค อีกทั้งยังเมนูสุดพิเศษจากการผสมผสานระหว่างรสชาติดั้งเดิมและวัตถุดิบพรีเมี่ยมที่ปรุงขึ้นเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ อาหารภาคเหนือ ที่มีรสชาติแบบกลางๆ มีรสเค็มนำเล็กน้อย ไม่นิยมใส่น้ำตาล ที่พลาดไม่ได้ของมุมอาหารเหนือ เชฟขอแนะนำ แกงฮังเลเนื้อซี่โครงออสเตรเลีย และ ข้าวซอยปลาสำลีแอตแลนติก ต่อด้วยมุมฮิต อาหารอีสานที่เผ็ด เค็ม และ เปรี้ยว และมีลักษณะแห้งข้น เช่น ลาบซี่โครงหมูบาบีคิวและ น้ำตกเป็ดกงฟี แล้วอย่าลืมจกข้าวเหนียว สัญลักษณ์ของภาคอีสานเคียงไปด้วย เพิ่มความฟินให้กับจานอีสานของคุณ อาหารภาคกลาง เป็นอาหารที่มีความหลากหลายทางด้านรสชาติ และมีการใช้กะทิและเครื่องแกงมากกว่าภาคอื่น และมีวัตถุดิบจากทั้งภูเขาและแม่น้ำ เช่น กุ้งแม่น้ำเผาซอสตะไคร์เสาวรส และ แกงเขียวหวานเนื้อดรายเอจย่าง แฟนคลับอาหารรสจัด พลาดไม่ได้กับโซน อาหารภาคใต้ อาหารมีลักษณะผสมผสานระหว่าง อาหารไทยพื้นบ้าน กับ อาหารอินเดีย รสชาติจัด หนักครื่องเทศเช่น พล่าปลาแซลมอล และ ข้าวยำปักใต้กับปลาทูน่าซาซิมิ ห้องอาหารพระยาคิทเช่น ชั้น 3 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสทุกมิติความอร่อยของอาหารไทยตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคมนี้ โดยการรวมเมนูอาหารพื้นบ้านจากทั้ง 4 ภูมิภาคของไทย ให้ท่านลิ้มลองอย่างครบรส ทุกมื้อค่ำวันจันทร์ ถึงวันพฤหัสบดีในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ อิ่มไม่อั้น เพียงท่านละ 988++บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 088 5666 หรือ www.bangkokmarriottsurawongse.com Kinlakestars.com…
หากจะเอ่ยถึงติ่มซำ แน่นอนว่าที่นี่นั้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของคอติ่มซำอย่างแน่นอน และความพิเศษไม่เหมือนครั้งก่อนๆคือเมนูใหม่และกินได้ไม่อั้น !!! ในวันนี้ ผมและทีมงาน Kinlakestars ได้ไปลองชิม ติ่มซำ และอาหารจีน ที่มาในรูปแบบ Buffet แต่ขอบอกว่าคุณภาพเกินมาตรฐานบุฟเฟต์ติ่มซำทั่วไป เพราะใช้ของเกรดเดียวและกรรมวิธีเดียวกับอลาคาส และทุกจานทุกคำมีคุณภาพสม่ำเสมอคงที่เพราะเชฟประจำของห้องอาหาร Shang Palace ได้เข้ามาดูแลเองในทุกๆอย่าง ห้องอาหาร Shang Palace มีประวัติและชื่อเสียงมายาวนาน ตั้งอยู่บนชั้น 3 โรงแรม Shangri-La กรุงเทพมหานคร ประตูบานเฟี้ยมไม้ฉลุต้อนรับแขกสู่ห้องอาหาร โดดเด่นด้วยพระสังกัจจายน์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแชงพาเลซสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความสุขและความยั่งยืน ทางเดินโค้งนำไปสู่ที่นั่งด้านในของห้องอาหารที่ขนาบด้วยห้องส่วนตัวด้านซ้ายมือ และบริเวณที่นั่งริมหน้าต่างกระจกด้านขวามือ พื้นที่บริเวณนี้ได้รับการจัดสรรเป็นสัดส่วนมีโต๊ะให้บริการ 8 ตัว รองรับแขกได้ 24 ท่าน ห้องอาหารได้รับการออกแบบอย่างทันสมัยประดับตกแต่งด้วยพรม เก้าอี้สีแดงสมัยราชวงศ์ถัง ภาพวาดรูปนกและดอกไม้บนผืนผ้าไหม ห้องรับประทานอาหารส่วนตัวทั้ง 5 ห้องได้รับการประดับตกแต่งด้วยงานศิลป์ บรรยากาศแชงพาเลซเป็นห้องอาหารจีนชั้นนำในกรุงเทพฯ ให้บริการอาหารจีนกวางตุ้งดั้งเดิมและอาหารจีนพื้นเมืองในบรรยากาศนำสมัย โดดเด่นด้วยห้องรับประทานอาหารส่วนตัวสำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ตลอดจนการจัดเลี้ยงต่างๆ โดยจะเปิดให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยในแบบ Buffet กับเมนูระดับพรีเมียมมากถึง 46 รายการ เมนูในมื้อสายวันเสาร์ ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำสูตรดั้งเดิม ไปจนถึงอาหารจานหลักสไตล์กวางตุ้งรสเยี่ยม ให้บริการทุกมื้อสายวันเสาร์แบบรับประทานได้ไม่อั้น เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ในราคาท่านละ 1,488 บาทถ้วน เริ่มต้นความอร่อยกันที่เมนูติ่มซำอันเลื่องชื่อนานาชนิดของห้องอาหารจีนแชงพาเลซที่มีให้ท่านได้เลือกลิ้มลอง อาทิ ฮะเก๋ากุ้ง 水晶蝦餃皇 Steamed Shrimp Dumpling ด้วยการคัดสรรการใช้กุ้งขาวแชบ๊วยเกรดเอคุณภาพสูง จึงทำให้เพียงท่านกัดเข้าไปจะได้กุ้งสดๆหวานๆชิ้นโตกระจายออกมาเต็มปาก รสชาติกลมกล่อมปรุงรสมาอย่างพอดี เนื้อแป้งที่บางห่อตัวไส้มาอย่างประณีต ขนมจีบกุ้ง Steamed “Siew Mai” with shrimp Roe ขนมจีบกุ้ง แป้งเกี๊ยวนุ่มหนึบ ไส้อัดแน่นด้วยกุ้งขาวแชบ๊วยเกรดเอคุณภาพสูง ปรุงรสอย่างพอดิบพอดีลงตัว โรยด้วยไข่ปลาบินด้านบน ขนมจีบปูหยก ขนมจีบที่ผสมผสานด้วยกุ้งและปู แป้งเกี้ยวสีเขียวนุ่มหนึบ ไส้อัดแน่นด้วยกุ้งขาวแชบ๊วยเกรดเอคุณภาพสูงและเนื้อปูทะเลสดๆ ปรุงรสอย่างพอดิบพอดีลงตัว โรยด้วยเนื้อปูทะเลด้านบน ฝันโก๋แต้จิ๋ว(Steamed “Teochew” dumpling) ใช้แป้งชนิดเดียวกับฮะเก๋า แต่บางกว่า…
วันที่ 8 มีนาคม 2562 นี้ แกสโทรนอทส์ เอเชีย ร่วมกับโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ภูมิใจนำเสนอ งานเสวนาด้านอาหารระดับโลกครั้งที่ 2 ในงาน “วูแมนอินแกสโทรโนมี (Women in Gastronomy)” หรือ WIG ณ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ งาน WIG 2019 นี้ เป็นการรวมตัวของเชฟหญิงระดับแนวหน้าของวงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะมีการจัดประชุมสัมมนา พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นของคนในวงการอาหาร รวมไปถึงมื้อกลางวันสุดพิเศษสไตล์สตรีทฟู้ด จากร้านอาหารและเชฟหญิงชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย และยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้จะมีการนำเสนอโปรแกรมใหม่อย่าง “วูแมนอินไวน์ (Woman in Wine)” ที่จะเป็นการรวมผู้ผลิตไวน์คุณภาพชื่อดังจากอิตาลีมาให้แขกในงานได้ชิมและลิ้มลอง นอกจากนี้งาน WIG 2019 ยังเป็นการเฉลิมฉลอง 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและอิตาลีอีกด้วย โดยไฮไลท์ของงานคือแขกรับเชิญพิเศษ เชฟคริสตินา บาวเวอร์แมน เชฟชื่อดังชาวอิตาลี จากร้านอาหารกลาสฮอสเทอเรีย ร้านอาหารดีกรีมิชลิน จากเมืองโรม เชฟคริสตินา เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคน เนื่องจากเธอสามารถทำงานได้โดดเด่นในวงการอาหารชั้นสูงท่ามกลางสนามที่เต็มไปด้วยเชฟผู้ชาย เชฟคริสตินาสำเร็จการศึกษาด้านศิลปะการทำอาหาร ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนกลับบ้านเกิดที่ประเทศอิตาลีในปี 2004 และในปี 2010 เธอได้คว้ารางวัลดาวมิชลินจากฝีมือการทำครัวแบบโมเดิร์นและเธอยังเป็นเชฟหญิงหนึ่งเดียวในกรุงโรมที่ได้รับรางวัลนี้อีกด้วย จากนั้นมาก็เป็นจุดเริ่มต้นของการคว้ารางวัลอีกมากมายของเธอ ในงาน WIG 2019 นี้ แขกในงานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศมื้อกลางวันในสไตล์แบงค็อกสตรีทฟู้ด จากหลากหลายร้านอาหารโดยเชฟหญิงชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ จากบลูเอเลฟเฟ่นท์ เชฟซากิ โฮชิโนะ จาก 80/20 เชฟส้ม จุฑามาศ เทียนแท้ จากคาม่าคาเมต เชฟแพม พิชญา อุทารธรรม กรรมการจากรายการท็อปเชฟไทยแลนด์ เชฟเฟ รุ่งทิวา ชุ่มมงคล จากเดอะฟรอนท์รูม เชฟอ้อย พานทอง ประทุมภักดิ์ จากเออ เชฟเรณู หอมสมบัติ และเชฟพรทิพย์ เอี่ยมอนันต์ จากโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ พร้อมด้วยเชฟแอ้ม…
ห้องอาหาร เอเลเมนท์ (Elements Restaurant) ห้องอาหารที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ 2 ปีซ้อน ถือเป็นร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม พร้อมให้บริการ “ทาคูมิ” (Takumi) เทสติ้งเมนูชุดใหม่ ที่ถ่ายทอดศิลปะการปรุงอาหารสไตล์ฝรั่งเศสผสมผสานกับวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์จากประเทศญี่ปุ่น เริ่มให้บริการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทาคูมิ เป็นภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า ช่างฝีมือเฉพาะด้าน ทีมครัวห้องอาหารเอเลเมนท์มุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งผลิตขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นำมารังสรรค์เป็นอาหารชุดเทสติ้งเมนู ที่มีให้เลือก 2 ชุด คือ ชุดทาเกะ (Ta-Ke) ที่มีอาหารทั้งหมด 6 คอร์ส และชุดมัสซึ (Matsu) ที่มีอาหารทั้หมด 7 คอร์ส อาหารชุดเทสติ้งเมนูทั้ง 2 ชุด จะเริ่มให้บริการด้วยอาหารคำเล็ก (Amuse Bouche) ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารฯ ก่อนจะเริ่มให้บริการอาหารจานแรก โดยอาหารคำเล็กแต่ละชิ้นเป็นตัวแทนธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ซึ่งสอดคล้องกับชื่อห้องอาหารเอเลเมนท์ โดยมี ฟองเต้าหู้ญี่ปุ่นกับซอสงาขาวบดเสิร์ฟกับขนมปังอบชีสพาเมซาน เป็นตัวแทนของธาตุลม หนังไก่กรอบหน้าปลาไหลญี่ปุ่นปรุงรสพิเศษ เป็นตัวแทนของธาตุน้ำ มาการองไส้เนื้อปลาทูน่าทาร์ทาร์และขิงดองโรยหน้าด้วยผงฟูริกาเกะ เป็นตัวแทนของธาตุไฟ ฝักทองญี่ปุ่นและกุ้งโบตั๋นกับซอสครีมฝักทองผสมสาหร่ายญี่ปุ่นเสิร์ฟบนขนมปังกรอบ เป็นตัวแทนของธาตุดิน อาหารจานใหม่ในชุดทาเกะ ได้แก่ ปลาคอดย่างครีมกากสาเกเสิร์ฟกับริซอตโตเมล็ดโซบะราดซอสมิโซะขาวตกแต่งด้วยถั่วอิดามาเมะ เห็ดญี่ปุ่น 4 ชนิด ได้แก่ ไมทาเกะ ชิเมจิ เห็ดเข็มทองดองเปรี้ยวหวาน และออรินจิผัดกับครีมเห็ดรับประทานคู่กับครีมแก่นตะวัน ส่วนอาหารแนะนำจากชุดมัสซึ ได้แก่ หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างเสิร์ฟกับซุปผักน้ำ ปลาซูซูกิหมักกับสาหร่ายคอมบุซูวีเสิร์ฟกับหนวดปลาหมึกยักษ์และซุปปลาหมึกที่ทำมาจากปลาหมึกผัดปรุงรสจนได้รสชาติที่เข้มข้นเพิ่มรสชาติด้วยน้ำมันยูซุ เนื้อซี่โครงตุ๋นเสิร์ฟกับไช้เท้าดองหวานญี่ปุ่น หัวผักกาดญี่ปุ่น บ๊วยญี่ปุ่นและน้ำมันผักชีญี่ปุ่น ส่วนเมนูทางเลือกสำหรับอาหารจานหลักที่คนชอบรับประทานเนื้อญี่ปุ่นพลาดไม่ได้คือ เนื้อสันนอกญี่ปุ่นคุณภาพดีที่มีไขมันระดับ A3 ย่างให้สุกตามที่คุณชอบ เสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วงสับ มิโซะ และวาซาบิ “ทาคูมิ” เทสติ้งเมนูชุดใหม่ เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยอาหารชุดทาเกะ 6 คอร์ส ราคาท่านละ 4,000++ บาท และอาหารชุดมัสซึ 7…
มาแอ่วกาดดอยตุงกันเต๊อะ! มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ห้างเซ็นทรัล จัดงาน “กาดดอยตุง” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ณ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม วันที่ 22 ก.พ. ถึง 3 มี.ค. 62 นำความเป็นดอย มาสู่ใจกลางเมือง สะท้อนทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ให้ชาวกรุงได้สัมผัสประสบการณ์ต่อเนื่องจากงาน สีสันแห่งดอยตุงโดยจำลองบรรยากาศ ดอยตุง มาไว้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้ชาวกรุงฯ ได้ม่วนอกม่วนใจกันถึงที่! สำหรับผลิตภัณฑ์ และบริการของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขากว่า 11,000 คน ในพื้นที่ดอยตุง จังหวัดเชียงราย ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ อย่างมีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก มีอาชีพที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยภายในงาน “กาดดอยตุง” ครั้งนี้ได้ยกบรรยากาศบนดอยตุง และนำผลิตภัณฑ์คุณภาพจากดอยสูงมาให้คนเมืองกรุงฯได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมอร่อยกับอาหารจากเชฟอินดอย ให้ทุกท่านได้มาสัมผัสบรรยากาศกันถึงกลางกรุง นอกจากนี้ยังขนทัพหลากหลายผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อาทิ สินค้าหัตถกรรม สินค้าเกษตร ฯลฯ พร้อมร้านอาหารเหนือจาก “ครัวตำหนัก” โดยเชฟคนดัง ป้าเครือ-เครือวัลย์ กาบุญก้ำ ผู้ที่เป็นต้นเครื่องประกอบอาหารถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาปรุงเมนูเด็ดให้ลิ้มรสกับเมนูไฮไลต์ “สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว” เมนูหารับประทานยากที่ชวนให้ลิ้มลอง พร้อมเมนูเด็ด ข้าวซอยน่องไก่ แกงฮังเล ขนมจีนนํ้าเงี้ยว เห็ดอ้อนดอย ไส้อั่ว และนํ้าพริกต่างๆ พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบล้านนาด้วย และไอศกรีมวานิลลาแท้ ซึ่งปลูกที่ดอยตุง มีสองรสแนะนำได้แก่ แมคาเดเมีย อโวคาโด สตรอเบอร์รี่ สำหรับคอกาแฟพลาดไม่ได้กับ คาเฟ่ดอยตุง ที่นำเมนูพิเศษเมนูของหวาน พานาค็อตต้า (Panna Cotta) ที่ปรุงด้วยวานิลลาแท้เช่นกัน รับประทานคู่กับ กราไนต์ (Granite) ที่มีให้เลือก 2 รส แพสชั่นฟรุต จินเจอร์…
ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 นี้เป็นต้นไปห้องอาหารแชงพาเลซโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เชิญคุณพร้อมครอบครัวที่คุณรักมาร่วมอิ่มหนำแบบเต็มคำไปกับ “SATURDAYDIM SUMBRUNCH”ใหม่ล่าสุด ด้วยกองทัพติ่มซำคุณภาพเยี่ยมเลิศรสหลากหลาย เมนูในมื้อสายวันเสาร์ ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำสูตรดั้งเดิม ไปจนถึงอาหารจานหลักสไตล์กวางตุ้งรสเยี่ยม เปิดให้บริการทุกมื้อสายวันเสาร์แบบรับประทานได้ไม่อั้น เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ในราคาท่านละ 1,488 บาทถ้วน เริ่มต้นความอร่อยกันที่เมนูติ่มซำอันเลื่องชื่อนานาชนิดของห้องอาหารจีนแชงพาเลซที่มีให้ท่านได้เลือกลิ้มลอง อาทิ ฮะเก๋ากุ้ง,ขนมจีบหยกปู,ซาลาเปาไส้หมูแดงสูตรต้นตำรับ,เผือกชุบแป้งทอดรสชาตินุ่มละมุน,ฟองเต้าหู้ทอดห่อกุ้งสด และขนมผักกาดสูตรสไตล์กวางตุ้งแท้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับประทาน เมนูหมูกรอบและหมูแดงอบน้ำผึ้งเลิศรส,เป็ดปักกิ่ง และหมูหัน อีกทั้งเมนูของหวานสไตล์กวางตุ้งรสเลิศ ที่ปรุงเสร็จสดใหม่จากสเตชั่นพร้อมเสิร์ฟให้รับประทานกันได้ในทันที และยังมีโจ๊กเปล่าเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ได้แก่ หมูสับ,ไก่เส้น และไข่เยี่ยวม้า ให้ได้อร่อยกันอีกด้วย ปิดท้ายด้วยหลากหลายเมนูขนมหวานสไตล์จีนแสนอร่อย อาทิ เมนูยอดนิยมมะม่วงพุดดิ้ง,บัวลอยน้ำขิง,สาคูแคนตาลูปหอมหวาน,ขนมต้มแชงพาเลซ และไอศกรีมมะม่วงที่ให้รสชาติและความรู้สึกที่ผ่อนคลายในทุกคำ ทุกท่านยังจะได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารจีนสไตล์ร่วมสมัยเลิศรสหลากหลายเมนูภายในบรรยากาศ สุดหรูและยิ่งใหญ่ของห้องอาหารจีนแชงพาเลซที่ได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งมาจากสถาปัตยกรรมในยุคสมัยราชวงศ์ถัง พร้อมการบริการที่อบอุ่นและใส่ใจในทุกรายละเอียดในแบบฉบับชาวเอเชียของโรงแรมแชงกรี-ลาอันเลื่องชื่อ ที่จะทำให้ทุกท่านประทับใจกับประสบการณ์การรับประทานอาหารในห้องอาหารที่มี ชื่อเสียงที่สุดของโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร. 0 2236 7777 หรือ 0 2236 9952 หรือ อีเมล [email protected]หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ที่https://www.shangri-la.com/bangkok/shangrila/dining/restaurants/shang-palace/book-atable/ brunch, saturday brunch, all you can eat, buffet, dims, chinese cuisine, fine dining, shang palace, shangrila, promotion, บุฟเฟ่ต์, ติ่มซำ Kin PromoKinlakestars.com KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด…
– ห้องอาหารโจโจ ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ แนะนำ เชฟนิโคลา รุสโซ่ จากห้องอาหาร Tosca ระดับมิชลิน 1 ดาวของโรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ฮ่องกง นำเสนออาหารรสเลิศแบบอิตาลีซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและความงดงามของแคว้นทัสคานี โดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติและส่วนผสมที่ได้รับการคัดสรรค์อย่างประณีตซึ่งถูกนำปรุงพร้อมในรูปแบบเช็ตเมนูสำหรับมื้ออาหารกลางวันและมื้อค่ำ รวมถึงเมนูอาหารตามสั่งที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เชฟนิโคลา เกิดที่เมืองปิซา เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยม สั่งสมประสบการณ์มากมายในร้านอาหารระดับมิชลิน และโรงแรมสุดหรูทั่วโลกก่อนที่เขาจะถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าเชฟ ณ ห้องอาหาร Tosca ภายใต้การดูแลอันยอดเยี่มของเขาทำให้ได้ครองอันดับดาวมิชลินหนึ่งดาวเป็นเวลาสองปีติดต่อกันในระหว่างนั้นเชฟนิโคลาก็ได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังด้านอาหารอิตาเลียนในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญการปรุงอาหารของเชฟ คือ การเลือกใช้วัตถุดิบและส่วนผสมอย่างประณีตซึ่งต้องมีคุณภาพดีเยี่ยม ถูกนำมารังสรรค์เมนูอาหารอิตาเลียนแบบโมเดิร์น อาทิ ริซอตโต้ทำจาก ข้าวคาร์นาโรลีคุณภาพดีเยี่ยมที่เรียกว่า Acquerello และสำหรับอาหารจานหลักเชฟรังสรรค์เมนูเนื้อสันในรมควันและเนื้อปลากระพงเมดิเตอร์เนียนให้ลิ้มลอง ความหลงใหลในอาหารทะเลของเชฟนิโคล่า ถ่ายทอดผ่านเมนูหลากหลาย เริ่มจากประเภท แอนติพาสตี้ อาทิเมนู Sea Cappuccino ที่นำเสนออย่างสวยงาม ความสด และรสชาติโดดเด่นของเม่นทะเลและกุ้ง เมนูหอยเชลล์ฮอกไกโดจับคู่กับอาร์ติโช้คเยรูซาเล็มและแบล็คทรัฟเฟิ้ลได้อย่างลงตัว เชฟยังได้นำเสนอสุนทรียแห่งความงดงามของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลี่ยนสู่นักชิมอย่างต่อเนื่องด้วยเมนูพาสต้า อาทิ Wild Mushroom Risotto หรือริซอตโต้เห็ดป่ารวมถึงสิบชนิดของอิตาลี ซึ่งแตกต่างจากสูตรของฝรั่งเศสและญี่ปุ่น และน่าจะเป็นจานโปรดของทุกคน ด้วยกลิ่นที่หอมเตะจมูกของเห็ดป่าและเมนูพาสต้าทรงครึ่งวงกลม(Agnolotti) อัดแน่นไปด้วยไก่และพาร์ตับตับไก่ครีม สำหรับเมนูของหวาน เชฟขอเอาใจนักชิมด้วยเมนูริคอตต้าชีสช็อคโกแลต มีส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่นำเสนอสี่รูปแบบแตกต่างกันและเสริมด้วยขิงเพื่อเพิมความโดดเด่นของรสสัมผัส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการทำอาหารเมนูโฮมเมดของเชฟชาวเอเชียในปัจจุบัน นอกจากนี้เชฟได้เตรียมเมนูอาลาคาร์ทสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำรวมถึงอาหารจานเดี่ยวจากเมนูเช็ต tasting menus ให้ลิ้มลองเพิ่มเติมเช่น Vitello Tonnato คือเนื้อลูกวัวแบบดั้งเดิมของชาว พีดมอนต์ ลิงกวินีโฮมเมดล๊อบสเตอร์ผัดซอสมะเขือเทศ และลูกหมูกับแแอปเปิ้ลมัสตาร์ด มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารโจโจ ตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 24 กุมภาพันธ์ 2562 2,100 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 4 คอร์สเมนูมื้อกลางวัน2,950 บาท ++ ต่อท่านสำหรับ 6 คอร์สเมนูมื้อค่ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ โทร 02-207-7777 หรืออีเมล์ [email protected]…
1.ฉลองวันแห่งความรักอย่างมีสไตล์ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ “บิสก็อตติ” – ห้องอาหารอิตาเลียน เพลิดเพลินกับเซ็ตเมนูอาหารค่ำ แบบฉบับอิตาเลี่ยนเลิศรส 4 คอร์ส ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน โดยเชฟแอนเดรีย บูโซน เสิร์ฟในบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ของบิสก็อตติ ในราคา 4, 490++ บาท พร้อมด้วยสปาร์คกลิ้งไวน์ 2 แก้ว สำหรับ 2 ท่าน เวลา 18.00 – 22.30 น. “เมดิสัน” – สเต๊กเฮ้าส์ ฉลองวันแห่งความรักที่สุดแสนจะโรแมนติกในบรรยากาศคลาสสิกของเมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์ พร้อมอร่อยกับอาหารค่ำแบบตะวันตกระดับพรีเมียม 5 คอร์ส โดยเชฟนิโค เมทเทิน ในราคา 5,500++ บาท สำหรับ 2 ท่าน พร้อมรับแชมเปญ 2 แก้ว เพื่อฉลองให้กับความรักนี้ เวลา 18.00 – 22.30 น. “ชินทาโร่” – ห้องอาหารญี่ปุ่นสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น พลาดไม่ได้กับเซ็ตเมนูอาหารสุดพิเศษ 5 คอร์ส บรรจงปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน โดยเชฟซาโตชิ ซาวาดะ เมนูไฮไลท์ที่เชฟภูมิใจนำเสนอ อาทิ “ซาซิมิรวม” ได้แก่ ชูโทโร, ปลาฮามาจิ, กุ้งหวาน, หอยเชลล์ฮอกไกโดและปลาแซลมอน, “เนื้อวัววากิวกับซอสดาชิ, เห็ดทรัฟเฟิล, ไข่ออนเซ็น และตับห่าน”, หรือ “กุ้งลอบสเตอร์ย่างเนยวาซาบิ กับหน่อไม้ฝรั่ง, มะนาวเชื่อม และเห็ด” เป็นต้น ในราคา 5,500++ บาท สำหรับ 2 ท่าน เวลา 17.00-22.30 น. “อควา บาร์” วาเลนไทน์นี้ เชิญคู่รักของคุณมาจิบเครื่องดื่มและแชมเปญ เฉลิมฉลองให้กับวันแห่งความรักภายใต้บรรยากาศสบายๆ สุดโรแมนติก ของสวนปาริชาติ…