รีวิวขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026: จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 หรือ Mooncake 2026 กลับมาอีกครั้งพร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมและห้องอาหารจีนหลายแห่งในกรุงเทพฯ และแน่นอนว่าในทุกปี ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง “ไส้อร่อยหรือไม่” อีกต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องของรสชาติ แนวคิด การออกแบบกล่อง ของสะสม ตลอดจนเรื่องราวที่แต่ละแบรนด์ต้องการสื่อสารผ่านขนมชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้
สำหรับปี 2569 นี้ ผมมีโอกาสได้ชิมและเขียนรีวิวขนมไหว้พระจันทร์ไว้ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ Banyan Tree Bangkok, Kimpton Maa-Lai Bangkok, The Berkeley Hotel Pratunam และ Man Ho, JW Marriott Bangkok
เมื่อเอาทั้ง 4 ชุดมาวางเทียบกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นขนมสำหรับเทศกาลเดียวกัน แต่แต่ละแห่งกลับเลือกเดินคนละทางอย่างชัดเจน ตั้งแต่กล่องที่กลายเป็นประติมากรรม ม้าไฟที่กลายเป็นงานศิลปะ ไปจนถึงเรื่องราวของแปดยอดอาชาและการหยิบวัตถุดิบมาสร้างรสชาติใหม่
และนี่คือ Mooncake 2026 ที่ผมได้ชิมในปีนี้
1. Banyan Tree Bangkok – The Rocking Horse of Resilience
เริ่มต้นด้วยชุดที่เห็นแล้วจำได้ทันทีจากรูปลักษณ์ นั่นคือ Banyan Tree Bangkok กับคอลเลกชัน “The Rocking Horse of Resilience”

คอนเซ็ปต์ของปีนี้หยิบแรงบันดาลใจจากปีมะเมียมาถ่ายทอดผ่าน “ม้าโยก” ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่เพียงลวดลายบนกล่อง แต่ตัวกล่องเองถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นประติมากรรมม้าโยก เป็นหนึ่งในแพ็กเกจจิ้งของขนมไหว้พระจันทร์ที่มีบุคลิกชัดเจนมาก และสามารถนำไปเก็บหรือตั้งเป็นของตกแต่งได้หลังจากขนมหมดแล้ว

ในแง่ของรสชาติ Banyan Tree Bangkok เลือกวางทั้งกลุ่มรสคลาสสิกและรสที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ตั้งแต่เม็ดบัวไข่เค็ม โหงวยิ้ง พุทราผสมวอลนัท มอคค่าคาราเมล ช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์ มัทฉะถั่วแดง ไปจนถึงรสใหม่ที่น่าสนใจอย่าง “ชาอู่หลงยูซุ”
สำหรับผม รสชาอู่หลงยูซุเป็นหนึ่งในรสที่ช่วยให้คอลเลกชันนี้มีมิติแตกต่างจากภาพจำของ Mooncake แบบดั้งเดิม เพราะกลิ่นหอมของชาอู่หลงถูกจับคู่กับความสดชื่นของยูซุ ทำให้โทนรสโดยรวมมีความหอมและสดชื่นขึ้น

ส่วนคนที่ยังชอบ Mooncake แบบคลาสสิกก็ยังมีตัวเลือกที่คุ้นเคยอย่างเม็ดบัวไข่เค็ม ซึ่งให้ความหวานนุ่มของเม็ดบัวตัดกับความเค็มมันของไข่เค็มได้ตรงไปตรงมา

จุดเด่นของ Banyan Tree Bangkok ในปีนี้จึงอยู่ที่ “แพ็กเกจจิ้ง + ความหลากหลายของรสชาติ” โดยเฉพาะการทำให้กล่องของขวัญกลายเป็นของที่ระลึกได้จริง ไม่ใช่เพียงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วจบ
อ่านรีวิวเต็ม:
รีวิวขนมไหว้พระจันทร์ Banyan Tree Bangkok 2569 – The Rocking Horse of Resilience
2. Kimpton Maa-Lai Bangkok – ม้าไฟที่ไม่ได้มีแค่ความสวย
ถ้าของ Banyan Tree เล่นกับ “ม้าโยก” Kimpton Maa-Lai Bangkok ก็เลือกตีความปีมะเมียผ่าน “ม้าไฟ” และทำออกมาในรูปแบบที่มีเรื่องราวมากขึ้น

Kimpton Signature Mooncake Box เป็นกล่องทรงเกือกม้า ใช้โทนสีแดงเพลิง ทองเมทัลลิก และน้ำตาลเข้ม ภายนอกเป็นวัสดุคล้ายหนัง ตกแต่งด้วยฟอยล์สีทองและรายละเอียดแบบปั๊มจม ขณะที่ด้านในบุด้วยกำมะหยี่
ที่น่าสนใจคือกล่องไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเพียงกล่องขนม แต่สามารถนำไปใช้เป็นกล่องเก็บของ เครื่องประดับ หรือของจุกจิกบนโต๊ะทำงานได้
อีกประเด็นที่ทำให้ชุดนี้ต่างออกไปคือความร่วมมือกับ Artstory By Autistic Thai โดยภาพ “ม้าไฟ” ในคอลเลกชันปีนี้สร้างสรรค์โดยคุณอนุสรณ์ ถุนารินทร์ หรือมิกซ์ ศิลปินจาก Artstory By Autistic Thai และรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายถูกนำไปสนับสนุนภารกิจของโครงการ

ส่วนรสชาติ Kimpton Maa-Lai Bangkok ให้เลือก 5 รส และในหนึ่งกล่องสามารถเลือก 4 ชิ้น ได้แก่ ทุเรียนและเมล็ดฟักทองกับไข่แดง คัสตาร์ด ลาเต้คาราเมลและอัลมอนด์ โมจิงาดำช็อกโกแลต และไก่หยองน้ำพริกเผา

ถ้ามองเฉพาะด้านรสชาติ จุดที่แตกต่างที่สุดน่าจะเป็น “ไก่หยองน้ำพริกเผา” เพราะเป็นการพาขนมไหว้พระจันทร์ออกจากกรอบของไส้หวานแบบที่คุ้นเคยไปอีกขั้น

ขณะเดียวกัน “ลาเต้คาราเมลและอัลมอนด์” ก็เป็นอีกหนึ่งรสที่น่าสนใจ โดยนำกลิ่นอายของกาแฟแบบโกปี๊ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาผสมกับอัลมอนด์ เหมาะกับการรับประทานคู่กับชาหรือกาแฟ

ดังนั้น หาก Banyan Tree เด่นเรื่องความเป็นของสะสม Kimpton Maa-Lai Bangkok จะโดดเด่นตรง “เรื่องราวของงานศิลปะและการออกแบบที่มีความหมาย” รวมถึงการกล้าพารสชาติ Mooncake ไปไกลกว่าแบบดั้งเดิม
อ่านรีวิวเต็ม:
รีวิวขนมไหว้พระจันทร์ Kimpton Maa-Lai Bangkok 2026
3. The Berkeley Hotel Pratunam – เมื่อวัตถุดิบกลายเป็นเรื่องเล่าของขนม
สำหรับ The Berkeley Hotel Pratunam กับ Mooncake Limited Edition 2569 จาก The Mulberry Chinese Cuisine แนวทางของปีนี้ดูแตกต่างจากสองชุดแรก เพราะไม่ได้พยายามสร้างความหวือหวาด้วยคอนเซ็ปต์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ “วัตถุดิบ” เป็นพระเอก

เซตนี้มี 4 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองไข่แดง คัสตาร์ดยูซุฮันนี่ โป๊ยยิ้ง และเม็ดบัวไข่แดง
รสทุเรียนหมอนทองไข่แดงเป็นการจับคู่ระหว่างวัตถุดิบที่มีภาพจำความเป็นไทยอย่างทุเรียนหมอนทอง กับองค์ประกอบคลาสสิกของ Mooncake อย่างไข่แดงเค็ม

ส่วนคัสตาร์ดยูซุฮันนี่ให้ภาพของขนมไหว้พระจันทร์ร่วมสมัยที่ชัดขึ้น โดยใช้ความหอมสดชื่นของยูซุเข้ามาตัดกับความหวานและความมันของคัสตาร์ด ขณะที่น้ำผึ้งช่วยเติมความหอมหวานอีกชั้น

โป๊ยยิ้งเป็นอีกหนึ่งรสที่น่าสนใจจากการรวมธัญพืชถึง 8 ชนิดเข้าด้วยกัน ทำให้มีรายละเอียดของเนื้อสัมผัสมากกว่าไส้ที่เป็นเนื้อเดียวกัน

และแน่นอนว่าเม็ดบัวไข่แดงยังคงเป็นตัวแทนของรสชาติแบบดั้งเดิม เป็นรสที่ช่วยให้ชุดนี้ยังมีจุดเชื่อมโยงกับภาพจำของขนมไหว้พระจันทร์ที่เราคุ้นเคย

อีกจุดหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ “กล่อง” เพราะสามารถนำกลับมาใช้ต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องเก็บเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องประดับชิ้นเล็ก หรือของสะสม
พูดง่าย ๆ ว่า Berkeley เลือกเล่าเรื่องของ Mooncake ผ่าน “วัตถุดิบ + ความหมาย + การใช้งานต่อของบรรจุภัณฑ์” มากกว่าการทำให้ทุกอย่างดูหวือหวา
อ่านรีวิวเต็ม:
รีวิว The Berkeley Hotel Pratunam Mooncake Limited Edition 2569
4. Man Ho, JW Marriott Bangkok – เมื่อ Mooncake พบกับตำนานแปดยอดอาชา
ปิดท้ายด้วยขนมไหว้พระจันทร์จาก Man Ho ห้องอาหารจีนของ JW Marriott Bangkok ซึ่งเลือกหยิบ “ปาจวิ้นถู” หรือภาพแปดยอดอาชา มาเป็นแรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชันปี 2569
ภาพม้า 8 ตัวกำลังวิ่งอย่างสง่างามถูกนำมาถ่ายทอดบนกล่องในรูปแบบสีน้ำเงินและสีขาว คล้ายงานเครื่องลายครามจีน พร้อมพู่สีน้ำเงินที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับชุดของขวัญ

แนวคิดเรื่องแปดยอดอาชาเข้ากับปีมะเมียได้โดยตรง และยังเชื่อมโยงกับความหมายของการเดินทาง ความสำเร็จ และการกลับมาพบหน้ากัน ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศของเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ผู้คนมักกลับมารวมตัวกับครอบครัว

ด้านรสชาติ Man Ho นำเสนอ 4 รส ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว เกาลัดแมคคาเดเมีย โหงวยิ้งไข่เดี่ยว และงาดำ

ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยวมาในลักษณะเนื้อทุเรียนกวนละเอียด มีเม็ดแตงแทรกอยู่ และมีไข่แดงเค็มหนึ่งฟองตรงกลาง เป็นโครงสร้างที่คุ้นเคยและเข้าใจง่าย

ไส้เกาลัดแมคคาเดเมียเน้นความนุ่มนวลของเกาลัดบดและเพิ่มชิ้นแมคคาเดเมียเพื่อสร้างความกรุบในเนื้อไส้
ส่วนโหงวยิ้งไข่เดี่ยวมีถั่วและธัญพืชรวม 5 ชนิด พร้อมไข่แดงเค็ม และรายละเอียดที่น่าสนใจคือกลิ่นใบมะกรูดที่เข้ามาเติมบุคลิกให้ไส้มีความแตกต่าง
สำหรับงาดำ เป็นไส้ที่เน้นวัตถุดิบหลักอย่างตรงไปตรงมา เนื้อไส้สีดำเข้มละเอียด มีเม็ดแตงแทรกเป็นระยะ ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความนุ่มของงาดำกับความกรุบเล็ก ๆ ของเม็ดแตง
Man Ho จึงเป็นชุดที่ค่อนข้างชัดเจนในเรื่อง “วัฒนธรรมจีน + งานศิลป์ + รสชาติแบบคลาสสิกที่มีรายละเอียด” มากกว่าการทดลองรสชาติแบบฟิวชันสุดขั้ว
อ่านรีวิวเต็ม:
รีวิวขนมไหว้พระจันทร์ Man Ho, JW Marriott Bangkok 2569
4 ชุด 4 คาแรกเตอร์ของ Mooncake 2026
เมื่อชิมทั้ง 4 แห่งแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดคือขนมไหว้พระจันทร์ในปี 2569 ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าต้องทำอย่างไรถึงจะน่าสนใจ
Banyan Tree Bangkok เลือกสร้างประสบการณ์ผ่าน “ม้าโยก” และกล่องของขวัญที่มีความเป็นประติมากรรม พร้อมรสชาติที่มีทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย โดยมีชาอู่หลงยูซุเป็นหนึ่งในตัวแทนของรสใหม่
Kimpton Maa-Lai Bangkok เลือกใช้ “ม้าไฟ” เป็นแกนกลาง ทั้งในเชิงดีไซน์และงานศิลปะ พร้อมความร่วมมือกับ Artstory By Autistic Thai และรสชาติที่กล้าออกนอกกรอบ เช่น ไก่หยองน้ำพริกเผา
The Berkeley Hotel Pratunam เล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบ ตั้งแต่ทุเรียนหมอนทอง ยูซุ น้ำผึ้ง ไปจนถึงธัญพืช และให้ความสำคัญกับการทำให้กล่องของขวัญสามารถกลับมาใช้งานได้หลังเทศกาล
ขณะที่ Man Ho, JW Marriott Bangkok เลือกเดินผ่านเรื่องราวของวัฒนธรรมจีนและตำนานแปดยอดอาชา ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพสีน้ำเงินขาวแบบงานศิลป์จีน พร้อมรสชาติที่ยังคงอยู่บนพื้นฐานของ Mooncake แบบดั้งเดิม
แล้วปีนี้ควรเลือกขนมไหว้พระจันทร์แบบไหน?
ถ้ามองจากประสบการณ์ที่ได้ชิมทั้ง 4 แห่ง ผมคิดว่าคำถามที่น่าสนใจกว่า “ชุดไหนดีที่สุด” คือ “เรากำลังมองหา Mooncake แบบไหน”
ถ้าชอบของขวัญที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นและสามารถเก็บไว้เป็นของสะสม Banyan Tree Bangkok มีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัดเจนจากกล่องม้าโยก
ถ้าชอบงานออกแบบที่มีเรื่องราวทางสังคมและอยากลองรสชาติที่ออกนอกกรอบ Kimpton Maa-Lai Bangkok มีทั้งม้าไฟ งานศิลปะ และตัวเลือกอย่างไก่หยองน้ำพริกเผา
ถ้าชอบการเล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบและต้องการกล่องที่สามารถนำกลับมาใช้ต่อ The Berkeley Hotel Pratunam เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ
และถ้าชอบบรรยากาศจีนแบบคลาสสิก ทั้งเรื่องราว ตำนาน ภาพแปดยอดอาชา และรสชาติที่ยังอยู่ในโครงสร้างของ Mooncake ดั้งเดิม Man Ho, JW Marriott Bangkok ก็มีบุคลิกที่แตกต่างออกไป
ท้ายที่สุดแล้ว ขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีสำหรับแต่ละคนอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะบางคนซื้อเพื่อรับประทาน บางคนซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญ บางคนเลือกจากรสชาติ ขณะที่บางคนเลือกจากกล่องและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง
และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ของ Mooncake ในยุคนี้ เพราะขนมหนึ่งกล่องไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงขนมประจำเทศกาลอีกต่อไป แต่กลายเป็นทั้งของขวัญ ของสะสม งานออกแบบ และวิธีหนึ่งในการส่งต่อความหมายของเทศกาลไหว้พระจันทร์
สำหรับผม 4 กล่องที่ได้ชิมในปี 2569 จึงไม่ได้ให้ประสบการณ์เหมือนกันเลย และนั่นทำให้การชิม Mooncake ปีนี้สนุกกว่าการตามหาเพียง “รสที่อร่อยที่สุด” เสียอีก
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์
![[Review] ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026 จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย](https://www.kinandleisure.com/wp-content/uploads/2026/09/cover-mooncake-review-2026-bangkok.jpg)