Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] Quilombo Thonglor 5 สัมผัสจิตวิญญาณ ‘พาร์ริลลา’ และเนื้อดรายเอจชั้นยอด ใจกลางทองหล่อ
    • [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว
    • [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara
    • [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara
    • [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!
    • [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย
    • [Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026
    • [Promo] ฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Sindhorn Kempinski hotel bangkok valentine 2026
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] Quilombo Thonglor 5 สัมผัสจิตวิญญาณ ‘พาร์ริลลา’ และเนื้อดรายเอจชั้นยอด ใจกลางทองหล่อ
    Casual Dining

    [Review] Quilombo Thonglor 5 สัมผัสจิตวิญญาณ ‘พาร์ริลลา’ และเนื้อดรายเอจชั้นยอด ใจกลางทองหล่อ

    Kittin AssavavichaiBy Kittin AssavavichaiMarch 5, 2026Updated:March 5, 2026No Comments4 Mins Read

    Story : Pol.Capt. Kittin A


    หากจะพูดถึงสเต็กเฮาส์ในกรุงเทพฯ เราอาจเห็นแนวอเมริกันหรือฝรั่งเศสจนชินตา แต่การมาถึงของ Quilombo (กิโลมโบ) ภายใต้การดูแลของ Christopher Mark และ Manuel Palacio คือการเปิดศักราชใหม่ของอาหารอาร์เจนตินาขนานแท้ ที่นี่เขาชูโรงด้วยเตา “Parrilla” (เตาย่างแบบพื้นเมือง) และการใช้ไฟเป็นหัวใจหลัก โดยมีเชฟมากฝีมืออย่าง Ferran Tadeo ผู้ผ่านเวทีมิชลินสตาร์มาเป็นผู้ควบคุมวงออร์เคสตราแห่งเปลวไฟนี้

    Quilombo: ปาฏิหาริย์แห่ง ‘ไฟ’ ในปราสาทหินโบราณ—สัมผัสจิตวิญญาณสเต็กเฮาส์อาร์เจนตินายุค 1950 ณ ทองหล่อ

    หากคุณคิดว่ารู้จักสเต็กเฮาส์ในกรุงเทพฯ ดีพอแล้ว ผมอยากให้คุณลองวางความเชื่อเดิมลง แล้วตาม “ผม” มาที่ทองหล่อซอย 5 ครับ เพราะที่นี่คือ Quilombo (กิโลมโบ) ผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดของสองผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหารอย่าง Christopher Mark และ Manuel Palacio ที่ตั้งใจยกเอาสุนทรียภาพของกรุงบัวโนสไอเรสในช่วงทศวรรษ 1950 มาไว้ในไทยได้อย่างไร้ที่ติ

    สถาปัตยกรรมและงานดีไซน์: เมื่อความเก่าแก่บรรจบกับความร้อนแรง

    ก้าวแรกที่คุณมาถึง คุณจะพบกับความอัศจรรย์ของอาคารหินทรงปราสาทเก่าแก่ขนาด 400 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่สร้างจากหินโบราณให้ความรู้สึกโอ่อ่าและน่าค้นหา ภายในถูกเนรมิตที่หยิบเอาโครงสร้างทางประวัติศาสตร์มาปัดฝุ่นใหม่ ผสมผสานความดิบเท่เข้ากับความอบอุ่นที่อ่อนโยน

    บนพื้นที่สองชั้นที่รองรับได้ 80 ที่นั่ง คุณจะพบกับมุมรับประทานอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้องส่วนตัวที่ดูภูมิฐาน ไปจนถึง “ห้องลับ” ที่ซ่อนอยู่เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด แสงไฟในร้านถูกจัดวางให้สลัวราง สร้างบรรยากาศแบบ Nostalgic ที่พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคทองของสเต็กเฮาส์คลาสสิก แฝงด้วยกลิ่นอายความลึกลับและเปี่ยมเสน่ห์ในทุกตารางนิ้ว


    ถอดรหัสสถาปัตยกรรมแห่ง “ไฟ” และ “หิน”: การตีความสเต็กเฮาส์อาร์เจนตินาผ่านบริบท Modern Nostalgia

    หากพิจารณาจากภาพรวมและรูปภาพวัตถุดิบที่ถูกจัดวางลงบนพื้นผิวต่างๆ ของร้าน เราจะเห็นว่า MTM Studio ไม่ได้แค่สร้างร้านอาหาร แต่เขากำลังสร้าง “Narrative Space” หรือพื้นที่ที่เล่าเรื่องราวผ่านวัสดุ (Materiality) และความว่าง (Spatial Organization) โดยมีจุดเริ่มต้นจากโครงสร้างอาคารหินโบราณหนึ่งเดียวในทองหล่อ

    1. ภาษาวัสดุ (Materiality) และการจัดวางที่สะท้อนถึงประเพณี

    เมื่อมองลึกลงไปในรูปภาพ โดยเฉพาะจาน Farmer’s Market Crudites และ Trio of Dips เราจะเห็นการเลือกใช้ภาชนะเงิน (Silverware) และถาดแสตนเลสที่มีดีไซน์ย้อนยุค (1950s Aesthetic) วางลงบนโต๊ะไม้ที่มีลวดลายธรรมชาติเข้มข้น นี่คือการสร้างความขัดแย้งที่ลงตัว (Contrast) ระหว่าง:

    • ความหยาบ (Roughness): ของผนังหินปราสาทเก่าและเตาพาร์ริลลาที่เป็นเหล็กหนาหนัก
    • ความประณีต (Refinement): ของภาชนะเงินและแก้วคริสตัลที่แวววาวใต้แสงไฟ

    การออกแบบในลักษณะนี้สะท้อนถึงชนชั้นกลางและสูงในบัวโนสไอเรสยุคกลางศตวรรษ ที่พยายามรักษาความโก้หรูไว้ในความดิบชื้นของโรงย่างเนื้อ

    2. Lighting Design: ศาสตร์แห่งเงาและความร้อนแรง

    แสงใน Quilombo ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ “เห็นชัด” แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ “สร้างอารมณ์” (Atmospheric Lighting) แสงไฟจะตกกระทบลงบนจุดกึ่งกลางโต๊ะ (Focused Spotlight) เพื่อให้สีแดงของเนื้อดรายเอจและสีสันของผักสดใน Farmer’s Market โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดรอบข้าง

    ข้อสังเกตจากรูปภาพ: แสงที่ตกกระทบลงบน Beef Tea ในแก้วมัคสีขาว สร้างเงาตกกระทบที่คมชัด (Chiaroscuro) ช่วยเน้นย้ำความใสบริสุทธิ์ของซุปสีอำพัน นี่คือเทคนิคการใช้แสงแบบโรงละคร (Theatrical Lighting) ที่เปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นโชว์

    3. Spatial Flow: จากสาธารณะสู่ความเป็นส่วนตัวที่ซ่อนเร้น

    ด้วยพื้นที่ 400 ตารางเมตรบนอาคารสองชั้น การวางผังพื้นที่ (Zoning) ถูกออกแบบมาอย่างมีจังหวะ (Rhythm):

    • The Heart (Parrilla Area): คือจุดปะทะสายตาที่เป็นกึ่งสาธารณะ เสียงไฟปะทุและกลิ่นควันทำหน้าที่เป็น “Ambient Sound” ที่โอบล้อมทุกที่นั่ง
    • The Secret Rooms: การออกแบบ “ห้องลับ” ที่ซ่อนอยู่หลังผนังหิน คือการเล่นกับจิตวิทยาของผู้ใช้งาน (Psychology of Space) มอบความรู้สึกปลอดภัย (Refuge) และความเป็นส่วนตัวสูงสุด ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะเป็นโรงย่างเนื้อขนาดใหญ่

    4. การจัดวางองค์ประกอบบนโต๊ะ (Tabletop Composition)

    พิจารณารูป Empanada Flank Steak ที่มีไม้หนีบผ้าตัวเล็กหนีบกระดาษไขไว้ นี่คือการดีไซน์ที่สถาปนิกเรียกว่า “Juxtaposition” หรือการนำสิ่งของสามัญธรรมดา (Common objects) มาวางในบริบทที่หรูหรา เพื่อลดทอนความเกร็งของผู้ใช้งาน (Democratizing the Space) ทำให้ร้านที่อยู่ในปราสาทหินดูเข้าถึงง่ายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที


    เจาะลึกเมนูเรียกน้ำย่อย (Starters) สไตล์อาร์เจนตินา

    1. Tomato Sourdough Bread (360.-)

    เริ่มมื้อกันด้วยความเรียบง่ายที่ทรงพลัง ขนมปังซาวโดวจ์ที่นำไปย่างจนผิวเกรียมสวย ตัวเนื้อขนมปังเสริมรสด้วย Extra Virgin Olive Oil ชั้นเลิศ กลิ่นหอมเปรี้ยวอ่อนๆ ของการหมักตามธรรมชาติ ผสานกับความนวลของมะเขือเทศที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อขนมปัง เสิร์ฟมาบนตะแกรงเหล็กคลาสสิกที่ช่วยรักษาความกรอบและระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม เมื่อทานคู่กับน้ำมันมะกอก ความร้อนจะทำให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย มอบสัมผัสที่ทั้งกรอบนอกและนุ่มหนึบในคำเดียว เป็นการเปิดต่อมรับรสได้อย่างวิเศษครับ

    2. Tuna Tartare (750.-)

    จานนี้เชฟนำเสนอมาบนชามแก้วที่วางซ้อนบนน้ำแข็งไสละเอียดเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงความสดชื่นที่สุด ตัวทูน่าเนื้อแดงสดสับมาอย่างพอเหมาะ วางเลเยอร์มาบนฐานอะโวคาโดเนื้อเนียน ปรุงรสด้วย Soy Dressing, Shallots และผักชี (Coriander) รสชาติมีความซับซ้อนแต่สมดุล ความหวานของปลาตัดกับความมันของอะโวคาโด และมีความเค็มหอมจากซอสถั่วเหลืองจางๆ ท็อปด้วยของทอดกรุบกรอบเพิ่มมิติสัมผัส เป็นจานที่โชว์เทคนิคการปรุงรสสไตล์ Modern ที่ยังคงหัวใจของวัตถุดิบไว้ครบถ้วน

    3. Crab Cocktail (1,100.-)

    หากคุณเป็นคนรักปู จานนี้คือคำตอบครับ เชฟเลือกใช้ปูจัมโบ้ (Jumbo Crab) เนื้อขาวอวบอัดแน่น เสิร์ฟเคียงข้างด้วยอะโวคาโดหั่นเสี้ยวที่สุกกำลังดี (Perfectly Ripe) ราดด้วย Golf Dressing สูตรคลาสสิก สัมผัสของเนื้อปูนั้นหวานฉ่ำและแน่นเด้ง กลิ่นทะเลจางๆ ผสานกับซอสค็อกเทลที่เนียนนุ่ม ไม่เลี่ยนจนเกินไป ให้ความรู้สึกถึงความสดใหม่และพรีเมียมอย่างที่สุด การจัดจานเน้นความเรียบง่ายแต่ดูหรูหราในชามแก้วแช่เย็นจัดครับ

    4. Empanada Flank Steak (520.-)

    มาถึงจานที่ผมยกให้เป็น “หัวใจ” ของอาร์เจนตินา เอมปานาดา 3 ชิ้นที่ปั้นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน แป้งด้านนอกทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ขอบแป้งถูกม้วนเป็นเกลียวสวยงาม ไส้ข้างในคือเนื้อส่วน Flank Steak ที่สับด้วยมือ (Cut by hand) เพื่อรักษา Texture ของเนื้อไว้ มีความชุ่มฉ่ำของน้ำเนื้อพุ่งพล่านทันทีที่กัดลงไป ความเก๋อยู่ที่การเสิร์ฟด้วยการห่อกระดาษไขแล้วหนีบด้วยไม้หนีบผ้าตัวเล็กๆ ให้ความรู้สึกเป็นกันเองแบบ Rustic กลิ่นหอมของเนื้อและเครื่องเทศข้างในนั้นติดจมูกดีเหลือเกินครับ

    5. Farmer’s Market Vegetables (480.-)

    ตะกร้าผักสดที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่คือความสดชื่นที่ขาดไม่ได้ เชฟคัดสรรผักสดกรอบราวกับเพิ่งเก็บมาจากตลาดฟาร์มเมอร์ เสิร์ฟพร้อมกับ House Dips 3 ชนิดที่วางมาในถ้วยเงิน ได้แก่ Anchovy, Golf Dressing และ Garlic & Dill การได้กัดผักสดกรุบๆ อย่างแครอท แตงกวา หรือหัวไชเท้าแดง สลับกับการจิ้มซอสรสต่างกัน เป็นการล้างปากและพักเบรกจากรสสัมผัสหนักๆ ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะซอสแองโชวี่ที่ให้ความเค็มมันนัวลึกมากครับ

    6. Beef Tea (240.- per person)

    ปิดท้ายช่วงเรียกน้ำย่อยด้วย “Beef Tea” หรือซุปเนื้อใสที่ผ่านการเคี่ยวกรำนานถึง 24 ชั่วโมง จนกลายเป็น Beef Consommé ที่บริสุทธิ์ พนักงานจะค่อยๆ รินซุปสีน้ำตาลทองใสจากเหยือกลงในแก้วมัค กลิ่นหอมของเนื้อวัวที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดพุ่งกระจายทันที รสชาติเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า “ความเข้มข้นที่เบาสบาย” มีความลึกของรสสัมผัสที่ได้จากเนื้อวัวชั้นดี ดื่มแล้วอุ่นสบายท้อง เตรียมพร้อมรับมือกับ “The Heart of the House” หรือเมนูย่างที่กำลังจะตามมา


    เพียงแค่เมนูเริ่มต้น Quilombo ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นแล้วว่า ความใส่ใจในรายละเอียดและการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงคือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเทคนิคการย่างด้วยไฟที่สอดแทรกอยู่ในแทบทุกอณูของอาหาร

    เมนูจานหลักและการปรุงรสริมโต๊ะ (Main Events)

    Must Have Caesar Salad (750.-)

    นี่ไม่ใช่แค่สลัด แต่คือโชว์สุดพิเศษครับ! จะมีคุณลุงบุคลิกคึกคักเข็นรถมาปรุงให้ชมกันแบบสดๆ ริมโต๊ะ

    ผักกาดคอสสดกรอบคลุกเคล้ากับน้ำสลัดซีซาร์รสเข้มข้น โรยหน้าด้วยชีส Pecorino และแองโชวี่ชั้นดี สัมผัสถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน เป็นการสร้างประสบการณ์มื้ออาหารที่สนุกและประทับใจมากครับ

    Rib Eye (2,350.- / 400g)

    พระเอกตัวจริงจากเตาพาร์ริลลา เนื้อริบอายที่มีไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนสวยงาม ย่างมาแบบ Medium Rare ผิวนอกเกรียมหอมจากการสะดุ้งไฟ เนื้อในนุ่มฉ่ำจนแทบไม่ต้องเคี้ยว กลิ่นหอมของไขมันเนื้อที่โดนความร้อนมันช่างยั่วยวนเหลือเกิน เสิร์ฟบนถาดสแตนเลสที่รักษาความร้อนได้ดี ทานเปล่าๆ เพื่อดื่มด่ำรสเนื้อก็สุดยอดแล้วครับ

    Sirloin (1,450.- / 330g)

    สำหรับคนที่ชอบเนื้อที่มีความสู้ฟันนิดๆ และรสชาติเนื้อที่เด่นชัด (Bold Flavor) เซอร์ลอยน์จานนี้ตอบโจทย์มาก เนื้อมีความแน่นแต่ไม่เหนียว เชฟย่างมาได้สุกเสมอกันทั้งชิ้น รสชาติของเนื้อวัวสายพันธุ์ดีที่เลี้ยงด้วยหญ้ากระจายเต็มปากทุกคำที่เคี้ยว เป็นเสน่ห์ของเนื้อสไตล์อาร์เจนตินาอย่างแท้จริงครับ

    Tenderloin (1,680.- / 280g)

    ที่สุดของความนุ่มต้องยกให้จานนี้ครับ เนื้อสันในชิ้นหนาที่ผ่านการปรุงมาอย่างดีจนนุ่มเหมือนละลายในปาก รสชาติมีความละเมียดละไม ไม่จัดจ้านเท่าริบอายแต่ได้ความ “หรูหรา” ในรสสัมผัสแทน ประดับด้วยธงชาติอาร์เจนตินาอันเป็นเครื่องหมายการันตีจิตวิญญาณของร้าน ทานคู่กับซอส Chimichurri สูตรเด็ดของร้านเข้ากันได้ดีมากครับ

    Chicken Milanesa (880.-)

    เมนูทางเลือกสำหรับคนไม่ทานเนื้อ แต่ความอร่อยไม่เป็นรองใคร อกไก่ที่นำไปทุบจนบางแล้วชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองทองกรอบฟู เนื้อไก่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้าง เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานและผักสด เป็นจานที่เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี และให้ปริมาณที่จุใจมากครับ

    ปิดมื้ออาหารด้วยจิตวิญญาณอาร์เจนตินา

    1. Flan Mixto (320.-)

    จานนี้คือ “ตัวตึง” ของขนมหวานอาร์เจนตินาเลยครับ เป็นคัสตาร์ดเนื้อเนียนละเอียดที่นุ่มเด้งกำลังดี ไม่หวานแหลมจนเกินไป ไฮไลท์อยู่ที่การเสิร์ฟแบบ “Mixto” คือเคียงข้างมาด้วย Dulce de Leche เนื้อข้นคลักและวิปครีมสด การทานที่ถูกต้องตามแบบฉบับของผมคือต้องตักคัสตาร์ดพ่วงด้วยนมเคี่ยวและครีมในคำเดียว รสสัมผัสจะมีความหอมมันของไข่และนม ตัดกับความหวานนวลโทนคาราเมลได้อย่างสุนทรีย์ที่สุดครับ

    2. Panqueque con Dulce de Leche (350.-)

    แพนเค้กสไตล์ละตินจานนี้มีความพิเศษตรงที่ตัวแป้งจะบางนุ่มคล้ายเครปแต่มีความยืดหยุ่นกว่า เชฟสอดไส้ด้านในด้วย Dulce de Leche มาแบบจัดเต็ม แล้วนำไปนาบบนกระทะให้ความร้อนช่วยดึงกลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้ออกมา ท็อปด้วยน้ำตาลไอซิ่งและผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อตัดรส กลิ่นหอมของแป้งที่สุกพอดีผสานกับความเข้มข้นของไส้คาราเมลข้างใน เป็นความเรียบง่ายที่ “นัว” จนหยุดไม่อยู่จริงๆ

    3. Don Pedro (380.-)

    สำหรับใครที่อยากได้ของหวานที่ช่วยย่อยและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า “Don Pedro” คือคำตอบครับ เป็นเมนู “ค็อกเทลของหวาน” ที่คลาสสิกมาก ประกอบด้วยไอศกรีมวานิลลาพรีเมียม โรยหน้าด้วยวอลนัทสับกรุบกรอบ และที่สำคัญคือการราดด้วยเหล้าวิสกี้หรือบรั่นดีชั้นดี สัมผัสแรกคือความเย็นหวานละมุนตามด้วยความร้อนแรงจางๆ และกลิ่นไม้โอ๊คจากเหล้าที่พุ่งขึ้นจมูก เป็นการปิดมื้ออาหารที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีคลาสมากครับ


    เครื่องเคียงและซอส (Sides & Sauces)

    • Side Dishes: ผมแนะนำให้สั่ง Mushrooms (350.-) เห็ดผัดเนยกระเทียมหอมๆ และ Crispy Fried Onions (320.-) หอมทอดวงใหญ่กรอบสะท้านทรวง มาทานคู่กัน ส่วน French Fries (280.-) ของที่นี่ก็พิเศษเพราะโรยด้วยสมุนไพรและกระเทียม (Provencal) ให้รสชาติที่ต่างจากเฟรนช์ฟรายส์ทั่วไปครับ
    • Signature Sauces: ที่นี่มีซอสให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Chimichurri รสเปรี้ยวเผ็ดสดชื่นจากสมุนไพร ไปจนถึงซอสเนื้อเข้มข้น ซึ่งช่วยเสริมรสชาติของสเต็กแต่ละจานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

    Quilombo ไม่ใช่แค่ร้านอาหารที่มาทานเพื่อให้อิ่มท้อง แต่มันคือการเฉลิมฉลองให้กับ “งานฝีมือ” ตั้งแต่การเลือกเนื้อวัวเกรดพรีเมียมเลี้ยงด้วยหญ้า การนำมาดรายเอจในร้าน ไปจนถึงการย่างบนเตา Parrilla โดยเชฟ Ferran Tadeo ผู้ที่ดึงเอาศักยภาพของวัตถุดิบออกมาได้อย่างโดดเด่นที่สุด ภายใต้การดูแลที่ใส่ใจและราคาที่สมเหตุสมผลจนน่าเหลือเชื่อ

    นี่คือประสบการณ์อาหารอาร์เจนตินาเหนือกาลเวลาที่หยั่งรากลึกในประเพณีดั้งเดิม ความอบอุ่น และความพิถีพิถัน ถ้าคุณมองหา “ของจริง” ผมยืนยันว่าที่นี่คือคำตอบครับ

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    review รีวิว
    Previous Article[Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    Related Posts

    [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    February 26, 2026

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026

    [Review] รีวิว Afternoon Tea “The Honey Bee Bloom & Buzz” @ Vertigo Too: จิบชารับลมชมวิวกรุงเทพฯ ในธีมหอมหวานจากน้ำผึ้ง Banyan Tree Bangkok

    February 7, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] Quilombo Thonglor 5 สัมผัสจิตวิญญาณ ‘พาร์ริลลา’ และเนื้อดรายเอจชั้นยอด ใจกลางทองหล่อ

    March 5, 2026

    [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    March 1, 2026

    [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    February 26, 2026

    [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara

    February 19, 2026

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026

    [Review] Quilombo Thonglor 5 สัมผัสจิตวิญญาณ ‘พาร์ริลลา’ และเนื้อดรายเอจชั้นยอด ใจกลางทองหล่อ

    March 5, 2026

    [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    March 1, 2026

    [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    February 26, 2026

    [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara

    February 19, 2026

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...