
ยอมรับเลยครับว่าช่วงนี้อากาศบ้านเรามันเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าถามถึง “รสชาติของฤดูใบไม้ผลิ” ที่ละเมียดละไมที่สุดในกรุงเทพฯ พีทขอบอกเลยว่าต้องมาที่นี่ครับ Yu Ting Yuan (ยู ทิง หยวน)


ห้องอาหารจีนกวางตุ้งระดับมิชลินสตาร์ ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River วันนี้พีทจะพาทุกท่านไปดื่มด่ำกับเมนูพิเศษ “Passages of Spring” ที่เขาจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคมนี้เท่านั้น

บอกเลยว่าศาสตร์การปรุงแบบกวางตุ้งแท้ๆ ผสานกับวัตถุดิบฤดูกาลมันคือสวรรค์บนดินชัดๆ ตามพีทมาครับ ผมจะเหลาให้ฟังทีละจาน!

เริ่มต้นคลายร้อนเพิ่มความสดชื่นแบบเบาสบายด้วยเก๊กฮวย

สัมผัสความสดใหม่แห่งฤดูกาล: รีวิว Passages of Spring @ Yu Ting Yuan

1. อมูชบูช (Amuse Bouche)

เริ่มต้นการเดินทางด้วย “อมูชบูช” คำเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ พีทมองดูการจัดจานในชามสีดำทรงหินธรรมชาติ มันช่วยขับเน้นสีเหลืองทองของฟักทรงกลมสามลูกนี้ให้เด่นขึ้นมาทันที จานนี้เป็นการเรียกน้ำย่อยที่ชาญฉลาดมากครับ วัตถุดิบหลักน่าจะเป็นมะเขือเทศสีเหลืองหรือผลไม้รสเปรี้ยวที่นำไปคอมฟี (Confit)

จนเนื้อนุ่มละมุน ผิวตึงสวย ด้านบนประดับด้วยโกจิเบอร์รี่และใบไม้จิ๋วเพิ่มความสดชื่น เมื่อส่งเข้าปาก กลิ่นหอมสะอาดๆ จะกระจายไปทั่ว รสชาติเปรี้ยวอมหวานนิดๆ ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสให้ตื่นตัว พร้อมรับศึกหนักในคอร์สถัดไป เป็นการเปิดม่านฤดูใบไม้ผลิที่เรียบง่ายแต่หรูหราตามสไตล์ Yu Ting Yuan จริงๆ ครับ
2. Steamed Tomato, Asparagus and Pork Dumplings (番茄芦笋鲜肉饺)

มาถึงงานติ่มซำที่ทำให้พีทต้องอุทานว่า “สวยจนไม่กล้ากิน” แผ่นแป้งเกี๊ยวสีส้มอมชมพูที่ทำจากน้ำมะเขือเทศคั้นสด นวดจนเหนียวนุ่มและรีดจนบางเฉียบจนเห็นไส้ข้างใน การจีบแป้งประณีตราวกับงานศิลปะ ด้านบนประดับด้วยหน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) ฝานบางๆ เพิ่มสีเขียวตัดกับตัวเกี๊ยว ไส้ข้างในคือหมูสับคัดส่วนที่ดีที่สุด ผสมกับเนื้อกุ้งเด้งๆ และหน่อไม้ฝรั่งสับเพื่อให้มีสัมผัสที่กรุบกรอบ รสชาติกลมกล่อม

มีความหวานธรรมชาติจากหมูและความสดของมะเขือเทศที่แฝงอยู่ในแป้ง กลิ่นหอมของน้ำมันงาจางๆ ยิ่งทำให้จานนี้สมบูรณ์แบบ ยิ่งทานคู่กับซอสเอ็กซ์โอ (XO Sauce) สูตรลับของทางร้านที่เสิร์ฟมาข้างๆ ยิ่งชูรสให้พุ่งทะยานไปอีกขั้นครับ
3. Deep-Fried Spring Rolls with Betel Leaves, Fish Maw and Lobster (酥脆泰国蒌叶花胶龙虾卷)

จานนี้คือการฟิวชั่นระหว่างศาสตร์กวางตุ้งกับวัตถุดิบไทยที่พีทขอปรบมือให้แรงๆ ครับ ปอเปี๊ยะทอดจนสีเหลืองทองอร่าม ตัวแป้งกรอบพรีเมียมแบบที่กัดแล้วเสียงดัง “กร๊อบ” ไปถึงโต๊ะข้างๆ ไส้ข้างในคือความอลังการครับ มีทั้งเนื้อล็อบสเตอร์สดหวานที่หั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ และที่เด็ดสุดคือ “กระเพาะปลาสด” (Fish Maw) ที่ให้สัมผัสนุ่มหนึบหนับสู้ฟัน กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มาจาก “ใบชะพลู” (Betel Leaves) ซึ่งใส่ลงไปเพื่อตัดเลี่ยนและเพิ่มมิติของกลิ่นแบบสมุนไพรไทย

ความกรอบของแป้ง ความนุ่มของกระเพาะปลา และความเด้งของล็อบสเตอร์ มันคือสัมผัสที่ซับซ้อนแต่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นของว่างที่ยกระดับปอเปี๊ยะธรรมดาให้กลายเป็นอาหารชั้นสูงได้อย่างไร้ที่ติ
4. Braised Spinach with Thai River Prawn (翡翠千丝泰国河虾羹)

ซุปถ้วยนี้คือตัวแทนของความเขียวขจีในฤดูใบไม้ผลิครับ น้ำซุปผักโขม (Spinach) สีเขียวมรกตที่เคี่ยวจนเนื้อเนียนละเอียดประดุจผ้าไหม รสชาติมีความมันนวลและหวานเบาๆ จากผัก ไฮไลต์คือ “กุ้งแม่น้ำไทย” ตัวเขื่องที่ปรุงมาแบบพอดี เนื้อกุ้งขาวอวบเด้งสู้ลิ้นมากครับ ในชามยังมีเส้นไข่ขาวฝอยๆ ที่เชฟสะบัดลงไปอย่างประณีตราวกับเส้นด้าย

กลิ่นหอมของน้ำสต๊อกไก่ชั้นเลิศที่เคี่ยวนานหลายชั่วโมงผสมกับกลิ่นอายทะเลจางๆ จากกุ้ง ทำให้ทุกช้อนที่ตักเข้าปากรู้สึกถึงความอบอุ่นและสดชื่นในเวลาเดียวกัน เป็นเมนูที่สะท้อนถึงเทคนิค “การตุ๋น” (Braising) ชั้นสูงที่เน้นความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ (Ingredient-led clarity) อย่างแท้จริง
5. Steamed Thai sand goby with tangerine peel (陈皮清蒸泰国笋壳鱼)

นี่คือพระเอกของโปรเจกต์ Passages of Spring เลยครับ “ปลาบู่ไทย” (Thai Sand Goby) วัตถุดิบพื้นบ้านที่เชฟนำมาปรุงด้วยเทคนิคขั้นเทพ เนื้อปลาบู่ขึ้นชื่อเรื่องความขาว ความนุ่ม และความหวานธรรมชาติอยู่แล้ว เชฟนำมานึ่งกับ “เปลือกส้มตากแห้ง” (Aged Tangerine Peel หรือ เฉินผี) ที่มีอายุหลายปี กลิ่นหอมลุ่มลึกของส้มแห้งจะซึมเข้าไปในเนื้อปลา ช่วยดับคาวและเพิ่มความหอมที่ชวนหลงใหล

เสิร์ฟมาพร้อมกับเห็ดหูหนูเหลืองและซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษ รสชาติเค็มนำหวานตามแบบนุ่มนวล เนื้อปลานึ่งมาได้เป๊ะมากครับ แยกออกเป็นลิ่มๆ ละลายในปาก กลิ่นหอมของขิงและต้นหอมซอยที่โรยหน้ามาช่วยเสริมให้จานนี้ทรงพลังยิ่งขึ้น เป็นเมนูที่พีททานแล้วรู้สึกถึงความเบาสบายแต่เปี่ยมไปด้วยรสนิยม
6. Braised Thai frogs’ legs with prawn roe and bamboo shoots (虾籽春笋烧泰国田鸡腿)

สำหรับคนที่ชอบรสชาติที่เข้มข้นขึ้นมาหน่อย ต้องจานนี้เลยครับ ขากบไทยคัดไซส์ใหญ่พิเศษ เนื้อแน่นอวบเหมือนน่องไก่ นำมาผัดและตุ๋นกับ “ไข่กุ้งแห้ง” (Prawn Roe) ที่ช่วยเพิ่มรสอูมามิแบบลุ่มลึก และ “หน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิ” (Bamboo Shoots) ที่กรอบหวานไม่มีรสขมเลยแม้แต่นิดเดียว ซอสที่เคลือบตัวกบมีความข้นขลัก สีน้ำตาลมันวาว กลิ่นหอมไหม้กระทะ (Wok Hei) ผสมกับกลิ่นอายทะเลจากไข่กุ้ง เนื้อกบนุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง ทานพร้อมกับหน่อไม้ที่ดูดซับน้ำซอสเข้าไปจนฉ่ำ พีทบอกเลยว่าจานนี้ทานเพลินมาก รสชาติมีความเค็มมันและกลมกล่อมแบบที่หาตัวจับยากจริงๆ
7. ข้าวผัด Yu Ting Yuan (Fried Rice)

แม้จะเป็นเมนูนอกเหนือจากเซตฤดูใบไม้ผลิ แต่ข้าวผัดที่นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังครับ ข้าวเรียงเม็ดสวย สีเหลืองทองจากการเคลือบไข่ทุกเม็ด ผัดมาแบบแห้งสนิทแต่ไม่แข็ง มีเนื้อกุ้งและเนื้อปูแทรกอยู่ทุกอณู กลิ่นหอมกระทะแรงมากครับ รสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ยิ่งทานคู่กับพริกเซี่ยงไฮ้หรือซอสถั่วเหลืองพริกซอยของทางร้าน มันคือการปิดท้ายมื้ออาหารคาวที่สมบูรณ์แบบ ข้าวผัดจานนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่เมนูพื้นฐานที่สุด เชฟ Tommy ของ Yu Ting Yuan ก็ทำออกมาให้มีความพรีเมียมได้
8. ของหวานรังนก (Bird’s Nest Dessert)

มาถึงของหวานที่พีทตั้งตารอ รังนกเกรดพรีเมียมสีขาวสะอาดตา เสิร์ฟมาในน้ำนมสดที่เคี่ยวจนหอมมัน ด้านบนประดับด้วยแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์เพื่อความหรูหรา รสชาติหวานน้อยแต่ชื่นใจมากครับ เนื้อรังนกมีความกรุบเล็กน้อยตามธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนได้บำรุงร่างกายไปในตัว ความอุ่นกำลังดีของถ้วยนี้ช่วยล้างปากจากอาหารคาวได้อย่างหมดจด กลิ่นหอมละมุนของน้ำตาลกรวดและกะทิทำให้เป็นของหวานที่ปิดท้ายมื้อได้อย่างสง่างาม
9. ปิติโฟรสามอย่าง (Petit Fours)

ตบท้ายจริงๆ ด้วย Petit Fours 3 อย่างที่จัดมาอย่างวิจิตรบรรจง มีทั้งทาร์ตไข่จิ๋วที่แป้งพายกรอบซ้อนชั้นบางๆ ไส้คัสตาร์ดนุ่มเนียน ขนมมงคลรูปทรงคล้ายลูกส้มที่ทำจากถั่วกวนเนื้อละเอียดรสหวานอ่อนๆ และเยลลี่หรือขนมชั้นสไตล์จีนที่เคี้ยวหนึบหนับ ทานคู่กับชาร้อนๆ เป็นการจบมื้ออาหารที่ทำให้พีทนั่งยิ้มได้คนเดียวเลยครับ

บทส่งท้ายจากใจ “พีท”

การได้มาทานอาหารที่ Yu Ting Yuan ในช่วงฤดูใบไม้ผลิแบบนี้ มันไม่ใช่แค่การกินอิ่มครับ แต่มันคือการเสพศิลปะผ่านปลายลิ้น การที่เชฟเลือกใช้เทคนิคกวางตุ้งแบบดั้งเดิมมาจัดการกับวัตถุดิบชั้นเลิศของไทยอย่าง ปลาบู่ กุ้งแม่น้ำ หรือขากบ มันแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในรสชาติอย่างถ่องแท้ บรรยากาศของร้านที่ดูหรูหราด้วยเพดานสูงและวิวสระน้ำสะท้อนแสงไฟ ยิ่งทำให้มื้อนี้พิเศษขึ้นไปอีก

หากใครกำลังมองหามื้ออาหารเพื่อเฉลิมฉลอง หรืออยากสัมผัสความประณีตระดับมิชลิน พีทขอแนะนำเมนู “Passages of Spring” นี้เลยครับ ราคาอาจจะสูงตามคุณภาพโรงแรมระดับ 5 ดาว แต่เชื่อพีทเถอะว่าทุกบาทที่จ่ายไปคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับแน่นอน อย่าลืมนะครับ เมนูนี้มีถึงแค่ 15 พฤษภาคม นี้เท่านั้น ช้าหมดอดกินไม่รู้นะครับ!
ความสดของวัตถุดิบ การนำเสนอ และรสชาติคือที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม:
📍 Yu Ting Yuan, โรงแรม Four Seasons กรุงเทพฯ (ถ.เจริญกรุง)
📞 โทร: 02 032 0888
⏰ Lunch: 11:30 – 14:30 | Dinner: 18:00 – 22:30
แล้วพบกันใหม่มื้อหน้า พีทจะพาไปชิมที่ไหนอีก ฝากติดตามด้วยนะครับ!
#YuTing Yuan #FourSeasonsBangkok #PassagesOfSpring #MichelinStar #CantoneseFood #BangkokDining #อาหารจีนกวางตุ้ง #รีวิวอาหาร
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์
รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด