Author: Nopmanee

“แกงหอง” เมนูทรงโปรดในสมเด็จพระพันปีหลวง ตำนานแกงชาววังที่หอมละเมียด รสกลมกล่อมเหนือกาลเวลา ในตำรับอาหารชาววังไทย มีเมนูมากมายที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราว ความละเอียดอ่อน และศิลปะแห่งรสชาติ หนึ่งในนั้นคือ “แกงหอง” — แกงโบราณที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก แต่กลับเป็น “เมนูทรงโปรด” ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งโปรดให้จัดถวายบ่อยครั้งในช่วงที่ยังประทับอยู่ในพระราชวังจิตรลดา แกงหองไม่ได้เป็นแกงที่เผ็ดร้อนหรือจัดจ้านอย่างแกงไทยทั่วไป แต่โดดเด่นด้วย “รสกลมกล่อม หอมเครื่อง และมันละมุนจากมะพร้าว” มีเสน่ห์ของอาหารชาววังที่เรียบง่ายแต่ละเมียดละไมทุกขั้นตอน 🌿 ต้นกำเนิดของ “แกงหอง” คำว่า “หอง” มีผู้สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “หอม” หรืออาจมาจาก “ฮังหอง” ที่หมายถึงอาหารใส่เครื่องหลายอย่างคล้ายแกงกะทิผสมกับพะแนงบางส่วน แกงหองเป็นอาหารที่ปรับปรุงขึ้นจากตำรับเมืองใต้ แต่ได้รับการปรุงแต่งในรั้วในวังให้มีความอ่อนนุ่ม ละเมียดขึ้นจนกลายเป็นอาหารชาววังเต็มตัว เมนูนี้จึงถือเป็นหนึ่งใน “แกงกะทิแบบวัง” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใช้หมูเนื้อแดงหั่นบาง หมักกับน้ำปลา พริกแกงตำเอง และคั้นกะทิสด โดยมักใส่เครื่องอย่างมะเขือเปราะหรือหน่อไม้อ่อน เพิ่มกลิ่นหอมด้วยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าซอยบาง ๆ 👑 แกงหอง – รสโปรดแห่งวังหลวง “แกงหอง” ปรากฏในบันทึกอาหารไทยและตำราอาหารของราชสำนักในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โดยกล่าวถึงว่าเป็นเมนูที่สมเด็จพระพันปีหลวงโปรดให้ขึ้นโต๊ะบ่อย เพราะเป็น “อาหารรสพอดี ไม่จัดจ้านจนเกินไป รับประทานง่าย และมีกลิ่นหอมละมุนของกะทิและเครื่องแกงตำเอง” อาหารชาววังที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องหรูหราเสมอไป แต่คือความละเมียดในการเลือกวัตถุดิบ การปรุงรส และความใส่ใจในรายละเอียดจนออกมาเป็นรสชาติที่ “กลมกล่อมพอดีทุกสัมผัส” — ซึ่ง “แกงหอง” คือภาพแทนที่สมบูรณ์ของความละเมียดนั้น 🍛 สูตร “แกงหอง” ตำรับชาววัง (ฉบับเรียบง่าย ทำได้ที่บ้าน) วัตถุดิบ เนื้อหมูแดง (หรือหมูสามชั้นเล็กน้อย) 300 กรัม กะทิสด 2 ถ้วย น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ พริกแกงหอมตำเอง (หรือใช้พริกแกงเผ็ดแบบไทยก็ได้) 3 ช้อนโต๊ะ มะเขือเปราะหั่นแว่น 5–6 ลูก ใบมะกรูดซอย…

Read More

“FRIDAY POUR” at The Coffee Academics, Velaa Sindhorn Village Langsuan “The Coffee Academics” คาเฟ่ระดับพรีเมียมจากฮ่องกง ที่ผสานวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยอย่างลงตัว ขยายความนิยมสู่ประเทศไทย พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ เก็บตกบรรยากาศความสนุกจากงาน “FRIDAY POUR” at The Coffee Academics, Velaa Sindhorn Village Langsuanที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 19.00 – 21.00 น. ณ สาขาโครงการเวลา หลังสวน (Velaa Sindhorn Village, Langsuan) ภายในงาน ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับไวน์ชั้นเยี่ยมถึง 6 ชนิด พร้อมคานาเป้รสเลิศ เสิร์ฟไม่อั้นตลอด 2 ชั่วโมง ท่ามกลางเสียงเพลงจากดีเจที่จะมาสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยพลังและความสนุกอย่างมีสไตล์ The Coffee Academics มุ่งหวังให้ร้านกาแฟเป็น “Day Maker” ที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและเติมเต็มสีสันในทุกวันของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ราคาสำหรับการเข้าร่วมงานอยู่ที่990 บาท/ท่านเพลิดเพลินกับการจิบไวน์แบบจัดเต็ม 2 ชั่วโมงเต็ม สำหรับงานครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568สามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE Official Account: @tca_thailandFB: www.facebook.com/TheCoffeeAcademicsTH IG: https:// https://www.instagram.com/thecoffeeacademicsth/ หรือโทร. 02-164-2500ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ปัจจุบัน ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ มีจำนวน 3 สาขา โดยสาขาแรก โครงการเวลา หลังสวน, เซ็นทรัล เวิลด์ และ เกษรวิลเลจ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ (โครงการเวลา หลังสวน) จุดกำเนิดของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เกิดขึ้นจากสตูดิโอแห่งหนึ่งในคอสเวย์ เบย์ ฮ่องกง เมื่อปี 2553 โดยในขณะนั้น เดอะคอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และเป็นพื้นที่ทางความคิดสำหรับกลุ่มคนที่รักกาแฟเหมือนๆ กัน ต่อมาในปี 2555 ร้านกาแฟ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ได้เปิดตัวขึ้นที่ ถนน Yiu Wa ในคอสเวย์ เบย์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนิยามประสบการณ์แบบคอฟฟี่เฮ้าส์ในฮ่องกงขึ้นมาใหม่ โดยฝีมือของ นางสาวเจนนิเฟอร์ หลิว (Jennifer W.F. Liu) นักธุรกิจและสถาปนิกหญิงชื่อดังของฮ่องกง (ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงที่ทรงอิทธิพลในปี 2562 โดย Forbes Asia) โดยเมื่อเริ่มแรกนั้น ผู้ก่อตั้งมีความเชื่อมั่นว่า ผู้บริโภคในฮ่องกง…

Read More

Story : Nopmanee P.. / Photo : Pol.Capt. Kittin AChef : Federico Orrù / Cuisine type : Italian / Level : Fine Dining วันนี้ Kinandleisure.com ขอกลับมาที่นี่อีกครั้ง พามาเปิดวาร์ป มานั่งละเลียดทานอาหารอิตาเลียนวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล รังสรรค์โดยเชฟ Federico จิบไวน์อยู่ในมุมสงบ ร้านบรรยากาศแบบสบายๆล้อมรอบไปด้วยขวดไวน์หลากฉลาก (นี่ฉันนั่งอยู่ในห้องเก็บไวน์ที่อิตาลีหรือไร) ที่อยู่ห่างจากความวุ่นวายของแยกอโศกเพียงไม่กี่เมตร! หรือจะมาจากทางพร้อมพงษ์ ซอยสวัสดีก็ไม่ติด เมื่อเข้ามาในบริเวณของร้าน เดินบนทางเดินหินตัดผ่านเนินสนามหญ้าเขียวขจีมุ่งตรงมาที่ประตูทางเข้าร้าน ด้านในเหมือนหลุดมาจากฉากหนังอิตาเลียนซักเรื่อง ด้วยผนังสีครีมอ่อน ประดับด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มตามส่วนต่างๆของร้าน ฝ้าเพดานไม้สีน้ำตาลเข้มสูงโปร่ง ภาพสีน้ำมัน โปสเตอร์ เสาอิฐที่อยู่ระหว่างชั้นขวดไวน์หลากฉลาก ทำให้นึกถึงการนั่งอยู่ในห้องเก็บไวน์ที่ไร่องุ่นกลายๆ อีกทั้งกลางห้องยังมีเสากลมสีแดงส่งให้ดูโมเดิร์นไปด้วย ระหว่างที่ดิฉันนั่งรอเพื่อนอยู่นั้น มีของให้ทานเล่น ขอเรียกง่ายๆว่า ข้าวเกรียบ 3 สี ที่ประทับใจสุดเป็นข้าวเกรียบสีแดง ทำจากบีทรูทสไลด์เป็นแผ่นบางๆ แล้วนำไปทอดโดยที่เรายังคงรู้สึกถึงความสดใหม่อยู่ไม่คลาย หันไปลองทานชิ้นอื่นแล้วก็ยังกลับมาทานอันนี้อีก แผ่นสีเขียวก็ให้เนื้อสัมผัสที่หนาขึ้นกลมๆพองๆดี ส่วนสีเหลืองนั้นก็บางมากๆ มีความฟูกรอบอยู่ในตัว เค็มหน่อยๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ขนมปังขาไก่ ในกระบอกเซรามิคสีขาว ที่อาจจะเป็นขนมปังที่คุ้นปากคนไทยมากที่สุด ขนมปังแท่งกลมยาวกรอบๆ กัดลงไปก็รู้สึกได้ถึงความสดใหม่ของขนมปังนี้ เอาล่ะเพื่อนดิฉันได้ฝ่าการจราจรในช่วงเย็นมาถึงแล้ว เรามาเริ่มกันที่ Prosecco by Ferrari เป็น Welcome drink กันเลยค่ะ ตัวนี้ Dry ก็จะไม่หวานมาก มีฟองซ่าน้อยหน่อย เรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี จานแรกนั้นมาในรูปแบบสามชิ้น เสิร์ฟมาบนจานทรงหนาสีขาว เราจะมาไล่โน๊ตเปิดต่อมรับรสกันจากซ้ายไปขวา ชิ้นซ้ายสุด ที่เด่นสุดคือไส้ตรงกลาง ตับบดประกบด้วยเจลลี่กาแฟที่ทั้งให้ความหอม และรสขมไหม้หน่อยๆมาเสริมรสชาติให้คำนี้มีมิติมากขึ้น กับขนมปังชิ้นบางๆประกบอยู่ทั้ง 2 ข้าง ชิ้นกลางนั้นเป็นรสของเห็ดแชมปิญองหอมอบอวลในโพรงปากคล้ายซุปข้นในถ้วยทาร์ต ชิ้นขวาสุด หน้าตาน่ารักทั้งรูปลักษณ์และรสชาติโดดเด่นด้วย Smoked cheese Scamorza หอมนมนัวร์ๆบนขนมปังชิ้นหนาสีชมพู เป็นคำที่ขอเตือนไว้เลยว่าต้องทานเข้าไปทั้งชิ้น ไม่งั้นถ้าละเลียดกัดชีสจะทะลักออกมาก่อนได้ทาน…

Read More

Story : Nopmanee P.. / Photo : Pol.Capt. Kittin AChef : Mulako O / Cuisine type : Thai / Level : Casual Dining วันนี้ kinandleisure.com จะพาทุกท่านนั่งเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยา ข้ามเวลากลับไปยังบ้านโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 นั่งรับประทานข้าวแช่สูตรพิเศษของพระยา ไดนิ่ง และไปโพสท่าถ่ายรูปกัน ที่ขอบอกว่าที่นี่มีหลายมุมให้ถ่ายรูปพอสมควรเลยล่ะค่ะ ทุกท่านที่จะมาที่นี่ต้องใช้การสัญจรทางน้ำแบบสมัยโบราณ นั่งเรือเข้ามา เนื่องจากที่นี่ทางรถเข้าไม่ถึง ซึ่งจะมีเรือของโรงแรมให้บริการ รับจากท่าพระอาทิตย์ หรือให้ไปจอดรถที่วัดราชาธิวาส แล้วโทรเรียกเรือให้รับจากท่านี้ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเราได้เลือกอย่างหลังกัน เลยได้นั่งเรือชมท่าวาสุกรี วังบางขุนพรหม สะพานพระราม 8 ไปพลางๆก่อนที่จะถึงโรงแรม Praya Palazzo เมื่อได้ขึ้นจากท่าน้ำแล้วเดินลอดซุ้มเหล็กดัดที่ทำเป็นชื่อโรงแรมไปสู่ลานหินขนาดกว้าง ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นสบายตา ได้ยลโฉมบ้านหลังนี้กันชัดๆ ก่อนจะพูดถึงอาหารการกิน ยายขอเจียดเวลาพาเดินย้อนเวลากลับไปสักนิด ให้รู้จักกับบ้านหลังนี้เสียก่อน จะได้ซาบซึ้งเวลานั่งกินข้าวอยู่ใต้คานไม้ที่เคยผ่านกาลเวลามากว่าศตวรรษ บ้านบางยี่ขัน นั้นสร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2466 อยู่ในรัชสมัยของ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ตอนนั้นเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเก่าไปใหม่ ชนชั้นเจ้าขุนมูลนายเริ่มนิยมการสร้างเรือนในแบบตะวันตก บ้านหลังนี้เองก็เช่นกัน เขาสร้างตาม สถาปัตยกรรมแบบพาลาดิโอ ที่เน้นความสมดุล สัดส่วนเป๊ะๆ แบบคลาสสิก แต่แฝงไว้ด้วยความละมุนละไมแบบตะวันออก เจ้าของบ้านคนแรกเป็นผู้ดีเก่าฝ่ายพลเรือน ชื่อเสียงขจรขจายตั้งแต่สมัยนั้น ยกบ้านนี้ขึ้นริมเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตั้งชื่อว่า “บ้านบางยี่ขัน” ตามย่านถิ่นฐานอันเงียบสงบ บ้านหลังงามนี้เป็นศูนย์กลางของชีวิตครอบครัวอยู่หลายสิบปี จนเมื่อเจ้าของบ้านถึงแก่อสัญกรรม ลูกหลานจึงได้ส่งต่อบ้านให้กลายเป็นโรงเรียนอยู่ราว 30 ปีเต็ม เมื่อกาลเวลาผ่านไป คนย้ายออก ผู้เรียนเติบโต ที่ดินนี้ก็ถูกปล่อยให้เงียบเหงา บ้านใหญ่เงียบงันอยู่นานเกือบยี่สิบปี ถูกเถาวัลย์และลมฝนกลืนกินทีละน้อย รอวันที่จะมีใครสักคนหันมาเหลียวแล แล้วก็มีจริงๆ เจ้าค่ะ… เมื่อราวสิบกว่าปีที่ผ่านมา บ้านบางยี่ขันก็ได้เจอผู้มีใจรักในเรือนโบราณ เขาเข้ามาบูรณะด้วยความประณีต บางส่วนต้องรื้อแล้วก่อขึ้นใหม่ แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งให้บ้านกลับมามีหน้าตาใกล้เคียงกับเดิมที่สุด ไม่ลืมรายละเอียดเล็กๆ ที่คนโบราณเขาใส่ใจ ตั้งแต่คิ้วบัวกรอบประตู ยันลายลูกกรงระเบียง จนที่สุด…

Read More

Story : Nopmanee P. Jipjip / Photo : Pol.Capt. Kittin A Sun วันนี้ kinandleisure.com จะพาทุกท่านก้าวย่างเข้าไปสู่โลกของข้าวแช่กันอีกครั้งที่โรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งริมถนนวิทยุ ที่ตั้งของโรงแรมตรงนี้เคยเป็นวังเก่า ด้วยบรรยากาศ แนวคิดการตกแต่งของโรงแรมก็ช่างเป็นใจยิ่งนัก เหมาะสำหรับการตั้งวงรับข้าวแช่คลายร้อนแดดเดือนเมษากับเพื่อนๆ ครอบครัวหรือคนรู้ใจ ใช่แล้วค่ะที่หมายถึงในวันนี้ คือ โรงแรม The Athenee Hotel, A Luxury Collection Hotel Bangkok เมื่อมาถึงแล้วขอกดลิฟต์ตรงดิ่งไปที่ชั้น 3 เดินตรงเข้าไปด้านในจะพบกับห้องอาหาร The Smooth Curry อยู่ทางด้านขวา ห้องอาหารนี้ตกแต่งด้วยพื้นไม้ลายก้างปลาให้กลิ่นอายความหรูหราแบบฝรั่งยุคล่าอาณานิคม ผนังบางแผงเป็นลายฝาปะกนคล้ายบ้านทรงไทยภาคกลางเวอร์ชั่นร่วมสมัย ร่วมกับชุดเก้าอี้ไม้ผสมหวายสีดำ มีโต๊ะทานข้าวทั้งแบบกลมและเหลี่ยมให้เลือกนั่งได้ตามใจชอบ ผนังห้องสีเขียว-ขาวตัดกับขอบไม้ บางช่องถูกประดับด้วยเครื่องลายครามแบบพองาม โคมอัจกลับส่องแสงสีนวลตาเพิ่มบรรยากาศความเป็นไทยโบราณได้อีก ฝ้าเพดานสีขาวบางส่วนก็ถูกขับเน้นด้วยลาย เหมือนดอกมะลิถูกร้อยเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือจะบอกว่าบรรยากาศดีมาก หลังจากชมบรรยากาศกันไปแล้ว ขอเริ่มกันที่ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยกันต่อเลยดีกว่า ชุดข้าวเกรียบน้ำพริกเผา เสิร์ฟมาในชุดหาบย่อส่วนดูน่ารักน่าชัง (ที่ปัจจุบันเราจะเจอชุดหาบได้แค่ที่ตลาดย้อนยุคแล้ว) ข้าวเกรียบแผ่นขนาดปกติกรุบกรอบ จิ้มทานกับน้ำพริกเผาไปพลางคุยกับเพื่อนๆไปพลางได้อย่างเพลิดเพลิน ช่อม่วงปลาช่อนนา (390 บาท) ทำจากแป้งลายริ้วสีม่วงที่บรรจงม้วนพับอย่างประณีต เสมือนจำลองตัวเป็นดอกอัญชันที่กำลังเบ่งบานเป็นหย่อมๆบนจานสีเทาเข้มใบโต แป้งเนื้อนุ่มหนึบกำลังดี ภายในสอดไส้ปลาช่อนนาอย่างพิถีพิถัน ใช้เนื้อปลาช่อนสดที่ถูกนำมาผัดกับเครื่องเทศไทยตำรับโบราณอย่างละเอียด ละมุนด้วยกลิ่นของรากผักชี กระเทียม พริกไทย และหอมแดงเจียวที่ค่อย ๆ ผัดให้เข้ากันจนเกิดความหอมอ่อน ๆ ก่อนนำไปปรุงรสให้ออกหวานนำเค็มตามอย่างพอดี เนื้อปลาถูกสับให้หยาบเล็กน้อยเพื่อให้ยังคงเนื้อสัมผัสและรสชาติของปลาชัดเจนในแต่ละคำ เมื่อกัดลงไป กลิ่นหอมของสมุนไพรและรสกลมกล่อมของไส้ปลาช่อนผัดจะค่อย ๆ คลี่ออกมาทีละน้อย ผสานกับแป้งนุ่มด้านนอกได้อย่างลงตัว ช่อม่วงแต่ละชิ้นจัดเรียงมาพร้อมดอกไม้ทานได้หลากสีสัน เพิ่มมิติให้กับทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ เป็นคำเล็ก ๆ ที่เคี้ยวไม่นานก็หมดเสียแล้ว ประทัดลม (420 บาท) แป้งปอเปี๊ยะม้วนเป็นทรงกระบอกทบกันหลายชั้นทำให้กลายเป็นแป้งหนาขึ้นกว่าทั่วไป นำไปทอดได้กรุบกรอบกำลังดี ภายใต้แป้งนั้นเป็นชิ้นเนื้อกุ้งสีขาวตัวใหญ่ ชวนประทับใจสุดก็ตรงนี้ ด้วยรสชาติและสัมผัสของกุ้งสด ประทัดลมทั้งชิ้นนี้จะถูกหั่นครึ่งเฉียงๆจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบมาในจานสีเทาใบโต เมื่อทั้งแป้งและกุ้งถูกเคี้ยวอยู่ในปากจะเกิดเสียงดุจประทัดนี้อาจเป็นที่มาของชื่อ ทานกับน้ำจิ้มบ๊วยหวานพองามสูตรเฉพาะของร้านที่เป็นถ้วยเล็กๆอยู่ในหาบ และพระเอกของมื้อนี้ ข้าวแช่ชาววัง ที่เชฟมนตรีและทีมเชฟประจำห้องอาหาร ได้ปรุงข้าวแช่ตำรับชาววังตามกรรมวิธีโบราณ โดยแช่ข้าวหอมมะลิออร์แกนิคจากกลุ่มเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเมล็ดเรียงสวยและมีกลิ่นหอม แช่ข้ามคืนในน้ำลอยดอกมะลิเพื่อให้ได้กลิ่นหอมที่แทรกซึมในทุกอณู…

Read More

Story : Nopmanee P. Jipjip / Photo : Pol.Capt. Kittin A Sun วันนี้หลังจากชาว Kinandleisure.com ดูซีรีย์ The White Lotus ซีซันต์ 3 จบแล้ว คงทายโลเคชั่นที่ถ่ายทำกันได้ไม่ยากเลย โดยโลเคชั่นหลักนั้นถ่ายที่ Four seasons resort เกาะสมุย สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรุ่มรวยทางความงามและโลกที่เต็มไปด้วยละครที่รอการเปิดเผย แต่ช้าก่อน! วันนี้เราจะไม่พาคุณขึ้นเครื่องบินไปถึงนั่น เราจะชวนคุณขับรถไปที่โรงแรม Four Seasons Bangkok ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแทน เราจอดรถที่ชั้นใต้ดินขึ้นลิฟต์มาเจอโถงต้อนรับอันโปร่งโล่งเต็มไปด้วยดอกบัวสีขาวบนสายน้ำรอบๆ แล้วเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆจะพบกับ The Library ของ The Lounge อันเป็นหมุดหมายของเราในวันนี้ เพราะที่นี่จะทำให้เราอินกับซีรีย์ได้อย่างต่อเนื่องด้วย The White Lotus Afternoon Tea ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีซั่น 3 ของซีรีส์ HBO® Original Series The White Lotus เราแจ้งชื่อที่จองไว้แก่พนักงาน แล้วเค้าจะพาเราเดินเข้าไปในโซนที่ได้รับการออกแบบใหม่ร่วมกับ HBO โดยมีแรงบันดาลใจจากฉากอันสวยงามและความลึกลับในซีรีส์ ให้ได้จินตนาการถึงพื้นที่ที่อบอวลไปด้วยดอกบัวสีขาวในทะเลลึก การตกแต่งที่หรูหราทุกมุมสะท้อนถึงความซับซ้อนและดราม่าของซีรีส์ มาค่ะแหวกม่านแล้วเดินตามเข้ามาในโรงละครกัน! It’s showtime! เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้นำทางเราเข้าสู่โลกแห่งละครได้แหวกม่านผ้าเพื่อทะลุมิติเข้ามาพื้นที่แห่ง The White Lotus อันดับแรกจะพบกับป้ายชื่อซีรีย์ The White Lotus ขนาดใหญ่ และตื่นตะลึงไปกับมุมดอกบัวยักษ์สีเหลืองที่กลางเกสรยังแอบมีงูสีเหลืองจากซีรีย์อยู่ด้วย (ช่างเหลืองเข้ากันถ้าดูเผินๆผ่านๆก็จะไม่รู้เลย) พร้อมกับฉากหลัง สระน้ำภายนอกที่ถูกเนรมิตให้เป็นสระบัวสีขาวเพื่องานนี้โดยเฉพาะ อีก 2 มุมของห้องก็ไม่น้อยหน้ากันด้วยวอลเปเปอร์ลายใบไม้สีเขียวอ่อน ชวนให้นึกถึงความงามของป่าผสมกับวัฒนธรรม Afternoon tea แบบดั้งเดิมเสียนี่กระไร ไม่เพียงเท่านั้น ยังสอดแทรกบางประโยคจากหนังมาอีกด้วย โดยจะขอยกมาซักหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับเวลานี้พอดี “Welcome to the rest of your wonderful life” แล้วก็ได้เวลานั่งลงบนอาร์มแชร์พิงหมอนกลีบบัวสีขาวสวยเก๋อันนี้ซักที เรากำลังจะได้ลิ้มลองชุดน้ำชาที่หัวหน้าเชฟประจำโรงแรม แอนเดรีย แอคคอร์ดิ และหัวหน้าเชฟขนมหวาน อันเดรีย โบนาฟินี ได้ร่วมมือกันสร้างประสบการณ์อาฟเตอร์นูนทีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ถ่ายทำอันเขียวขจีของเกาะสมุย ไม่นานเลยเราจะถูกต้อนรับด้วยเครื่องดื่ม Crémant ที่ใช้วัตถุดิบไทยผสมผสานกับเทคนิคการผลิตคล้ายแชมเปญ…

Read More

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยยินดีต่อการปล่อยตัวแรงงานไทยห้าคน ที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายฮามาสจับตัวไปอย่างทารุณจากที่ซึ่งพวกเขาทำงานอยู่ในอิสราเอล ในระหว่างการโจมตีอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ในวันนี้ พวกเขาได้รับการปล่อยตัวแล้วหลังจากถูกจับไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซาเป็นเวลา ๑๕ เดือน ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว ได้แก่ บรรณวัชร แซ่ท้าว วัชระ ศรีอ้วน สุระศักดิ์ ลำเนา เสถียร สุวรรณคำ และพงษ์ศักดิ์ แทนนา โดยอิสราเอลได้รับมอบตัวประกันทั้งหมดแล้ว และกำลังอยู่ในกระบวนการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย ขอต้อนรับการคืนสู่อิสรภาพของชาวไทยทั้งห้าคน และหวังว่าจะได้พบพวกคุณในเร็วๆ นี้ในประเทศไทย เมื่อทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัย ทั้งนี้ ตัวประกันชาวไทยที่ได้รับการปล่อยตัวจะได้รับการตรวจสุขภาพและความช่วยเหลือจากทีมแพทย์อิสราเอล ก่อนจะย้ายไปยังศูนย์การแพทย์เพื่อรับการรักษาเบื้องต้นตามความจำเป็นและความประสงค์ของพวกเขา นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น อิสราเอลได้พยายามทุกวิถีทางเพื่ออิสรภาพของตัวประกัน ทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ อิสราเอลยินดีที่มีการปล่อยตัวประกันชาวไทยในครั้งนี้ ทั้งนี้ ระหว่างที่พวกเขาถูกกักขังอยู่ กลุ่มก่อการร้ายฮามาสไม่อนุญาตให้องค์กรอิสระด้านมนุษยธรรมใดๆ รวมถึงสภากาชาด เข้าพบตัวประกัน อีกทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นอยู่และสุขภาพของพวกเขาก็มีจำกัดและไม่แน่นอน เราจึงยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพวกเขาได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ อิสราเอลจะยังคงดำเนินการต่อไปเพื่อปลดปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ยังถูกกักขังอยู่ในฉนวนกาซา และหวังให้ทุกคนกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากิฟ กล่าวว่า “ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นชาวไทยทั้งห้าคนที่ถูกฮามาสกักขังได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ เราเห็นใจครอบครัวของผู้ที่ยังคงถูกกักขังอยู่ในฉนวนกาซา และขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะให้พวกเขาได้รับอิสรภาพอย่างปลอดภัย” รัฐบาลอิสราเอลจะยังคงให้ความช่วยเหลือชาวไทยผู้ตกเป็นเหยื่อและครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ และสงครามที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ทั้งจะยังดูแลตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป

Read More

สัมผัสความโดดเด่นในบรรยากาศสุดเก๋ของห้องอาหารเอกลักษณ์ วันนี้ Kinandleisure ขอพาทุกท่านมาสำรวจหนึ่งในโรงแรมที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ตั้งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท ที่ถึงแม้ไม่ได้ติดถนนใหญ่ แต่ก็สะดวกสบายสำหรับการเดินทาง ด้วยทำเลที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยไม่ลึกมาก แถมยังสามารถเชื่อมต่อไปยังย่านทองหล่อได้อย่างง่ายดาย โรงแรมแห่งนี้มีชื่อสุดเก๋ว่า “มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเลคชั่น” สื่อถึงการเดินทางอันรื่นรมย์ทั้งการมาถึงและการจากไป เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณโรงแรม ความประทับใจแรกเริ่มตั้งแต่โถงต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมิตร ห้องอาหารที่เราจะพาทุกท่านมาชมในวันนี้ ตั้งอยู่ทางด้านขวามือของทางเข้า และถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงง่าย มีความตั้งใจให้รู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งพอได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบรรยากาศของโรงแรมหลายแห่งในยุโรปที่มักจัดวางพื้นที่ในลักษณะนี้ ห้องอาหารเอกลักษณ์ เป็นดั่งหัวใจของโรงแรมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ โดดเด่นตั้งแต่พื้นจรดเพดาน โทนสีและลวดลายถูกออกแบบมาอย่างประณีต พื้นไม้สีอ่อนที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียด เข้ากันอย่างลงตัวกับเพดานลายตารางทรงโค้งที่ให้ความรู้สึกสง่างามในแบบร่วมสมัย โคมไฟห้อยเพดานทรงกลมสีขาวเปล่งแสงอบอุ่น เพิ่มความสบายตาและเสริมให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งโล่งยิ่งขึ้น ใจกลางห้องอาหารคือ เคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะสะดุดตา ยังเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถเลือกนั่งชิลล์พลางชมการทำเครื่องดื่มสุดพิเศษจากบาร์เทนเดอร์ได้อย่างใกล้ชิด หรือจะเลือกนั่งในบริเวณ ซุ้มที่จัดไว้อย่างมีสไตล์ และชุดโต๊ะเก้าอี้โทนสีน้ำเงินและครีมที่แฝงความหรูหราแบบไม่โอ้อวด ทำให้ห้องอาหารแห่งนี้เหมาะสำหรับทุกโอกาส ตั้งแต่มื้อกลางวันแสนสบายไปจนถึงดินเนอร์สุดพิเศษในยามค่ำคืน ด้วยการออกแบบที่ลงตัวและบรรยากาศอันน่าประทับใจ ห้องอาหารเอกลักษณ์ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของโรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเลคชั่น แต่ยังมอบประสบการณ์ที่ทำให้ทุกมื้ออาหารเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำที่น่าประทับใจ ประเดิมมื้อเย็นด้วย Welcome Bread ที่ทั้งสร้างสรรค์และอร่อยจนประทับใจ สำหรับมื้ออาหารเย็นนี้ เริ่มต้นด้วย Welcome Bread ที่ไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมพร้อมลิ้นสำหรับรสชาติอันหลากหลายในมื้อถัดไป แต่ยังสร้างความประทับใจแรกได้อย่างดีเยี่ยม ที่เสิร์ฟในวันนี้คือ Pumpkin Bread & Pumpkin Purée ซึ่งแค่เพียงได้เห็นก็สัมผัสถึงความใส่ใจในรายละเอียด ขนมปัง Pumpkin Bread มีกลิ่นหอมหวานจากฟักทองอบ และยังโดดเด่นด้วยความกรุบกรอบจากเมล็ดฟักทองที่โรยท็อปด้านบน ช่วยเพิ่มมิติของรสสัมผัสให้หลากหลายยิ่งขึ้น เสิร์ฟคู่กับ Pumpkin Purée ที่เนียนนุ่มละมุน มีความมันนัวที่คล้ายกลิ่นอายไข่เค็ม ซึ่งเป็นความสร้างสรรค์ที่น่าตื่นเต้นและทำให้นึกถึงกลิ่นอายความเป็นเอเชียนได้อย่างชัดเจน Pumpkin Purée นี้ถูกปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน รสชาติหวานธรรมชาติของฟักทองผสานกับรสเค็มละมุนของส่วนผสมที่คล้ายไข่เค็ม สร้างสมดุลที่ลงตัวเมื่อทานคู่กับขนมปัง ช่วยให้ทุกคำที่กัดเป็นการเริ่มต้นมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แนะนำให้ใช้มือหยิบขนมปังอย่างสบายๆ แล้วปาด Pumpkin Purée ลงบนขนมปังกรอบๆ ในแบบที่คุณต้องการ การสัมผัสกับเนื้อขนมปังและความรู้สึกจากการใช้มือทาน ช่วยเสริมบรรยากาศให้สนุกสนานและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น เป็นประสบการณ์เล็กๆ ที่ทั้งอร่อยและสร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นมื้ออาหาร! Amuse Bouche: เมื่อรสชาติไทยแท้ผสานความอินเตอร์ในคำเดียว เริ่มต้นด้วยจาน Amuse Bouche ที่เชฟได้รังสรรค์ขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์และน่าตื่นตา…

Read More

กลับมาอีกครั้งกับ Bangkok Uncovered & Beyond Vol. 5 – Christmas Market ที่เริ่มต้นแล้ววันนี้ เสาร์ที่ 14 และวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 เวลา 14:00 – 21:00 น. ณ บริเวณสวนโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ (ไม่มีค่าเข้างาน) ภายในงานจะมี ร้านอาหารนานาชาติ การแสดงดนตรี สินค้าให้เลือกซื้อ ในตีมคริสมาสต์มาร์เก็ต กว่า 50 ซุ้ม มีการแสดงทางวัฒนธรรม เวิร์คชอป มีศิลปะวัฒนธรรมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์และหาดูได้ยากของชาวชุมชนกรุงเทพมาร่วมด้วย จัดในสวนอย่างสวยงาม มาชมภาพบรรยากาศของปีที่แล้วที่เราเก็บมาฝากกันค่ะ หน้างาน ไอศกรีมมมมม บรรยากาศงานในสวน มุมเล่นเกม มุมเล่นเกม การสาธิตทำเรือจากชุมชน ทำว่าว อีกมุมก่อนมืด บรรยากาศบนเวที ร้านขนมไทย ขนมไทย บรรยากาศร้านค้าในสวน มาแยกขยะเพื่อโลกของเรากันค่ะ ต้นคริสมาสต์ปี 2023 ที่นี่มักจะเป็นต้นสนสดด้วยนะ! ส่งท้ายด้วยมุมนี้ก่อนมืด ในเทศกาลคริสมาสต์นี้เป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมเฉลิมฉลองและแบ่งปันความสุข ทำการกุศลนี้ก็เป็นหนึ่งในงานการกุศลเช่นกัน โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว สืบสานศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ให้กับชุมชนพันธมิตรต่อไป

Read More

งานเลี้ยงแห่งประสาทสัมผัส: เวทมนตร์แห่งทรัฟเฟิลขาวกำลังรอคุณอยู่!เข้าร่วมงานเลี้ยงสุดพิเศษกับทรัฟเฟิลขาว เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนอันน่าประทับใจที่เราจะร่วมเฉลิมฉลองรสชาติอันยอดเยี่ยมของทรัฟเฟิลขาวและดำ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน เราขอเชิญคุณร่วมดื่มด่ำไปกับการเดินทางแห่งการรับประทานอาหารด้วยเมนูคอร์สที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและตัวเลือกตามสั่งในราคาโปรโมชั่น ซึ่งทั้งหมดจะนำเสนอทรัฟเฟิลชั้นเลิศ โดยร่วมมือกับ Geofoods ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัฟเฟิลที่มีชื่อเสียงของอิตาลี เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคุณ Vania Ulivieri เจ้าของ Geofoods ที่จะมาแบ่งปันความหลงใหลและความเชี่ยวชาญของเธอ พร้อมกับของขวัญอำลาอันแสนสุข นั่นคือถุงผลิตภัณฑ์ทรัฟเฟิลคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษให้กับแขกทุกท่าน งานอีเวนต์ที่จัดขึ้นเพียงคืนเดียวนี้เป็นการยกย่องศิลปะการรับประทานอาหารชั้นเลิศที่เน้นที่เสน่ห์ของทรัฟเฟิล อย่าพลาดโอกาสที่จะได้ลิ้มรสประสบการณ์อันพิเศษนี้ สำรองที่นั่งของคุณตอนนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองอันพิเศษนี้! วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน สำรองที่นั่ง โทร. 0639429669 ไลน์ @enotecabangkok Kin News Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Read More