Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว
    • [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara
    • [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara
    • [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!
    • [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย
    • [Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026
    • [Promo] ฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Sindhorn Kempinski hotel bangkok valentine 2026
    • [Promo] One Love, Three Expressions – เฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ใน 3 มิติแห่งความรัก ณ Renaissance Bangkok ราชประสงค์
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Fine Dining»[Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว
    Fine Dining

    [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatMarch 1, 2026Updated:March 1, 2026No Comments4 Mins Read

    Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

    วันนี้ kinandleisure ของมาทุกท่านกลับมายังประเทศที่มีอาหารอันละเมียดละไมที่สุดแห่งหนึ่งนั่นคือ ประเทศญี่ปุ่นนั่นเองครับ โดยจะขอสำเสนอ Seasonal Kaiseki ประจำฤดูของห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม Okura Prestige Bangkok ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักชิมที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบครับ

    ในโลกของศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูง (Fine Dining) คงไม่มีสิ่งใดที่จะสะท้อนความงดงามของการเปลี่ยนผ่านแห่งกาลเวลาได้ดีไปกว่าปรัชญาของ “ไคเซกิ” (Kaiseki) อีกแล้วครับ ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) ห้องอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลจากมิชลิน ไกด์ ประจำโรงแรม The Okura Prestige Bangkok

    ศิลปะแบบ Kaiseki (ไคเซกิ) ของ โรงแรม Okura นั้น โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลจากญี่ปุ่นอย่างเข้มงวด ผสานเครื่องปรุงเกรดพรีเมียม และเทคนิคการปรุงชั้นเลิศที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นชุดอาหารพิเศษที่ใครได้ลิ้มลองต่างก็ต้องคิดถึงและอยากหวนกลับมาสัมผัสอีกครั้ง

    สำหรับสำรับที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้คือ “Kisaragi Kaiseki” (如月 会席) คำว่า Kisaragi (如月) หมายถึง “เดือนกุมภาพันธ์” ในปฏิทินดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีรากศัพท์มาจากการต้องสวมใส่เสื้อผ้าทับซ้อนกันหลายชั้นเพื่อรับมือกับความหนาวเย็นในช่วงปลายฤดูหนาว ดังนั้น ปรัชญาของคอร์สนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ “วัตถุดิบที่มอบความอบอุ่นแก่ร่างกาย” และดึงเอารสชาติที่ดีที่สุดของวัตถุดิบในช่วงฤดูหนาวก่อนผลิบานเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะปลาทะเลที่สะสมชั้นไขมันเอาไว้จนได้สัดส่วนที่ละลายในปากอย่างลงตัวที่สุดครับ

    KISARAGI KAISEKI: ความลงตัวของวสันตฤดู

    1. Sakizuke (先付) – เมนูเรียกน้ำย่อยจานแรก

    • เมนู: Goma tofu, crab, starchy soy, okra

    • Sakizuke คืออาหารจานเล็กที่เสิร์ฟเป็นสิ่งแรก เปรียบเสมือนการกล่าว “ยินดีต้อนรับ” เพื่อเปิดต่อมรับรส
    • ในคอร์สนี้เริ่มต้นอย่างอ่อนโยนด้วย Goma Tofu (เต้าหู้งา) ซึ่งไม่ได้ทำจากถั่วเหลือง แต่กวนจากเนื้องาบดและแป้งคุซุ (Kudzu) ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม หนึบ และหอมกลิ่นงาคั่วตลบอบอวล ท็อปด้วย เนื้อปูฤดูหนาว ที่มีความหวานสดชื่น ราดด้วย Starchy soy (ซอสโชยุที่ทำเป็นน้ำแดงเหนียวข้น หรือ Ankake) ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยเก็บกักความร้อนได้ดีเยี่ยม ทำให้จานนี้อุ่นสบายท้อง ตัดความข้นด้วย กระเจี๊ยบเขียว (Okra) ที่ให้เท็กซ์เจอร์กรุบและลื่นคอเล็กน้อย เป็นการเปิดมื้อที่ละเมียดละไมมากครับ

    2. Tsukidashi (突出し) – เมนูเรียกน้ำย่อยจานที่สอง

    • เมนู: Simmered sardine with ginger, fig, shrimp, White shimeji mushroom, broad beans with Wasabi eggyolk vinegar, pomegranate
    • Tsukidashi มีความหมายคือ  เมนูทานเล่นขนาดพอดีคำที่มักเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร

    จานนี้เต็มไปด้วยมิติของรสชาติ เริ่มจาก ปลาซาร์ดีน (Iwashi) ซึ่งในฤดูนี้จะมีความมันสูง เชฟนำไปตุ๋นอย่างนุ่มนวลกับขิงเพื่อดับคาวและเสริมความอบอุ่น ทานคู่กับ กุ้งเนื้อเด้ง หวานธรรมชาติ และ เห็ดชิเมจิขาว สอดแทรกความพิเศษด้วย ถั่วปากอ้า (Broad beans) ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ราดด้วย Wasabi eggyolk vinegar (Kimi-zu) ซอสไข่แดงผสมน้ำส้มสายชูและวาซาบิ ให้ความรู้สึกหอมมัน ครีมมี่ แต่แฝงความเปรี้ยวและซ่าสดชื่นเพื่อตัดเลี่ยน ปิดท้ายด้วยความเปรี้ยวอมหวานจากเม็ด ทับทิม ที่แตกโป๊ะในปากคล้ายอัญมณี

    3. Osuimono (お吸い物) – ซุปใสล้างปาก

    • เมนู: Oyster shinjyo, maitake mushroom, Aosa seaweed, mitsuba, carrot, yuzu

    หลังจากอาหารเรียกน้ำย่อย คอร์สถัดไปจะเป็น ซุปใสที่ทำจากน้ำซุปดาชิชั้นยอด ทำหน้าที่ชะล้างรสชาติจากจานก่อนหน้า เพื่อเตรียมรับรสชาติของปลาดิบในคอร์สถัดไป หัวใจของถ้วยนี้คือ Oyster Shinjyo (ลูกชิ้นหอยนางรมบดผสมเนื้อปลาหมัก) หอยนางรมในฤดูหนาวคือ “น้ำนมแห่งท้องทะเล” เมื่อนำมาทำเป็นลูกชิ้น จะได้ความนุ่มฟูและระเบิดรสชาติอูมามิของทะเลออกมาในทุกคำที่กัด น้ำซุปดาชิใสแจ๋วแต่รสชาติลึกล้ำ หอมกลิ่น สาหร่าย Aosa และ เห็ดไมตาเกะ ก่อนจะถูกยกระดับความหอมด้วยผิว ส้มยูซุ (Yuzu) ที่เชฟฝานบางๆ ใส่ลงไป ให้กลิ่นหอมสดชื่นผ่อนคลายลอยขึ้นมาเตะจมูกทันทีที่เปิดฝาถ้วย

    4. Otsukuri (お造り) – เมนูปลาดิบ (ซาชิมิ)

    • เมนู: Toro, akami, horse mackerel. Grouper, sweet shrimp, scallop ahuri, wasabi
    • เพื่อการนำเสนอความสดใหม่ระดับสูงสุดของท้องทะเล และโชว์การตัดแต่งปลาคือศิลปะขั้นสูงของเชฟไคเซกิ จานนี้คือการรวมดาวปลสาและอาหารทะเลที่อร่อยที่สุดของฤดูหนาวครับ เชฟเลือกปลาทั้งหมด 5 ชนิดมาให้ลิ้มลองได้แก่

    • Toro (ทูน่าส่วนท้อง): ไขมันแทรกละเอียดดุจหินอ่อน แค่แตะลิ้นก็ละลาย มอบรสชาติความมันที่หรูหรา
    • Akami (ทูน่าเนื้อแดง): เนื้อแน่น ให้รสชาติอูมามิของทูน่าที่แท้จริงและกลิ่นเลือดจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์
    • Horse Mackerel (ปลาอาจิ): เนื้อปลาสีเงินที่มีรสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่เด้งสู้ฟัน
    • Grouper (ปลาเก๋า): ปลาเนื้อขาวที่ให้สัมผัสหนึบ หวานละเอียดอ่อน และเบาสบาย
    • Sweet Shrimp (กุ้งหวานอามะเอบิ): เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ (Sticky) และทิ้งความหวานฉ่ำไว้บนลิ้น
    • Scallop Aburi (หอยเชลล์ลนไฟ): การลนไฟ (Aburi) เบาๆ ที่ผิวนอกช่วยดึงความหวานของหอยเชลล์ให้พุ่งทะยานขึ้น พร้อมกลิ่นหอมควันจางๆ ทานคู่กับวาซาบิสดฝนขูดใหม่ๆ ที่ให้ความซ่าแต่ไม่ฉุนบาดจมูก

    5. Yakimono (焼物) – เมนูย่าง

    • เมนู: Kinmedai with nori seaweed sauce, Pickled myoga, gingko nuts tempura
    • ความหมาย: อาหารทะเลย่างไฟที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาความฉ่ำของเนื้อและดึงความหอมของวัตถุดิบ
    • สัมผัสและรสชาติ: คินเมะได (Kinmedai) หรือปลาตาหวานสีทอง เป็นราชาปลาเนื้อขาวของฤดูหนาว มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่อร่อยมาก เชฟย่างจนหนังกรอบแต่เนื้อในยังนุ่มฉ่ำ ทานคู่กับ Nori seaweed sauce (ซอสสาหร่าย) ที่เติมเต็มรสชาติเค็มปะแล่มแบบอูมามิของท้องทะเล แนมด้วย แปะก๊วยเทมปุระ ที่ให้รสชาติหวานอมขมปลายๆ แบบผู้ใหญ่ (Earthy note) และล้างปากด้วย ดอกเมียวกะดอง ที่มีความเปรี้ยวและกลิ่นสมุนไพรสดชื่น

    6. Futamono (蓋物) – เมนูต้ม/นึ่งในภาชนะปิดฝา

    • เมนู: Tamaji mushi, abalone jibuni, soybeans, carrot, spinach, yuzu oil, caviar

    • Futamono คือ อาหารที่เสิร์ฟในถ้วยมีฝาปิด เพื่อเก็บกักความร้อนและกลิ่นหอมไว้จนกว่าแขกจะเปิดฝาออก เสิร์ฟเป็น Tamaji Mushi คือไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียดดุจแพรไหม ซ่อนตัวอยู่ใต้ Abalone jibuni (หอยเป๋าฮื้อตุ๋น) เทคนิค Jibuni คือการคลุกแป้งบางๆ แล้วนำไปตุ๋น ทำให้เนื้อเป๋าฮื้อนุ่มเด้ง ไม่เหนียว และน้ำซุปจะเกาะเคลือบชิ้นหอยอย่างพอดี เพิ่มความหรูหราด้วย คาเวียร์ (Caviar) ที่ให้รสเค็มแบบลุ่มลึก และหยด น้ำมันยูซุ (Yuzu oil) ลงไปเล็กน้อยเพื่อประสานความเข้มข้นของไข่และเป๋าฮื้อให้ละมุนขึ้นอย่างไร้ที่ติ

    7. Meat Dish (Shiizakana – 強肴) – เมนูจานหลัก

    • เมนู: Wagyu sirloin, Brown mushroom, zucchini, carrots, Original sauce, wasabi

    • เมนูเสริมจานหลักที่มักจะเป็นเนื้อสัตว์พรีเมียม เพื่อให้มื้ออาหารมีความหนักแน่นและอิ่มเอมสูงสุด เนื้อวากิวส่วนสันนอก (Wagyu Sirloin) ที่มีลายหินอ่อนงดงาม ย่างมาในระดับความสุกที่พอดีเป๊ะ ไขมันเนื้อวากิวจะละลายที่อุณหภูมิร่างกายมนุษย์ ทำให้เมื่อนำเข้าปากจะรู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำและกลิ่นหอมของเนื้อแท้ๆ

    • เสิร์ฟพร้อมผักย่างอย่างเห็ดบราวน์และซูกินี ราดด้วย Original Sauce สูตรเฉพาะของยามาซาโตะ ซึ่งทำจากวาซาบิสด โดยห้องอาหาร Yamazato เรียกได้ว่าเป็น ห้องอาหารที่ทำให้การรับประทาน เนื้อกับซอสวาซาบิเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทย ความเผ็ดซ่าของวาซาบิจะตัดกับไขมันของวากิว ทำให้ทานได้เรื่อยๆ โดยไม่เลี่ยนเลย

    8. Shokuji (食事) – เมนูข้าวปิดท้าย

    • เมนู: Nigiri sushi Omakase 3 kinds, Gari, miso soup

    • ตามธรรมเนียมของไคเซกิ ข้าวและซุปจะเสิร์ฟในช่วงท้าย เพื่อรับประกันว่าแขกจะอิ่มท้องอย่างแน่นอน

    • สำหรับชุดพิเศษนี้ เชฟเลือกข้าวปั้นซูชิ 3 คำที่เชฟจะเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวันนั้น (Omakase) มาปั้นด้วยข้าวซูชิรสเปรี้ยวอมหวานนุ่มนวล ทานสลับกับ Gari (ขิงดอง) เพื่อล้างปาก และซด Miso Soup ซุปเต้าเจี้ยวร้อนๆ ที่ให้ความรู้สึกโอบกอด ปลอบประโลมกระเพาะอาหารอย่างอบอุ่น

    9. Dessert (Mizumono / Kanmi – 水物 / 甘味) – ของหวานล้างปาก

    • เมนู: Assorted fruits, honey jelly, Oribe manjyu
    • สำหรับของหวานจะใช้เป็น ผลไม้ตามฤดูกาลและขนมหวานดั้งเดิม เพื่อทิ้งท้ายความทรงจำของมื้ออาหารด้วยความสดชื่น โดยในเมนูนี้ ผลไม้ญี่ปุ่นที่หวานฉ่ำคัดเกรด เสิร์ฟพร้อม เยลลี่น้ำผึ้ง ที่หอมหวานเบาบาง ไม่หนักจนเกินไป

    • ไฮไลท์คือ Oribe Manjyu ขนมมันจูนึ่งสไตล์ดั้งเดิม คำว่า Oribe มาจากลักษณะของเครื่องปั้นดินเผาโอริเบะที่มีสีเขียวเข้มและลวดลายอิสระ ตัวขนมแป้งนุ่ม ไส้ถั่วแดงหวานละมุน ปิดจบมื้ออาหารระดับมาสเตอร์พีซได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

    นอกจาก Seasonal Kaiseki (4700 บาท ++) แล้ว โรงแรม Okura ก็ยังมีคอร์ส Kaiseki ที่ให้เลือกสรรอีกไม่ว่าจะเป็น Wagyu หรือ Sashimi Kaiseki สำหรับท่านที่อยากเน้นเนื้อหรือปลาดิบ ซึ่งก็มี Highlght เป็นเนื้อ Wagyu A4 แท้จากญี่ปุ่น จะเป็นอย่างไรมาดูมาชมกันเลย

    和牛陶板焼き会席 Wagyu Toubanyaki Kaiseki
    前菜、お造り、蟹サラダ、和牛4等級 (テンダーロイン100gもしくはサーロイン150g)、お食事、お食後


    1. Zen sai (前菜): จตุรบทแห่งการเปิดรสสัมผัส

    เริ่มต้นมื้อด้วย Appetizer หรือ เซนไซ

    ที่จัดวางมาอย่างงดงามในถาดไม้ลงรักสีดำตัดแดง ภายในประกอบด้วยสามถ้วยน้อยที่คัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลมาได้อย่างลงตัว

    ถ้วยแรกคือ เต้าหู้งา (Goma Tofu) เนื้อเนียนนุ่มท็อปด้วย อูนิ (Uni) สดหวานและกระเจี๊ยบเขียว ราดซอสโชยุปรุงรสบางเบา กลิ่นหอมของงาขึ้นจมูกชัดเจนแต่ไม่กลบความครีมมี่ของไข่หอยเม่น

    ถัดมาเป็น เป็ดรมควัน เนื้อนุ่มหนังตึงราดซอสมัสตาร์ดสีเหลืองทองตัดรสด้วยทับทิมและมะเขือเทศ ให้ความสดชื่นและกระตุ้นน้ำย่อยได้ดีเยี่ยม ปิดท้ายถ้วยเล็กด้วย ยำสาหร่ายและไข่ปลา ที่โรยด้วยเมล็ดสน (Pine nuts) ให้สัมผัสกรุบกรอบและรสนัว (Umami) ทิ้งท้ายไว้บนปลายลิ้นอย่างน่าประทับใจ

    2. Otsukuri (お造り): ความบริสุทธิ์จากท้องทะเลลึก

    ถัดมาคือ Sashimi หรือ โอซึคุริ ที่นำเสนอมาบนน้ำแข็งแกะสลักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ที่สุด พีทบอกเลยว่าการคัดเกรดปลาของที่นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ในจานประกอบด้วย

    โอโทโร่ (Otoro) ลายหินอ่อนสวยงามที่แทบจะละลายในปากทันทีที่สัมผัส ตามมาด้วย แซลมอน หอยปีกนก ลาฮามาจิ และ กุ้งโบตั๋น เนื้อเด้งหวานฉ่ำ การตกแต่งใช้ใบชิโซะสดและหัวไชเท้าขูดรูปดอกไม้ สื่อถึงความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ วาซาบิที่ใช้เป็นวาซาบิสดฝนที่ให้ความเผ็ดร้อนนุ่มนวล ไม่ฉุนโดด ช่วยดึงรสหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นจานที่แสดงถึงความ “สด” และ “สัจจะ” ของวัตถุดิบได้อย่างไร้ที่ติ

    3. Kani Salad (蟹サラダ): ความสดชื่นท่ามกลางความละเมียด

    จานสลัดปู หรือ Salad with Crab เป็นการพักเบรกเพื่อล้างปากก่อนเข้าสู่จานหลัก เนื้อปูขน (Kani) ถูกแกะมาเป็นก้อนโต วางเรียงรายบนผักกาดแก้วและเรดโอ๊คที่กรอบราวกับเพิ่งเก็บจากสวน มะเขือเทศเชอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยวช่วยชูรสได้ดี จุดเด่นอยู่ที่ น้ำสลัดงาเข้มข้น สูตรเฉพาะของยามาซาโตะที่มีกลิ่นหอมคั่วและรสชาติเปรี้ยวเค็มหวานที่สมดุลมาก เมื่อคลุกเคล้ากับเนื้อปูที่มีความหวานในตัว ทำให้เกิดสัมผัสที่สดชื่น เย็นฉ่ำ และเป็นการเตรียมความพร้อมของลิ้นเพื่อรับรสหนักในลำดับถัดไปได้อย่างมีชั้นเชิง เป็นสลัดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

    4. Wagyu Toubanyaki (和牛陶板焼き): ราชาแห่งมื้อบนจานร้อน

    มาถึงไฮไลท์สำคัญ Wagyu Beef A4-grade ที่เสิร์ฟมาในสไตล์ Toubanyaki หรือการย่างบนจานเซรามิก ร้อนแรงด้วยอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ พีทเลือกเป็น Tenderloin 100g (หรือใครชอบความฉ่ำมันจะเลือกเป็น Sirloin 150g ก็ได้) เนื้อวากิว A4 ส่วนสันในนี้ถูกปรุงมาในระดับ Medium Rare สีชมพูสวยงาม

    กลิ่นหอมจากการย่างบนไฟอ่อนๆ เย้ายวนใจมาก เนื้อนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ไขมันที่แทรกซึมอยู่นั้นละมุนและมีรสหวานเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมผักย่างตามฤดูกาล อาทิ หน่อไม้ฝรั่ง รากบัว และฟักทอง จิ้มกับเกลือพริกไทย หรือซอสพอนซึปรุงพิเศษ ช่วยขับเน้นความหรูหราของเนื้อวากิวให้เด่นชัดขึ้น เป็นจานหลักที่เปี่ยมด้วยพลังและจิตวิญญาณ

    5. Shokuji (お食事): บทสรุปแห่งความอิ่มเอม

    ตามธรรมเนียมไคเซกิ ต้องปิดท้ายจานคาวด้วย Rice and Miso Soup แต่ที่ Yamazato ไม่ใช่แค่ข้าวสวยธรรมดา แต่เป็น ข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน (Salmon Ikura Don) ข้าวญี่ปุ่นเมล็ดนุ่มหอมคลุกเคล้ามากับเนื้อปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว โรยหน้าด้วยไข่ปลาอิคุระเม็ดโตที่แตกเปรี๊ยะในปาก

    เสิร์ฟคู่กับ ซุปมิโซะแดง (Aka Dashi) รสเข้มข้นหอมกลิ่นปลาแห้ง และเครื่องเคียงเป็นผักดอง (Tsukemono) รสสะอาดสะอาด พีทชอบการพับนกฟลามิงโก้กระดาษ (Origami) ที่วางเคียงมาในถาด มันคือรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความรื่นรมย์และบ่งบอกถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดก่อนจบมื้อคาว

    6. Mizugashi (お食後): ปิดท้ายด้วยความหวานแห่งฤดูกาล

    ปิดตำราอาหารมื้อนี้ด้วย Dessert สองสไตล์ จานแรกเป็น พุดดิ้งชาเขียวมัทฉะ เนื้อเนียนนุ่มเข้มข้น ท็อปด้วยถั่วแดงกวนรสหวานละมุนและเม็ดทับทิม กลิ่นหอมของชาเขียวเกรดพิธีการนั้นช่วยล้างความมันของเนื้อวากิวได้ปลิดทิ้ง

    อีกส่วนหนึ่งคือ ผลไม้สดตามฤดูกาล ที่คัดมาแต่ระดับพรีเมียม ทั้งเมลอนญี่ปุ่นหวานฉ่ำ สตรอว์เบอร์รี่ลูกโต บลูเบอร์รี่ และส้มคุมควอท (Kumquat) เสิร์ฟคู่กับเจลลี่ไวน์ขาวบางเบา เป็นการปิดฉากมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของรสชาติ การไล่เรียงลำดับอาหาร และความงามเชิงศิลปะ

    หรือ Sushi/Tempura Kaiseki (4200/3200 บาท++) หรือ ชุดอาหารฤดูใบไม้ร่วงมี่ได้รับความนิยมสูงอย่าง Icho Kaiseki  (2600 บาท ++)

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    Related Posts

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    February 14, 2026

    [Review] IGNIV Bangkok Winter Dinner 2025 เปิดประสบการณ์ “ศิลปะแห่งการแบ่งปัน” กับดินเนอร์ 19 คอร์สแห่งฤดูหนาว ความอบอุ่น ความสุข และรสชาติระดับมิชลินสตาร์จากสวิตเซอร์แลนด์ St.Regis Bangkok

    January 30, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    March 1, 2026

    [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    February 26, 2026

    [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara

    February 19, 2026

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    February 14, 2026

    [Review] Kisaragi Kaiseki ห้องอาหาร Yamazato โรงแรม Okura Prestige Bangkok สัมผัสศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงประจำฤดูหนาว

    March 1, 2026

    [Review] อัญมณีที่กินได้: เจาะลึก “The Art of Pearl” Afternoon Tea นิยามความลักชูรีที่ St. Regis x Matara

    February 26, 2026

    [News] ชุดน้ำชายามบ่าย “ศิลปะแห่งไข่มุกใต้ท้องทะเล” The St. Regis Bangkok x Matara

    February 19, 2026

    [Finest Review] สุดยอด Dimsum in Bangkok 2026 รวมร้านติ่มซำที่ดีที่สุดในกรุงเทพ อัปเดตล่าสุด สายกินห้ามพลาด!

    February 15, 2026

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    February 14, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...