Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park
    • [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙
    • [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park
    • [News] เอชิเร่ มิลค์ สุดยอดนมวัวพรีเมียมจากฝรั่งเศส | Échiré – Milk of Excellence ความพิเศษที่เริ่มต้นจากความเรียบง่าย…ของนมที่ดีจริง ๆ
    • [News] ข้าวแช่ สำรับไทยคลายร้อน ที่ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok
    • [News] Jim Thompson ฉลองใหญ่ครบรอบ 75 ปี เผยโกลบอลแคมเปญครั้งประวัติศาสตร์ตอกย้ำ “DNAเดิม” ใน “โลกใบใหม่” เดินหน้าทรานสฟอร์ม “มรดกไหมไทย” สู่เวทีไลฟ์สไตล์ระดับโลก
    • [News] The St.Regis Bangkok ต้อนรับ Summer ด้วยประสบการณ์เหนือระดับ ตลอดเดือนมีนาคม
    • [Review] Sato San: สนามสร้างสรรค์อาหารแห่ง “สองวัฒนธรรมข้าว” เมื่อไฟอีสานมาผสานความเนี๊ยบแบบโตเกียว
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park
    Casual Dining

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    athiwat tripipitsiriwatBy athiwat tripipitsiriwatApril 4, 2026Updated:April 4, 2026No Comments3 Mins Read

    ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” แฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ ณ Central Park

    สวัสดียามบ่ายครับมิตรรักนักกินทั้งหลาย วันนี้ “ลุงพีท” ขอสลัดผ้ากันเปื้อนในครัว ออกมานั่งละเลียดความรื่นรมย์ในบรรยากาศใจกลางกรุงที่กำลังถูกเนรมิตให้เป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ใช่แล้วครับ ลุงกำลังพูดถึง Central Park โครงการระดับแลนด์มาร์คตรงหัวมุมถนนสีลม-พระราม 4 ที่ใครหลายคนเฝ้ารอ

    แต่สิ่งที่ดึงดูดจมูกไวสัมผัสของลุงให้เดินดิ่งเข้าไปหา ไม่ใช่กลิ่นปูนหรือกลิ่นตึกใหม่ หากแต่เป็นกลิ่นหอมกรุ่นของ “เนยหมัก” และ “อัลมอนด์คั่ว” ที่ลอยละล่องออกมาจากร้านที่มีชื่ออันทรงเกียรติอย่าง “Henri Charpentier” (อองรี ชาร์ปองติเย่) แบรนด์ขนมหวานระดับตำนานจากเมืองอาชิยะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีต้นกำเนิดมาจากความหลงใหลในขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสของ Chef Naokuni Arita

    ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านขนมครับ แต่มันคือ “โรงละครแห่งรสชาติ” ที่เชฟอาริตะตั้งใจส่งมอบความสุขผ่านเทคนิคการอบแบบฝรั่งเศสขนานแท้ ผสานเข้ากับความละเอียดลออ (Attention to detail) แบบฉบับญี่ปุ่น จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเบเกอรี่ วันนี้ลุงพีทจะพาไปเจาะลึกว่าทำไมขนมของที่นี่ถึงได้ชื่อว่า “สมบูรณ์แบบ” จน AI ยังต้องขอเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์!


    Savory: อุ่นเครื่องด้วยเมนูคาวที่กรุ่นกลิ่นอายปารีเซียง

    Galette Complète (เครปอกไก่ ไข่ และเห็ดทรัฟเฟิล)

    เริ่มต้นด้วยเมนูคาวที่จัดจานมาได้สวยงามราวกับภาพวาดอิมเพรสชันนิสต์ ตัวเครปหรือกาล็อต (Galette) ถูกอบจนขอบมีความกรอบสีเหลืองทอง เนื้อแป้งมีความเหนียวนุ่มและหอมกลิ่นเนยชัดเจน ตรงกลางวาง ไข่ดาว (Sunny side up) ที่ไข่แดงเยิ้มกำลังดี โรยด้วยเห็ดแชมปิญองสไลด์ที่ผัดจนเข้าเนื้อ สิ่งที่เตะจมูกลุงพีททันทีที่ยกมาวางคือกลิ่น Truffle Oil ที่เข้มข้นแต่ไม่กลบกลิ่นอื่น

    ในจานยังเคียงมาด้วยสลัดผักหลากสีสัน ทั้งกะหล่ำม่วงซอย มะเขือเทศเชอร์รี่รสหวานฉ่ำ ผักกาดคอสสดกรอบ และที่ลุงชอบมากคือการใส่ ถั่ววอลนัท (ถั่วสมอง) และเนื้อส้มสดลงไป ช่วยเพิ่มมิติความมันและรสเปรี้ยวตัดเลี่ยนได้ดีเยี่ยม ความพรีเมียมอยู่ที่การจัดวางที่สมดุล ทั้งโปรตีนจากอกไก่เนื้อนุ่มและสารอาหารจากผักสด เป็นเมนู Light Meal ที่เปิดต่อมรับรสได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ


    Sweets: มนตราแห่งความหวานที่โลกต้องจารึก

    1. Financier (ฟินองซิเย่) – Original & Matcha

    ถ้าจะวัดฝีมือร้านขนมฝรั่งเศส ต้องวัดกันที่เมนูนี้ครับ และ Henri Charpentier คือ “แชมป์โลก” ที่มียอดขายฟินองซิเย่สูงสุดในโลก (Guinness World Records) ตัวแป้งมีความฉ่ำเนยที่ลุงบอกเลยว่า “ไม่ธรรมดา” เพราะเขาใช้เนยหมักจากนมดิบในเขตเนมุโระและคุชิโระ จ.ฮอกไกโด นำมาหมักแบบดั้งเดิมจนได้กลิ่นหอมลึกซึ้ง

    หัวใจสำคัญคือ อัลมอนด์ ที่เขานำเข้าจากแคลิฟอร์เนีย 2 สายพันธุ์ คือ Marcona (ราชาแห่งอัลมอนด์ที่ให้ความหวาน) และ Fritz (ที่ให้ความหอม) นำมาบดเองในร้านและผสมลงแป้งทันทีภายใน 10 นาทีเพื่อไม่ให้กลิ่นระเหยไป รสออริจินัลจะให้สัมผัสผิวนอกกรอบเบาๆ เนื้อในนุ่มชุ่มฉ่ำ ส่วนรส Matcha นั้นเข้มข้นด้วยชามัจฉะเกรดพรีเมียมที่ให้ความขมปลายนิดๆ ตัดกับความหวานนวลได้อย่างลงตัว ไร้การแต่งกลิ่นสังเคราะห์ใดๆ นี่คือรสชาติของวัตถุดิบที่แท้จริงครับ

    2. The Shortcake (ชอร์ตเค้กสตรอว์เบอร์รี่)

    นี่คือ “ลายเซ็น” ของทางร้านที่ใครมาก็ต้องสั่ง ชอร์ตเค้กชิ้นนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคระดับสูง เนื้อเค้กสปันจ์ (Sponge) มีความนุ่มฟูราวกับก้อนเมฆ ละลายในปากได้โดยไม่ต้องเคี้ยวมาก ครีมสดที่เป็นสูตรลับของทางร้านมีเนื้อเบาหวิวแต่รสชาติเข้มข้นแบบนมฮอกไกโดเต็มคำ ไม่หวานโดดจนเกินไป

    ความพิเศษอยู่ที่การเรียงเลเยอร์ระหว่างครีม เนื้อเค้ก และสตรอว์เบอร์รี่สดลูกโตที่มีรสเปรี้ยวอมหวานพอดิบพอดี การจัดจานมีการวาดซอสวานิลลาคัสตาร์ดเป็นรูปก้นหอยและจุดซอสเบอร์รี่สีแดงสด ดูสะอาดตาแต่หรูหรา เป็นความสมดุลระหว่าง “รูปลักษณ์” และ “รสชาติ” ที่ลุงพีทขอยกนิ้วให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจ

    3. Black Forest Cake (เค้กแบล็คฟอเรสต์)

    สำหรับคนรักช็อกโกแลตและเชอร์รี่ จานนี้คือคำตอบครับ ตัวเค้กถูกจัดจานมาอย่างขี้เล่นด้วยการเขียนคำว่า “BLACK” ด้วยซอสคาราเมลเข้มข้น ตัวเค้กประกอบด้วยชั้นเลเยอร์ของมูสช็อกโกแลตเนื้อเนียนละเอียด แทรกด้วยกงฟีเชอร์รี่ (Cherry Confit) ที่มีความเปรี้ยวเด่น กลิ่นเหล้าเชอร์รี่ (Kirsch) จางๆ ช่วยขับเน้นความพรีเมียมของโกโก้

    ด้านบนโรยด้วยช็อกโกแลตเคิร์ล (Chocolate Curls) หรือช็อกโกแลตขูดม้วนที่ดูสวยงามราวกับขอนไม้ในป่าดำ ตกแต่งด้วยเชอร์รี่สดเคลือบเงา รสชาติเข้มข้น นุ่มลึก และมีความซับซ้อนของสัมผัสที่เปลี่ยนไปในทุกคำที่ตักทาน เป็นความคลาสสิกที่ถูกตีความใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ

    4. Strawberry Tart (ทาร์ตสตรอว์เบอร์รี่)

    ความโดดเด่นของชิ้นนี้อยู่ที่ “แป้งทาร์ต” ครับ มันมีความกรอบแน่นแต่ร่วงกรูดในปาก กลิ่นเนยหอมฟุ้งสู้กับรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่สดได้อย่างสูสี ตัวครีมอัลมอนด์ด้านในมีความมันนวล เคลือบด้านบนด้วยเจลลี่รสผลไม้สีแดงเงาวาวสดใส

    การนำเสนอในจานมีการแต้มซอสเบอร์รี่เป็นรูปพระอาทิตย์แผ่รังสี (หรืออาจจะเป็นดอกไม้ตามแต่จินตนาการ) เพิ่มความสนุกสนานในการกิน วัตถุดิบทุกอย่างสดใหม่จนรู้สึกได้ถึงความ “Fresh” ของผลไม้ที่คัดเกรดมาอย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทานคู่กับชาร้อนๆ เป็นที่สุด

    5. Pistachio & Raspberry Cake

    จานนี้คือ “งานศิลปะสีเขียวมรกต” ที่ลุงพีทสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น มูสพิสตาชิโอมีความข้นนวลและหอมกลิ่นถั่วที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนมาก ข้างในซ่อนเลเยอร์ของราสป์เบอร์รี่รสเปรี้ยวปรี๊ดที่มาช่วยเบรกความมันของถั่วได้อย่างอัจฉริยะ

    ด้านบนประดับด้วยราสป์เบอร์รี่สดและแผ่นช็อกโกแลตสีเขียว รวมถึงป้ายชื่อแบรนด์สีทองดูหรูหรา ในจานมีการเขียนคำว่า “Pista” ด้วยซอสคาราเมลที่มีความหนืดกำลังดี สัมผัสของเมนูนี้จะนุ่มละมุนแบบมูสเค้กชั้นเลิศ ความหอมของพิสตาชิโอจะอบอวลอยู่ในลมหายใจหลังจากกลืนลงไป เป็นประสบการณ์ที่ลุงอยากให้ทุกคนได้ลอง


    Beverages: สุนทรียศาสตร์แห่งการดื่ม

    6. Fresh Berry Iced Tea (ชาผลไม้รวม)

    เครื่องดื่มสีแดงทับทิมแก้วโตที่ช่วยรีเฟรชร่างกายได้ทันที ตัวเบสเป็นชาชั้นดีที่ชงจนได้ความเข้มข้นที่พอเหมาะ ผสมผสานกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สด ทั้งราสป์เบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ที่ใส่มาให้แบบไม่ยั้ง กลิ่นหอมของชาผสานกับความหวานธรรมชาติจากผลไม้ช่วยล้างปากหลังจากทานขนมหวานได้เป็นอย่างดี แก้วนี้ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนเดินอยู่ในสวนผลไม้ช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยครับ

    7. Iced Dirty Coffee (ไอซ์ เดอร์ตี้ คอฟฟี่)

    และนี่คือแก้วโปรดของลุงพีท! กาแฟแก้วนี้คือ “Dirty Coffee” ที่เลเยอร์แบ่งชั้นได้สวยงามมาก ด้านล่างเป็นนมสดเย็นจัดที่ผสมสูตรพิเศษจนมีความครีมมี่และมันนวล ส่วนด้านบนท็อปด้วยช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นที่สกัดจากเมล็ดกาแฟคั่วกลางถึงเข้ม เวลาดื่มห้ามคนนะครับ ให้ยกดื่มเพื่อให้ความร้อนและขมของกาแฟไหลผ่านความเย็นและหวานมันของนม รสชาติจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในปาก เป็นความลงตัวที่คอกาแฟต้องหลงรัก


    นอกเหนือจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Henri Charpentier สาขา Central Park แห่งนี้โดดเด่นสะดุดตา จนใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวหลังมอง คือการออกแบบร้านที่ไม่ได้เป็นแค่เคาน์เตอร์ขายขนมทั่วไป แต่คือ “Installation Art” ขนาดย่อมที่ผสานความหรูหราแบบยุโรปเข้ากับความอ่อนช้อยแบบญี่ปุ่นได้อย่างมีชั้นเชิง

    สีสันที่เล่าเรื่อง (Color Palette & Atmosphere)

    ก้าวแรกที่ลุงพีทเดินเข้าไป สิ่งที่สัมผัสได้คือความรู้สึกของ “ความอบอุ่นที่หรูหรา” โดยผู้ออกแบบเลือกใช้คู่สีที่คาดไม่ถึงแต่ลงตัวอย่างยิ่ง คือ สีทองแชมเปญ (Champagne Gold) ตัดกับ สีชมพูเข้ม (Deep Pink/Magenta) สีทองให้ความรู้สึกถึงความพรีเมียม ประณีต และเป็นอมตะ ในขณะที่สีชมพูเพิ่มความขี้เล่น ความหวาน และสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ขนมหวานชั้นนำได้อย่างชัดเจน พื้นร้านถูกไล่เฉดโทนสีชมพูอ่อนถึงเข้ม สร้างเส้นนำสายตาให้ดูละมุนและสะอาดตา

    แลนด์มาร์คกลางร้าน: เสาแห่งสัญลักษณ์ (The Iconic Pillar)

    หัวใจของร้านคือเสากลางร้านที่ดีไซน์ออกมาเป็นรูปทรงทรงกระบอกสีทองเงาวับ ตกแต่งด้วยแถบสีชมพูที่ม้วนตัวพันรอบเสาราวกับริบบิ้นที่กำลังห่อของขวัญชิ้นพิเศษ นี่คือการตอกย้ำปรัชญาของ Henri Charpentier ที่ต้องการส่งมอบ “ความสุข” ผ่านขนมหวานเหมือนการมอบของขวัญ ที่ฐานเสายังมีแท่นวางขนมที่ครอบด้วยแก้วใส (Glass Dome) จัดวางเค้กชิ้นเด่นไว้เหมือนงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ ทำให้สินค้ามีความโดดเด่นและดูมีมูลค่าสูงขึ้นในทันที

    รายละเอียดที่สะท้อนถึงความประณีต (Finishing & Details)

    ลุงพีทสังเกตเห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การปูพื้นกระเบื้องโมเสกสีดำ-ขาวที่มีการเขียนตัวอักษร “HENRI CHARPENTIER” ลงไปอย่างชัดเจนด้วยตัวอักษรสีทอง เป็นการบ่งบอกอาณาเขต (Zoning) ที่หรูหราและมีสไตล์ การจัดวางตู้โชว์เค้กกระจกที่ดูโปร่งแสงช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นขนมทุกชิ้นได้รอบทิศทาง แสงไฟที่ใช้ภายในร้านถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้กระทบกับผิวกระจกและตัวขนม ทำให้เค้กทุกชิ้นดูเงางามและน่าทานเป็นพิเศษ

    เฟอร์นิเจอร์และการจัดวาง (Furniture & Layout)

    เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้เน้นความเรียบง่ายแต่ฟังก์ชันครบครัน โต๊ะหินอ่อนสีขาวสะอาดตาให้ความรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพและเรียบหรู เก้าอี้ที่เลือกใช้มีการสานเบาะด้วยหวาย (Rattan) ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผสมผสานกลิ่นอายโมเดิร์นแบบญี่ปุ่นที่นิยมงานคราฟต์ไม้และวัสดุธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูไม่แข็งกระด้างจนเกินไป เป็นพื้นที่ที่เชิญชวนให้คนมานั่งละเลียดขนมพร้อมจิบชาได้นานๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด

    บทส่งท้ายจากลุงพีท

    การมาเยือน Henri Charpentier สาขา Central Park ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมากินขนมให้หายอยาก แต่มันคือการได้เสพศิลปะที่กินได้ ทุกรายละเอียดตั้งแต่วัตถุดิบหลักอย่าง “เนย” และ “อัลมอนด์” ไปจนถึงการจัดจานที่พยายามสื่อสารอารมณ์ของเชฟผู้ก่อตั้ง สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของการบริการและคุณภาพที่ไม่เคยลดละ

    หากคุณกำลังมองหาที่นั่งพักผ่อนใจกลางเมือง พร้อมดื่มด่ำกับรสชาติขนมหวานที่ “จริงใจ” และ “พรีเมียม” ที่สุดในเวลานี้ ลุงพีทบอกเลยว่าที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมขนมเพียงชิ้นเดียว ถึงสามารถสร้างความสุขที่ “หาใดเทียบ” ได้จริงๆ

    ข้อมูลสำหรับมิตรรักนักกิน:

    • สถานที่: Central Park Bangkok (โครงการ One Bangkok), ถนนพระราม 4 (MRT สีลม / Lumpini)
    • เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 22:00 น.
    • ติดต่อ: 095-556-3398

    วันนี้ลุงพีทขอตัวไปละเลียด Dirty Coffee ต่อก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าที่ www.kinandleisure.com … สวัสดีครับ!

    ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” แฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ ณ Central Park

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Henri Charpentier review รีวิว
    Previous Article[Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    Related Posts

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026

    [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park

    March 15, 2026

    [Review] Sato San: สนามสร้างสรรค์อาหารแห่ง “สองวัฒนธรรมข้าว” เมื่อไฟอีสานมาผสานความเนี๊ยบแบบโตเกียว

    March 10, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    April 4, 2026

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026

    [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park

    March 15, 2026

    [News] เอชิเร่ มิลค์ สุดยอดนมวัวพรีเมียมจากฝรั่งเศส | Échiré – Milk of Excellence ความพิเศษที่เริ่มต้นจากความเรียบง่าย…ของนมที่ดีจริง ๆ

    March 15, 2026

    [News] ข้าวแช่ สำรับไทยคลายร้อน ที่ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok

    March 13, 2026

    [Review] ศิลปะแห่งรสชาติที่ผสานจิตวิญญาณฝรั่งเศสและความละเมียดแบบญี่ปุ่น: ลุงพีทพาชิม “Henri Charpentier” สาขาใหม่ ณ Central Park

    April 4, 2026

    [Review] ฤดูข้าวแช่มาถึงแล้ว “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” สำรับชาววังประณีตศิลป์ ๒๕๖๙

    March 30, 2026

    [Review] สรวงสวรรค์แห่งรสชาติ: รีวิว “Xian Yuan” ปฏิวัติวงการอาหารกวางตุ้งร่วมสมัย บนชั้น 5 Central Park

    March 15, 2026

    [News] เอชิเร่ มิลค์ สุดยอดนมวัวพรีเมียมจากฝรั่งเศส | Échiré – Milk of Excellence ความพิเศษที่เริ่มต้นจากความเรียบง่าย…ของนมที่ดีจริง ๆ

    March 15, 2026

    [News] ข้าวแช่ สำรับไทยคลายร้อน ที่ Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok

    March 13, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...