Chef : Vichit M. : 03 2023 Story : Pitsinee A. / Photo : Pol.Capt. Kittin A ตั้งแต่โบราณนานมา คนไทยเรียนรู้วิธีคลายร้อนด้วยความอร่อยผ่านเมนูอาหาร เดิมทีข้าวแช่มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญที่นิยมทำถวายพระสงฆ์ และในสมัยโบราณนิยมรับประทานข้าวแช่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อช่วยคลายร้อนให้รู้สึกเย็นชื่นใจ ต่อมาได้มีผู้นำสูตรเข้าไปเผยแพร่ในราชสำนัก หลังจากนั้นข้าวแช่ก็ถูกพัฒนาขึ้นทั้งในด้านรสชาติ วิธีการปรุงและความสวยงาม ปีนี้ รอยัล โอชา (Royal Osha) ร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่งสุดหรู ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ถึง 5 ปีซ้อน ขอนำเสนอความละเมียดละไมของเมนู “ข้าวแช่ตำรับชาววัง” เมนูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาในช่วงคิมหันต์ฤดู ที่สุดแห่งความประณีตบรรจงในการคัดสรรวัตถุดิบผ่านฝีมือ เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทยชื่อดังเจ้าของมิชลินสตาร์ ที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของรอยัล โอชา อิ่มเอมไปกับเครื่องเคียง รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศทั้ง 7 อย่างตามตำรับชาววัง ได้แก่ ลูกกะปิ, หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง, พริกหยวกสอดไส้หมูสับกับกุ้ง, ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด, หมูฝอยผัดน้ำพริกมะขาม, ปลายี่สนผัดหวาน และ หัวไชโป๊วผัดหวาน พร้อมกับเครื่องเคียง ผักแกะสลักสุดประณีตอย่าง กระชายแกะสลักดอกจำปี ต้นหอมม้วน มะม่วงเปรี้ยว และแตงกวาแกะสลัก เริ่มต้นกันด้วยเครื่องดื่มต้อนรับที่ทำจากมะยงชิตและโซดาไทย มะยงชิตรสเปรี้ยวหวานอีกทั้งกลิ่นหอมเฉพาะตัวของผลไม้สุกแห่งฤดูร้อนชวนน้ำลายสอ กับโซดาซ่าๆเย็นๆช่วยเพิ่มความสดชื่นและเปิดมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี ต่อกันด้วยของเรียกน้ำย่อยในชุดอย่างม้าฮ่อ ม้าฮ่อ หรือ ม้าห้อ เป็นอาหารว่างของไทยอย่างโบราณชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นไส้รสหวานเค็มรสชาติคล้ายไส้สาคูจับกับผลไม้รสเปรี้ยวจัด โดยมากเป็นสับปะรด หากไม่มีสับปะรดก็ใช้ผลส้มเขียวหวานแทนได้ แต่จะเรียกว่า มังกรคาบแก้วนอกจากนี้ยังมีการใช้มะยงชิดหรือกีวีที่มีรสชาติเปรี้ยวได้ นิยมทำเนื่องในเทศกาลงานบุญหรือพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะในชุมชนเชื้อสายมอญ เข้าใจว่าชาวไทยสมัยก่อนคงนึกเสียดายผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแต่ไม่สามารถกินเปล่าได้ จึงทำไส้รสหวานเค็มที่สามารถรับประทานคู่กันได้อย่างกลมกล่อม ปัจจุบันหารับประทานได้ค่อนข้างยาก ม้าฮ่อประกอบไปด้วยสองส่วนคือตัวผลไม้ และตัวไส้ ตัวผลไม้ส่วนใหญ่เป็นสับปะรดหั่นชิ้นขนาดพอคำ หากเป็นส้มจะนำกลีบส้มที่ลอกใยส้มออกแล้วไปผ่ากลาง สำหรับนำไส้ไปใส่ ส่วนตัวไส้ทำจากกระเทียม รากผักชี พริกไทยโขลกแล้วนำไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่น้ำตาลปี๊บ (หรือน้ำตาลทราย) หมูสับ เกลือ (หรือน้ำปลา) ถั่วลิสงคั่วบด ผัดจนเหนียวเข้ากันให้ได้รสหวานเค็ม ก่อนนำไปปั้นเป็นก้อนกลมแล้ววางลงบนผลไม้ที่เตรียมไว้ เสร็จสรรพจึงนำใบผักชีและพริกชี้ฟ้าซอยตกแต่งให้สวยงาม รับประทานกับข้าวหอมมะลิเสาไห้ของจังหวัดสุรินทร์ คัดสรรมาอย่างพิเศษ นำมาขัดจนสะอาด และหุงจนได้เมล็ดข้าวที่เรียวสวย ใส ไม่มีฝุ่นข้าว แล้วนำมาแช่กับน้ำลอยดอกไม้ ประกอบด้วยดอกไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด, กระดังงา, กุหลาบมอญ และมะลิ ซึ่ง “ชมนาด” เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่หายากยิ่งในช่วงฤดูร้อน โดย Royal Osha เป็นหนึ่งในร้านที่สืบเสาะหา นำดอกชมนาดมารังสรรค์ในสำรับข้าวแช่ หากท่านได้มีโอกาสรับประทานข้าวแช่ตำรับชาววัง ที่ Royal Osha แล้ว จะสัมผัสถึงความหอมที่พิเศษกว่าที่ใดอย่างแน่นอน ยกระดับความพรีเมี่ยมด้วยน้ำที่ใช้สำหรับลอยดอกไม้เป็นน้ำแร่มีค่าความเป็นด่างถึง 8.8 (ph. 8.8) นอกจากมีคุณประโยชน์ในการปรับสมดุลร่างกาย สามารถสกัดกลิ่นอันหอมหวนของดอกชมนาดที่มีกลิ่นคล้ายคลึงกับใบเตยและมะลิ หรือที่เรียกว่า “กลิ่นข้าวใหม่” ด้วยการลอยน้ำแร่แช่ข้ามคืน จนได้กลิ่นหอมออกมาอย่างรัญจวนใจแล้ว ความเป็นด่างของน้ำแร่ยังช่วยให้ดอกไม้สด ไม่ช้ำ มีสภาพคงทนอยู่ได้นาน เชฟวิชิต มุกุระ, เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ร้านรอยัล โอชา กล่าวว่า “สำหรับเมนู” ข้าวแช่ตำรับชาววัง” ปีนี้ได้บรรจงรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตและพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบพรีเมี่ยม ปรุงรสตามกรรมวิธีโบราณอันสลับซับซ้อน เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และสอดประสานกันได้อย่างลงตัว…
Author: Kittin Assavavichai
Chef : Kongsun Sae Liang Date : 02 2023 Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A จัดเต็มกับคาราวานติ่มซำไส้ทะลัก คำโตๆ ณ ห้องอาหารจีนที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในย่านใจกลางกรุง ด้วยบรรยากาศและการตกแต่งห้องอาหาร รวมไปถึงสไตล์อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ ความอร่อยแบบจัดเต็มกับติ่มซำบุฟเฟต์ ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของทอด ที่ยกขบวนมาเสิร์ฟมากกว่า 35 รายการ พร้อมให้คุณมาสัมผัสความอร่อยมื้อใหญ่ ลิ้มลองติ่มซำรสชาติต้นตำรับจากเชฟอาหารจีนยอดฝีมือระดับตำนาน รังสรรค์เมนูความอร่อยโดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมียม สะอาด สดใหม่ ให้คุณได้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำ สดใหม่จากเตาทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสก้า, ขนมจีบเนื้อปูนึ่งเห็ดชิเมจิ, ฮะเก๋ากุ้ง, เกี๊ยวกุ้งนึ่งซอสปักกิ่ง, ซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวา, กรรเชียงปูนึ่ง, เผือกทอดไส้กุ้ง, ขนมชาเขียวทอดไส้แปะก๊วย และเมนูความอร่อยอีกมากมายที่จะชวนให้คุณน้ำลายสอ ในราคา 988 บาทถ้วน / ท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ (รวมเครื่องดื่มชาจีนร้อน – เย็น) ในเวลา 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – รับออเดอร์สุดท้ายของติ่มซำบุฟเฟ่ต์เวลา 20.00 น. ราคานี้สงวนสิทธิ์ไม่ร่วมกับส่วนลดต่างๆ ของว่าง มาเริ่มต้นกันด้วยของว่างที่มีอย่างมากมาย หลากหลาย โดยในโปรบุฟเฟ่ต์นี้ แขกที่มากินจะสามารถเลือกได้คนละ 2 เมนู ถ้ามา 2 คนก็สั่งได้ 4 เมนู จะมี • ไก่แช่เหล้า Drunken chickenไก่แช่เหล้า หนึ่งในอาหารพื้นฐานของอาหารจีนกวางตุ้ง ของร้านนี้ทำได้ดีเช่นกัน เนื้อไก่มีกลิ่นหอมหล้ามาก เนื้อไก้ความสุกกำลังดีมีความฉ่ำในเนื้ออยู่• แมงกะพรุนนำ้มันงา Jellyfishหนึ่งในเมนูออเดิร์ฟยอดนิยมตลอดกาล ที่ถูกปากแทบทุกคน กินง่าย เรียกน้ำย่อยได้ดีและคำเดียวไม่เคยพอ เป็นเมนูที่ให้รสครบทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม…
ตั้งแต่โบราณนานมา คนไทยเรียนรู้วิธีคลายร้อนด้วยความอร่อยผ่านเมนูอาหาร เดิมทีข้าวแช่มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญที่นิยมทำถวายพระสงฆ์ และในสมัยโบราณนิยมรับประทานข้าวแช่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อช่วยคลายร้อนให้รู้สึกเย็นชื่นใจ ต่อมาได้มีผู้นำสูตรเข้าไปเผยแพร่ในราชสำนัก หลังจากนั้นข้าวแช่ก็ถูกพัฒนาขึ้นทั้งในด้านรสชาติ วิธีการปรุงและความสวยงาม ปีนี้ รอยัล โอชา (Royal Osha) ร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่งสุดหรู ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ถึง 5 ปีซ้อน ขอนำเสนอความละเมียดละไมของเมนู “ข้าวแช่ตำรับชาววัง” เมนูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาในช่วงคิมหันต์ฤดู ที่สุดแห่งความประณีตบรรจงในการคัดสรรวัตถุดิบผ่านฝีมือ เชฟวิชิต มุกุระ เชฟอาหารไทยชื่อดังเจ้าของมิชลินสตาร์ ที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของรอยัล โอชา อิ่มเอมไปกับเครื่องเคียง รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศทั้ง 7 อย่างตามตำรับชาววัง ได้แก่ ลูกกะปิ, หอมแดงสอดไส้หน้าปลาแห้ง, พริกหยวกสอดไส้หมูสับกับกุ้ง, ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด, หมูฝอยผัดน้ำพริกมะขาม, ปลายี่สนผัดหวาน และ หัวไชโป๊วผัดหวาน พร้อมกับเครื่องเคียง ผักแกะสลักสุดประณีตอย่าง กระชายแกะสลักดอกจำปี ต้นหอมม้วน มะม่วงเปรี้ยว และแตงกวาแกะสลัก รับประทานกับข้าวหอมมะลิเสาไห้ของจังหวัดสุรินทร์ คัดสรรมาอย่างพิเศษ นำมาขัดจนสะอาด และหุงจนได้เมล็ดข้าวที่เรียวสวย ใส ไม่มีฝุ่นข้าว แล้วนำมาแช่กับน้ำลอยดอกไม้ ประกอบด้วยดอกไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด, กระดังงา, กุหลาบมอญ และมะลิ ซึ่ง “ชมนาด” เป็นหนึ่งในดอกไม้ที่หายากยิ่งในช่วงฤดูร้อน โดย Royal Osha เป็นหนึ่งในร้านที่สืบเสาะหา นำดอกชมนาดมารังสรรค์ในสำรับข้าวแช่ หากท่านได้มีโอกาสรับประทานข้าวแช่ตำรับชาววัง ที่ Royal Osha แล้ว จะสัมผัสถึงความหอมที่พิเศษกว่าที่ใดอย่างแน่นอน ยกระดับความพรีเมี่ยมด้วยน้ำที่ใช้สำหรับลอยดอกไม้เป็นน้ำแร่มีค่าความเป็นด่างถึง 8.8 (ph. 8.8) นอกจากมีคุณประโยชน์ในการปรับสมดุลร่างกาย สามารถสกัดกลิ่นอันหอมหวนของดอกชมนาดที่มีกลิ่นคล้ายคลึงกับใบเตยและมะลิ หรือที่เรียกว่า “กลิ่นข้าวใหม่” ด้วยการลอยน้ำแร่แช่ข้ามคืน จนได้กลิ่นหอมออกมาอย่างรัญจวนใจแล้ว ความเป็นด่างของน้ำแร่ยังช่วยให้ดอกไม้สด ไม่ช้ำ มีสภาพคงทนอยู่ได้นาน และปิดท้ายสำรับ ด้วยขนมหวานลอยแก้วสุดพิเศษรังสรรค์จากผลไม้ประจำคิมหันตฤดู เชฟวิชิต มุกุระ, เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ร้านรอยัล โอชา กล่าวว่า “สำหรับเมนู” ข้าวแช่ตำรับชาววัง” ปีนี้ได้บรรจงรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตและพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบพรีเมี่ยม ปรุงรสตามกรรมวิธีโบราณอันสลับซับซ้อน เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และสอดประสานกันได้อย่างลงตัว ตามแบบฉบับเฉพาะของรอยัล โอชา กับข้าวที่รับประทานเคียงกับข้าวแช่ ยังคงยืนหยัดรังสรรค์ทั้ง 7 อย่างครบถ้วนตามตำรับชาววัง เทคนิคการปรุง “ข้าวแช่” ตำรับลับอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครของรอยัล โอชา โดยหัวใจหลักก็คือ “ลูกกะปิ” ซึ่งเป็นกับข้าวที่คนนิยมทำมาแข่งขันฝีมือกัน ความโดดเด่นของลูกกะปิของรอยัล โอชา รังสรรค์ส่วนผสมของกระชาย, หอมแดง, กระเทียม, ปลาดุกนาย่าง และมะพร้าวขูด เอามาผัดใส่กะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาล โดยพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรคัดสรรกะปิชั้นดี นำมาห่อใบตองย่างไฟ เพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติที่ดี …
ตอนนี้มีเมนูคอร์ส “Seven Sins” ใหม่ของเราแล้ว การเดินทาง 7 หลักสูตรที่สร้างสรรค์โดยเชฟสเตฟาโนด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลจากทางตอนเหนือของอิตาลี (ส่วนใหญ่คือ Piemonte) เช่น Thistle, Jerusalem Artichoke, Roccaverano Goat cheese, Melanosporum black Truffles ราคา 3,500++ ต่อคนพร้อมไวน์จับคู่ในราคา 1,900++ Sea Scallop, Smoked Fish Eggs, Foie Gras FoamCroissant with Potatoes and Cheese, Caviar, Hokkaido Sea UrchinWhite Asparagus, Green Asparagus Cream, Parmesan MayonnaiseFoie Gras Terrine, Slow Cooked and Dried Egg YolkOpen Raviolo Canadian Lobster, Champgne Vanilla FoamMarinated Duck Breast, Celery Roots PureeHoney’s Ice Cream, Ginger Crushed IcePrices are excluded of 10% cover charge and 7% government tax7 Courses 3500 + _________________________ จองล่วงหน้าและสอบถามข้อมูล: 02 258 4386 / [email protected] Line: @enotecabangkok Enotecabangkok.com
ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนคุณมาอิ่มอร่อยแบบสุดคุ้ม จัดเต็มกับคาราวานติ่มซำไส้ทะลัก คำโตๆ ณ ห้องอาหารจีนที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในย่านใจกลางกรุง ด้วยบรรยากาศและการตกแต่งห้องอาหาร รวมไปถึงสไตล์อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ เราพร้อมให้บริการความอร่อยแบบจัดเต็มกับติ่มซำบุฟเฟต์ ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของทอด ที่ยกขบวนมาเสิร์ฟมากกว่า 35 รายการ พร้อมให้คุณมาสัมผัสความอร่อยมื้อใหญ่ ลิ้มลองติ่มซำรสชาติต้นตำรับจากเชฟอาหารจีนยอดฝีมือระดับตำนาน รังสรรค์เมนูความอร่อยโดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมียม สะอาด สดใหม่ ให้คุณได้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำ สดใหม่จากเตาทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสก้า, ขนมจีบเนื้อปูนึ่งเห็ดชิเมจิ, ฮะเก๋ากุ้ง, เกี๊ยวกุ้งนึ่งซอสปักกิ่ง, ซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวา, กรรเชียงปูนึ่ง, เผือกทอดไส้กุ้ง, ขนมชาเขียวทอดไส้แปะก๊วย และเมนูความอร่อยอีกมากมายที่จะชวนให้คุณน้ำลายสอ ในราคา 988 บาทถ้วน / ท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ (รวมเครื่องดื่มชาจีนร้อน – เย็น) ในเวลา 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – รับออเดอร์สุดท้ายของติ่มซำบุฟเฟ่ต์เวลา 20.00 น. ราคานี้สงวนสิทธิ์ไม่ร่วมกับส่วนลดต่างๆ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ตั้งอยู่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 12.00 น. – 22.30. น. (รับออเดอร์สุดท้าย 21.30 น. สำหรับเมนูอลาคาร์ท) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 100 6255 หรือ อีเมล์: [email protected] ติดตามข่าวสารของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ได้ที่ เว็บไซต์:www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/dynastyเฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld Kin Promo Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร…
โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC) เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านก้าวสู่โลกของอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวที่ เดอะคริสตัลล์กริลล์เฮาส์ ห้องอาหารสุดหรูตกแต่งอย่างมีสไตล์ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา “สายน้ำแห่งราชา” อันเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองไทย เดอะคริสตัลล์กริลล์เฮาส์ ห้องอาหารสไตล์สเต็กเฮาส์และซีฟู้ดกริลล์ ถูกออกแบบในสไตล์ทันสมัย ดีไซน์ภายในเรียบหรูซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศที่ไทยเคยทำการค้าในอดีต ห้องอาหารตั้งอยู่ ณ ริมแม่น้ำที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ แหล่งค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ที่เน้นมรดกทางวัฒนธรรม และตั้งอยู่ตรงข้ามกับ เรือสิริมหรรณพ เรือใบสามเสาดัดแปลงใหม่จากเรือทูลกระหม่อมที่เคยล่องจากเมืองไทยไปยังทั่วโลกในช่วงต้นค.ศ. 1900 แขกทุกท่านสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายภายในห้องอาหาร ไม่ว่าจะเป็น การเลือกทานอาหารแบบส่วนตัวภายในห้องไพรเวทที่มีรองรับถึงห้าห้อง ผ่อนคลายไปกับการจิบซิกเนเจอร์ค็อกเทลรวมทั้งไวน์พรีเมียมชั้นดีที่เคาน์เตอร์บาร์ หรือเลือกนั่งทานอาหารที่เคาน์เตอร์แบบสบายเป็นกันเองภายในครัวแบบเปิดที่ล้อมรอบด้วยเรือนกระจกส่องประกายระยิบระยับ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำบริเวณเทอเรซ พร้อมชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ตกไปจนถึงยามที่แสงไฟจากเมืองสะท้อนเงาบนระลอกคลื่นของแม่น้ำ และด้วยสถานที่และข้อเสนอที่หลากหลายนี้จึงทำให้ห้องอาหารเดอะคริสตัลล์กริลล์เฮาส์ เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษและการเฉลิมฉลองต่างๆ ที่จะทำให้การรับประทานอาหารมื้อค่ำเป็นที่น่าจดจำและน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น เมนูที่เสิร์ฟภายในห้องอาหารจะเน้นที่วัตถุดิบจากเนื้อน้ำเข้าโดยใช้ส่วนที่ดีที่สุดและอาหารทะเลสดชั้นเลิศ ปรุงตามสั่งผ่านกรรมวิธีจากเตาถ่าน “โจสเปอร์” ที่นำไม้หลากหลายมาเผาย่าง ซึ่งถ่านที่ได้จากการเผานี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ทำให้รสชาติของอาหารมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีหอยนางรมสดหลากหลายสายพันธุ์ อาหารเรียกน้ำย่อยนานาชนิดที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหารของเชฟ อีกทั้งของหวาน และไวน์พรีเมี่ยมจากต่างประเทศที่เลือกสรรมาอย่างดี นำมาให้บริการแขกทุกท่านได้เพลิดเพลินอีกด้วย สำหรับเครื่องดื่มภายในห้องอาหาร บาร์เทนเดอร์มากฝีมือได้จัดเตรียมไวน์ชั้นดี เหล้า และเบียร์ ค็อกเทลแบบคลาสสิกและค็อกเทลซิกเนเจอร์ ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบและส่วนผสมพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศต่างๆ อาทิ อเมริกา อินเดีย เปอร์เซีย จีน และ ญี่ปุ่น ห้องอาหารเดอะคริสตัลล์กริลล์เฮาส์ สามารถรับรองแขกได้ 95 คน เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.30 – 00.00 น. ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ สามารถเดินทางมาถึงได้อย่างสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ รวมไปถึงเรือรับส่งฟรีจากท่าเรือติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สะพานตากสิน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาโทร:+66 (0) 2 059 5999 หรือทาง อีเมล restaurant [email protected] หรือติดต่อเราทางช่องทางเหล่านี้ เว็บไซต์: www.thecrystalgrillhouse.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/thecrystalgrillhouse ไลน์: @crystalgrillhouse อินสตาแกรม: www.instagram.com/thecrystalgrillhouse Kin News…
Date : 01 2023 Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A บำรุงสุขภาพแบบองค์รวมกับโปรแกรม ณ BDMS Wellness Clinic Retreat Royal Crystal Skin treatment ที่ BDMS Wellness Clinic Retreat โปรแกรมนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ผิวพรรณบริเวณใบหน้าและลำคออย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องใช้เข็ม (Meso – No Needles) ด้วยนวัตกรรมจากเครื่อง Infusion™ โดยลดอาการเจ็บ ไม่ระคายกับผิวหนัง จะช่วยให้ผิวพรรรณขาวกระจ่างใส ชุ่มชื้น ลดเรือนริ้วรอย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ฯลฯ + อาหารกลางวัน ที่ มาลา คาเฟ่ (Maa Laa Café) เมนูเพื่อสุขภาพ ด้วยส่วนผสมวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รังสรรค์โดยทีมเชฟอนันตรา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท + Himalayan Thermal Therapy treatment ที่ อนันตรา สปา การบำบัดด้วยหินเกลือหิมาลายันร้อน จากเทือกเขาหิมาลัย ด้วยแร่ธาตุ 84 ชนิด ที่จะช่วยสร้างสมดุลและกระตุ้นการขับสารพิษออกจากร่างกายได้เองตามธรรมชาติDr.Athiwat T. อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รีสอร์ท ประกาศเปิดตัว บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก รีทรีท (BDMS Wellness Clinic Retreat) ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน มอบบริการการแพทย์และการตรวจสุขภาพ การออกแบบโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เหมาะแก่การพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพไปพร้อมกัน ตอบสนองการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย BDMS Wellness Clinic Retreat ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในบรรยากาศล้อมรอบด้วยสวนธรรมชาติ และทัศนียภาพอันสวยงาม ของ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รีสอร์ท ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นบนพื้นที่กว่า 677 ตารางเมตร ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันนี้…
VEGETARIAN GASTRONOMIC JOURNEY 4 courses THB 2,500 Wine pairing full experience THB 1,890 | Wine pairing 3 glasses THB 1,500 INDIVIA, NOCCIOLE E PARMIGIANOEndive, Parmesan, HazelnutRAVIOLI DI PATATA AFFUMICATA E GORGONZOLASmoked Potato Ravioli, Gorgonzola Cheese FoamASPARAGI, FUNGHI E FONDUTAAsparagus, Mushroom, FonduePERA, CIOCCOLATO E WHISKEYPear, Chocolate, Whiskey GASTRONOMIC JOURNEY5 courses THB 4,100 Wine pairing full experience THB 2,200 | Wine pairing 3 glasses THB 1,890 NASELLO, DASHI ALLA PIEMONTESESnow Fish Filet, Piedmontese DashiRAVIOLI DI CECI, GAMBERO ROSSO E BACONChickpeas Ravioli, Sicilian Red PrawnsARAGOSTA, PEPERONE E BAGNA CAUDALobster, Red Bell Pepper, Bagna CàudaPICCIONE, ARANCIA E CAMPARIPigeon, Orange, CampariCAFFE’, NOCCIOLA E CARDAMOMO NEROCoffee,…
โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ขอเสนอการเริ่มต้นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมด้วยการเปิดตัว Extravaganza Sunday Brunch ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป พร้อมเสิร์ฟอาหารจานโปรดและบรันช์สุดคลาสสิกจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารญี่ปุ่น อาหารอาหรับ อาหารอิตาเลี่ยน อาหารไทยต้นตำรับ และอื่นๆอีกมากมาย อิ่มอร่อยบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ในสไตล์สินธร เคมปินสกี้ ที่พร้อมให้บริการทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 15.00 น. ที่ห้องอาหารเฟลอริช (Flourish Restaurant) ซึ่งเป็นห้องอาหารที่เปิดให้บริการทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ พร้อมความสวยงามของแสงธรรมชาติ วิวสวนชีวา (Chevaa Garden) และครัวแบบเปิด ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูโปรด เมนูที่ค้ดค้นใหม่ หรือลิ้มลองรสชาติเมนูแบบดั้งเดิม ละลานตากับอาหารทะเล สด ใหม่ ที่เสิร์ฟบน ซีฟู้ด ทาวเวอร์ (Seafood Tower) ที่ไม่ว่าจะเป็น กุ้งจากแหล่งน้ำเย็นธรรมชาติ (Fresh cold-water prawns) กุ้งล็อบสเตอร์จากประเทศแคนนาดา(Canadian Lobster) หอยนางรมฟิร เดอ แคลร์ (Fine De Claire Oyster) และหอยแมลงภู่ดำ (Black Mussels) เสิร์ฟคู่กับซอสมะม่วงสูตรพิเศษ และซอสโฮมเมดอีกหลากหลายชนิด สำหรับมุมอาหารญี่ปุ่น เชฟฮิโรยูกิ โยโกยามะ เชฟชาวญี่ปุ่นจากห้องอาหาร คิ อิซากายะ (KI Izakaya) ห้องอาหารยอดนิยมตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 ของโรงแรมฯ ซึ่งจำลองบรรยากาศที่สนุกสนานของร้านอิซากายะในตรอกซอกซอยที่มีชื่อเสียงในโอซาก้าและโตเกียว ลิ้มลองเมนูแนะนำอย่าง ปลาหมักรสเลิศ และ ซูชิ ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงเป็นเมนูแสนอร่อย นอกจากนี้พบกับ มุมอาหารปรุงสดใหม่ (Live Cooking Station) และมุมอาหารอบที่พร้อมเสิร์ฟซี่โครงเนื้ออบรสชาติเยี่ยม แกมม่อนแฮมอบน้ำผึ้ง ปลากะพงอบเกลือ และกุ้งลายเสือย่าง เชฟโอมาร์ ฮาซิม เชฟชาวเลบานอน พร้อมแนะนำหลากหลายเมนูความอร่อยของอาหารสไตล์อาหรับ…
ห้องอาหาร อาคีรา เเบค เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ ร้านอาหารเอเชียแนวนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ บนชั้น 37 ณ โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ขอเชิญคู่รักมาสัมผัสบรรยากาศแห่งความรักในค่ำคืนอบอุ่นใต้แสงเทียนใจกลางเมืองพร้อมอิ่มอร่อยกับเซ็ตเมนูมื้อค่ำสุดหรู ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ห้องอาหาร อาคีรา เเบค นำเสนอมื้อค่ำสุดโรแมนติก 6 คอร์ส ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันสำหรับคู่รักในค่ำคืนวันวาเลนไทน์นี้เท่านั้น โดยเริ่มต้นมื้อแห่งความรักด้วยอมูสบูชอย่าง หอยนางรมจิลลาโด (Gillardeau Oyster) หอยนางรมตัวโตจากฝรั่งเศสรับประทานคู่กับซอสโซจังและเลมอน ตามด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียนอย่าง ซีฟู๊ด คาร์พาชชิโอ้ (Seafood Carpaccio) ซีฟู๊ดสด ๆ ที่คัดสรรมาอย่างดี ท็อปด้วยพาเมซานชีส ทานคู่กับน้ำสลัดซีตรัสรสเปรี้ยว และอีกหนึ่งเมนูเรียกน้ำย่อยจานร้อนอย่าง แพนเซียร์ฟัวกราส์ (Seared French Fois Gras) ตับห่านเนื้อนุ่มหอมมัน ละมุนลิ้น เสิร์ฟคู่กับลูกแพร์ตุ๋นชากุหลาบ ต่อด้วยเมนูหลักอย่าง เนื้อปลาหิมะ (Chilean Seabass) ปลาหิมะย่างเนื้อนุ่มชิ้นโต ปรุงด้วยซอสโคชูจัง มิโซะสไตล์ญี่ปุ่น ให้รสชาติที่เข้มข้น หอมหวาน รู้สึกได้ถึงความสดจากท้องทะเล เมนูถัดมาก เนื้อเซนได A5 (Sendai) เนื้อส่วนสตริปลอยน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสสัมผัสที่มี “ความนุ่มที่สุด” เสิร์ฟคู่กับเห็ดไมตาเกะกับมันฝรั่งบด ปิดท้ายด้วยของหวานรสเลิศอย่าง ช็อกโกแลตมูสเค้ก (Chocolate Mousse) ช็อกโกแลตมูสที่อัดแน่นด้วยแยมสตอเบอรี่สดจากเกาหลี ให้สัมผัสที่นุ่ม เนียน อร่อย ได้รสช็อกโกแลตเต็มๆคำ เสิร์ฟคู่กับ ดอกกุหลาบที่ทำจากดาร์กช็อกโกแลต และ สตอเบอรี่ซอร์เบ เพลิดเพลินกับอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษนี้ในราคาเพียง 3,900++ บาทต่อท่าน พร้อมชมวิวพาโนรามาของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แบ่งปันความรักพร้อมสัมผัสรสชาติแห่งความอร่อยรับวันวาเลนไทน์นี้กับ 6 คอร์สเมนูพิเศษ ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ณ ห้องอาหาร อาคีรา เเบค มื้อเย็น เวลา…