Story : Jirod A. Photo : Pol.Capt.Kittin A. ในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยโอมากาเสะหลากหลายสไตล์ คำถามที่หลายคนมักถามคือ “ที่ไหนแตกต่างและน่าตื่นเต้นจริง ๆ?” คำตอบหนึ่งที่ชัดเจนคือ Fillets Bangkok at One Bangkok ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารญี่ปุ่น แต่คือ เวทีการแสดงศิลปะการครัวสไตล์คัปโปะ (Kappo) ที่ถูกตีความใหม่ให้เป็น Modernist Omakase อันแสนร่วมสมัย ทุกคำที่ลิ้มรสไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือ “การเล่าเรื่อง” ผ่านวัตถุดิบจากญี่ปุ่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน บวกกับเทคนิคและไอเดียที่ทำให้คนกินต้องตื่นเต้นตลอดคอร์ส บรรยากาศและการออกแบบภายใน เมื่อก้าวเข้าสู่ Fillets Bangkok สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่กลิ่นของปลา ไม่ใช่เสียงครัว แต่คือ งานออกแบบที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสักแห่ง เคาน์เตอร์โอมากาเสะทรงโค้งขนาดใหญ่ รายล้อมครัวเปิดตรงกลาง เหมือนเวทีโรงละครที่เชฟคือผู้แสดงหลัก และผู้ทานคือผู้ชมแถวหน้า ทุกจังหวะการหั่น การจัดวาง ถูกมองเห็นอย่างใกล้ชิด เพดานโค้งมนพร้อมไฟเส้น LED ที่ทอดนำสายตา สร้างมิติคล้ายอุโมงค์อนาคต แต่แฝงความละมุนด้วยแสงอบอุ่น ไม่ทำให้รู้สึกแข็งกระด้าง วัสดุและโทนสี เน้นความเรียบหรู – เบจ น้ำตาลอ่อน และพื้นผิวด้าน – เพื่อให้อาหารแต่ละคำโดดเด่นราวกับอัญมณีที่ถูกวางบนเวทีสีขาวสะอาด บรรยากาศโดยรวมคือ สงบ หรู และเต็มไปด้วยความละเมียดละไม ราวกับเวลาในห้องนี้เดินช้าลงเพื่อให้คุณได้จดจ่อกับทุกคำ การได้มานั่งที่ Fillets Bangkok ไม่ใช่เพียงการกินโอมากาเสะ แต่คือการ นั่งเสพการทำอาหารแบบสด ๆ ที่เต็มไปด้วย ลีลาและเทคนิค การเคลื่อนไหวของเชฟแต่ละคนเป๊ะเหมือนกำลังดูโชว์ เสียงมีดสัมผัสเขียง แทบจะเป็นเสียงดนตรีประกอบ และเมื่อจานถูกเลื่อนมาตรงหน้า ความรู้สึกเหมือนกำลังได้รับของขวัญที่ห่อมาอย่างงดงาม นี่คือสิ่งที่ทำให้ Modernist Kappo Omakase แตกต่าง – ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือ การเดินทางของประสาทสัมผัสครบทุกด้าน โดยก่อนที่กำลังจะเริ่มมื้อ เจ้าหน้าที่จะนำถาดไม้ขาดเล็กมาวางที่เบื้อหน้าพร้อมผ้าอัดเม็ดขาดเล็ก และบรรจงรินน้ำลงให้ผ้าขยายตัวเพื่อเช็ดมือก่อนเริ่มมื้อ เปิดม่านโอมากาเสะ: เมื่อซุปใสหนึ่งถ้วย…เล่าเรื่องราวได้มากกว่าที่คิด ก่อนที่มหกรรมการปั้นซูชิคำต่อคำจะเริ่มต้นขึ้น ณ ร้าน Fillets Bangkok เชฟได้เชื้อเชยให้เราเข้าสู่โลกแห่งรสชาติด้วยการเปิดม่านการแสดงสุดเรียบง่าย…
Author: Kittin Assavavichai
“เฮยยิน” ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งร่วมสมัย เปิดตัว 5 คอร์สอาหารเมนูใหม่ล่าสุด “HEI YIN Cantonese Refined, A Five-Course Tasting” นำเสนอความงดงามของอาหารกวางตุ้งด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยม และเทคนิคการปรุงที่พิถีพิถัน ผสมผสานมุมมองร่วมสมัยเพื่อสร้างสรรค์รสชาติที่ละเมียดละไมในทุกจาน พร้อมทางเลือกเครื่องดื่มชั้นเลิศ ให้บริการ ราคาอาหารท่านละ 1,888++บาท / ท่าน สำหรับเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 688++ – 988++ บาท / ท่าน ให้บริการ 2 ช่วงเวลา ตั้งแต่ 11.00 – 15.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 ร้านอาหารจีน “เฮยยิน” พร้อมเผยโฉมใหม่ 5 คอร์สอาหารสุดหรูที่มี “หัวใจของเมนูนี้คือการนำเสนอความอร่อยอันโดดเด่น ผ่านวัตถุดิบ เทคนิค และรสชาติของอาหารกวางตุ้งในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่กลมกล่อมและละเมียดละไมในทุกคอร์ส ตั้งแต่จานเรียกน้ำย่อยจนถึงของหวาน” ไฮไลต์เมนู 5 คอร์ส: ประกอบด้วย• Amuse-Bouche: สลัดเอ็นหอยจอบและไข่ปลาแซลมอน (Pen Shell Tendon Salad with Salmon Roe) เปิดประสบการณ์ด้วยสัมผัสรสทะเลสดใหม่ เอ็นหอยจอบคัดพิเศษและไข่ปลาแซลมอนจากประเทศญี่ปุ่น• Appetizer: ปีกไก่ยัดไส้ข้าวเหนียว ซอสเห็ดทรัฟเฟิล และหมูกรอบ (Chicken Wing Stuffed with Sticky Rice, Truffle Sauce & Crispy Pork) อาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่ได้รับการยกระดับ ปีกไก่ยัดไส้ข้าวเหนียว และซอสเห็ดทรัฟเฟิลและหมูกรอบสไตล์กวางตุ้ง• Soup: หูฉลามกังป๋วยเนื้อปู ในน้ำซุปสูตรพิเศษ (Shark Fin Soup with Dried Scallops…
10 เมนูใหม่ ‘ศิลาดล’ The Sukhothai Bangkok ที่สายอาหารไทยต้องห้ามพลาด – Fine Thai Dining ระดับตำนานกลับมาอีกครั้ง ศิลาดล บทใหม่แห่งตำนานอาหารไทยชั้นสูง Fine Thai Dining ที่ผสานรากเหง้าและความร่วมสมัยโดยเชฟจิ๊บ ในโลกของอาหาร fine dining ไทย ห้องอาหาร “ศิลาดล” แห่งโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวขานมาเนิ่นนาน ไม่เพียงเพราะสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยที่รายล้อมด้วยเรือนไทยกลางสระบัว หากแต่เป็นเพราะ “วิญญาณ” ของครัวไทยที่นี่ซึ่งถูกตีความและถ่ายทอดด้วยความวิจิตรบรรจงเสมอมา วันนี้ “ศิลาดล” กำลังเขียนบทใหม่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ภายใต้การนำของ เชฟจิ๊บ – เชฟหญิงมากฝีมือ ที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างมีรสนิยม ผสานศาสตร์การครัวไทยชั้นสูงกับมิติร่วมสมัยอย่างละเมียดละไม อาหารทุกจานจึงไม่ใช่เพียงมื้ออาหาร หากเป็น “บทสนทนา” ระหว่างอดีตและปัจจุบัน ที่ยังคงความจริงแท้ของรสชาติไทยอย่างไม่หวั่นไหวไปตามกระแสที่เต็มไปด้วยการฟิวชั่นที่ปรับเปลี่ยนอาหารจนห่างไกลจากรากเหง้าเดิม 1. ข้าวพับใบเตยโบราณ (550 บาท) เมนูเรียกน้ำย่อยที่อวดศิลปะงานห่ออย่างประณีต ข้าวสวยหอมมะลิถูกห่อด้วยใบเตยสด พับแน่นเป็นทรงสามเหลี่ยมแล้วนึ่งจนกลิ่นหอมซึมเข้าเนื้อข้าว ด้านบนมีเนื้อปูสดหวานแน่น ภายในซ่อนบเห็ดออรินจิ เห็ดนางรม และหน่อไม้หวาน ปรุงด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาว — รสละมุนแบบไทยโบราณที่หอมกลิ่นสมุนไพรขึ้นจมูก นับเป็นการทักทายแรกที่สง่างาม 2. ปอเปี๊ยะเป็ด (450 บาท) ปอเปี๊ยะที่ไม่ใช่แค่ของกินเล่น แต่เชฟจิ๊บตั้งใจให้เป็นงานคราฟท์ในทุกคำ เริ่มจาก เนื้อเป็ดกงฟี (Duck Confit) ที่ผ่านการตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม รสเข้มข้น ก่อนจะถูกห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะบางเฉียบ แล้วทอดจนกรอบเป็นสีเหลืองทองสวย ทุกชิ้นเสิร์ฟร้อน ๆ พร้อม ขิงทอดกรอบและเส้นเผือกทอดฟู ช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบและกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบไทย ๆ บนจานยังแต่งด้วยพริกเขียวทอดและใบไม้แกะสลัก เพิ่มความงดงามในสไตล์ fine dining คู่รสชาติอยู่ที่ ซอสดิปพลัม–สับปะรด ที่เชฟปรับสมดุลให้เปรี้ยวหวานสดชื่น ตัดกับความมันกรอบของเป็ดและแป้งได้พอดีทุกคำ เป็นเมนูที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด รสชาติและสัมผัสถูกคิดมาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทั้งนักชิมไทยและต่างชาติสัมผัสได้ถึง “ความประณีตของอาหารไทยร่วมสมัย” 3. ยำส้มโอขาวใหญ่อัมพวากุ้งแม่น้ำย่าง (500 บาท)…
Ms.Jigger ห้องอาหารอิตาเลียน ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดตัวอาร์ฟเตอร์นูนที “Espresso Intermezzo” พร้อมเชิญชวนให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์การจิบชายามบ่ายรูปแบบใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มจากประเทศอิตาลี นอกเหนือจากเซ็ทอาหารกลางวันและเมนูอาหารเย็นอันเลื่องชื่อของ Ms.Jigger แล้ว ห้องอาหารอิตาเลียนร่วมสมัยแห่งนี้ ยังสามารถเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบที่คุณสามารถมาผ่อนคลายกับเพื่อนๆ พร้อมรับประทานอาหารว่างทั้งคาวหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลี รวมถึงกาแฟ ชาระดับพรีเมียม และม็อกเทลกาแฟที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ได้แก่ Freddo กาแฟอาราบิก้าจากประเทศโคลอมเบีย เสิร์ฟพร้อมคุกกี้ช็อกโกแลต Caffè Freddo all’Acqua di Cocco กาแฟโคลด์บรูว์อาราบิก้าจากประเทศนิการากัว ผสมกับมะพร้าวและส้ม พร้อมความซ่าจากโซดา Roma Rosso กาแฟอาราบิก้าจากประเทศอินเดีย ผสมกับน้ำหวานกุหลาบจุฬาลงกรณ์ และโซดาพีชและมะลิกลิ่นห้อมสดชื่น Caffè Fruttato กาแฟโคลด์บรูว์รสชาติกลมกล่อม ผสมผสานกับเกรปฟรุตสีชมพู ลูกแพร์ ส้ม และนม สำหรับเมนูอาหารว่างแบบคาว อร่อยไปกับ ขนมปัง Piadina ที่มีส่วนผสมของปลาทูน่า เคเปอร์ และมะกอกดำ Kalamata โฟคคาเซียที่อัดแน่นไปด้วยแฮมมอร์ตาเดลลารสชาติเข้มข้น ชีสโพรโวลา และมะเขือยาวที่ไปย่างจนหชนุ่มหอม บรูสเกตต้าที่โปะหน้าด้วยกุ้งแดงทาร์ทาร์รสละมุน เป็นต้น สำหรับผู้ที่ชอบของหวาน คุณยังสามารถลิ้มลองขนมหวานสไตล์อิตาเลียน เช่น ขนมคานโนลีสไตล์ซิซิลี ที่อัดแน่นไปด้วยชีสริคอตต้า พิสตาชิโอครัมเบิล ขนมบอมโบลินีเฮเซลนัทนุ่มฟู มูสช็อกโกแลตผสมเหล้ารัม และอีกมากมาย ชุดน้ำชายามบ่าย Espresso Intermezzo ราคาเซ็ทละ 1,590++ บาท สำหรับ 2 ท่าน รวมเครื่องดื่ม 2 แก้ว โดยสามารถเลือกได้ระหว่าง ชา กาแฟ และกาแฟม็อกเทล มีให้บริการทุกวันที่ห้องอาหาร Ms.Jigger โรงแรมคิม์ปตัน มาลัย กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 11:30 น. – 17:00 น. Ms.Jigger เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:30 น. ถึงเที่ยงคืน…
Atelier Tea Reverie: เมื่อ Afternoon Tea กลายเป็นงานศิลป์ในกล่องจิเวอรี่ Afternoon Tea Inspired by SIRIVANNAVARI Atelier Fine Jewellery Collection at Sindhorn Kempinski Bangkok Afternoon Tea ที่ไม่ได้หยุดแค่ “ขนมและชา” ในบ่ายวันหนึ่งที่ล็อบบี้เลานจ์ของ โรงแรม Sindhorn Kempinski Bangkok ผมได้ก้าวเข้าสู่โลกที่ Afternoon Tea ไม่ได้หมายถึงเพียงสโคน ชา และของหวานน่ารัก ๆ แต่คือ บทกวีแห่งแฟชั่น ที่ถ่ายทอดผ่านขนมพิเศษทุกชิ้น “Atelier Tea Reverie” ไม่ได้เป็นเพียงคอร์สน้ำชายามบ่าย แต่มันคือ curated experience ที่บรรจงออกแบบขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชันเครื่องประดับ Atelier Fine Jewellery Collection ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผลงานที่สะท้อนโลกของ haute couture และงานดีไซน์อันวิจิตร แรงบันดาลใจ – จากห้องเสื้อสู่งานพาทิซเซอรี คำว่า atelier ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “สตูดิโอออกแบบของกูตูริเยร์” สถานที่ที่ทุกการตัดเย็บและทุกเส้นด้ายถูกพิถีพิถันดุจงานศิลป์ ในโปรเจกต์ครั้งนี้ โรงแรมจึงตีความ “atelier” ให้กลายเป็นการเดินทางบนโต๊ะชา ที่ทุกคำมีเรื่องเล่าและทุกจานมีความหมาย คอนเซปต์หลักคือ “เครื่องมือธรรมดาในห้องเสื้อ” อย่างสายวัด เข็ม สะดึง กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเครื่องประดับชั้นสูง และต่อยอดมาเป็น presentation ของขนมหวาน – จาก กล่องจิเวอรี่ ที่เปิดออกแล้วพบกับมาการง, สะดึงเย็บผ้า ที่วางขนมชิ้นหลักอย่าง St. Honoré และ Chocolate Tart, ไปจนถึง ตู้เครื่องประดับ ที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ การเริ่มต้น – ความสดชื่นที่ปลุกประสาทสัมผัส ประสบการณ์เริ่มขึ้นด้วย Lemon Sorbet…
“ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ร้านอาหารจีนชั้นนำ เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ 2568 ชวนคุณสั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับฮ่องกงสุดพรีเมียมล่วงหน้า ส่งมอบความอร่อยและอบอุ่นให้แก่กัน เมื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์เวียนมาบรรจบครบอีกปี “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ภัตตาคารอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงคุณภาพในเครือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขอเชิญชวนคุณและครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปี 2568 ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับสไตล์ฮ่องกง แป้งบางไส้นุ่ม หอมละมุน ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ใส่ใจพิถีพิถันในทุกขั้นตอนสไตล์ต้นตำรับฮ่องกง จาก เชฟเชาไท้ชิง Executive Chinese Chef เชฟชั้นนำชาวฮ่องกงมากด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มาพร้อมโปรโมชันพิเศษ ให้เป็นของขวัญแทนใจในทุกความสัมพันธ์ ขนมไหว้พระจันทร์ราคาเริ่มต้น 150 – 1,140 บาท จำหน่าย วันนี้เป็นต้นไป และรับขนมไหว้พระจันทร์ ได้ตั้งแต่ วันนี้ – 6 ตุลาคม นี้ ณ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกง จำหน่ายในราคาชิ้นละ 150 – 190 บาท โดย Classic Mooncake จำหน่ายชิ้นละ 150 บาท ได้แก่ ไส้คัสตาร์ด, ไส้ชาเขียว, ไส้กาแฟ และไส้ชานมฮ่องกง และขอแนะนำ Premium Mooncake ชิ้นละ 190 บาท ได้แก่ ไส้เม็ดบัวฮ่องกงไข่แดง, ไส้เม็ดบัวฮ่องกง, ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง และไส้ทุเรียนไข่แดง เลือกได้เองทั้งแบบบรรจุในกล่อง 4 ชิ้น หรือ 6 ชิ้นพิเศษสุดเมื่อสั่งครบ 4 ชิ้น ทางร้านบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องของขวัญสุดหรู พร้อมถุงผ้ากำมะหยี่สีแดงในดีไซน์พิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์การให้ ที่น่าจดจำเหนือระดับ ลิ้มรสกว่า 7 ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนานที่คุณประทับใจ อาทิ ไส้คัสตาร์ด – หอมมันเนียนนุ่มในแบบฉบับฮ่องกงแท้ ไส้ชาเขียว – กลมกล่อมด้วยรสสัมผัสของชาเขียวมัทฉะแท้ ไส้กาแฟ – รสเข้มละมุน เหมาะกับสายกาแฟผู้หลงใหลกลิ่นอายความขมเเบบกลมกล่อม ไส้ชานมฮ่องกง – ขอแนะนำไส้ใหม่ล่าสุด ที่ได้กลิ่นหอมของชานมฮ่องกงแท้ หอมกลิ่นชาคุณภาพและไม่หวานมาก มีเอกลักษณ์รสชาติที่ไม่เหมือนใคร ไส้เม็ดบัวฮ่องกง (มีทั้งแบบไข่แดงและไม่มีไข่แดง) – รสชาติดั้งเดิม อร่อย กลมกล่อม ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง – รสละมุนที่สมดุลระหว่างความหวานของถั่วแดงและความเค็มมันจากไข่แดง ไส้ทุเรียนไข่แดง – หอมกลิ่นเฉพาะตัวของทุเรียนแท้ สำหรับผู้ที่หลงใหลรสชาติสุดคลาสสิกในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ราคาชุดของขวัญ MOONCAKE Gift Box Set 2025:…
หลังจากสร้างความประทับใจอย่างล้นหลามเมื่อปีที่ผ่านมา โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ขอต้อนรับการกลับมาของการร่วมมือกันระหว่างสองยอดฝีมือ เชฟหว่อง จากโรงแรมไอคอน ฮ่องกง (Hotel ICON) และเชฟไซม่อน จากโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษทั้ง 8 คอร์ส ณ ห้องอาหารไบยุน ร่วมเปิดประสบการณ์มื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่วันที่ 18 – 20 กันยายน 2568 โดยทุกท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับ 8 เมนูเด็ดที่ผสมผสานเสน่ห์ของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งต้นตำรับเข้ากับเทคนิคการประกอบอาหารอัน ทันสมัยอย่างลงตัว มีการนำวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงมารังสรรค์อย่างประณีต เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสกลิ่นอายของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งอย่างเหนือระดับ โดยมีเมนูไฮไลท์ อาทิ เมนูเรียกน้ำย่อย ได้แก่ หมูกรอบสูตรเด็ดประจำห้องอาหารไบยุน, หอยไม้ไผ่เสิร์ฟคู่กับซอสซีคิง และ เอ็นหอยจอบเสิร์ฟคู่กับซอสเอ็กซ์โอสุดเข้มข้น ปูทะเลเนื้อหวานอบสไตล์ฮ่องกง สูตรเฉพาะของเชฟหว่อง ประจำห้องอาหารอะโบฟ แอนด์ บียอนด์ (Above & Beyond) ปลาเก๋าแดงนึ่ง ราดซอสพริกเหลืองรมควัน สูตรเฉพาะของเชฟหว่อง บะหมี่ไข่ฮ่องกง เสิร์ฟพร้อมหอยเป๋าฮื้อสูตรซิกเนเจอร์ประจำห้องอาหารไบยุน เชฟชิ คิ หว่อง (Chef Chi Ki Wong) ดำรงตำแหน่งเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟอาหารจีน (Executive Chinese Chef) ณ ห้องอาหารอะโบฟ แอนด์ บียอนด์ (Above & Beyond) โรงแรมไอคอน ฮ่องกง (Hotel ICON) ซึ่งได้รับการแนะนำโดยมิชลินไกด์ เชฟหว่องมีชื่อเสียงโดดเด่นในการรังสรรค์อาหารจีนกวางตุ้งที่ผสมผสานกลิ่นอายความทันสมัยเข้ากับรสชาติแบบดั้งเดิมได้อย่างกลมกล่อมและลงตัว เช่นเดียวกับเชฟไซม่อน คิน แมน กว๊อก (Chef Simon Kin Man Kwok) เชฟประจำห้องอาหารไบยุนตั้งแต่ปี 2564 ผู้รังสรรค์อาหารจีนสไตล์กวางตุ้งด้วยความประณีต ทุกเมนูคือผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดรสชาติและการนำเสนออย่างประณีต เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารของทุกท่านให้พิเศษยิ่งขึ้น บนชั้น 59 ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ โอกาสล้ำค่าในการลิ้มรสอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับจากฮ่องกงมาถึงแล้ว ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษนี้ ในราคา 2,999 บาทสุทธิต่อท่าน โดยเปิดให้บริการจำกัดเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2568 เท่านั้น ณ ห้องอาหารไบยุน โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 0 2679 1200 หรือ [email protected] Banyan…
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2025 มาถึงแล้ว เราได้รวบรวมที่สุดของ ขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมหรูและร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่รังสรรค์ทั้งรสชาติคลาสสิก ไส้พิเศษใหม่ ๆ และบรรจุภัณฑ์ดีไซน์หรูหราสำหรับการมอบเป็นของขวัญหรือเก็บสะสม พบกับ Mooncake Collection จาก Park Hyatt Bangkok, Four Seasons Hotel Bangkok, Sindhorn Kempinski, The Athenee Hotel, Anantara Siam, Banyan Tree Bangkok, Hey Yin at Gaysorn Village, Kimpton Maa-Lai Bangkok, The Peninsula Bangkok, The Okura Prestige Bangkok และอีกหลายแห่งที่พร้อมสร้างความประทับใจตลอดฤดูกาล บทความนี้รวมไว้ครบทั้ง โปรโมชั่น ราคา และรายละเอียดกล่อง Mooncake 2025 เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจ ทั้งสำหรับของฝากสุดหรูและการเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ 1. ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับและกล่องขนมไหว้พระจันทร์ลิมิเต็ดเอดิชันจาก The Peninsula bangkok เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสืบสานประเพณีแห่งความผูกพันและการมอบของขวัญอันเป็นสิริมงคล ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรคลาสสิกที่บรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน นำเสนอไส้คัสตาร์ดไข่แดงสูตรดั้งเดิมของโรงแรมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน คู่กับ 3 รสชาติใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับปีนี้ พร้อมกล่องขนมไหว้พระจันทร์ลิมิเต็ดเอดิชันดีไซน์พิเศษ โดยฝีมือศิลปินไทยชื่อดัง ปอม ชาน – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง อ่านต่อ <คลิกที่นี่> 2. “เฮยยิน” ร้านอาหารจีนระดับพรีเมียม ชวนมาสัมผัสความละเมียดละไมของขนมไหว้พระจันทร์แป้งโซเผ พร้อมเซ็ตของขวัญสุดพิเศษ ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ 2568 Heiyin Mooncake 2025 “เฮยยิน” (Hei Yin) ร้านอาหารจีนชั้นนำระดับพรีเมียมภายใต้การบริหารงานโดย อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปี 2568 ขอแนะนำ “ขนมไหว้พระจันทร์แป้งโซเผ” สูตรเฉพาะของทางร้านที่บรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน แป้งโซเผเนื้อเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยนอกจากนี้ยังจัดเตรียมขนมไหว้พระจันทร์สไตล์กวางตุ้ง ไส้คุณภาพหลากหลายรสชาติ ที่เหมาะแก่การมอบเป็นของขวัญแทนใจหรือเลือกซื้อเพื่อแบ่งปันความสุขในครอบครัว อ่านต่อ <คลิกที่นี่> 3.…
โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ภูมิใจนำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2025 ในคอลเลคชั่น “Serpenti Mooncake” โดยร่วมกับ อรรถกฤษณ์ วรรณสอน หรือ Krishna the Fifth ศิลปินร่วมสมัย และ นักออกแบบเครื่องประดับชั้นนำของไทย มาดีไซน์กล่องขนมไหว้พระจันทร์แบบลักชัวรีขึ้นเป็นครั้งแรก โดยศิลปินได้แรงบันดาลใจจากงู ซึ่งเป็นนักษัตรมงคลประจำปีมะเส็ง ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ จึงได้ออกแบบภาพวาดสีน้ำในสไตล์ Scientific illustration เป็นรูปงูอินฟินิตี้ Serpenti Lucky Loop ที่สะท้อนถึงความสง่างาม เป็นอมตะ และแฝงความหมายของความมงคลแบบไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย สำหรับขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2025 มีให้เลือก 2 รูปแบบได้แก่ -Serpenti Crown กล่องขนมไหว้พระจันทร์โดดเด่นด้วยที่จับลายงูอินฟินิตี้ ภายในประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น ในราคาสุทธิ 1,288 บาท หรือ 6 ชิ้น ในราคาสุทธิ 1,688 บาท (สามารถเลือกรสชาติได้) -Serpenti Trunk กล่องขนมไหว้พระจันทร์รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น กล่องหนังสีขาวคลาสสิค ด้านในกล่อง พบกับผลงานศิลปะลวดลายโคมระย้ารูปงูที่ขดเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ซึ่งศิลปินบรรจงวาดอย่างปราณีตและสวยงาม พร้อมเซ็ทถ้วยชา Serpenti 2 ชุด คู่กับชาพรีเมียม 1 กล่อง โปสการ์ดลิมิเต็ดเอดิชั่น และขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น ในราคาสุทธิ 9,888 บาท (มีจำหน่ายเพียง 20 ชุดเท่านั้น) เหมาะสำหรับนักสะสมอย่างแท้จริง ขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รสชาติ การันตีความอร่อย และได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ไส้เมล็ดบัว-ไข่เค็ม, ไส้คัสตาร์ด, ไส้ทุเรียน-ไข่เค็ม…
โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดตัวชุดขนมไหว้พระจันทร์ ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปี 2568 ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากปีมะเส็ง ซึ่งในความเชื่อของไทยและจีน ปีมะเส็งที่มีงูเป็นสัญลักษณ์นั้น สื่อความหมายถึงสติปัญญา ความฉลาด ความมั่งคั่ง และการเปลี่ยนแปลง โดยตัวกล่องที่มีลวดลายประณีตและสีสันสดใสนั้น เป็นผลงานสร้างสรรค์ร่วมกับสองศิลปินมากฝีมือจาก Artstory by AutisticThai ธุรกิจเพื่อสังคมซึ่งสนับสนุนบุคคลออทิสติก โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้จะถูกนำไปบริจาค เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของปีที่ผ่านมา ที่โรงแรมฯ ได้บริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ในปี 2567 กว่า 90,000 บาทให้แก่ Artstory by AutisticThai ชุดขนมไหว้พระจันทร์ของคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในราคาพิเศษ 1,800 บาทสุทธิ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 จากราคาปกติ 1,888 บาทสุทธิ และสามารถรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 6 ตุลาคม 2568 นี้ มูลนิธิ Artstory ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิออทิสติกไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะออทิสติกให้สามารถถ่ายทอดจินตนาการและความรู้สึกผ่านงานศิลปะและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ต่างๆ ได้ กล่องขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน มีการผสมผสานฟังก์ชัน ความสวยงาม และเรื่องเล่าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับเก็บสะสม เมื่อเลื่อนเปิดฝากล่องออกมา จะพบขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้นที่จัดวางแยกกันอย่างเรียบร้อย รอคอยการเปิดช่วงเวลาพิเศษออกมาลิ้มลอง ด้านล่างของขนมคือบอร์ดเกมโดมิโน พิมพ์ลายภาพวาดจากศิลปิน Artstory by AutisticThai ลวดลายพลิ้วไหวได้แรงบันดาลใจจากปีมะเส็ง ส่วนฐานกล่องบรรจุชุดโดมิโนไม้ 28 ชิ้น ทำให้ผู้รับสามารถเก็บของขวัญชิ้นนี้ไว้ใช้งานต่อไปได้ แม้ว่าจะรับประทานขนมไหว้พระจันทร์หมดแล้ว ภาพงูเลื้อยขดอ่อนช้อย แสดงความสง่างามและคล่องแคล่ว ชื่อภาพ “Rhythm of Destiny” (จังหวะแห่งโชคชะตา) สื่อถึงภาพจำของงูที่สงบนิ่ง เปี่ยมด้วยเสน่ห์ สัญชาตญาณ และความมุ่งมั่นในการกำหนดโชคชะตาของตัวเอง งานออกแบบนี้เป็นผลงานของศิลปินมากความสามารถสองท่าน ได้แก่ คุณสิรีธร ภูริปรีชา (แบมแบม) ผู้วาดฉากหลังที่ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวของชีวิต ผ่านสีสันและความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ และคุณรพีพัฒน์…