Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

หากจะเอ่ยถึงพิกัดติ่มซำระดับ “ตัวจบ” ในย่านราชประสงค์ ชื่อของ Feiya (เฟยยา) โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong มักจะลอยเข้ามาในหัวเป็นอันดับต้นๆ เสมอครับ ล่าสุดพีทได้ข่าวว่าเขาเปลี่ยนเชฟใหม่ พร้อมขบวนเมนูที่ปรับโฉมให้ร่วมสมัยแต่ยังคงความเก๋าแบบกวางตุ้งแท้ๆ วันนี้พีทเลยขออาสาพาไปพิสูจน์ “All-You-Can-Eat Dim Sum” มื้อสุดสัปดาห์ ในราคา 1,288++ บาท ว่าจะสมคำร่ำลือขนาดไหน!

พระเอกขี่ม้าขาว: เป็ดปักกิ่งย่างไม้ลิ้นจี่ (Signature Roasted Peking Duck)

หากจะเอ่ยถึงเมนูที่เป็น “พระเอกขี่ม้าขาว” กู้ศักดิ์ศรีและเป็นหน้าเป็นตาให้กับมื้ออาหารจีนระดับกวางตุ้งร่วมสมัย ผมคงต้องขอยกตำแหน่งนี้ให้แก่ “เป็ดปักกิ่งย่างไม้ลิ้นจี่” ครับ

นี่ไม่ใช่เพียงแค่เมนูเป็ดปักกิ่งทั่วไปที่คุณพบได้ตามภัตตาคารในย่านเยาวราช แต่มันคือศาสตร์และศิลป์ที่สืบทอดกันมาผ่านความร้อนและกลิ่นหอมของพรรณไม้

ศาสตร์แห่งฟืนและไฟ: ความลับของไม้ลิ้นจี่

หัวใจสำคัญที่ทำให้เป็ดจานนี้มีเอกลักษณ์ (Signature) อยู่ที่การเลือกใช้ “ไม้ลิ้นจี่” ในกระบวนการย่างแบบดั้งเดิม ในเชิงวิทยาศาสตร์อาหาร ไม้ลิ้นจี่เป็นไม้เนื้อแข็งที่ให้ความร้อนคงที่และสม่ำเสมอ

แต่ในเชิงสุนทรียภาพ กลิ่นควันจากไม้ลิ้นจี่จะมีความ “หอมหวาน” และ “นุ่มนวล” กว่าไม้ฟืนชนิดอื่น ซึ่งจะซึมลึกเข้าสู่ใต้ผิวเป็ดในขณะที่ความร้อนกำลังรีดไขมันส่วนเกินออก จนเหลือเพียงหนังที่บางเฉียบและตึงเปรี๊ยะ

สุนทรีย์ข้างโต๊ะ: การร่ายรำของคมมีด

ทันทีที่พนักงานลากรถเข็นไม้เข้ามาประชิดโต๊ะ กลิ่นอายความหอมของควันไม้จะฟุ้งกระจายเป็นการโหมโรง ภาพที่เห็นคือเป็ดตัวเขื่องสีน้ำตาลทองเงาวับดุจชุบด้วยน้ำผึ้ง พนักงานจะเริ่มบรรจงแร่หนังเป็ดอย่างเชี่ยวชาญ เสียงใบมีดสัมผัสกับความกรอบของหนังเป็ดนั้นดัง “เปรี๊ยะ” สั้นๆ เป็นสัญญาณว่าเรากำลังจะได้สัมผัสกับของดีเข้าให้แล้ว

สัมผัสรสชาติ: เมื่อความกรอบบรรจบกับความหอม

การรับประทานเป็ดปักกิ่งที่นี่เปรียบเสมือนการปรุงงานศิลปะชิ้นเล็กๆ ด้วยตัวเอง:

- แป้งนิ่ม: แผ่นแป้งที่นึ่งมาอย่างพอดี ไม่หนาจนกลบรสสัมผัส
- หนังเป็ด: แร่มาแบบไร้มันติด (Paper-thin) เมื่อวางลงบนแป้งแล้วราดด้วยซอสสูตรลับที่มีความเค็มหวานนวลๆ
- เครื่องเคียงที่คาดไม่ถึง: นอกจากต้นหอมและแตงกวาสดกรอบ ที่นี่เขามี “เนื้อลิ้นจี่หมัก” วางเคียงมาให้ด้วย! เมื่อกัดเข้าไปคำแรก ความ “กรุบ” ของหนังเป็ดจะแตกกระจายในปาก ตามมาด้วยความหวานฉ่ำของเนื้อลิ้นจี่ที่ช่วยชูรสควันไม้ให้เด่นชัดขึ้น เป็นมิติของรสชาติ (Complex Flavor) ที่หาตัวจับยากจริงๆ ครับ

เจาะลึกเมนูติ่มซำและอาหารจานเด็ด
1. ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ (Crispy Shrimp Rice Roll)


การจัดจานมาแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลังครับ แป้งก๋วยเตี๋ยวหลอดบางใสจนเห็นไส้ด้านใน ไฮไลท์อยู่ที่การสอดไส้กุ้งที่นำไปทอดจนฟูเบาผิวนอกแต่เนื้อในยังเด้งสู้ฟัน เมื่อราดซอสซีอิ๊วสูตรพิเศษที่มีความเค็มนำหวานตาม กลิ่นหอมของน้ำมันงาจะฟุ้งขึ้นมาทันที สัมผัสมีทั้งความนุ่มและความกรอบในคำเดียว เป็นจานที่ลุงยกให้เป็น Masterpiece

2. บาร์บีคิวรวมมิตร: เป็ดย่างและหมูแดง (Roasted Duck & BBQ Pork)

เนื้อเป็ดย่างที่นี่ทำออกมาได้ดีมากครับ เนื้อนุ่มไม่เหนียว ส่วนหมูแดงนั้นใช้ส่วนที่ติดมันกำลังดี ย่างจนซอสซึมเข้าเนื้อ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม มีกลิ่นอายความไหม้นิดๆ ที่ขอบ (Charred) เสิร์ฟวางมาบนผักกาดแก้วสดกรอบ ช่วยตัดเลือนความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

3. เผือกทอดพรีเมียม (Deep-fried Taro Dumpling)

มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเชฟคุมอุณหภูมิน้ำมันได้แม่นยำ ผิวเผือกทอดฟูเป็นแพตาข่ายละเอียด (Lace-like crust) กลิ่นหอมของเผือกเด่นชัดมาก ไส้ด้านในมีความฉ่ำรสชาติละมุนลิ้น ไม่มันเยิ้ม เป็นเทคนิคการทอดระดับสูงที่หาทานได้ยากในร้านทั่วไป

4. บะหมี่หยกซอส XO และไข่เค็ม (Green Noodles with XO Sauce & Salted Egg) – New Chef’s Special

นี่คือเมนูใหม่จากฝีมือเชฟท่านปัจจุบันครับ เส้นหมี่หยกสีเขียวสดลวกมาแบบ Al dente คลุกเคล้ากับซอส XO ที่อัดแน่นด้วยรสชาติทะเลและความเผ็ดจางๆ ท็อปด้วยไข่เค็มฝานและบรอกโคลี ความมันของไข่เค็มไปกันได้ดีกับความจัดจ้านของซอส XO ถือเป็นการฟิวชั่นที่ลงตัวและน่าประทับใจมาก

5. ซุปเสฉวนรสจัดจ้าน (Seafood Hot and Sour Soup “Szechuan” Style)

ซุปตัวนี้เหมาะมากกับการล้างปากระหว่างมื้อ น้ำซุปมีความข้นหนืดกำลังดี อัดแน่นด้วยเครื่องทั้งเห็ดและอาหารทะเล รสชาติเปรี้ยวนำและเผ็ดร้อนจากพริกไทยขาวตามสไตล์เสฉวนแท้ๆ กลิ่นหอมของจิ๊กโฉ่วช่วยชูรสให้มีความลึก (Depth) ของรสชาติมากขึ้น

6. ซุปเยื่อไผ่ตุ๋นเห็ดหอม (Fish Maw / Bamboo Pith Soup)

สำหรับสายละมุนต้องชามนี้ครับ น้ำซุปสีทองเหลืองอร่าม รสชาติเชงๆ (กลมกล่อมและใสสะอาด) กลิ่นหอมจากการเคี่ยวโคนขาหมูแฮมและไก่ข้ามคืน เยื่อไผ่นุ่มชุ่มน้ำซุป กินแล้วสดชื่น คล่องคอเป็นที่สุด

7. ฮะเก๋ากุ้ง (Steamed Shrimp Dumplings)

จานทดสอบฝีมือเชฟติ่มซำ แป้งฮะเก๋าที่นี่บางใสจนเห็นเนื้อกุ้งสีชมพูระเรื่อด้านใน จีบพับมาอย่างประณีต เมื่อคีบเข้าปากจะพบกับความเหนียวนุ่มของแป้งที่ห่อหุ้มกุ้งตัวโตเนื้อเด้งสู้ฟัน รสชาติหวานตามธรรมชาติของกุ้งสดโดยไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มเลยครับ

8. ขนมจีบกุ้งหน้าไข่กุ้ง (Siu Mai with Shrimp & Shrimp Roe)

ขนมจีบลูกโตเต็มคำ ไส้กุ้งผสมหมูสับสัดส่วนกำลังดีให้ความชุ่มฉ่ำ ด้านบนโรยด้วยไข่กุ้ง (Tobiko) สีส้มสดใสเพิ่มสัมผัสความกรุบ การจัดจานมาในเข่งไม้ไผ่ที่ส่งกลิ่นหอมไม้อ่อนๆ ยามเปิดฝาออกมา

9. ฝันโก๋นึ่ง (Steamed Chive Dumplings)

แป้งนวลสีขาวอมเขียวจากไส้กุ้ยช่ายด้านใน ตัวแป้งมีความบางและเหนียวหนึบกำลังดี ไม่เละ ไส้ด้านในปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม หอมกลิ่นผักกุ้ยช่ายที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นเมนูที่ทานได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ

10. ซาลาเปาหมูแดง (Steamed BBQ Pork Buns)

ซาลาเปาลูกย่อมที่แป้งขาวนวลนุ่มฟูราวกับปุยเมฆ เมื่อบิออกจะพบไส้หมูแดงสีแดงเข้มข้น รสชาติหวานเค็มลงตัว กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนฟุ้งกระจาย สัมผัสของเนื้อหมูแดงที่เคี่ยวจนนุ่มสลับกับแป้งที่ละลายในปากคือที่สุดครับ
11. กุ้ยช่ายทอด (Deep-fried Chive Dumplings)

เปลี่ยนมาดูของทอดกันบ้าง ตัวกุ้ยช่ายถูกปั้นเป็นแผ่นกลมแบนแล้วนำไปทอดจนผิวหน้ามีสีเหลืองทองกรอบจางๆ แต่เนื้อแป้งยังมีความหนึบ เสิร์ฟพร้อมซีอิ๊วดำสูตรพิเศษ รสชาติเค็มมันและหอมกลิ่นกระทะจากการจี่ (Pan-fried)

12. เกี๊ยวกุ้งทอด (Deep-fried Shrimp Wontons)

ตัวเกี๊ยวพับเป็นรูปทรงสวยงามคล้ายถุงเงิน ทอดจนเหลืองกรอบส่งกลิ่นหอมกรุ่น กัดเข้าไปจะพบกับกุ้งเป็นชิ้นๆ ที่ปรุงรสมาอย่างดี เสิร์ฟคู่กับมายองเนสรสละมุน เป็นเมนูขวัญใจเด็กและผู้ใหญ่ที่มาในจานสีขาวสะอาดตา

13. ฟองเต้าหู้ทอด (Deep-fried Bean Curd Skin Rolls)

ฟองเต้าหู้ชั้นดีห่อไส้กุ้งและเนื้อปู ทอดมาได้แห้งไม่อมน้ำมัน ผิวสัมผัสกรอบร่วนจนแตกกระจายในปากทันทีที่กัด รสชาติเข้มข้นและมีความชุ่มฉ่ำของไส้ด้านในที่ตัดกับความกรอบของเปลือกนอกได้อย่างยอดเยี่ยม

14. ขนมหวาน: สาคูแคนตาลูป (Chilled Sago with Cantaloupe)

ปิดท้ายด้วยของหวานล้างปาก สาคูเนื้อละเอียดเสิร์ฟมาในน้ำกะทิแช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งใสสีเขียวอ่อน ท็อปด้วยเนื้อแคนตาลูปหั่นเต๋าสดๆ รสชาติหวานเย็นสดชื่น กลิ่นหอมของแคนตาลูปช่วยปิดมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
15. ขนมหวาน: มะม่วงพุดดิ้ง (Mango Pudding)

พุดดิ้งมะม่วงเนื้อเนียนละเอียด รสชาติหวานอมเปรี้ยวจากมะม่วงสุกแท้ๆ เสิร์ฟมาในแก้วทรงสูงสวยงาม ท็อปด้วยครีมสดและเนื้อมะม่วง เป็นเมนูที่ให้ทั้งความละมุนลิ้นและความหอมหวานที่ตราตรึงใจ

การตกแต่งภายใน
การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในของห้องอาหาร Fei Ya (เฟย ยา) ณ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong คือการหลอมรวมจิตวิญญาณของ “ความร่วมสมัย” (Modernity) เข้ากับ “อรรถรสแบบจีนดั้งเดิม” (Traditional Chinese Essence) ได้อย่างลงตัวที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หากเราวิเคราะห์ผ่านเลนส์ทางสถาปัตยกรรม นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการใช้ Element & Material เพื่อสร้าง “ความหรูหราที่มีมิติ” ครับ

1. การเล่นกับระนาบและเส้นสาย (Lines & Planes)
เมื่อก้าวเข้าสู่ Fei Ya สิ่งแรกที่สะกดสายตาคือ “โครงสร้างตาราง (Grid Structure)” ทั้งบนเพดานและผนัง ซึ่งเป็นการหยิบยืมดีเทลมาจาก ลวดลายหน้าต่างจีนโบราณ มาลดทอนรูปทรง (Abstraction) ให้ดูโมเดิร์นขึ้น การใช้ไม้โทนสีเข้มตัดกับผนังสีแดงเพลิง ช่วยสร้างจังหวะ (Rhythm) ที่ดูแข็งแกร่ง มั่นคง แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบกึ่งส่วนตัว (Semi-private)

2. จิตวิทยาแห่งสี: “สีแดง” ที่ไม่ได้มีแค่ความมงคล

ในเชิงสถาปัตยกรรม การใช้สีแดงที่นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องความเชื่อ แต่คือการคัดสรร Chroma หรือความสดของสีอย่างชาญฉลาด
ผนังและพรม: ใช้สีแดงก่ำและลวดลายดอกไม้ที่ดูฟุ้งฝัน ช่วยลดทอนความแข็งของโครงสร้างไม้
แสงสว่าง (Lighting Design): การเลือกใช้ไฟ Warm White ส่องกระทบพื้นผิวสีทองแดง (Copper) ภายในโคมไฟทรงกรวยขนาดใหญ่ (Conical Pendant Lights) ช่วยสร้างบรรยากาศ “Theatrical Glow” หรือแสงเงาที่ดูดราม่า ทำให้หน้าตาของอาหารบนโต๊ะดูโดดเด่นและน่ารับประทานยิ่งขึ้น

3. รูปทรงเรขาคณิตและการจัดวาง (Geometry & Layout)
จุดเด่นที่ทำให้นักออกแบบต้องเหลียวมองคือการใช้ “เส้นโค้ง (The Curve)” ของโซฟาแบบพนักสูง (High-back Banquette Seating) ที่วางตัวเป็นรูปตัว S หรือวงกลม

- ฟังก์ชัน: เพื่อแบ่งโซนโดยไม่ใช้ผนังทึบ ทำให้พื้นที่ดูโปร่ง (Fluidity)
- สุนทรียศาสตร์: เส้นโค้งเหล่านี้ช่วย “Break the Grid” หรือทำลายความแข็งกระด้างของโครงสร้างสี่เหลี่ยมรอบตัว สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง
4. วัสดุศาสตร์ (Materiality)
ความน่าสนใจอยู่ที่การตัดกันของ Texture
ความเงา: ของท็อปโต๊ะหินอ่อนสีดำและกระจกที่สะท้อนแสงไฟเพดาน
ความนุ่มนวล: ของเบาะผ้าไหมและพรมทอมือผืนหนา
ความดิบ: ของโคมไฟโลหะทำผิวสัมผัสแบบค้อนทุบ (Hammered Metal) ซึ่งให้กลิ่นอายงานคราฟต์ที่หรูหรา
Fei Ya ไม่ได้เป็นเพียงห้องอาหารจีนที่ตกแต่งด้วยสีแดงและไม้ แต่คือการนำ “Modern Chinoiserie” มาตีความใหม่ ผ่านการจัดวาง Lighting ที่แม่นยำและการใช้ Form ที่ลุ่มลึก ทำให้บรรยากาศดู Timeless ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี พื้นที่แห่งนี้ยังคงสื่อสารความหรูหราแบบร่วมสมัยได้อย่างทรงพลัง
คุ้มค่าแก่การดั้นด้นมาหรือไม่?
สำหรับลุง Feiya ในยุคเชฟใหม่นี้ยังคงรักษามาตรฐานความประณีตไว้ได้ดีเยี่ยม แถมยังมีการเพิ่มมิติของรสชาติใหม่ๆ เข้ามาผ่านซอสและวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี ในราคา 1,288++ บาท สำหรับบุฟเฟ่ต์วันหยุด บอกเลยว่า “คุ้มแสนคุ้ม” เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว
พิกัด: ห้องอาหารเฟยยา (Feiya) ชั้น 3 โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
เวลา: 11:30 น. – 15:00 น. (ทุกวัน)
สำรองที่นั่ง: แนะนำให้จองล่วงหน้า โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ครับ
Buffet Dimsum feiya , Buffet Dimsum feiya , Buffet Dimsum feiya , Buffet Dimsum feiya
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์