Author: Kittin Assavavichai

ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู ขอเชิญทุกท่านร่วมดื่มด่ำช่วงบ่ายสุดพิเศษกับชุดอาฟเตอร์นูนที Honey Bee Bloom & Buzz โดยเชฟได้รับแรงบันดาลใจจากความหอมหวานของน้ำผึ้ง ถ่ายทอดผ่านเมนูของคาวและของหวานที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ผสมผสานความละเมียดละไมและรสชาติอันกลมกล่อม ให้ทุกคำคือช่วงเวลาแห่งความสุขท่ามกลางวิวสวยใจกลางกรุงเทพฯ เริ่มต้นความอร่อยด้วยเมนูของคาวสุดประณีต ไม่ว่าจะเป็น แฮมอิเบริโก (Iberico Ham) วางบนขนมปังกรอบธัญพืช เสริมความกลมกล่อมด้วยครีมเกาลัดเนียนนุ่มและน้ำผึ้ง ตามด้วย ทาร์ตกุ้ง (Prawn Tartlets) เนื้อเด้ง ตัดด้วยรสหวานอมเปรี้ยวของซัลซ่ามะม่วงอะโวคาโดและคาเวียร์บัลซามิกหมักน้ำผึ้ง ต่อเนื่องความอร่อยด้วยเมนู อกเป็ดรมควัน (Smoked Duck Skewer) เคลือบน้ำผึ้งดอกลำไย เข้ากันอย่างลงตัว ซาลาเปาไก่ฮันนีบัตเตอร์ (Honey Butter Chicken Bao Bun) ปรุงรสเข้มข้นด้วยเนยและน้ำผึ้ง ปิดท้ายด้วย ปอเปี๊ยะกรอบ (Crispy Summer Roll) เสิร์ฟพร้อม บรีชีส พีชสด และพริกดองน้ำผึ้ง ทุกเมนูคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เพื่อประสบการณ์อันน่าประทับใจ สำหรับเมนูของหวาน เริ่มต้นด้วย สโคนเลมอนน้ำผึ้ง (Lemon Honey Scones) เสิร์ฟคู่กับวิปครีมผสมชีสมาสคาร์โปนและเลมอนหมักรสหวานอมเปรี้ยว ตามด้วย มูสสตรอว์เบอร์รีไลม์ (Strawberry Lime Mousse) เสิร์ฟคู่ ไวท์ช็อกโกแลตวิปกานาชและสตรอว์เบอร์รี่ตุ๋นรสหวานละมุน เสริมความกลมกล่อมด้วยมะนาว และสำหรับคนรักช็อกโกแลต เชิญชวนยกระดับความอร่อยไปกับ ช็อกโกแลตมูสซอลท์คาราเมล (Rich Chocolate Mousse with Salted Caramel) เมนูของหวานสุดพรีเมียม อัดแน่นไปด้วยช็อคโกแลตสุดเข้มข้นไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลตฟัดจ์ ช็อกโกแลตรอยัลไทน์ และคุกกี้ช็อกโกแลตสไตล์ฝรั่งเศส (Chocolate Sable) มอบสัมผัสกรุบกรอบ เพิ่มความสดชื่นด้วยเมนู โยเกิร์ตน้ำผึ้ง (Yoghurt Honeycomb) มูสโยเกิร์ตเนื้อเบา รับประทานคู่กับน้ำผึ้งและสปอนจ์น้ำตาลทรายแดง ให้รสสัมผัสนุ่มละมุน ตามด้วย มัทฉะยูซุ (Matcha Yuzu) เสิร์ฟกับ ครีมยูสุผสมน้ำผึ้ง ปิดท้ายด้วย โรสมาเดอลีนเบอร์รี่ (Berries Rose Madeleines) มาเดอลีนเนื้อนุ่มหอมกลิ่นกุหลาบ เสิร์ฟคู่ราสป์เบอร์รี่สด เพิ่มความสดชื่นยามบ่าย ชุดอาฟเตอร์นูนที The Honey Bee Bloom & Buzz พร้อมให้บริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ณ ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู เวลา 13.00 – 16.00 น. ราคา 1,690 บาทสุทธิ ต่อเซ็ต สำหรับ 2 ท่าน เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่…

Read More

เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม บรรยากาศแห่งความสุขอบอวลไปทั่วกรุงเทพฯ โรงแรมและร้านอาหารชั้นนำต่างพร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2025 ให้ทุกมื้อกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์สุดหรูใต้แสงเทียน บุฟเฟต์นานาชาติแสนอลังการ หรือ Afternoon Tea ธีมคริสต์มาสสุดละเมียด วันนี้เราได้รวบรวม โปรโมชั่นกินดื่มช่วง Festive Season 2025 จากหลากหลายโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังไว้ให้คุณเลือกฉลองตามสไตล์ที่ชอบ — ทั้งสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากปิดท้ายปีด้วยความอร่อยและความสุขในทุกคำ 1. เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ที่โรงแรม Sindhorn Kempinski Bangkok Festive 2025 โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เชิญคุณเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยหลากหลายเมนูสุดพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อฉลองวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขฉลองเทศกาลคริสต์มาส: 24 – 25 ธันวาคม 256 <อ่านต่อคลิกที่นี่> 2. เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอันอบอุ่น ที่ 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเด้นช์ กรุงเทพฯ festive 2025 137 Pillars Suite and Residence Bangkok 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ เตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยกิจกรรมสนุกสำหรับทุกวัย มื้ออาหารสำหรับเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข การร้องเพลงแครอลิ่งในคืนวันที่ 22ธันวาคมโดยกลุ่มนักเรียนจากคณะภคินีศรีชุมพาบาลแห่งประเทศไทย (Good Shepherd Sisters Thailand) สังสรรค์กับคนรัก เพื่อน ครอบครัวอย่างอบอุ่นตลอดเทศกาลส่งท้ายปี <อ่านต่อคลิกที่นี่> 3. โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีภายใต้ธีม ‘TIMELESS WONDER สัมผัสความงดงามของการตกแต่งต้นคริสต์มาส และโรงแรมสุดอลังการ ไปจนถึงเมนูอาหารชั้นเลิศ The St. Regis Bangkok Festive 2025 โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ มอบช่วงเวลาพิเศษส่งท้ายปีร่วมกับสวารอฟสกี้ (Swarovski) ด้วยกล่องของขวัญ และชุดน้ำชายามบ่ายธีมเฟสทีฟ คอลเลกชันพิเศษเพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญนี้ รวมถึงพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี มื้ออาหารในเทศกาลคริสต์มาส…

Read More

Michelin Guide Thailand 2026: ไทยเพิ่มอีก 10 ร้านระดับดาว “Sühring” คว้า 3 ดาวมิชลิน ร้านที่สองของประเทศ ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการอาหารไทย เมื่อ MICHELIN Guide Thailand 2026 (มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ฉบับปี 2569) ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมข่าวดี — ประเทศไทยมีร้านระดับ “สามดาวมิชลิน” เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง คือ Sühring (ซูห์ริง) ร้านอาหารเยอรมันร่วมสมัยที่กลายเป็นร้านที่สองของไทยที่ได้คว้าดาวสูงสุด ต่อจาก Sorn (ศรณ์) นอกจากนี้ ยังมีร้าน “สองดาวมิชลิน” เพิ่มอีก 2 ร้าน และร้าน “หนึ่งดาวมิชลิน” เพิ่มอีก 7 ร้าน รวมถึงร้านใหม่ที่ได้รับ Michelin Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” อีก 1 ร้าน ทำให้ปีนี้เป็นปีที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์และความแข็งแกร่งของวงการอาหารไทยบนเวทีโลกอย่างแท้จริง 🌟 ภาพรวม: ไทยกับพลังสร้างสรรค์บนเวทีอาหารโลก เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ Michelin Guide ทั่วโลก กล่าวถึงภาพรวมปีนี้ว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์อาหารที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ปีนี้เราพบทั้งความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของวงการอาหารโลก” ปีนี้มีร้านอาหารที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 468 ร้านทั่วประเทศ แบ่งเป็น ⭐ 3 ดาวมิชลิน: 2 ร้าน (เพิ่ม 1 ร้าน) ⭐⭐ 2 ดาวมิชลิน: 8 ร้าน (เพิ่ม 2 ร้าน) ⭐ 1 ดาวมิชลิน: 33…

Read More

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เชิญคุณเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกับ ชุดน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราโอ่โถงของล็อบบี้ ที่ได้รับรางวัล Best Hotel Lobby Interior of Thailand and Best International Hotel Lobby Interior จาก International Property Awards ลิ้มลอง ชุดน้ำชายามบ่าย Festive Afternoon Tea ที่ทีมเชฟผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ในการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันและเสิร์ฟคู่กับชาระดับพรีเมี่ยมหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกตามความชอบ รวมทั้งชาสมุนไพรออร์แกนิก ชงโดยทีมาสเตอร์ หรือพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านชาของโรงแรมฯ ที่จัดเตรียมมาเสิร์ฟเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ เริ่มต้นด้วย Cranberry Cinnamon Granita เมนูเพิ่มความสดชื่นก่อนจิบชา ที่รังสรรค์จากแครนเบอร์รี่สดผสมผสานกลิ่นหอมของชินนาม่อน นำไปแช่เย็นและนำมาปั่นเป็นเกล็ดน้ำแข็งชมพูอมแดงสดใส เสิร์ฟในดาร์ก ช็อกโกแลตที่ถูกดีไซน์ให้ดูละม้ายคลายกะลามะพร้าวขนาดกระทัดรัด อิ่มอร่อยกับสโคนสูตรต้นตำรับสุดคลาสสิค (Plain Scones) และ สโคนแครนเบอร์รี่สไปส์ (Spiced Cranberry Scones) เสิร์ฟพร้อมโฮมเมดเจลลี่แอ๊ปเปิ้ลชินนาม่อน, แมนดารินเคิร์ด และ คล็อตเต็ดครีม กรุ่นกลิ่นความหอมกับเมนูของว่างยามบ่าย ไม่ว่าจะเป็น แคร๊กเกอร์ต้มยำกุ้ง (Tom Yum Goon Textures) – สลัดต้มยำกุ้งเสิร์ฟบนแคร๊กเกอร์ข้าวตังกรอบ, โรลลิ้นจี่สลัดเนื้อปู (Crab & Lychee Cannellloni) –โรลสีชมพูที่ทำจากเจลลี่รสลิ้นจี่สอดไส้ด้วยสลัดเนื้อปูรสชาติกลมกล่อม ออนท๊อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์, แซลม่อนรมควันและมูสส้มแมนดาริน (Smoked Salmon, Mandarin Mousseline, Ikura) –ปลาแซลม่อนรมควันเสิร์ฟพร้อมมูสส้มแมนดารินและไข่ปลาแซลม่อน, ทาร์ตไก่สูตรพิเศษ (Coriander Chicken) – พัฟฟ์เซโมลินาเสิร์ฟคู่กับเนื้อไก่บดผสมเครื่องเทศ ปิดท้ายเมนูของคาวด้วย ทาร์ตอกเป็ดรมควัน (Smoked Duck Breast) – ทาร์ตเนื้อป็ดรมควันสูตรพิเศษเสิร์ฟคู่กับเจลแอ๊ปเปิ้ล ลิ้มลองเมนูของหวานและเบเกอรี่เพื่อเพิ่มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็น แบล๊กเบอร์รี่โฟม (Blackberry Foam) – ตุ๊กตาสโนว์แมนสีขาวสอดได้ด้วยแบล๊กเบอร์รี่มูส,…

Read More

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ มอบช่วงเวลาพิเศษส่งท้ายปีร่วมกับสวารอฟสกี้ (Swarovski) ด้วยกล่องของขวัญ และชุดน้ำชายามบ่ายธีมเฟสทีฟ คอลเลกชันพิเศษเพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญนี้ รวมถึงพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี มื้ออาหารในเทศกาลคริสต์มาส วันส่งท้ายปี และวันปีใหม่ที่ห้องอาหารวูว์ ไปถึงเครื่องดื่มและการตกแต่งพิเศษกว่าครั้งใดที่เดอะ เซนต์ รีจิส บาร์เพื่อเตรียมต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับเก็บภาพความทรงจำด้วยตู้ถ่ายรูปดีไซน์พิเศษจาก YOURS ในช่วงเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ตลอดไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 พิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี เพื่อเป็นการเริ่มต้นเทศกาลส่งท้ายปีอย่างเป็นทางการ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนแขกทุกท่านมาร่วมงานพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปีที่ปีนี้ร่วมมือกับสวารอฟสกี้ภายใต้ธีม “Timeless Wonder” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวาระครบรอบ 130 ปีของแบรนด์สวารอฟสกี้ เนรมิตโรงแรมให้งดงามเหนือกาลเวลา ต้อนรับแขกทุกท่านด้วยต้นคริสต์มาส ที่สูงกว่า 5 เมตร ตั้งอยู่บริเวณโถงทางเข้าชั้น 1 ของโรงแรม ซึ่งถูกตกแต่งอย่างอลังการด้วยกล่องรูปทรงแปดเหลี่ยมทรงคริสตัลประทับด้วยโลโก้หงส์อันเป็นเอกลักษณ์ของสวารอฟสกี้ และลูกบอลสีเงิน และสีทอง พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่ม และเสียงเพลงบรรเลงที่ล็อบบี้ ไปจนถึงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่ เดอะ เซนต์ รีจิส บาร์ สถานที่: ล็อบบี้ชั้น 1 ของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯวันและเวลา: วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป กล่องของขวัญปีใหม่ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ มอบกล่องของขวัญปีใหม่ (Festive Hampers) ประจำปี 2568 สุดพิเศษจากความร่วมมือกับแบรนด์สวารอฟสกี้ โดยในแต่ละกล่องมีของขวัญสุดพิเศษจากแบรนด์สวารอฟสกี้ 1 ชิ้นเพื่อเพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้รับ นอกจากนี้ภายในยังประกอบด้วยผลิตภัณฑ์และขนมระดับพรีเมียมที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน อาทิ กาแฟสกัดเย็นสูตรพิเศษจากแบรนด์ Sarnies, ขนมอิตาเลียนบิสคอตติ (Italian Biscotti), คุกกี้อมาเรตติ (Amaretti Cookies) ขนมสโตลเลนคริสต์มาสสูตรคลาสสิก (Classic Christmas…

Read More

“เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” เปิดตัวสาขาใหม่ โครงการคิงสแควร์ (พระราม 3 พร้อมนิทรรศการศิลปะ Abstract โดยศิลปิน “ชรัณธันย์ ธนโชติปรมัตถ์ (CHAR)” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Echoes of The Everyday” พร้อมเปิดตัวเมนูพิเศษจากเชฟเกียม บาร์บ (Guillaume Barbe)  ในคอลเลกชัน “Art x Edible Collaboration” กรุงเทพฯ, วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ประเทศไทย (The Coffee Academïcs Thailand) ร้านคาเฟ่สเปเชียลตี้ระดับพรีเมียมจากฮ่องกง ภายใต้การบริหารของ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เดินหน้าขยายสาขาที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ โครงการคิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ (พระราม 3) โดยสาขาใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ “Coffee + Brunch + Community” ที่ผสานมาตรฐานกาแฟสเปเชียลตี้จากฮ่องกง เข้ากับพลังสร้างสรรค์ของย่านเมืองกรุงเทพฯ ผ่านบรรยากาศร้านโทนสว่าง อบอุ่น และเป็นมิตร เหมาะสำหรับทุกคน ตั้งแต่นักเรียน ครอบครัว คนทำงาน ไปจนถึงครีเอเตอร์รุ่นใหม่ “การเปิดสาขาคิงสแควร์คือหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ Coffee + Brunch + Community เรานำความพิถีพิถันของสเปเชียลตี้คอฟฟี สไตล์ฮ่องกง มาผสานกับพลังสร้างสรรค์ของย่านเมืองกรุงเทพฯ ผ่านเมนูบรันช์ เบเกอรีสดใหม่ และเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ เพราะกาแฟที่ดี ไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่คือการจุดประกายบทสนทนาที่มีความหมาย” “More Than Coffee” Art x Edible Collaboration – การผสานงานศิลป์กับศิลปะแห่งรสชาติ ในโอกาสเปิดตัวสาขาใหม่นี้ “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” นำเสนอการร่วมมือระหว่างศิลปะและอาหาร ภายใต้แนวคิด “More than…

Read More

เปิดประสบการณ์ความอร่อยของเสน่ห์อาหารจากภาคใต้ของประเทศไทยกับมื้อค่ำสุดพิเศษ Four-Hand Dinner: Flourish x Thai Library รังสรรค์โดยสองเชฟมากฝีมือ เชฟชัชษร ประทุมมา จากห้องอาหารเฟลอริช โรงแรมสินธร เคมปิสกี้ กรุงเทพฯ และ เชฟรัตติ์บอร์น พุ่มศิรินันท์ จากห้องอาหารไทย ไลบรารี จังหวัดภูเก็ต ที่พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านรสชาติอันกลมกล่อมที่แฝงไว้ด้วยความร่วมสมัย ผสานกับแรงบันดาลใจในการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงอาหาร โดยมื้อค่ำสุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 20 – 21 พฤศจิกายนนี้ ณ ห้องอาหารเฟลอริช ชั้นล็อบบี้ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เชฟชัชษร ประทุมมา Executive Sous Chef โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ หนึ่งในเชฟหญิงไทยที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความอร่อยของอาหารไทยสู่เวทีโลก เชฟชัชษรมีโอกาสได้ร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำทั้งในยุโรป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงราชสำนักฮัชไมท์แห่งประเทศจอร์แดน ด้วยประสบการณ์ผนวกกับทักษะในการทำอาหารที่ได้รับมาจากห้องอาหารระดับนานาชาติและโรงแรมหรูในสวิตเซอร์แลนด์ เชฟชัชษรมีความโดดเด่นในการรังสรรค์เมนูอาหารที่ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเป็นส่วนประกอบ พร้อมที่จะสร้างสรรค์หลากหลายเมนูความอร่อยให้ประทับใจแขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก เชฟรัตติ์บอร์น พุ่มศิรินันท์ เชฟเดอ คูซีน จากห้องอาหารไทย ไลบรารี จังหวัดภูเก็ต เชฟผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารและมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับเชฟระดับมิชลินสตาร์มากมาย พร้อมที่จะรังสรรค์เมนูรสเลิศที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นและภูมิปัญญาแห่งศาสตร์อาหารไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ นอกจากทักษะและความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหาร เชฟรัตติ์บอร์นยังมีความมุ่งมั่นในการนำเสนอการปรุงอาหารในแนวคิดแบบยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น อีกทั้งยังฟื้นฟูศาสตร์การปรุงอาหารตำรับโบราณและสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทยแบบดั้งเดิม ทำให้แต่ละเมนูของเชฟรัตติ์บอร์นสามารถบอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรม ความยั่งยืน และศิลปะแห่งการปรุงอย่างแท้จริง. อิ่มอร่อยไปกับเมนู 7 คอร์สสุดพิเศษ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มต้นด้วยเรียกน้ำย่อยอย่าง เบือทอดใบเล็บครุฑ เมนูที่เป็นที่นิยมของภาคใต้ เมนูที่นำกุ้งขนาดกำลังดีมาคลุกเคล้ากับแป้ง นำไปทอดกรอบคู่กับใบเล็บครุฑ ผักพื้นเมืองของภาคใต้และมะพร้าวขูด (**เบือ เป็นภาษามลายูแปลว่า ผักผสมแป้งทอดกรอบ) ตามด้วย ปลากหมึกผัดเคยภูเก็ต ที่นำปลาหมึกมาผัดกับกะปิที่ทำจากกุ้งเคยแท้จากภูเก็ต เสิร์ฟคู่กับสัปปะรดภูเก็ต และข้าวหมากที่ทำจากข้าวเหนียว อร่อยต่อด้วย ยำใบชะครามแบบสุราษฎร์ธานี เมนูที่ชูผักท้องถิ่นของภาคใต้ เสิร์ฟพร้อมไข่นกกระทาและหมูคุโรบูตะที่นำไปปรุงด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้รสชาตินุ่มชุ่มลิ้น ลิ้มลองเมนู สะเต๊ะแพะ ที่นำเนื้อแพะไปหมักเครื่องเทศ นำไปย่างด้วยเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมชวนชิม ตามต่อด้วย ปลากระบอกต้มกะทิใบเหลียง เมนูปักษ์ใต้ขนานแท้ อิ่มอร่อยกับสำรับเมนูอาหารปักษ์ใต้จานหลัก 4 เมนู ที่พร้อมเสิร์ฟให้แขกทุกท่านได้ลิ้มลองพร้อมข้าวหอมมะลิหุงด้วยน้ำมะพร้าวน้ำหอม ได้แก่ …

Read More

ห้องอาหารเฟลเวอร์ส (Flavors) โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ พร้อมเสิร์ฟความสนุกสนานและสีสันให้ทุกมื้อค่ำ กับ Surf & Turf Dinner Buffet บุฟเฟต์สุดประทับใจที่รวมซีฟู้ดสดใหม่และเนื้อพรีเมียมไว้ในมื้อเดียวเริ่มต้นด้วยซีฟู้ดออนไอซ์สุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็นปูอลาสก้าคิงแครบ กุ้งแม่น้ำ ล็อบสเตอร์ กั้ง และหอยนานาชนิด ทั้ง หอยนางรมฟินเดอแคลร์ (Fine de Claire) หอยนางรมนอร์มังดี (Normandy) และหอยนางรมเกาหลี พร้อมด้วยสเตชั่นอาหารญี่ปุ่นสดใหม่ ที่เสิร์ฟซูชิและซาชิมิเกรดพรีเมียม ทั้งแซลมอน ทูน่า ฮามาจิ และวากิว นิกิริ เพลิดเพลินกับมุมเนื้ออบและกริลล์แบบสดใหม่ ที่นำเสนอเนื้อพรีเมียมอย่าง เนื้อไพร์มริบออสเตรเลีย เนื้อวากิวบริสเก็ต รมควันสไตล์เท็กซัส ขาแกะอบ แซลมอนนอร์เวย์ และหอยเชลล์อเมริกาย่างเสิร์ฟร้อน นอกจากนี้ยังมีมุม BBQ ปิ้งย่างสดใหม่ ทั้งกุ้งแม่น้ำ หมึก เนื้อวัว และซี่โครงแกะ หลากหลายเมนูเด่น นานาชาติ ที่มาเติมเต็มความอร่อย ทั้งซุปล็อบสเตอร์บิสก์ หอยนางรมร็อคกีเฟลเลอร์ (Oysters Rockefeller) ปูผัดซอสพริกสไตล์สิงคโปร์ มัสมั่นแก้มวัว และก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิวรสเข้มข้น ปิดท้ายค่ำคืนแสนอร่อยด้วยหลากหลายเมนูของหวานสุดประทับใจ ทั้งบานาน่าฟอสเตอร์เฟลมเบ้ (Flambé Banana Foster) ช็อกโกแลตสูตรเข้มข้นหลากรส ชีสเค้ก ไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมด ไปจนถึงขนมไทยสุดคลาสสิกอย่างข้าวเหนียวมะม่วง Surf & Turf Dinner Buffet ราคาเริ่มต้นเพียง 1,599++ บาทต่อท่าน เด็กอายุ 6–12 ปี รับส่วนลด 50% และเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานฟรี เพิ่มความพิเศษให้มื้อค่ำของคุณด้วยแพ็กเกจเครื่องดื่มไม่อั้นราคา 199 บาทสุทธิ ต่อท่าน – ชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ราคา 499 บาทสุทธิ ต่อท่าน – ชา กาแฟ น้ำอัดลม…

Read More

กูร์เมท์ วัน กรุ๊ป (Gourmet One Group) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของเมืองไทย โดยคุณพัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ จับมือสหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Meat Export Federation) และแบรนด์ Certified Angus Beef (CAB) จัดแคมเปญส่งท้ายปี 2025 อย่างยิ่งใหญ่ด้วย “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2025” มอบรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้อวัวอเมริกันเกรดพรีเมี่ยมที่ได้รับการยกย่องทั่วโลกในด้านความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลอง “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2025 นำเสนอเนื้อวัวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Swift, 1855 และ Imperial American Wagyu Beef โดยมีโรงแรมระดับ 5 ดาว และร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และขอนแก่นรวม 30 แห่ง เข้าร่วมแคมเปญนำเสนอเมนูพิเศษที่ปรุงด้วยเนื้อวัวพรีเมี่ยมจากทั้ง 3 แบรนด์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน เนื้อวัวคุณภาพสูงเหล่านี้จะวางจำหน่ายที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 21 สาขาที่ร่วมรายการ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลองเนื้อวัวที่ได้รับการยกย่องระดับโลกในเรื่องความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นถึงบ้าน งานเปิดตัว “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2025” จัดขึ้นที่โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนจากสหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (USMEF) และแบรนด์ Certified Angus Beef (CAB) มาร่วมงาน พร้อมมอบเครื่องหมาย “American Beef Feast…

Read More

โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ยินดีประกาศแต่งตั้ง เชฟอเลสซิโอ บันเคโร เป็นเชฟเดอ คูซีนคนใหม่ของ Embassy Room La Marina ห้องอาหารอิตาเลียนแนวชายฝั่งทะเล เชฟอเลสซิโอมีต้นกำเนิดจากเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี นำประสบการณ์ด้านการทำอาหารกว่า 20 ปี มายกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ Embassy Room La Marina โดยนำเสนอคอนเซ็ปต์อาหารใหม่ที่รสชาติสดชื่นและมีชีวิตชีวาของชายฝั่งอิตาลี ควบคู่ไปกับเมนูอิตาเลียนยอดนิยมและต้นตำรับที่หลายคนคุ้นเคย เชฟอเลสซิโอเติบโตขึ้นในเมืองชายฝั่งเจนัว ความหลงใหลในการทำอาหารเริ่มต้นจากห้องครัวที่ร้านอาหารของคุณป้า รวมถึงท่าเรือใกล้เคียงที่เขาใช้เวลาเฝ้าดูชาวประมงทำงานอย่างใกล้ชิด ด้วยความสนใจในวัตถุดิบทะเลสดใหม่ที่ชาวประมงจับมาได้ในแต่ละวัน ประสบการณ์เหล่านี้ได้หล่อหลอมความรักในอาหารที่ใช้วัตถุดิบแท้จริง เชฟอเลสซิโอจบการศึกษาจากสถาบัน Culinary Institute Nino Bergese ที่มีชื่อเสียงในเจนัว และได้ฝึกฝนฝีมือจากร้านอาหารเด่น ๆ ทั่วโลก เช่น Zeffirino และ Ristorante Il Veliero ในเจนัว รวมถึงร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในสหรัฐอเมริกา ไทย อินเดีย และเกาะมอริเชียส แม้จะมีชื่อเสียงด้านรสชาติอาหารชายฝั่งอิตาลี เชฟอเลสซิโอยังเชี่ยวชาญในอาหารอิตาเลียนคลาสสิกโดยรวม โดยมีความเข้าใจลึกซึ้งในสูตรดั้งเดิมที่หลากหลาย เมนูซิกเนเจอร์ของเชพคือ “Spaghetti alle vongole e bottarga” สปาเก็ตตี้วองโกเล่ที่มาพร้อมหอยตลับ ไข่ปลาคาราสุมิ และเปลือกเลมอนเชื่อม สะท้อนรสชาติบ้านเกิดของเชฟ อีกเมนูโปรดของลูกค้าคือ “Casoncelli di Gamberi e Salsa alle Zucchine” เกี๊ยวไส้กุ้งเสิร์ฟกับซอสซูกินี บูราต้า ถั่วลันเตา และกุ้งแดงมาซารา เดลวัลโล ซึ่งเป็นเมนูที่ถูกใจคนรักกุ้งอย่างแท้จริง “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมงานกับพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ และได้มีโอกาสร่วมสร้างสรรค์ในวงการอาหารของเมืองที่น่าทึ่งนี้” เชฟอเลสซิโอกล่าว “การได้ทำงานร่วมกับเชฟแดเนียล มาสเตอร์ส และทีมงานที่มีฝีมือ ผมตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำด้วยเมนูที่ตอบโจทย์คนไทยที่ชื่นชอบรสชาติต้นตำรับและจัดจ้าน” ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ Embassy Room La Marina มอบบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหราอย่างผ่อนคลาย ได้แรงบันดาลใจจากความอบอุ่นของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนและเสน่ห์ของหมู่บ้านชาวประมง สัมผัสรสชาติแท้จริงของเชฟอเลสซิโอ ที่รังสรรค์อาหารจากภูมิภาคชายฝั่งอิตาลีควบคู่ไปกับเมนูอิตาเลียนยอดนิยมแบบต้นตำรับ เชิญทุกท่านมาร่วมแบ่งปันและเก็บรักษาความทรงจำที่งดงามนี้ด้วยกัน…

Read More