ความหรูหราและความยั่งยืนไม่ใช่เส้นขนานอีกต่อไป เมื่อ Gourmet One ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นเลิศระดับพรีเมียมของประเทศไทย ร่วมกับ Sturia แบรนด์คาเวียร์ชั้นนำระดับโลกจากฝรั่งเศส จัดงานเปิดตัวคาเวียร์มาตรฐานใหม่ IGP Caviar d’Aquitaine พร้อมมอบประสบการณ์ลิ้มรสคาเวียร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในโอกาสนี้ มร. โลรองต์ ดูโล (Mr. Laurent Dulau) ผู้อำนวยการใหญ่ของ Caviar Sturia ได้เดินทางมาถ่ายทอดเรื่องราวและความมุ่งมั่นในการพลิกโฉมคาเวียร์ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน IGP (Indication Géographique Protégée) หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งเปรียบเสมือน “Green Label” ที่สะท้อนถึงแหล่งกำเนิดที่แท้จริง การเลี้ยงดูอย่างมีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด มรดกแห่งความเป็นเลิศ 4 ทศวรรษจากฝรั่งเศส “Sturia เติบโตมาพร้อมกับการฟื้นฟูสายพันธุ์ปลาสเตอเจียน และในปี 2026 นี้ เราจะฉลองครบรอบ 40 ปีของแบรนด์” มร. โลรองต์ ดูโล กล่าว “เราคือผู้บุกเบิกเทคนิคการเพาะเลี้ยงและยังคงรักษาขนบธรรมเนียมการทำคาเวียร์แบบดั้งเดิมของฝรั่งเศสไว้ ซึ่งถือเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน” ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดของ IGP Caviar d’Aquitaine เช่น การไม่ใช้ถั่วเหลือง GMO, ปลอดสารปฏิชีวนะ 100% และการจำกัดความหนาแน่นของปลาในบ่อเลี้ยง (Low-density farming) เพื่อลดความเครียดและปล่อยให้ปลาเติบโตอย่างสงบในน้ำที่บริสุทธิ์ ปัจจัยเหล่านี้คือ Sine Qua Non หรือเงื่อนไขสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการผลิตคาเวียร์ที่มีรสชาติบริสุทธิ์และเนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติ: คาเวียร์ 3 อัตลักษณ์จาก Sturia ภายในงานได้มีการนำเสนอคาเวียร์ 3 รุ่น เพื่อให้เห็นความแตกต่างของสายพันธุ์และกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์: Caviar Oscietra: ผลิตจากปลาสเตอเจียนสายพันธุ์ Acipenser Gueldenstaedtii โดดเด่นด้วยไข่เม็ดสีสันสวยงามเป็นประกายเขียวเหลือบทอง โดดเด่นด้วยรสชาติที่ซับซ้อน ที่มีความเค็มแบบทะเลลึก ผสานกับรสสัมผัสที่ยาวนานแบบเนยแข็ง อาโวคาโด และทิ้งท้ายด้วยความมันแบบถั่วเปลือกแข็ง สะท้อนความหรูหราในระดับสากล Caviar Vintage: ผลิตจากสายพันธุ์ Acipenser Baerii เม็ดไข่มีสีเขียวเข้มเงางาม ขนาดปานกลาง…
Author: Kittin Assavavichai
ความสนุกกลับมาอีกครั้งที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เติมสีสันและความคึกคักรับต้นปี ด้วยการเปิดตัว ‘Drag & Dazzle Sunday Brunch’ บุฟเฟ่ต์บรันช์ซิกเนเจอร์วันอาทิตย์ ณ ห้องอาหารเฟลเวอร์ส (Flavors) ที่ผสานประสบการณ์อาหารระดับพรีเมียมจากห้องอาหารนานาชาติของโรงแรม เข้ากับความบันเทิงสุดตื่นตาจากการแสดงแดร็กโชว์อันเปี่ยมพลัง จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 12.00–15.00 น. เชิญชวนทุกคนร่วมเฉลิมฉลองการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุข ความสนุก และเติมเต็มบรรยากาศด้วยสีสันและพลังแห่งการแสดงจากเหล่าแดร็กควีนของ House of Heals เริ่มต้นความอร่อยด้วยซีฟู้ดออนไอซ์สุดอลังการที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพทั้งล็อบสเตอร์ ปูอลาสก้าคิงแคร็บ กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ และหอยนางรมสดใหม่จากฝรั่งเศส เกาหลี ต่อด้วยมุมซูชิและซาชิมิระดับพรีเมียมจากสเตชั่นอาหารญี่ปุ่น อาทิ แซลมอน ทูน่า ทาโกะ และวากิวนิกิริ เสริมด้วยสเตชั่นเนื้ออบและกริลล์ไฮไลต์ ไม่ว่าจะเป็นบีฟเวลลิงตัน แซลมอนนอร์เวย์อบ ซี่โครงแกะอบ และบอสตันล็อบสเตอร์เสิร์ฟพร้อมซอสเทอร์มิดอร์สูตรซิกเนเจอร์ อิ่มอร่อยต่อเนื่องกับเมนูเด่นจากห้องอาหารชื่อดังของโรงแรม ตั้งแต่เป็ดอบไม้ลิ้นจี่และหมูกรอบจากห้องอาหาร Fei Ya ไปจนถึงพาสต้าและพิซซ่าทำสดใหม่ พร้อมทรัฟเฟิลริซอตโตชีสวีล เมนูซิกเนเจอร์จาก La Tavola เพิ่มความคึกคักด้วยไลฟ์สเตชันอีกหลากหลาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว บาร์บีคิวย่างร้อน ๆ และผัดไทยสูตรเฉพาะของ Flavors ปิดท้ายประสบการณ์บรันช์อย่างสมบูรณ์แบบด้วยของหวานหลากหลาย ทั้งเค้กช็อกโกแลตลาวา ข้าวเหนียวมะม่วง เจลาโต้โฮมเมด ฮันนีโทสต์สดจากเตา และขนมไทยนานาชนิด Kin News Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน…
เปิดผลงานคอลแลบน่าจับตาส่งท้ายปีกับ Jim Thompson by LISA VON TANG เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลก หยิบ “ผ้าไทย” มาครีเอต “รีสอร์ตแวร์” ในสไตล์ East Meets West จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย ยังคงพาผ้าไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเผยผลงานคอลแลบแห่งปีร่วมกับ Lisa Von Tang (ลิซ่า วอน แทง) ดีไซเนอร์ชาวจีน-เยอรมันที่ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นที่สิงคโปร์ ในคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG ร่วมรังสรรค์ผลงานรีสอร์ตแวร์จากผ้าสุดไอคอนิกของจิม ทอมป์สัน พร้อมดึงแรงบันดาลใจในการออกแบบจากศิลปะสไตล์ Chinoiserie ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ ผลงานคอลเลกชันนี้มี Lisa Von Tang เป็นผู้ออกแบบและได้ บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของธุรกิจแฟชั่น แบรนด์จิม ทอมป์สัน ร่วมคัดสรรผ้าที่เหมาะกับดีไซน์และซิลลูเอต โดยคอลเลกชันนี้มาในคอนเซปต์ Resort Wear with an Urban Edge ที่ตั้งใจให้ไอเทมทุกชิ้นสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นลุคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคนี้จริง ๆ ทั้งวันทำงาน ออกงานอีเวนต์ รวมถึงวันไปเที่ยวที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความสบายและสไตล์ที่ดูดี บี อินทวงศ์ พิถีพิถันในการคัดเลือกผืนผ้าที่สะท้อนความสวยงามและผิวสัมผัสที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของผ้าจิม ทอมป์สันจากฝีมือคนไทย ทั้งผ้าไหม ลินิน แจ็กการ์ด ที่มอบทั้งความพลิ้วไหวและน้ำหนักที่ทิ้งตัวพอดี สอดรับกับซิลลูเอตสุดชิคของไอเทมในคอลเลกชัน ส่วน Lisa Von Tang ก็ได้พาผ้าไทยไปโลดแล่นบนผลงานคัตติ้งสุดเนี้ยบที่เน้นโชว์ความงามตามธรรมชาติของเนื้อผ้า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าหัตถศิลป์ไทยและความโมเดิร์นเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ธุรกิจแฟชั่น จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “หัวใจของคอลเลกชันนี้คือ ‘ผ้า’ เพราะนี่คือดีเอ็นเอของจิม ทอมป์สัน ลิซ่านำผ้าจิม ทอมป์สันไปตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยในสไตล์ Urban จนได้เป็นดีไซน์ที่สดใหม่ ทั้งการเล่นกับเทกซ์เจอร์ การพับผ้าให้เห็นผืนผ้าทั้งสองด้าน และการโชว์ความสวยแบบดิบ ๆ ของเส้นใย สไตล์ที่มีโมเดิร์นทวิสต์แบบนี้เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของผ้าไทยบนรันเวย์โลก เราดีใจที่ได้ร่วมงานกับลิซ่าเพื่อพาหัตถศิลป์เมืองไทยไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น” Lisa Von Tang เสริมว่า “ฉันตั้งใจคือการออกแบบแฟชั่นที่ช่วยส่งพลังและเติมความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ ผลงานของฉันมักสะท้อนการหลอมรวมระหว่างประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าและโลกยุคใหม่ ตลอดจนการเบลนด์สไตล์ของโลกตะวันออกกับตะวันตก…
ในวันที่อากาศเมืองไทยร้อนระอุ คงไม่มีเครื่องดื่มชนิดไหนที่ช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีไปกว่า “Highball” แก้วเย็นจัดที่มีพรายฟองโซดาซ่าสลับกับกลิ่นหอมบางๆ ของวิสกี้ แต่รู้หรือไม่ว่า… เบื้องหลังความซ่าที่ดูเรียบง่ายนี้ กลับแฝงไปด้วยวัฒนธรรมและความประณีตระดับจิตวิญญาณ ล่าสุดในงาน “Highball Seminar” โดย ซันโทรี่ โกลบอล สปิริตส์ เราได้มีโอกาสเจาะลึกความลับนี้ผ่านมุมมองของ คุณไทชิ ซาซากิ (Taichi Sasaki) ชายผู้ครองตำแหน่ง Master of Whisky คนแรกของญี่ปุ่น ผู้ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการดื่มของคุณไปตลอดกาล “ความประณีต” หัวใจสำคัญของวิสกี้ญี่ปุ่นที่มัดใจคนทั้งโลก เมื่อถามถึงนิยามของ Japanese Whisky คุณซาซากิให้คำสั้นๆ แต่กินใจว่า “ความประณีต” ย้อนกลับไปกว่า 100 ปีที่แล้ว Suntory คือผู้บุกเบิกวิสกี้ในญี่ปุ่น โดยไม่ได้ตั้งเป้าแค่การเลียนแบบต้นฉบับจากตะวันตก แต่เป็นการสร้างสรรค์รสชาติที่ “ประณีตเพื่อคนญี่ปุ่น” ทั้งในแง่ของวัตถุดิบ สถานที่บ่ม และทักษะการปรุง (Craftsmanship) จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Identity) ที่สะท้อนปรัชญาตะวันออกได้อย่างงดงาม 3 กฎเหล็ก “ชง Highball ให้เหมือนบาร์ระดับโลก” ทำเองที่บ้านได้ไม่ยาก คุณซาซากิเผยว่า เคล็ดลับที่ทำให้ Highball ที่บาร์มีรสชาติดีกว่าชงเอง คือ “รายละเอียด” และนี่คือ 3 กฎทองที่คุณต้องจำ: ตู้เย็นคือเรื่องสำคัญ: ห้ามแช่วิสกี้รวมกับเนื้อสัตว์หรือผักสดเด็ดขาด! เพราะกลิ่นอาหารจะซึมผ่านฝาเข้าไปทำลายอโรมาของวิสกี้จนเพี้ยน โซดาต้องเย็นจัด: โซดาที่ไม่เย็นพอจะทำให้น้ำแข็งละลายเร็ว และฟองฟูฟ่องน้อยลง ความซ่าจะหายไปในพริบตา แก้วต้อง Coldจัด: ต้องแช่แก้วด้วยน้ำแข็งและคนจนแก้วเย็นจัดก่อนรินวิสกี้ เพื่อรักษารสชาติให้คงที่ตั้งแต่จิบแรกจนหยดสุดท้าย เริ่มต้นอย่างไรดี? คำแนะนำสำหรับ “มือใหม่” เข้าสู่วงการ สำหรับใครที่อยากลองก้าวเข้าสู่โลกของวิสกี้ คุณซาซากิมีสูตรลัดแนะนำ: แก้วแรกในชีวิต: แนะนำ Suntory Kakubin โดยเลือกเป็น Blended Whisky ก่อน เพราะดื่มง่าย รสชาติไม่หนักเกินไป เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยขยับไปสัมผัสความซับซ้อนของ Single Malt สายเข้ม สายลุย: หากชอบรสชาติที่ชัดเจน มีกลิ่นวานิลลาและคาราเมลจากข้าวโพด ต้องลอง Jim…
บันยันทรี กรุงเทพ เปิดตัวห้องอาหารแห่งใหม่ล่าสุด แซฟฟรอน กริลล์ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยผ่านการปรุงด้วยไฟอย่างพิถีพิถัน นับเป็นบริบทใหม่ที่ต่อยอดจาก แซฟฟรอน แซฟฟรอน สกาย การ์เด้น และแซฟฟรอน ครูซ ด้วยแนวคิดการนำวัฒนธรรมการย่างแบบไทยมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคสมัยใหม่ นำเสนอควบคู่รากเหง้าทางวัฒนธรรมอาหารไทยอันลึกซึ้ง การออกแบบของ แซฟฟรอน กริลล์ ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด เฟลอร์ แอนด์ เฟรม (Fleur and Flame) ที่หลอมรวมธรรมชาติและเปลวไฟให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล Fleur สะท้อนสายสัมพันธ์ของวัฒนธรรมไทยกับพืชพรรณ พิธีกรรม และงานหัตถศิลป์ ขณะที่ Flame ถ่ายทอดพลัง การเคลื่อนไหว และจิตวิญญาณของการปรุงอาหารไทยด้วยเปลวไฟและควัน สร้างบรรยากาศร่วมสมัยที่ยังคงยึดโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีความยั่งยืนเป็นรากฐานของทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการลดวัตถุดิบเหลือใช้ แซฟฟรอน กริลล์ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ เกษตรกรและผู้ผลิตในประเทศ อาทิ ไก่คลองไผ่ฟาร์มโคราชจังหวัดนครราชสีมา ปลาแม่น้ำจากนครสวรรค์ และกลุ่มผู้เพาะเมล็ดพันธุ์จากเชียงใหม่ หัวใจของครัว แซฟฟรอน กริลล์ ขับเคลื่อนด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ ควันไฟ (Smoke) เครื่องเทศ (Spice) และความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านแนวคิดการปรุงอาหารโดยไม่ใช้แก๊ส ใช้เพียงถ่าน ฟืน และเทคนิคการทำครัวแบบไทย เพื่อรังสรรค์เมนูหล่อหลอมขึ้นจากทั้งเปลวไฟและกาลเวลา ผสานเทคนิคการย่างด้วยเปลวไฟเข้ากับกระบวนการดอง หมัก บ่ม และดรายเอจ เพื่อยกระดับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น แนวคิดของ แซฟฟรอน กริลล์ ยังหยั่งรากจากความสัมพันธ์ของคนไทยกับไฟในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ครัวในบ้าน อาหารในตลาดริมน้ำ ไปจนถึงเมนูพิเศษเพื่อการเฉลิมฉลองในงานเทศกาล เมนูซิกเนเจอร์ถ่ายทอดแรงบันดาลใจเหล่านี้ผ่านการนำเสนอร่วมสมัย อาทิ เนื้อปลาดุกย่างกับนํ้าปลาหวานและผักกูด ยำขนมจีนแซลมอนย่าง ไข่มดแดงคั่วเนื้อดิบ เนื้อสันนอกย่าง 3 นาที ราดนํ้ามันกระเทียม ปลาจาระเม็ดหมักหมักเครื่องนํ้าพริกตาแดงนครสวรรค์ย่าง ข้าวโพดเทียนย่างนํ้าผึ้งดอกลำไย และไอศกรีมข้าวโพดย่าง และอีกมากมาย แซฟฟรอน กริลล์ มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่รวบรวมภูมิปัญญาจากทั้งสี่ภาคของไทย ตั้งแต่ความหอมสดชื่นของสมุนไพรภาคเหนือ ความเผ็ดร้อนและกลิ่นข้าวคั่วของภาคอีสาน ความจัดจ้านจากอาหารทะเลและเครื่องเทศของภาคใต้ ไปจนถึงรสชาติละมุนกลมกล่อมแบบภาคกลาง ผ่านการย่างที่ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคการปรุงเท่านั้น แต่คือวิถีด้านการกินและการทำครัวที่สร้างแรงบันดาลใจและความใคร่รู้ พร้อมกับสร้างความประทับใจที่ตราตรึงยาวนาน แม้เปลวไฟจะมอดดับไปแล้ว ดาวน์โหลดรูปภาพได้ที่:Saffron Grill…
ให้เทศกาลแห่งความสุขนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เราขอเชิญคุณมาเฉลิมฉลองในบรรยากาศอันอบอุ่นและงดงาม ไม่ว่าจะเป็นมื้อค่ำสุดพิเศษหรือกิจกรรมที่สร้างรอยยิ้ม เราพร้อมเติมเต็มช่วงเวลาของคุณให้เต็มไปด้วยความประทับใจ โอเซชิ – เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความมงคลและเจริญรุ่งเรืองตามวิถีญี่ปุ่น โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ขอนำเสนอ “โอเซชิ เรียวริ จูบาโกะ” กล่องเบนโตะเพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่สุดพิเศษจากห้องอาหารยามาซาโตะ ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างเชี่ยวชาญโดยมาสเตอร์มาสเตอร์เชฟ ชิเงรุ ฮากิวาระ ที่มีจำนวนจำกัด กล่องเบนโตะอันวิจิตรนี้รวบรวมศิลปะอาหารญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความหมายมงคล ทั้งความอุดมสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และโชคลาภที่กำลังจะมาถึง สีสันที่สดใสและศิลปะการจัดวางอันประณีตงดงาม นี่คือของขวัญสุดพิเศษที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันล้ำค่าและเหมาะสำหรับมอบให้คนที่คุณรัก ชุดกล่องเบนโตะ “โอเซชิ เรียวริ” (Osechi Ryori) เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ณ ห้องอาหารยามาซาโตะ ในราคา 9,990 บาท ต่อกล่อง โดยการสั่งซื้อต้องชำระเงินล่วงหน้าและยืนยันการสั่งซื้อก่อนวันที่ 28 ธันวาคม 2568 สามารถรับกล่อง โอเซชิ เรียวริ ได้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 14:00 น. ถึงเวลา 18:00 น. เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อ ติดต่อ 02 687 9000 หรืออีเมล [email protected] โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ส่งมอบความอร่อยของเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยเมนูพิเศษ ดังนี้ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้ใช้ช่วงเวลาอันน่าจดจำและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งการเฉลิมฉลองอย่างมีระดับ Festive Celebrations at The Okura Prestige Bangkok…
เพลิดเพลินกับอาหารชั้นเลิศ ความบันเทิง และบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดพิเศษตลอดคืน A table full of food กรุงเทพฯ ประเทศไทย – “ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ” (Chatrium Grand Bangkok) โรงแรมระดับลักซัวรี่ใจกลางย่านสยาม เชิญชวนทุกท่าน ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรื่นเริงที่มาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบและอบอุ่น พร้อมต้อนรับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่สุดของปี กับมื้ออาหารสุดพรีเมียม ร่วมรับข้อเสนอสุดพิเศษในวันคริสมาสต์และปีใหม่ เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่นี่จะเต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม เฉลิมฉลองวันคริสต์มาสเฉลิมฉลองและดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งคริสต์มาสด้วยบุฟเฟต์สุดอลังการจากทั่วทุกมุมโลก เมนูไฮไลต์ เริ่มจาก แฮมเซอร์ราโน่เสิร์ฟกับเมลอน ค็อกเทลล็อบสเตอร์ ซีฟู้ดออนไอซ์ระดับพรีเมียม เนื้อสันในอบซอสทรัฟเฟิล ฟัวกราส์ซูชิ และ ไก่งวงอบซอสแครนเบอร์รี่ และเมนูนานาชาติ อื่นๆ อีกมากมาย ที่พร้อมขนขบวนมาให้คุณ ปิดท้ายความอร่อยด้วย ช็อกโกแลตฟาวเท่น คริสต์มาสเค้ก พุดดิ้งสูตรดั้งเดิม และ ไอศกรีมฮาเก้นดาสส์ ( Häagen-Dazs) บุฟเฟต์ดินเนอร์คืนคริสต์มาสอีฟ วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2568เวลา 18.00 – 21.30 น.ราคา 2,999 บาทสุทธิต่อท่าน รวมเครื่องดื่มไม่จำกัด บุฟเฟต์มื้อกลางวันเพื่อเฉลิมฉลองคริสต์มาส วันพุธที่ 25 ธันวาคม 2568เวลา 12.00 – 14.30 น.ราคา 1,499 บาทสุทธิต่อท่าน รวมเครื่องดื่มไม่จำกัด ก่อนจะพ้นข้ามปีใหม่ ร่วมส่งท้ายปีที่ Savio อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์สุดพิเศษต้อนรับปีใหม่ ที่รวบรวมเมนูรสเลิศจากทั่วโลก พร้อมดนตรีบรรเลงสด และบรรยากาศแสนอบอุ่นในการนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2569 บุฟเฟต์ดินเนอร์ค่ำคืนส่งท้ายปีวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 – 21.00 น.ราคา 3,499 บาทสุทธิต่อท่านพิเศษ โปรโมชั่น Early Bird ส่วนลด 15% เมื่อจองก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ปาร์ตี้เคาท์ดาวน์สุดมันส์ที่ Flowฉลองส่งท้ายปีแบบสุดเหวี่ยงกับปาร์ตี้ริมสระน้ำบนชั้น…
โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประตูสู่เทศกาลแห่งความสุขใจกลางมหานคร ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดตระการตาและเพลิดเพลินกับมหกรรมอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ดินเนอร์สุดพิเศษบนเรือหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือการชมวิวเมืองแบบ 360 องศา ณ ห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรม พิเศษสำหรับปีนี้ ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์อันน่าหลงใหลของหน้ากากแฟนซี เติมแต่งบรรยากาศแห่งความหรูหราและความพิเศษให้ยิ่งงดงาม จูงมือคนที่คุณรักมาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ต้อนรับศักราชใหม่อย่างเหนือระดับ ชุดอาฟเตอร์นูนทีต้อนรับเทศกาล (1 – 31 ธันวาคม 2568) สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งฤดูกาลกับชุดอาฟเตอร์นูนทีสุดหรูต้อนรับเทศกาล ที่รังสรรค์เมนูสุดประณีต อาทิ เมนูรูลาดไส้ไก่งวง เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์อารูกา พร้อมเพลิดเพลินกับขนมหวานสุดน่ารักอย่าง ชูครีมกวางเรนเดียร์ มาการองสโนว์แมน และ ทาร์ตหมวกซานต้า ท่ามกลางวิวพาโนรามาของกรุงเทพมหานครอันงดงามตระการตา เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้สมบูรณ์แบบในบรรยากาศเทศกาลแสนอบอุ่น ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ทู ชั้น 60 | 13.00 น. – 16.00 น. ราคา 1,699 บาทสุทธิ ต่อ 2 ท่าน ชุดของขวัญประจำเทศกาล และไก่งวงอบสูตรพิเศษ สำหรับเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ (1 – 31 ธันวาคม 2568) ชุดตะกร้าของขวัญ (Festive Hampers) เติมเต็มความสุขด้วยชุดของขวัญประจำเทศกาลที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน รวบรวมขนมและของอร่อยประจำฤดูกาลไว้ โดยแต่ละชุดถูกออกแบบมาเพื่อมอบความอบอุ่นและถ่ายทอดคำอวยพรในช่วงเทศกาล ร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้คนที่คุณรักและเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษอย่างน่าประทับใจกับของขวัญสุดพิเศษจากโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ล็อบบี้ เลานจ์ ชั้น L เริ่มต้นที่ ราคา 6,450 บาทสุทธิ ต่อชุด ไก่งวงอบสูตรพิเศษ (Signature Roasted Turkey) เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่บ้านของคุณด้วยด้วยเมนูสุดอลังการไก่งวงอบสูตรพิเศษรสกลมกล่อม เนื้อนุ่มฉ่ำ จัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับความพิเศษบนโต๊ะอาหารในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง จัดเตรียมสดใหม่ กรุณาสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้ทุกคำลิ้มรสเป็นที่สุดแห่งความหรูหราและความเอร็ดอร่อย ล็อบบี้ เลานจ์ ชั้น L ราคา 4,700 บาทสุทธิ ต่อท่าน วันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาส (24-25 ธันวาคม 2568) ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ยกระดับค่ำคืนวันคริสต์มาสของคุณอย่างเหนือระดับ สร้างความทรงจำอันงดงามร่วมกับคนที่คุณรัก พร้อมสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์สุดหรูที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขโดยเฉพาะ ลิ้มรสเมนูพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น เมนูไก่อบม้วนสไตล์ฝรั่งเศส (Capon Ballotine) สอดไส้เครื่องปรุงสูตรคลาสสิก หรือ เมนูปลาหิมะนุ่มละมุน เสิร์ฟคู่กับคาเวียร์และซอสเบอร์บล็องพริกไทย คัดสรรทุกวัตถุดิบอย่างประณีตเพื่อเติมเต็มวันคริสมาสต์ของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ชุดอาหารค่ำ 5 คอร์ส วันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาส |…
ใกล้สิ้นปีเต็มทีแล้ว หลายคนคงกำลังวางแผนหาที่ฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว คนรัก และเพื่อนฝูง แถมยังต้องหาจุดเคานต์ดาวน์แสนพิเศษที่จะทำให้โมเมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่น่าจดจำกว่าเคย แต่ปัญหาคือหลายที่ก็คนแน่นเบียดเสียด บางที่ก็ได้บรรยากาศซ้ำๆ ไม่ได้น่าประทับใจจริง ๆ ปีนี้ Rava Beach Club บีชคลับที่ยาวที่สุดในเมืองไทย โดยบันยันทรี ภูเก็ต ชวนทุกคนมุ่งหน้าสู่หาดบางเทา มาเฉลิมฉลองโมเมนต์สุดพิเศษเพื่อเป็นรีวอร์ดให้ชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งปีกับ 3 แพ็กเกจสุดพิเศษที่ Rava ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกสไตล์การฉลอง ทั้งสนุกสนาน อบอุ่น และน่าตื่นเต้นในสเปซเดียว บนทำเลชายหาดบางเทาที่ทอดยาวกว่า 180 เมตร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มองหาไวบ์สบาย ๆ ที่ผู้ใหญ่และเด็กได้เอ็นจอยร่วมกัน คู่รักที่อยากได้ค่ำคืนที่เรียบหรูโรแมนติก หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากปาร์ตี้แบบสนุกสุดเหวี่ยง ที่นี่ก็จัดให้ครบ ไฮไลต์ของ “Rava” บีชคลับที่ฮอตที่สุดตอนนี้ Rava Beach Club มาพร้อมพื้นที่ใช้สอย 3,500 ตารางเมตรที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจ พร้อมสระอินฟินิตี้ 3 สระ และพื้นที่ติดชายหาดเป็นส่วนตัว ทำให้สามารถแบ่งโซนต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวทั้งแบบ Open Air รับลมชิล ๆ และห้องแอร์เย็นสบาย ครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็จะได้มีมุมพักผ่อนแบบไม่วุ่นวาย ส่วนกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเอ็นเนอจี้สนุก ๆ ก็จะได้อยู่ในโซนเปิดเพลงมันส์ๆ ได้แบบไม่รบกวนกัน อีกหนึ่งไฮไลต์คืออาหารรสชาติเยี่ยมของที่นี่ ซึ่งมีเชฟโจชัว เกรย์ Head Chef ของ Rava เป็นผู้รังสรรค์เมนูที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล นำมาปรุงด้วยเทคนิคการย่างด้วยเตาถ่านที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานกับทีมบริการมืออาชีพจากบันยันทรี ภูเก็ต จึงมั่นใจได้ว่าทั้งอาหารและประสบการณ์การเฉลิมฉลองจะเต็มไปด้วยความประทับใจ เปิด 3 แพ็กเกจพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุขสิ้นปีที่ Rava “Christmas Eve Buffet & Bubbles” รังสรรค์ค่ำคืนแสนอบอุ่นในวันคริสต์มาสอีฟ ในวันพุธที่ 24 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 19.00 – 22.30 น. Rava จะเนรมิตบรรยากาศสุดเฟสทีฟเพื่อฉลองค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ พร้อมคัดสรรไลน์อัปบุฟเฟ่ต์สุดพรีเมียมมาให้เพลิดเพลินอย่างจุใจโดยมีเมนูที่พลาดไม่ได้อย่าง ไก่งวงย่างถ่าน ล็อบสเตอร์บอสตันเนื้อเด้ง และเนื้อวากิวคัดพิเศษรสชาติหอมกรุ่นสัมผัสละมุนลิ้น พร้อมของหวานแสนอร่อยมากมายไว้ปิดท้ายมื้อค่ำแสนพิเศษ โดยในคืนคริสต์มาสอีฟ ซานต้าคลอสใจดีจะมาสร้างรอยยิ้มให้น้อง ๆ…
โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ชวนคุณและครอบครัว มาเฉลิมฉลองค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟที่ห้องอาหารบิสก็อตติ (Biscotti) ร้านอาหารอิตาเลียนระดับตำนาน กับ “Christmas Eve Set” ในรูปแบบแชร์ริ่ง เหมาะสำหรับฉลองเทศกาลกับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมเพลิดเพลินกับรสชาติอิตาเลียนแบบดั้งเดิม โดยเชฟ Giuseppe Bonura ชาวอิตาเลียนของร้าน รังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสุขให้กับทุกคน เริ่มตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียน Carpaccio Di Spigola & Gamberi Rossi Di Mazara ปลากระพงขาวสดสไลด์บาง และกุ้งแดงมาซาร่า ราชินีแห่งท้องทะเลซิซิลี, Carpaccio Di Manzo การ์ปาชโชเนื้อ ท็อปด้วยอาติโช๊คอ่อนและทรัฟเฟิล นอกจากนี้ ยังมีอาหารจานหลัก ได้แก่ Pasta Al Fornoพาสต้าอบมีทบอลในซอสเบชาเบล, Filetto Di Branzino ปลากระพงย่างบนกระทะจนหนังหนังกรอบ ราดซอสเบอร์บล็องก์ แบบฝรั่งเศส และเห็ดแคนทาเรล ฯลฯ สำหรับของหวานปิดท้าย เชฟเลือกเมนูขนมหวานแบบดั้งเดิมของอิตาลี ได้แก่ Zabaioneคัสตาร์ดเนื้อเนียน พร้อมเบอร์รี่ และบิสกิต amaretti ท็อปด้านบน นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีเมนู A-la-Cart รวมถึงไวน์ลิสแบบพรีเมียม ที่คุณสามารถเลือกได้ตามความชอบเพื่อเติมเต็มมื้อพิเศษนี้ให้น่าประทับใจยิ่งขึ้นอีกด้วย ชวนคุณมาแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุข กับดินเนอร์อันแสนพิเศษในค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ ที่ห้องอาหาร Biscotti โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 18:00-20.30 น. ในราคา 3,200++บาทต่อท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่โทร. 0-2126-8866 _____________________________________________________ ขอขอบพระคุณที่ให้การสนับสนุนข่าวสารของโรงแรมฯ ติดต่อ: สลิลลา เศวตเศรนี (ปลา) ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 094-6644146 อีเมล:…