Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] IGNIV Bangkok Winter Dinner 2025 เปิดประสบการณ์ “ศิลปะแห่งการแบ่งปัน” กับดินเนอร์ 19 คอร์สแห่งฤดูหนาว ความอบอุ่น ความสุข และรสชาติระดับมิชลินสตาร์จากสวิตเซอร์แลนด์ St.Regis Bangkok
    • [Review] เจาะลึกอรรถรสจากเปลวไฟ Saffron Grill, Banyan tree bangkok นิยามใหม่แห่งศิลปะการย่างด้วย ‘ฟืนและไฟไร้เตาแก๊ส’ บนยอดตึก ชั้น 53
    • [News] จิบชายามบ่าย New Afternoon Tea 2026 – The Blossom Garden แสนน่ารัก
      ที่ Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel
    • [Review] The Silk Road ตำนานติ่มซำปั้นสด คำโต อร่อยเลิศ วัตถุดิบพรีเมียม ไร้ผงชูรส ณ The athenee Hotel, A Luxury Hotel Bangkok
    • [Review] Eat Me Restaurant การเดินทางของรสชาติระดับ Iconic แห่งมหานครกรุงเทพฯ ที่นิยามคำว่า “ไร้กาลเวลา”
    • [General] Gourmet One ผนึก Sturia ส่งตรง “IGP Caviar d’Aquitaine” คาเวียร์รักษ์โลกมาตรฐานสูงสุดจากฝรั่งเศส ด้วยรสชาติที่บริสุทธิ์และสดใหม่
    • [Review] ลัดเลาะริมเล สัมผัสไฟและกลิ่นอายทะเลที่ Rava Beach Club Beach Club ที่ใหญ่สุดในไทย อาหารสุดบรรเจิด ณ Banyan Tree Phuket
    • [News] Renaissance Bangkok Ratchaprasong เปิดตัว ‘Drag & Dazzle Sunday Brunch’ ซิกเนเจอร์บรันช์สุดตระการตา ณ Flavors
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Casual Dining»[Review] Festive Afternoon Tea Park Hyatt Bangkok 2025 รีวิวชุดชาคริสต์มาสสุดหรู พร้อมไฮไลต์ขนมหวานวิจิตรฝีมือเชฟฟาบริซิโอ
    Casual Dining

    [Review] Festive Afternoon Tea Park Hyatt Bangkok 2025 รีวิวชุดชาคริสต์มาสสุดหรู พร้อมไฮไลต์ขนมหวานวิจิตรฝีมือเชฟฟาบริซิโอ

    Kittin AssavavichaiBy Kittin AssavavichaiDecember 16, 2025Updated:December 16, 2025No Comments3 Mins Read

    Story : Pitsinee A. Photo : Pol.Capt.Kittin A.


    🎄ชวนฝันไปกับรสสัมผัสแห่งฤดูกาล ณ เดอะ ลิฟวิ่ง รูม, พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ 🌟

    “Festive Afternoon Tea” มนตร์เสน่ห์แห่งการรังสรรค์ที่บรรจบความหรูหรา

    ในยามที่ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองเวียนมาบรรจบ พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ยังคงเป็นหมุดหมายที่มิเคยทำให้ผู้แสวงหาความหรูหราและรสนิยมต้องผิดหวัง และในปีนี้ ณ เดอะ ลิฟวิ่ง รูม บนชั้น 9 ได้มีการเปิดม่านต้อนรับเทศกาลด้วย Festive Afternoon Tea ที่มิได้เป็นเพียงชุดน้ำชายามบ่าย หากแต่เป็นงานศิลป์ที่ถักทอด้วยรสชาติและสุนทรียภาพแห่งวันหยุด

    โดยฝีมือของเชฟขนมหวาน ฟาบริซิโอ ซาราเต ผู้รังสรรค์ความหวานให้กลายเป็นเรื่องราว และเมนูอาหารคาวที่ผสานแรงบันดาลใจแห่งเทศกาลไว้อย่างลึกซึ้ง

    (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2025 ถึง 6 มกราคม 2026 ราคา 3,200++ บาท ต่อเซ็ตสำหรับ 2 ท่าน)

    ชุดน้ำชาชุดนี้เป็นมากกว่าการเสิร์ฟอาหาร แต่เป็นการมอบประสบการณ์การพักผ่อนอันแสนรื่นรมย์ ท่ามกลางบรรยากาศอันงามสง่าของโรงแรม ตั้งแต่แรกเห็นบนโต๊ะหินอ่อนสีขาวนวลตา ชุดขนมหวานและอาหารคาวถูกจัดวางอย่างประณีตราวกับเครื่องประดับชั้นสูง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นลายเซ็นของเครือ Hyatt ที่มิเคยละเลย

    🥂 อารัมภบทแห่งรสชาติ Eggnog ต้อนรับเทศกาล

    ก่อนเริ่มต้นการเดินทางของรสชาติอันวิจิตรตระการตา ทางโรงแรมได้จัดเตรียม เวลคัมดริงก์ (Welcome Drink) อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเทศกาลนั่นคือ Eggnog (เอ๊กน๊อก) เครื่องดื่มที่เปรียบเสมือนบทเพลงต้อนรับของฤดูหนาว

    • Eggnog ที่นี่ถูกนำเสนออย่างละเมียดละไม อาจเสิร์ฟแบบไม่มีแอลกอฮอล์เพื่อคงความนุ่มนวล แต่ยังคงไว้ซึ่งความหอมมันของนม ครีม และไข่ไก่ที่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน หัวใจสำคัญคือการปรุงรสด้วยเครื่องเทศอบอุ่น เช่น ลูกจันทน์ (Nutmeg) และอบเชย (Cinnamon) ที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและสร้างความรู้สึกอบอุ่นในลำคอตั้งแต่จิบแรก เครื่องดื่มแก้วนี้ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการ ปลุกเร้าประสาทสัมผัส และเตรียมลิ้นให้พร้อมสำหรับความซับซ้อนของเมนูชุดชาที่จะตามมา เป็นการเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังและมอบความรู้สึกของเทศกาลอย่างแท้จริง

    ✨ ภาคขนมหวาน ศิลปะแห่งการเฉลิมฉลอง

    ไฮไลต์ของชุดน้ำชายามบ่ายนี้คือ ขนมหวาน (Sweets) ที่ถูกเนรมิตให้เป็นสัญลักษณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาสอย่างสมบูรณ์แบบ รูปทรงอันวิจิตรบรรจง ผสานเทคนิคการเคลือบผิว (Glazing) และการตกแต่งที่ส่องประกาย เป็นการนำเสนอที่ดึงดูดสายตาและเชื้อเชิญให้ลิ้มลอง

    1. Santa’s Hat (หมวกซานต้า)

    ขนมรูปทรงคล้ายหมวกซานตาคลอสขนาดเล็ก เคลือบด้วยมูสสีแดงสดวาววับดุจผ้ากำมะหยี่ ถูกโอบล้อมรอบฐานด้วยมูสครีมสีขาวนุ่มฟูคล้ายขนแกะ และมีปลายยอดสีขาวเล็ก ๆ

    เมื่อผ่าออก (ตามภาพ) ภายในเผยให้เห็นถึงองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ เนื้อสัมผัสคล้ายสปันจ์เค้กหรือบิสกิตที่นุ่มเบาเป็นพื้นฐาน สตรอว์เบอร์รีคอมโปต (Strawberry Compote) ที่ให้รสเปรี้ยวอมหวานอย่างลงตัว ตัดกับความหอมละมุนของครีม ทงก้าชานทิลลี (Tonka Chantilly) ซึ่งเป็นครีมตีที่มีการเติมกลิ่นของถั่วทงก้า (Tonka Bean) อันเป็นเอกลักษณ์ ให้กลิ่นหอมคล้ายวานิลลา อัลมอนด์ และเชอร์รี่ ทำให้ความหวานมีความซับซ้อนและไม่เลี่ยน

    2. Christmas Bauble (ลูกบอลประดับคริสต์มาส)

    ขนมทรงกลมคล้ายลูกบอลคริสต์มาสประดับต้นไม้ เคลือบด้วยเจลลี่หรือกลาซาจสีเขียวมรกตเข้ม มีการบิดเกลียวของผิวภายนอกอย่างสวยงาม มีห่วงแขวนสีเขียวและจุกสีทองประดับด้านบน วางอยู่บนฐานบิสกิตเล็ก ๆ

    เมนูนี้ถือเป็นดาวเด่นด้านความซับซ้อนของรสชาติ เมื่อผ่ากลาง (ตามภาพ) เผยให้เห็นถึงเลเยอร์ที่ถูกบรรจงสร้างสรรค์กลาซาจสีเขียวที่มีความมันวาว ให้รสชาติที่อาจเป็นพิตาชิโอหรือช็อกโกแลตขาว หัวใจหลักคือ ฮันนีพานาคอตตา (Honey Panna Cotta) ที่ให้ความนุ่มนวลและกลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งตัดกับความเปรี้ยวของ ส้มแมนดารินเยลลี (Mandarin Jelly) และความอบอุ่นของเครื่องเทศจาก อบเชย (Cinamon) ที่อาจผสมอยู่ในเยลลีหรือพานาคอตตา ทำให้เกิดรสสัมผัสที่สดชื่นและกลมกล่อมเข้ากับฤดูหนาวได้อย่างดี

    3. North Star (ดาวเหนือ)

    ขนมรูปทรงดาวห้าแฉก เคลือบด้วยผิวมูสสีเหลืองทองที่ดูคล้ายกำมะหยี่ หรือการพ่นสีแบบสเปรย์ (Velvet Spray) มีการประดับด้วยแผ่นทองคำเปลวและลายเส้นสีดำเล็กน้อยเพื่อจำลองรอยต่อของดวงดาว

    การผสานกันของรสชาติที่เข้มข้นแต่เย้ายวน ดาร์กช็อกโกแลตกานาช (Dark Chocolate Ganache) ที่ให้รสขมและเข้มข้นของโกโก้ชั้นดี เป็นการเบรกความหวานโดยรวมของขนม อัลมอนด์พราไลเน่ (Almond Praliné) ที่ให้ความกรุบกรอบและกลิ่นหอมมันของถั่วอัลมอนด์ผสานกับคาราเมล เป็นการเติมเต็มมิติของเนื้อสัมผัสและกลิ่นให้สมบูรณ์แบบ

    4. The Candle (เทียน)

    ขนมรูปทรงกระบอกคล้ายเทียนไขสีขาว ถูกพ่นด้วยสเปรย์สีขาวคล้ายเกล็ดหิมะหรือเกล็ดมะพร้าว มี “เปลวไฟ” สีทองที่งดงามราวกับถูกจุดประดับอยู่ด้านบน วางอยู่บนฐานบิสกิตกรุบกรอบ ขนมรูปทรงเทียนสีขาวที่มีไส้สีส้มทอง เมื่อผ่าออก ครีมมูสสีขาว ที่อาจเป็นรสวานิลลา มะพร้าว หรือชีสเค้กเบา ๆ

    5. Dark Chocolate Christmas Bell (ระฆังช็อกโกแลต)

    ขนมหวานขนาดใหญ่ (อาจเป็นเมนูพิเศษที่เสิร์ฟแยกหรือขนมชิ้นใหญ่) รูปทรงโดมเคลือบด้วยช็อกโกแลตเงาวับ ประดับด้วยแผ่นช็อกโกแลตสี่เหลี่ยมบาง ๆ ที่จัดเรียงเป็นรัศมีรอบฐาน และมีมูสช็อกโกแลตบีบเป็นเกลียวด้านบน ปิดท้ายด้วยลูกระฆังทรงกลมสีทองอร่าม

    เป็นขนมที่เน้นความเข้มข้นของช็อกโกแลต (ตามภาพผ่าครึ่ง) ดาร์กช็อกโกแลตกานาชเคลือบที่หนาและมันเงา ประกอบด้วยมูสสีขาว/ครีม และมีไส้สีม่วงเข้ม/แดง ที่คาดว่าเป็น เบอร์รีคอมโปต (Berry Compote) หรือเจลลี่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน (อาจเป็นราสเบอร์รี, เชอร์รี่ หรือแบล็คเคอร์แรนท์) เพื่อตัดรสชาติช็อกโกแลตที่เข้มข้น ช่วยให้ขนมชิ้นนี้ไม่หนักจนเกินไป

    6. สโคนและเครื่องเคียง

    ชุดน้ำชายามบ่ายจะขาดสโคนไปไม่ได้ ที่นี่เสิร์ฟทั้งสโคนแบบดั้งเดิมและสโคนที่มีการปรับรสชาติให้เข้ากับเทศกาล เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงแบบคลาสสิกอย่าง คลอตเต็ดครีม (Clotted Cream) และ แยมผลไม้รสเข้มข้น (Raspberry Compote) ซึ่งให้รสชาติที่สมดุลและหรูหรา


    🍽️ ภาคอาหารคาว ความสง่างามที่เติมเต็ม

    ในส่วนของอาหารคาว (Savouries) เชฟได้รังสรรค์เมนูที่มิได้เป็นเพียงตัวประกอบ แต่เป็นบทกวีแห่งรสชาติที่นำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงในรูปแบบของคานาเป้ที่วิจิตรบรรจง

    1. แซลมอนรมควันเสิร์ฟคู่ลูกพลับและวอลนัตทาราทอร์ (Smoked Salmon, Beet, Persimmon, Walnut Tarator, Sweet Potato Pain au Lait)

    คานาเป้รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ซ้อนกันอย่างมีชั้นเชิง ฐานด้านล่างคือ Sweet Potato Pain au Lait ซึ่งเป็นขนมปังนมเนื้อนุ่มเบาที่มีส่วนผสมของมันหวาน ให้รสชาติหวานอ่อนๆ และเนื้อสัมผัสที่ละเอียด

    แซลมอนรมควัน (Smoked Salmon) ถูกวางทับด้านบนสุดอย่างงดงาม เนื้อปลาสีส้มสดใสให้รสเค็มอ่อนๆ และกลิ่นหอมจากการรมควันตามแบบฉบับ ชั้นแห่งความซับซ้อน ด้านล่างของแซลมอนเผยให้เห็นชั้นสีชมพู/แดงเข้ม ซึ่งคือ บีทรูท (Beet) ซึ่งอาจมาในรูปแบบของเจลลี่ หรือแผ่นบีทรูทหมักเพื่อเพิ่มรสหวานอมเปรี้ยวและมิติของสีสัน วอลนัตทาราทอร์ (Walnut Tarator) คือหัวใจสำคัญของรสชาติที่ถูกซ่อนอยู่ เป็นซอสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่มีความหอมมันของวอลนัต (Walnut) ผสานกับความสดชื่นของ ลูกพลับ (Persimmon) ซึ่งเป็นผลไม้แห่งฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่างนี้ถูกผสานเข้ากับความมันของปลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    2. ทาร์ตเลตไก่งวงเสิร์ฟกับเรมูลาเด (Turkey Breast, Rémoulade, Cornichon, Pumpkin Brioche)

    การนำเสนอ: อาหารคาวรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้าขนาดเล็ก มีฐานเป็นขนมปัง Pumpkin Brioche สีเหลืองทอง ซึ่งให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและมีกลิ่นหอมฟักทองอ่อนๆ เข้ากับบรรยากาศเทศกาล

    ไก่งวง (Turkey Breast) เนื้อไก่งวงที่ผ่านการปรุงอย่างประณีต ถูกวางด้านบนอย่างเรียบเนียน (ตามภาพอาจเป็นแผ่นเนื้อไก่งวงที่ถูกอัดหรือทำเป็นมูสเบาๆ) Rémoulade ซอสที่มีส่วนผสมหลักจากมายองเนส ที่ให้รสชาติครีมมี่และมีมิติ Cornichon (แตงกวาดองขนาดเล็ก) อาจถูกซ่อนอยู่ใน Rémoulade หรือบดรวมกัน เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวแหลมและความกรุบกรอบเล็กน้อย ซึ่งช่วยตัดความมันของซอสได้อย่างดี

    การตกแต่งประดับด้วยถั่วลันเตาหรือถั่วเขียวสดและยอดอ่อนของผัก เสริมสีสันและความสดชื่นให้กับจาน

    3. ทาร์ตเลตหน่อไม้ฝรั่ง บัตเตอร์นัตและไข่ปลาอิคุระ (Asparagus, Butternut, Ikura Tartlet)

    ทาร์ตเลตทรงกลมขนาดเล็กที่มีขอบกรอบ ส่วนประกอบหลักถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบสวยงามด้วย หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) ที่ถูกหั่นเป็นเส้นบางๆ สีเขียวสลับเหลือง วางเรียงคล้ายลวดลายเรขาคณิต

    Butternut (บัตเตอร์นัต สควอช) มักจะถูกทำเป็นเพียวเร่ หรือมูสรองพื้นทาร์ตเล็ต ให้รสหวานนุ่มและกลิ่นหอมแบบถั่วที่บ่งบอกถึงฤดูหนาว Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) ถูกวางรวมกลุ่มเล็กๆ เป็นไฮไลต์ด้านบน ไข่ปลาสีส้มสดใสให้รสเค็มแบบทะเลและความรู้สึกแตกเป๊าะในปาก เป็นการเพิ่มความหรูหราและมิติของรสสัมผัสให้กับเมนูผักนี้

    4. Artichoke Panna Cotta เสิร์ฟพร้อม Kaviari และมันฝรั่งกรอบ (Artichoke Panna Cotta Kaviari, Crisp Potato)

    Kaviari (คาเวียร์) นี่คือจุดสูงสุดของความหรูหรา เมื่อพนักงานจะมา ตักคาเวียร์จากกระปุกเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ ซึ่งเป็นบริการที่ยกระดับประสบการณ์อย่างยิ่ง คาเวียร์ (Kaviari) คุณภาพเยี่ยมถูกวางบนช้อนเล็กๆ ให้ตักรับประทานพร้อมซุป มอบรสเค็มที่บริสุทธิ์และล้ำค่า เป็นการปิดฉากภาคอาหารคาวด้วยความโอ่อ่าอย่างแท้จริง

    เมนูนี้ถูกเสิร์ฟในแก้วช็อตใสขนาดเล็ก เนื้อสัมผัสคล้ายซุปข้นหรือพันนาคอตต้า ด้านบนประดับด้วยมันฝรั่งฝานบางทอดกรอบสีทอง (Crisp Potato) Artichoke Panna Cotta เป็นการผสมผสานที่น่าสนใจระหว่างพันนาคอตต้าที่มักจะหวานกับ อาติโชก (Artichoke) ที่ให้รสชาติเฉพาะตัวแบบผัก/ถั่ว สร้างรสสัมผัสที่นุ่มนวลและครีมมี่


    รถเข็นทอเร่ (Trolley) แห่งความหวาน

    สิ่งที่ทำให้ Festive Afternoon Tea ของ Park Hyatt Bangkok โดดเด่นเหนือชุดน้ำชายามบ่ายอื่น ๆ คือการนำเสนอประสบการณ์แบบ Trolley Service (บริการรถเข็นขนมหวาน) ที่นำความหวานมาสู่โต๊ะของท่าน

    บริการเฉพาะบุคคล: ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ พนักงานจะเข็นรถเข็นขนมหวานที่เต็มไปด้วยของว่างสำหรับเทศกาลอันหลากหลายมาถึงโต๊ะของแขกทุกท่าน เผยให้เห็นขนมอบและขนมหวานนานาชนิดที่ถูกจัดวางอย่างวิจิตร

    ตัวเลือกสุดพิเศษ: แขกผู้มีเกียรติจะได้รับสิทธิพิเศษในการ เลือกชิมขนมเพิ่มได้อีก 4 อย่าง จากตัวเลือกทั้งหมดที่จัดแสดงบนรถเข็นนั้น ซึ่งอาจรวมถึงของหวานจาก เดอะ แพนทรี (The Pantry) ที่ปกติจะให้บริการตลอดเดือนธันวาคม

    รายการที่น่าลิ้มลอง: ขนมบนรถเข็นนั้นเต็มไปด้วยความละเมียดละไมแห่งเทศกาล เช่น ช็อกโกแลตพาเน็ตโตเน (Chocolate Panettone) ขนมปังเทศกาลสไตล์อิตาเลียนที่หอมหวาน, โรลอบเชยพร้อมครีมชีส (Cinnamon Rolls with Cream Cheese) ที่ให้ความอบอุ่นแบบโฮมเมด, และ คุกกี้ Pain d’épice ซึ่งเป็นคุกกี้เครื่องเทศประจำเทศกาล การบริการนี้จึงเป็นการย้ำเตือนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการมอบความรื่นรมย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    🎵 บรรยากาศและการเติมเต็มประสบการณ์

    ชุดน้ำชาของพาร์ค ไฮแอท มิได้จบลงแค่ที่รสชาติ หากแต่ยังรวมถึงสุนทรียภาพโดยรอบ เดอะ ลิฟวิ่ง รูม มอบบรรยากาศที่เงียบสงบ หรูหรา และเป็นส่วนตัว ด้วยทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามบ่ายที่ช่วยเสริมให้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนนี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

    นอกจากนี้ ในบางวันสำคัญ อาทิ วันที่ 24, 25 และ 31 ธันวาคม 2025 รวมถึง 1 มกราคม 2026 ยังมีการบรรเลงดนตรีสดตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 17.00 น. ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองด้วยท่วงทำนองอันอบอุ่นและแสนไพเราะ

    สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความพิเศษให้กับช่วงเวลาอันน่าจดจำนี้ ทางโรงแรมยังมีตัวเลือกในการเติมเต็มประสบการณ์ด้วย แชมเปญ Bollinger ครึ่งขวด โดยเพิ่มเพียง 2,900++ บาท ซึ่งเป็นทางเลือกที่คู่ควรอย่างยิ่งสำหรับการฉลองกับคนพิเศษ


    🌟 บทสรุปแห่งฤดูกาล

    Festive Afternoon Tea ที่เดอะ ลิฟวิ่ง รูม, พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศิลปะแห่งการต้อนรับและการรังสรรค์อาหาร การนำเสนอที่สวยงาม รสชาติที่ซับซ้อน และบรรยากาศที่หรูหรา ทำให้ชุดน้ำชานี้เป็นมากกว่าการทานอาหารว่างยามบ่าย แต่เป็น “ช่วงเวลา” แห่งการเฉลิมฉลอง ที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ เติมเต็มจิตวิญญาณแห่งฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง

    ไม่ว่าท่านจะมาเพื่อใช้เวลาร่วมกับคนพิเศษ หรือต้องการพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบงาม ชุดน้ำชาชุดนี้คือคำตอบของความปรารถนาในฤดูกาลแห่งความสุขนี้


    การสำรองที่นั่ง: ท่านสามารถสำรองที่นั่งได้โดยเยี่ยมชมลิงก์สำรองที่นั่ง, เพิ่มเพื่อนทาง LINE @bkkph.festive, โทร +66 (0) 2011 7478, หรืออีเมล [email protected]


    Festive Afternoon Tea Park Hyatt Bangkok

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Click to share on X (Opens in new window) X
    • Click to share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[Review] ÆTHER เตรียมเปิดให้บริการที่ Dusit Central Park ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ดนตรี และค็อกเทล บนรูฟท็อปดีไซน์ล้ำสมัยแห่งใหม่ใจกลางสีลม AETHER Rooftop
    Next Article [News] เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ที่โรงแรม Sindhorn Kempinski Bangkok Festive 2025

    Related Posts

    [Review] เจาะลึกอรรถรสจากเปลวไฟ Saffron Grill, Banyan tree bangkok นิยามใหม่แห่งศิลปะการย่างด้วย ‘ฟืนและไฟไร้เตาแก๊ส’ บนยอดตึก ชั้น 53

    January 24, 2026

    [Review] Eat Me Restaurant การเดินทางของรสชาติระดับ Iconic แห่งมหานครกรุงเทพฯ ที่นิยามคำว่า “ไร้กาลเวลา”

    January 16, 2026

    [Review] ลัดเลาะริมเล สัมผัสไฟและกลิ่นอายทะเลที่ Rava Beach Club Beach Club ที่ใหญ่สุดในไทย อาหารสุดบรรเจิด ณ Banyan Tree Phuket

    January 10, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] IGNIV Bangkok Winter Dinner 2025 เปิดประสบการณ์ “ศิลปะแห่งการแบ่งปัน” กับดินเนอร์ 19 คอร์สแห่งฤดูหนาว ความอบอุ่น ความสุข และรสชาติระดับมิชลินสตาร์จากสวิตเซอร์แลนด์ St.Regis Bangkok

    January 30, 2026

    [Review] เจาะลึกอรรถรสจากเปลวไฟ Saffron Grill, Banyan tree bangkok นิยามใหม่แห่งศิลปะการย่างด้วย ‘ฟืนและไฟไร้เตาแก๊ส’ บนยอดตึก ชั้น 53

    January 24, 2026

    [News] จิบชายามบ่าย New Afternoon Tea 2026 – The Blossom Garden แสนน่ารัก
    ที่ Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel

    January 21, 2026

    [Review] The Silk Road ตำนานติ่มซำปั้นสด คำโต อร่อยเลิศ วัตถุดิบพรีเมียม ไร้ผงชูรส ณ The athenee Hotel, A Luxury Hotel Bangkok

    January 17, 2026

    [Review] Eat Me Restaurant การเดินทางของรสชาติระดับ Iconic แห่งมหานครกรุงเทพฯ ที่นิยามคำว่า “ไร้กาลเวลา”

    January 16, 2026

    [Review] IGNIV Bangkok Winter Dinner 2025 เปิดประสบการณ์ “ศิลปะแห่งการแบ่งปัน” กับดินเนอร์ 19 คอร์สแห่งฤดูหนาว ความอบอุ่น ความสุข และรสชาติระดับมิชลินสตาร์จากสวิตเซอร์แลนด์ St.Regis Bangkok

    January 30, 2026

    [Review] เจาะลึกอรรถรสจากเปลวไฟ Saffron Grill, Banyan tree bangkok นิยามใหม่แห่งศิลปะการย่างด้วย ‘ฟืนและไฟไร้เตาแก๊ส’ บนยอดตึก ชั้น 53

    January 24, 2026

    [News] จิบชายามบ่าย New Afternoon Tea 2026 – The Blossom Garden แสนน่ารัก
    ที่ Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel

    January 21, 2026

    [Review] The Silk Road ตำนานติ่มซำปั้นสด คำโต อร่อยเลิศ วัตถุดิบพรีเมียม ไร้ผงชูรส ณ The athenee Hotel, A Luxury Hotel Bangkok

    January 17, 2026

    [Review] Eat Me Restaurant การเดินทางของรสชาติระดับ Iconic แห่งมหานครกรุงเทพฯ ที่นิยามคำว่า “ไร้กาลเวลา”

    January 16, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...