ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านสาทร พีทค้นพบว่ามี “โอเอซิส” แห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาความสง่างามเหนือกาลเวลาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือ โรงแรม The Sukhothai Bangkok ครับ และความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในบ่ายวันเสาร์ที่หลายคนตั้งตารอ ก็คือการกลับมาเยือน “Chocolate Buffet” ณ Lobby Salon สถานที่ซึ่งกลิ่นหอมกรุ่นของโกโก้จากทุกมุมโลก เดินทางมาบรรจบกับสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยได้อย่างไร้รอยต่อ


มื้อนี้ไม่ใช่เพียงการทานบุฟเฟ่ต์ขนมหวานทั่วไป แต่มันคือการ “Treat yourself to a world of over 100 chocolate varieties” ที่นี่คือดินแดนที่คุณสามารถสร้างสรรค์เครื่องดื่มช็อกโกแลตในอุดมคติผ่านการชี้แนะของเชฟผู้เชี่ยวชาญ (Expertly Crafted Just for You) ท่ามกลางเสียงบรรเลงขิมสดที่ขับกล่อมให้บรรยากาศนุ่มนวลชวนฝัน

ในบ่ายวันนี้ พีทไม่ได้แค่พาทุกคนไปชิมช็อกโกแลต แต่จะพาทุกท่านไปสำรวจ “องค์รวมแห่งรสชาติ” เริ่มตั้งแต่ Savories อาหารคาวคำเล็กที่ปรุงอย่างประณีต, Japanese Appetizers เกรดพรีเมียม, ไปจนถึงเมนูไฮไลท์ที่เชฟจะเข็นรถทอเร่มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ และบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ที่มุมช็อกโกแลตแล็บระดับโลก

เตรียมตัวให้พร้อมครับ… เพราะบ่ายวันเสาร์ของคุณนับจากนี้ จะไม่ใช่แค่การกิน แต่คือการเสพศิลปะที่ “Warm your soul” อย่างแท้จริง

The Architecture of Serenity: สัมผัสความสง่างามแห่งกรุงสุโขทัยผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย

การได้มานั่งทาน Chocolate Buffet ที่นี่ พีทไม่ได้แค่ประทับใจในรสชาติ แต่การได้นั่งอยู่ท่ามกลาง “Space” ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง Ed Tuttle ทำให้มื้อบ่ายนี้กลายเป็นการเสพศิลปะที่สมบูรณ์แบบครับ
1. บรรยากาศแห่งความสงบ (The Atmosphere of Calm)

ก้าวแรกที่เดินผ่านล็อบบี้มุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร Lobby Salon พีทสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในย่านสาทร บรรยากาศที่นี่ถูกโอบล้อมด้วยทางเดินยาวและแสงธรรมชาติที่สาดส่องลงมาอย่างพอเหมาะ เสียง “ขิม” ที่บรรเลงสดด้วยท่วงทำนองเพลงไทยเดิมพริ้วไหวไปตามสายลม (Live traditional Thai music) ช่วยสร้าง Exquisite Harmony ที่ปลอบประโลมจิตใจ (Warm your soul) ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นบรรยากาศแบบ “High-End Serenity” ที่หาใครเลียนแบบได้ยาก
2. สถาปัตยกรรมที่สื่อสารผ่านประวัติศาสตร์ (Sukhothai Legacy)

การออกแบบของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความรุ่งเรืองของ “กรุงสุโขทัย” พีทสังเกตเห็นการใช้เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
- เจดีย์และน้ำ: การมีเจดีย์จำลองที่ตั้งตระหง่านอยู่บนผืนน้ำนิ่งสงบ (Water Feature) นอกหน้าต่างห้องอาหาร ช่วยสร้างมิติของความลึกและความศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนถึง “ความสุขทางใจ” ในดินแดนสุโขทัย
- วัสดุและสีสัน: การใช้ไม้สักเข้มตัดกับผิวสัมผัสของผนังที่ดูเหมือนศิลาแลง และความแวววาวของผ้าไหมไทยสีทองอำพัน สร้างความรู้สึกที่ทั้งดิบและหรูหรา (Rustic yet Luxurious) ในเวลาเดียวกัน
3. Lobby Salon: พื้นที่แห่งสุนทรียภาพ

ห้อง Lobby Salon ที่เราใช้ทาน Chocolate Buffet ถูกออกแบบมาให้มีความโปร่งโล่งด้วยเพดานสูง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์มีความเป็นส่วนตัวสูงมากครับ แม้จะเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีคนพลุกพล่าน แต่พีทกลับรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัว การใช้โทนสี Warm Tone และแสงไฟสลัวในช่วงบ่าย ช่วยขับเน้นให้สีสันของช็อกโกแลตบนเคาน์เตอร์ดูโดดเด่นราวกับอัญมณี
4. การเชื่อมต่อระหว่าง “ภายใน” และ “ภายนอก”

หนึ่งในจุดเด่นของสถาปัตยกรรมที่นี่คือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติครับ กระจกบานใหญ่ทำให้เรามองเห็นสวนสวยและบ่อน้ำที่มีกอหญ้าพริ้วไหว การทานของหวานรสเลิศไปพร้อมกับการมองดูแสงแดดสะท้อนผิวน้ำ คือประสบการณ์ที่พีทเรียกว่า “Visual Fine Dining” คืออิ่มทั้งท้องและอิ่มทั้งตา

มุมมองของพีท: สถาปัตยกรรมของ The Sukhothai Bangkok คือบทพิสูจน์ว่าความคลาสสิกไม่มีวันตาย (Timeless Design) มันคือการนำรากเหง้าของไทยมาตีความใหม่ให้ดู Modern และเข้ากับ Lifestyle ระดับโลกได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อมาบวกกับอาหารชั้นเลิศและบริการที่อบอุ่น ที่นี่จึงไม่ใช่แค่โรงแรม แต่คือความภูมิใจของศิลปะไทยในระดับสากลครับ
สุนทรียรสเหนือกาลเวลา: เจาะลึก ‘The Savory Symphony’ ใน Chocolate Buffet ณ โรงแรม The Sukhothai Bangkok

หากจะนิยามความเหนือระดับของมื้อบ่ายวันเสาร์ คงไม่มีอะไรจะจัดจ้านและตราตรึงไปกว่าการได้ “Treat yourself to a world of over 100 chocolate varieties” ณ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ อีกแล้วครับ ที่นี่ไม่ใช่แค่บุฟเฟ่ต์ขนมหวานดาดๆ แต่คือการเดินทางของรสชาติที่ถูกร้อยเรียงอย่างประณีต ท่ามกลางเสียงขิมบรรเลงสดที่ขับกล่อมให้บรรยากาศนุ่มนวลชวนฝัน ในราคา THB 1,800++ ต่อท่าน (ทุกวันเสาร์ 14:00 – 17:00 น.) พีทขอบอกเลยว่า “ของคาว” หรือ Savories ของที่นี่มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าอาหารคอร์สดีๆ เลยทีเดียว เราไปเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละจานที่พีทได้ไปสัมผัสมากันครับ
1. Charcuterie & Cheese Selection: ปฐมบทแห่งความเข้มข้น

เริ่มกันที่กระดานชีสและเนื้อแปรรูป (Cold Cuts) ที่จัดวางมาอย่างสง่างามบนถาดหินอ่อน
The Meats: พีทชอบ Coppa Ham และ Italian Salami เป็นพิเศษ การสไลด์มาบางเฉียบทำให้ไขมันแทรกซึมละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น กลิ่นหอมจากการบ่ม (Cured) นั้นลุ่มลึก ยิ่งทานคู่กับ Cornichon (แตงกวาดอง) และ Marinated Olive รสเปรี้ยวเค็มจะช่วยเปิดต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี

The Cheese: มีให้เลือกตั้งแต่ Cheddar บ่มได้ที่, Brie เนื้อเนียนละมุน ไปจนถึง Danablu ที่กลิ่นแรงสะใจคนรัก Blue Cheese รสสัมผัสมีความ Creamy ตัดกับความเค็มของผลึกเกลือในเนื้อชีส
1. Shimeji Mushroom Bruschetta: ความลงตัวของพงไพรบนแผ่นแป้ง

เมนูรองท้องคำนี้ พีทให้คะแนนความละเมียดเต็มสิบครับ เชฟเลือกใช้เห็ดชิเมจิสดใหม่ นำไปผัดด้วยไฟแรงกับเนยแท้และกระเทียมจนส่งกลิ่นหอมหวลชวนหิว (Aromatic) เสน่ห์อยู่ที่การปรุงรสด้วยเกลือสมุทรและพริกไทยดำเพียงเล็กน้อยเพื่อชูรสหวานธรรมชาติของเห็ด ตัวขนมปังฝรั่งเศสสไลด์ถูกปิ้งมาจนกรอบเกรียว (Extra Crunchy) แต่ยังคงความนุ่มหนึบของเนื้อขนมปังด้านใน การจัดวางทำได้น่าเอ็นดูด้วยชิ้นขนาดพอดีคำ โรยหน้าด้วยชีสพาร์เมซานขูดฝอยที่ส่งกลิ่นหอมมัน ตัดกับรสสัมผัสที่นุ่มหยุ่นของเห็ดได้อย่างอัศจรรย์ เป็นคำที่ให้กลิ่นอายแบบ Earthy และช่วยปรับเพดานปากก่อนจะเข้าสู่โหมดของหวานได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ ครับ
2. Roasted Duck: ปฏิมากรรมความชุ่มฉ่ำระดับตำนาน

มาถึงสถานีเนื้อสัตว์ที่ใครเห็นเป็นต้องหยุดมอง เป็ดย่างสีเหลืองทองที่ผ่านการอบอย่างพิถีพิถันจนหนังบางกรอบราวกับกระดาษแก้ว (Crispy Skin) เนื้อเป็ดด้านในยังคงความฉ่ำวาว (Juicy) ไม่แห้งสากคอ ซึ่งนี่คือเครื่องพิสูจน์ฝีมือการคุมอุณหภูมิขั้นเทพของเชฟสุโขทัยครับ กลิ่นหอมของเครื่องพะโล้และเหล้าจีนซึมลึกเข้าไปในทุกอณูเนื้อ เสิร์ฟพร้อมผักเคียงอย่างคะน้าฮ่องกงลวกน้ำมันจนเขียวสดและแครอทหวานกรอบ การจัดวางบนจานสีทองอร่ามยิ่งช่วยขับเน้นให้เมนูนี้ดูเลอค่า รสชาติมีความเค็มนำตามด้วยความหวานปะแล่มจากซอสสูตรเฉพาะ เป็น Signature ที่ต้องตักซ้ำครับ
3. Charcuterie & Premium Cheese Board: สวรรค์ของคนรักการบ่ม
ในส่วนของ Charcuterie นั้น พีทต้องขอชมการคัดสรรวัตถุดิบที่ “ถึงเครื่อง” จริงๆ ครับ มีตั้งแต่ Coppa Ham เนื้อนุ่มละมุนที่มีเลเยอร์ไขมันแทรกสวยงาม, Italian Salami ที่รสจัดจ้านและหอมกลิ่นพริกไทยดำ ไปจนถึงก้อนชีสระดับพรีเมียมอย่าง Danablu ที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นจัดจ้าน (Bold & Tangy) ตัดกับ Brie ที่ครีมมี่นุ่มนวลราวกับเนยสด เชฟจัดวางมาพร้อมกับเครื่องเคียงอย่าง Cornichon (แตงกวาดอง) และ Marinated Olive เพื่อใช้รสเปรี้ยวมาตัดความมันของเนื้อและชีส การทานคู่กับ Breadstick กรอบๆ คือการสร้างประสบการณ์แบบรสสัมผัสทับซ้อน (Multi-textured) ที่หาตัวจับยากในไลน์บุฟเฟ่ต์ทั่วไป
4. Japanese Selection (Sashimi & Sushi): ความสดจากมหาสมุทรสู่กลางกรุง
Japanese Zen in a Chocolate World: ศิลปะแห่งความสดใหม่ที่สเตชั่นอาหารญี่ปุ่น

เมื่อเดินผ่านไลน์ขนมหวานที่หอมอบอวล คุณจะสะดุดตากับความสงบนิ่งและประณีตของมุมอาหารญี่ปุ่นครับ พีทต้องบอกว่าการแทรกอาหารญี่ปุ่นเข้ามาใน Chocolate Buffet คือความชาญฉลาด เพราะรสสัมผัสที่สดชื่น (Refreshing) และความอูมามิของปลาสด คือตัวช่วยชั้นเลิศที่ช่วย “Reset” ลิ้นของเราให้พร้อมรับความเข้มข้นของโกโก้ในคำต่อไปได้อย่างไม่มีเบื่อ

4.1. Sashimi Mastery: ความบริสุทธิ์จากท้องทะเล (Salmon, Seabass, Tako)

- วัตถุดิบ & การปรุง: พระเอกของสเตชั่นนี้คือ Salmon นำเข้าที่มีลายไขมันแทรกสวยงาม (Marbling) เนื้อสีส้มสดใสบ่งบอกถึงความสดใหม่ ตามมาด้วย Seabass (ปลากะพงขาว) ที่แล่มาอย่างประณีต เนื้อมีความขาวใสและเด้งสู้ฟัน และ Tako (หนวดปลาหมึกยักษ์) ที่ลวกมาในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่เหนียวจนเกินไปแต่ยังคงความหนึบที่เป็นเอกลักษณ์

- รสชาติ & สัมผัส: เมื่อจิ้มกับโชยุเกรดพรีเมียมและวาซาบิสด รสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาจะเด่นชัดขึ้นมาทันที พีทสัมผัสได้ถึงความฉ่ำวาว (Glistening) ของเนื้อปลาที่อุณหภูมิพอเหมาะ ไม่เย็นจัดจนกลบรสชาติ และไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย เป็นความสดชื่นที่สะอาดสะอ้านอย่างยิ่งครับ
- การนำเสนอ: จัดวางบนน้ำแข็งแกะสลัก ตกแต่งด้วยหัวไชเท้าขูดฝอยและใบชิโซะสีเขียวสด ช่วยขับเน้นให้สีของปลาดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

4.2. Bara Don: อัญมณีแห่งข้าวหน้าปลาดิบ

- วัตถุดิบ & การปรุง: นี่คือเมนูที่พีทตักซ้ำบ่อยที่สุดครับ เชฟนำปลาหลากชนิดหั่นเต๋า (Cubic Cut) ทั้งแซลมอน ทูน่า และปลาเนื้อขาว คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษและไข่ปลาแซลมอน (Ikura) วางลงบนข้าวญี่ปุ่นที่หุงมาอย่างดี ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูข้าวในสัดส่วนที่กลมกล่อม
- รสชาติ & สัมผัส: ทุกคำคือการระเบิดของรสชาติครับ ความนุ่มของปลาตัดกับความหนึบของข้าว และมีความเค็มมันจากไข่ปลาที่แตกกระจายในปาก รสชาติมีความสมดุลระหว่างความเปรี้ยว หวาน และเค็ม (Well-balanced)
- การนำเสนอ: เสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิกญี่ปุ่นขนาดกะทัดรัด ตกแต่งด้วยไข่หวานหั่นเต๋าและแตงกวาญี่ปุ่น เพิ่มสีสันสดใสราวกับกล่องอัญมณี

4.3. Specialty Rolls: ความคิดสร้างสรรค์ในหนึ่งคำ (Spicy Tuna & Futomaki)

- Spicy Tuna Roll: เชฟใช้ทูน่าเนื้อแดงส่วน Akami นำมาสับและปรุงรสเผ็ดนิดๆ เพื่อตัดเลี่ยน ตัวม้วนสาหร่ายมีความแน่นกำลังดี ไม่แตกกระจายเมื่อคีบ รสสัมผัสมีความครีมมี่จากซอสเผ็ดและความกรุบกรอบของงาที่โรยหน้า
- Futomaki: ม้วนสาหร่ายขนาดใหญ่ที่อัดแน่นด้วยไส้ดั้งเดิม ทั้งไข่หวาน ปูอัด และผักปรุงรส รสชาติออกไปทางหวานนำนุ่มนวล เป็นคำที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย
- การนำเสนอ: จัดวางเรียงรายบนถาดหินชนวนสีดำสนิท ทำให้สีสันของไส้โรลดูโดดเด่นและดูหรูหราแบบโมเดิร์น

4.4. Salmon Saikyo & Chuka Hotate: รสสัมผัสที่ซับซ้อน

- Salmon Saikyo: แซลมอนหมักมิโซะรสหวาน (Saikyo Miso) ที่ให้กลิ่นหอมของการบ่ม เนื้อปลามีความนุ่มนวลและรสชาติที่ลุ่มลึกกว่าปลาดิบทั่วไป
- Chuka Hotate: หอยเชลล์ปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความเหนียวหนึบและรสชาติหวานเค็มนำ กลิ่นหอมของน้ำมันงาช่วยชูให้เมนูนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
- การนำเสนอ: เสิร์ฟมาในรูปแบบ Appetizer คำเล็กๆ บนช้อนหรือถ้วยแก้วใบจิ๋ว สะดวกต่อการหยิบทานและยังคงความสวยงามในรูปแบบ Fine Dining

มุมมองของพีท: อาหารญี่ปุ่นใน Chocolate Buffet ของโรงแรมสุโขทัย ไม่ได้ทำมาเพื่อแค่ให้มีครบตามสูตรบุฟเฟ่ต์โรงแรมครับ แต่เชฟให้ความสำคัญกับ “Quality over Quantity” อย่างเห็นได้ชัด ความสดของวัตถุดิบและการปรุงที่คงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ช่วยยกระดับให้มื้ออาหารนี้มีความสมบูรณ์แบบ (Exquisite Harmony) และเป็นจุดพักสายตาและรสชาติที่ดีเยี่ยม ก่อนที่เราจะกลับไปลุยต่อกับกองทัพช็อกโกแลตครับ
5. Thai Spicy Grilled Beef Salad: รสสัมผัสจัดจ้านแบบฉบับชาววัง

ยำเนื้อย่างเมนูนี้ พีทขอเรียกว่าเป็น “ศิลปะในแก้วช็อต” ครับ เชฟเลือกใช้เนื้อวัวส่วนที่นุ่มที่สุด นำไปย่างแบบ Medium Rare จนผิวนอกหอมกลิ่นย่างถ่านแต่ด้านในยังสีชมพูสวย คลุกเคล้าด้วยน้ำยำรสจัดจ้านครบสามรส เปรี้ยว เค็ม หวาน และมีความเผ็ดติดปลายลิ้นเบาๆ กลิ่นหอมของหอมแดงสไลด์และสะระแหน่ช่วยชูโรงให้เนื้อวัวโดดเด่นขึ้นมา การนำเสนอในแก้วใบเล็กดูสะอาดตาและรับประทานง่าย เป็นการยกระดับอาหารไทย Street Food ให้ดูหรูหราและทรงคุณค่า (Sophisticated Thai Cuisine) อย่างแท้จริง
6. Crispy Sea Bass with Phuket Pineapple Salad: ความสดชื่นของอันดามัน

คำนี้คือความกรุบกรอบที่มาพร้อมความฉ่ำครับ ปลากะพงถูกทอดจนเนื้อฟูขาวและหนังกรอบกริ๊บ วางอยู่บนฐานของสับปะรดภูเก็ตที่มีชื่อเสียงเรื่องความหวานกรอบและไม่ฉ่ำน้ำจนเกินไป เชฟแต่งหน้าด้วยพริกซอยและกลีบดอกไม้กินได้ เพิ่มสีสันให้จานอาหารดูมีชีวิตชีวา รสชาติของเนื้อปลาที่จืดแต่หอมมัน เมื่อผสานกับความหวานซ่อนเปรี้ยวของสับปะรดและเครื่องยำแบบไทย (Phuket Style) ทำให้เกิดความรู้สึก Refreshing อย่างยิ่ง เป็นเมนูที่ดึงเอกลักษณ์ของวัตถุดิบพื้นถิ่นออกมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจครับ
7. Chicken Massaman in Crispy Cup: แกงแก้วตาในคำเดียว

มัสมั่นไก่ของที่นี่คือความคลาสสิกที่ถูกตีความใหม่ในรูปแบบ Canapé ครับ เนื้อไก่ถูกเคี่ยวกับกะทิและเครื่องแกงจนนุ่มแทบละลายในปาก กลิ่นหอมของลูกกระวานและอบเชยโดดเด่นชัดเจนตามตำรับแกงมัสมั่นที่ดี ตัวถ้วยแป้งทอด (Crispy Cup) ทำหน้าที่เป็นภาชนะที่กินได้และให้ความกรอบตัดกับเนื้อแกงที่นุ่มนวล การจัดวางในถ้วยเซรามิกสีดำช่วยขับให้สีแกงดูทองอำพันน่ารับประทานยิ่งขึ้น เป็นการผสานรสชาติความเข้มข้น (Rich & Creamy) เข้ากับสุนทรียภาพทางการนำเสนอได้อย่างไร้ที่ติครับ
8. Waffle Station (Savory Selection): แป้งนุ่มหอมกรุ่นจากเตา

ปิดท้ายพาร์ทของคาวด้วยสถานีวาฟเฟิลที่ทำสดใหม่จานต่อจาน กลิ่นเนยแท้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ พีทเลือกสั่งแบบ Savory ที่เสิร์ฟคู่กับ Salmon รมควันและซอสครีมขาว ตัววาฟเฟิลมีความพิเศษที่ผิวภายนอกจะกรอบเบาๆ แต่เนื้อสัมผัสภายในนุ่มฟูราวกับก้อนเมฆ (Airy & Fluffy) ความหวานจางๆ ของแป้งวาฟเฟิลเมื่อเจอกับความเค็มหอมของแซลมอนรมควันและซอสรสเปรี้ยวนิดๆ คือความกลมกล่อมที่ลงตัวสุดๆ ครับ เป็นเมนูที่สะท้อนถึงแนวคิด “create your perfect beverage and meal” ได้เป็นอย่างดี และอีกจานแบบหวานคุณซันสั่งมาลองทางก็อร่อยเลิศไปเลย

จัดไปครับ! เปลี่ยนโทนมาเป็น “พีท” บรรณาธิการอาหารมาดเนี้ยบที่มีความรู้แน่นปึ้ก แต่อ่านสนุกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความครบถ้วนของเมนูของหวานที่ตกหล่นไป และไฮไลท์พิเศษจากเชฟที่มาสร้างความประหลาดใจถึงโต๊ะครับ
The Chocolate Architecture: ถอดรหัสความหวานระดับมาสเตอร์พีซ ณ The Sukhothai Bangkok
หลังจากที่เราได้ยลโฉมของคาวกันไปแล้ว พีทขอนำทุกท่านก้าวเข้าสู่ “ห้องเครื่องความหวาน” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโรงแรมสุโขทัยครับ ความพิเศษของที่นี่คือความหลากหลายของช็อกโกแลตที่คัดสรรมาทั่วทุกมุมโลก (International & Thai Chocolate) ที่จะเปลี่ยนบ่ายวันเสาร์ของคุณให้กลายเป็นสุนทรียรสที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
The Liquid Gold Alchemist: เมื่อเชฟเนรมิตจินตนาการผ่านถ้วยช็อกโกแลต

ถ้าหัวใจของที่นี่คือช็อกโกแลต มุม Chocolate Station ก็คือห้องทดลองของพ่อมดครับ พีทขอยกนิ้วให้ความเก่งกาจของเชฟประจำสเตชั่นจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่ชงตามสูตร แต่เชฟมีความเข้าใจใน “คาแรกเตอร์” ของช็อกโกแลตกว่า 100 ชนิดอย่างลึกซึ้ง สามารถ Blending รสชาติตามโจทย์ที่เราโยนไปให้ได้อย่างแม่นยำจนน่าตกใจ
1. The Red Berry Illusion: นิยามใหม่ของความสดชื่น

แก้วแรกพีทเปิดประเดิมด้วยโจทย์ที่อยากได้ความรู้สึกแบบ “Red Berry” ครับ เชฟฟังปุ๊บก็หยิบจับช็อกโกแลตจากโถนั่นโถนี่มาผสมผสานกันอย่างคล่องแคล่ว
- การปรุง & วัตถุดิบ: เชฟเลือกใช้ช็อกโกแลตที่มี Note ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ในตัว (ที่มีความเป็นกรดอ่อนๆ) นำมาปรุงจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดราวกับกำมะหยี่ (Velvety-smooth)
- รสชาติ & กลิ่นสัมผัส: ทันทีที่จิบ พีทถึงกับอุทานในใจครับ เพราะมันหอมกลิ่นช็อกโกแลตเข้มข้นแต่กลับมีรสเปรี้ยวอมหวานพุ่งออกมาเหมือนเรากำลังเคี้ยวเบอร์รี่สดๆ จริงๆ เป็นความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความเข้ม (Rich) และความสดชื่น (Refreshing) ที่เชฟปรุงออกมาได้ “ถึง” มากครับ

2. The Seaside Escape: มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลในถ้วยโกโก้
แก้วที่สอง พีทอยากลองของยากครับ เลยรีเควสต์ไปว่า “อยากได้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล” เชฟยิ้มรับคำท้าแล้วเริ่มรังสรรค์มหาอำนาจทางรสชาติจาก 3 แหล่งปลูกมาเจอกัน

- การปรุง & วัตถุดิบ: เชฟใช้เทคนิค Blending ขั้นสูง โดยดึงเอา Khao Yai Coconut Chocolate ที่มีความหอมนวลของมะพร้าวเป็นเบส ผสมกับช็อกโกแลตระดับโลกจาก Venezuela (เวเนซุเอลา) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความลุ่มลึก และตบท้ายด้วยช็อกโกแลตจาก ภาคใต้ของไทย (น่าจะเป็น Chumphon หรือ Prachuap) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนจะปิดท้ายด้วยการโรย Cinnamon (อบเชย) บางๆ เพื่อเพิ่มความอุ่น (Warmth)
- รสชาติ & กลิ่นสัมผัส: พีทหลับตาจิบแล้วเหมือนได้ยินเสียงคลื่นเลยครับ! ความหอมมันของมะพร้าวมันฟุ้งกระจายเหมือนกลิ่นอายทะเล ผสานกับความเข้มข้นของช็อกโกแลตสายพันธุ์ดี และกลิ่นชินนามอนที่ช่วยให้ความรู้สึกเหมือนแสงแดดอ่อนๆ ยามเย็น เป็นการตีความโจทย์ “ริมทะเล” ออกมาได้เป็นรูปธรรมผ่านรสสัมผัสที่อเมซิ่งสุดๆ

มุมมองของพีท: ความเก่งของเชฟที่นี่คือการมี “Palate” ที่แม่นยำครับ เชฟรู้ว่าช็อกโกแลตจากตอนใต้ของไทยมีความเปรี้ยวและกลิ่นอายทะเลยังไง รู้ว่าเวเนซุเอลาจะมาเติมเต็มบอดี้ตรงไหน และรู้ว่ามะพร้าวจากเขาใหญ่จะช่วยส่งเสริมความนุ่มนวลได้อย่างไร นี่คือการ “Crafted just for you” อย่างแท้จริงที่ทำให้ Chocolate Buffet ของโรงแรมสุโขทัยยืนหนึ่งมาตลอดหลายทศวรรษ
1. The Soufflé Surprise: เซอร์ไพรส์จากเชฟบนรถเข็น Gueridon

ระหว่างที่พีทกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศอยู่นั้น ไฮไลท์สำคัญก็ปรากฏตัวขึ้นครับ เมื่อเชฟเข็นรถทอเร่ (Gueridon) ตรงมาที่โต๊ะเพื่อเสิร์ฟ “Chocolate Soufflé” แบบร้อนๆ ที่เพิ่งออกจากเตา

- วัตถุดิบ & รสชาติ: เชฟใช้ช็อกโกแลตเข้มข้นตีกับไข่ขาวจนขึ้นฟูสวยงาม เมื่อตักลงไปเนื้อซูเฟร่จะยุบตัวลงเบาๆ ให้สัมผัสที่นุ่มละมุน (Airy & Velvety) รสชาติช็อกโกแลตมีความขมเข้มแต่แฝงด้วยความหวานจางๆ กลิ่นหอมของเนยและโกโก้อบอวลไปทั้งโต๊ะ เป็นการเสิร์ฟแบบ Tableside Service ที่ยกระดับประสบการณ์มื้อนี้ให้ดูเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ครับ
2. Chocolate Panna Cotta & Creme Brulee: ความเนียนนุ่มที่เหนือชั้น
- Alunga Chocolate Panna Cotta: พีทชอบตัวนี้มากครับ เชฟเลือกใช้ช็อกโกแลต Alunga ที่มีความหอมนมสูง (Milk Chocolate style) เนื้อพานาคอตต้ามีความเด้งดึ๋งเล็กน้อย (Jiggle) แต่ละลายในปากได้อย่างรวดเร็ว รสสัมผัสมีความ Rich และ Creamy ขั้นสุด
- Chocolate Creme Brulee: การนำช็อกโกแลตมาทำแครมบรูเล่ถือเป็นความท้าทาย แต่เชฟทำออกมาได้ดีเยี่ยม ผิวหน้าเป็นน้ำตาลไหม้ที่กรอบบางสะใจ (Burnt Sugar Crust) เมื่อเจาะลงไปจะเจอเนื้อคัสตาร์ดช็อกโกแลตที่เนียนละเอียด กลิ่นวานิลลาและโกโก้ส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว
- Thai Origin Chocolate: ความภูมิใจของเมล็ดโกโก้ไทย
- โรงแรมสุโขทัยให้ความสำคัญกับ Local Hero มากครับ มีช็อกโกแลตจากแหล่งปลูกเด่นๆ อย่าง Khao Yai Coconut ที่ให้กลิ่นหอมนวลของมะพร้าว, Chiangmai Coffee ที่ปลุกความตื่นตัวด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบด, ไปจนถึง Chumphon และ Chanthaburi ที่แต่ละตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Terroir) ราวกับไวน์ชั้นดี rumแนะนำให้ลองชิมแบบเพียวๆ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างของดินฟ้าอากาศเมืองไทยครับ
3. The Cake Society: เหล่าเค้กชั้นครูที่ห้ามพลาด
- Fleur de Cao Flourless Chocolate Cake: เค้กไร้แป้งที่เน้นเนื้อสัมผัสของช็อกโกแลตแท้ๆ เข้มข้นถึงใจ (Rich Indulgent) เหมาะสำหรับ Dark Chocolate Lover โดยเฉพาะ
- Mille Feuille & Chocolate Ganache: เลเยอร์แป้งพายที่บางกรอบซ้อนกันหลายชั้น แทรกด้วยกานาชช็อกโกแลตที่ตีจนฟูนุ่ม ให้รสสัมผัสที่ทั้งเบาและเข้มข้นในเวลาเดียวกัน
- Opera Cake: เป็นเค้กหลายชั้นที่แสดงถึงความประณีต ชั้น Almond Sponge (Joconde) ชุ่มฉ่ำด้วยไซรัปกาแฟ สลับกับกานาชช็อกโกแลตและบัตเตอร์ครีมกาแฟ รสชาติเข้มข้น (Intense) และมีความสมดุลระหว่างความขมของกาแฟและความหวานของช็อกโกแลต
- Black Forest Cake: พีทขอชื่นชมเชฟที่ยังคงความคลาสสิกไว้ เนื้อเค้กช็อกโกแลตสลับกับวิปครีมเนื้อเบาและเชอร์รี่เชื่อมรสเปรี้ยวอมหวาน (Sour Cherry) กลิ่นเหล้าเชอร์รี่ (Kirsch) หอมขึ้นจมูกเบาๆ ช่วยตัดความเลี่ยนได้ดีมาก
- Chocolate Tartlette: ทาร์ตช็อกโกแลตขนาดพอดีคำ แป้งทาร์ตมีความกรอบและหอมเนย (Buttery & Crumbly) บรรจุด้วยกานาชช็อกโกแลตเนื้อแน่น ตกแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลวและถั่วพรีเมียม ดูหรูหราสมฐานะครับ
4. Churros, Scones & Sweets: ความเพลิดเพลินในทุกคำ
- Churros el Espana: ปาท่องโก๋สเปนทอดใหม่ๆ คลุกเคล้ากับน้ำตาลซินนามอนจนหอมฟุ้ง ผิวนอกมีความกรอบจัด (Extra Crunchy) แต่ข้างในยังนุ่มเหนียว ทานคู่กับซอสช็อกโกแลตดิปเข้มข้นคือความฟินระดับ 10
- Sticky Date Pudding with Toffee Sauce: พุดดิ้งอินทผลัมเนื้อนุ่มหนึบ ราดด้วยซอสทอฟฟี่อุ่นๆ รสชาติหวานละมุนและมีกลิ่นหอมไหม้จางๆ (Caramelized) ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาคือสวรรค์
- Freshly Baked Scones: สโคนสีเหลืองนวลที่เชฟอบใหม่ตลอดเวลา เนื้อสโคนมีความร่วนกำลังดี (Crumbly) ไม่แห้งติดคอ เสิร์ฟพร้อม Clotted Cream และแยมผลไม้โฮมเมด เป็นเครื่องเคียงชั้นยอดสำหรับชาร้อนครับ
- Croquembouche: หอคอยชูครีมที่เคลือบด้วยคาราเมลกรอบๆ เป็นทั้งงานศิลปะและการจัดวาง (Presentation) ที่สะดุดตา แป้งพัฟข้างในบรรจุครีมรสหวานละมุนที่ไหลเยิ้มออกมาเมื่อกัดเข้าไป
5. Artisan Chocolate & Candy: โลกของช็อกโกแลตแท้
- Orma Chocolate Bars & Cashew Nut Brownies: บราวนี่ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความนุ่ม แต่เชฟใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วหอมๆ ลงไปเพิ่ม Texture ความกรุบกรอบ ส่วน Chocolate Bar ก็มีให้เลือกหลายความเข้มข้นตามสไตล์ที่คุณชอบ
- Marshmallow & Assorted Jelly: สำหรับใครที่อยากพักจากช็อกโกแลต พีทแนะนำเยลลี่ผลไม้ที่เคี้ยวหนึบหนับและมา marshmallow เนื้อนุ่มราวกับปุยเมฆที่เชฟทำเอง กลิ่นหอมหวานและสีสันสดใสช่วยเติมเต็มไลน์บุฟเฟ่ต์ให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
6. Macaron & Petit Fours: ความหวานที่สมดุล
Macaron: มีตั้งแต่รส Vanilla, Orange, Thai Tea ไปจนถึง Mango ฝามาการองมีความกรอบพองสวยงาม ไส้ด้านในให้รสชาติชัดเจน โดยเฉพาะรสชาไทยที่มีความฝาดเบาๆ ของใบชา ตัดกับความหวานได้เป็นอย่างดี
Orange Candied & Pistachio Nougat: เป็นเครื่องเคียงที่เคี้ยวเพลินมาก ส้มเชื่อมให้รสเปรี้ยวหวานช่วยตัดเลี่ยนจากช็อกโกแลตหนักๆ ได้อย่างวิเศษสุด
The Jewel of Sukhothai: เจาะลึก ‘ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล’ ตำนานความอร่อยที่หาใครเทียบยาก

หากช็อกโกแลตเหลวคือจิตวิญญาณ Chocolate Truffles & Pralines ของที่นี่ก็คือร่างกายที่ถูกปั้นแต่งอย่างวิจิตรบรรจงครับ พีทขอบอกเลยว่าทรัฟเฟิลที่นี่ไม่ใช่แค่ช็อกโกแลตก้อนกลมๆ แต่มันคือการหลอมรวมของเทคนิคการ Tempering ชั้นสูง กับวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจนกลายเป็น Signature ที่คนรักขนมหวานทั่วโลกต่างถวิลหา

1. Dark Chocolate Truffle: นิยามความเข้มข้นที่สมบูรณ์แบบ
- วัตถุดิบ & รสชาติ: เชฟใช้ Dark Chocolate เปอร์เซ็นต์สูงที่มีแหล่งกำเนิดชัดเจน (Single Origin) เนื้อกานาชด้านในมีความเนียนละเอียด (Silky-smooth) รสชาติเข้มข้นขมนำตามด้วยความหวานจางๆ เสน่ห์อยู่ที่กลิ่นหอมของโกโก้ที่อบอวลอยู่ในลำคอหลังทานเสร็จ
- การนำเสนอ: เคลือบด้วยผงโกโก้พรีเมียมบางๆ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลราวกับกำมะหยี่เมื่อสัมผัสริมฝีปาก เป็นความเรียบง่ายที่ทรงพลังและคลาสสิกที่สุดครับ
2. Matcha Truffle: สุนทรียรสแห่งโลกตะวันออก

- วัตถุดิบ & รสชาติ: พีทประทับใจตัวนี้มาก เชฟใช้ผงมัทฉะเกรดพิธีการ (Ceremonial Grade) จากญี่ปุ่น ผสมผสานกับ White Chocolate เนื้อดี รสชาติมีความ Umami ของชาเขียวชัดเจน ตัดกับความหวานมันของนมได้อย่างพอดีเป๊ะ ไม่หวานโดด
- การนำเสนอ: สีเขียวมะกอกสวยงาม ผิวนอกมีความหนึบเล็กน้อย เมื่อกัดเข้าไปจะเจอความ Creamy ของมัทฉะกานาชที่ละลายในปากทันที
3. Lemongrass Truffle: ความสดชื่นในแบบฉบับสุโขทัย

- วัตถุดิบ & รสชาติ: นี่คือ Signature ที่ห้ามพลาดครับ เชฟนำตะไคร้สดมา Infuse กับครีมสดจนได้กลิ่นหอมที่สดชื่นและนุ่มนวล รสสัมผัสมีความเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ปลายลิ้นช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เป็นการจับคู่ (Pairing) ระหว่างสมุนไพรไทยและช็อกโกแลตฝรั่งเศสที่ลงตัวที่สุดเท่าที่พีทเคยชิมมา
- การนำเสนอ: รูปทรงกลมมนสวยงาม สื่อถึงความละเมียดละไมสไตล์ไทยร่วมสมัย

4. Orange & Milk Chocolate Truffle: คู่หูแห่งความรื่นรมย์
- Orange Truffle: ให้รสสัมผัสที่ Bright และมีชีวิตชีวา ด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มแท้ๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อช็อกโกแลต
- Milk Chocolate Truffle: สำหรับคนที่ชอบความนุ่มนวล ตัวนี้จะมีความหอมนม (Milky) และความหวานที่ละมุนละไม เหมาะมากที่จะทานคู่กับชาร้อนๆ สักแก้ว

5. เคล็ดลับความอร่อยแบบ ‘The Sukhothai’: สิ่งที่ทำให้ทรัฟเฟิลที่นี่โดดเด่น คือ “Texture Contrast” ครับ ผิวนอกจะมีความกรอบบางๆ (Thin Shell) ที่เกิดจากการ Tempering ช็อกโกแลตอย่างแม่นยำ เมื่อฟันเรากดผ่านเปลือกบางๆ นั้นเข้าไป จะเจอกับเนื้อกานาชที่มีความเหลวและเนียนนุ่มอยู่ข้างใน เป็นมิติการทานที่สนุกและน่าประทับใจทุกคำ

7. Fruits & Ice Cream: ความสดชื่นปิดท้ายมื้อ
- Ice Cream & Sorbet: ปิดท้ายด้วยไอศกรีมโฮมเมดที่พีทขอแนะนำ Avocado Coconut Ice Cream ความมันของอะโวคาโดผสานกับความหอมของมะพร้าวกะทิคือที่สุด! หรือหากต้องการความสดชื่น Pineapple Sorbet รสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจะช่วยล้างปากและทำให้คุณรู้สึกเบาสบายหลังจากจบทริปความหวานครั้งนี้ครับ นอกจาก Avocado Coconut ที่พีทแนะนำไปแล้ว ยังมี Pineapple Sorbet ที่เปรี้ยวสะใจช่วยล้างปาก และ Chocolate Sorbet สำหรับคนที่ยังอยากไปให้สุดทางโกโก้ รสสัมผัสเย็นฉ่ำและสะอาด (Clean palate)
- Seasonal Exotic Fruits: ผลไม้ฤดูกาลที่คัดมาแต่เกรดพรีเมียม ทั้งมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำ แก้วมังกร และสับปะรด จัดแต่งมาอย่างสวยงามพร้อมรับประทาน
Beverage Experience: สุนทรียภาพแห่งการจิบ
มื้อนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากขาดเครื่องดื่มคู่ใจ “Treat yourself to a world of over 100 chocolate varieties” โดยคุณสามารถเลือกปรุง Hot or Cold Chocolate ในแบบฉบับของคุณเอง หรือจะเลือกจิบ Assorted Lotus Tea (ชากลีบบัว) ที่เป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย ไม่ว่าจะเป็น Black, Green หรือ Infusion Lotus Tea ที่ให้กลิ่นหอมสงบ ช่วยให้การทานบุฟเฟ่ต์ครั้งนี้เป็นการพักผ่อนที่แท้จริง
Details to Remember:
- Time: ทุกวันเสาร์ | 14:00 – 17:00 น.
- Price: THB 1,800++ (รวมซอฟต์ดริงก์ ชา และกาแฟ)
- Highlight: Live Traditional Thai Music (เสียงขิมที่ช่วยกล่อมเกลาบรรยากาศให้ “Exquisite” ยิ่งขึ้น)
Kin Review
Kinandleisure.com
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์
รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด