Author: Kittin Assavavichai

ปลุกชีพจรสายกินและสายย่อ! Tomorrowland Thailand 2026 เผยโฉมไลน์อัปอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผนึกกำลังเชฟระดับท็อปของไทยและตํานานเบลเยียม เตรียมตัวพบกับมิติใหม่แห่งเสียงเพลงและรสชาติที่โลกต้องจำ! เมื่อเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Tomorrowland Thailand 2026 ไม่ได้มาสร้างความมันส์แค่ทางหู แต่จัดเต็มความอลังการสะเทือนวงการอาหาร ด้วยการเปิดตัวรายชื่อเชฟระดับมิชลินและร้านอาหารชื่อดังระดับตำนาน พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับเวิลด์คลาสให้เหล่า ‘People of Tomorrow’ ได้ฟินกันแบบน้ำลายสอ ตั้งแต่มื้อหรูริมทะเลสาบ ค็อกเทลสุดครีเอทีฟ ไปจนถึงเฟรนช์ฟรายส์และวาฟเฟิลในตำนานจากเบลเยียม! 🌟 จัดเต็มความอร่อย! ทัพเชฟและร้านอาหารไฮไลต์ระดับซูเปอร์สตาร์ งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเป็นการรวมตัวของเชฟระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่พร้อมใจกันมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษเพื่อแฟนๆ Tomorrowland โดยเฉพาะ: เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ แห่ง ‘บ้านเทพา’ (Baan Tepa Culinary Space) เชฟมือรางวัลระดับโลก เชฟกากัน อนันต์ (Gaggan Anand) แห่งร้าน ‘บีอีท’ (B-EAT) เจ้าพ่อความสนุกนอกกรอบ เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่ง ‘ข้าวสารเสก’ (Khao San Sek) และ ‘สโมค’ (Smoked) เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป แห่ง ‘อัคคี’ (AKKEE) เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่ง ‘ฤดูกาล’ (Le Du Kaan) สระบัว บาย หนุ่ม วีระวัฒน์ (Sra Bua by Num Weerawat) เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ แห่ง ‘ทะเลใจ’ (Talay Jai) นารา ไทย คูซีน (Nara Thai Cuisine) บลู เอเลเฟ่นท์ กรุงเทพฯ (Blue Elephant) Tomorrowland Waffle โดยเชฟขนมหวานมิชลินสตาร์ชาวเบลเยียม โรเจอร์ แวน…

Read More

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ขอเชิญคุณมาเปิดประสบการณ์ศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดย มิสซินิมอล “ซานิ” โทมัส (Sinimol “Sani” Thomas) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดแบบอายุรเวท (Ayurveda) จากรัฐเกรละ ประเทศอินเดีย มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ทั้งในมัลดีฟส์และเอเชียใต้ พร้อมมอบประสบการณ์การบำบัดสุขภาพแบบพิเศษ ณ สินธร เวลเนส บาย รีเซ็นต์ (Sindhorn Wellness by Resense) ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 ตุลาคม 2566 ด้วยความเชื่อที่ว่าความสมดุลของพลังงานในแต่ละบุคคลจะมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวแตกต่างกัน มิสซินิมอลจึงผสมผสานภูมิปัญญาการบำบัดแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวทางการดูแลสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคล มิสซินิมอลจะเริ่มต้นขั้นตอนการบำบัดด้วยการพูดคุยและให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อทำความเข้าใจถึงความต้องการ ตลอดจนสภาวะพื้นฐานของร่างกายและจิตใจของแขกแต่ละท่าน ก่อนที่จะแนะนำทรีตเม้นท์ต่างๆ ให้อย่างเหมาะสม แนวทางของมิสซินิมอล มิได้มุ่งเน้นดูแลเพียงร่างกาย หากแต่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่าง ร่างกาย อารมณ์ และพลังงานภายใน ซึ่งจะทำให้แขกผู้เข้ารับบริการได้หันกลับมารับฟังเสียงจากภายในจิตใจ และกลับมาเชื่อมโยงกับความสมดุลของตนเองอีกครั้ง ตลอดเดือนตุลาคมนี้ มิสซินิมอลพร้อมนำเสนอศาสตร์แห่งการบำบัดแบบองค์รวมที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยแต่ละทรีตเม้นท์จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันทั้ง การผ่อนคลาย การค้นพบตนเอง รวมถึงการปรับพลังทั้งร่างการและจิตใจอย่างสมดุล ทรีตเม้นท์ที่โดดเด่นของมิสซินิมอล อาทิ Asian Bodywork Therapy: ศาสตร์การบำบัดที่ผสานเทคนิคการนวดเข้ากับการกดจุด เพื่อผ่อนคลายความตึงระบบกล้ามเนื้อและปรับความไม่สมดุลของโครงสร้างร่างกาย อาทิ อาการตึงจากการใช้งานหรือการบาดเจ็บ บรรเทาความเมื่อยล้า ลดการยึดเกาะของเนื้อเยื่อแผลเป็น ลดการอักเสบ และปรับระบบการไหลเวียนโลหิต เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเป็นธรรมชาติ Chakra Healing Balancing: เปิดประสบการณ์แห่งการบำบัดด้วยการปรับสมดุลจักระภายในร่างกาย ผ่อนคลายผ่านศาสตร์ด้านการปรับพลังงาน เพื่อให้กระแสพลังชีวิตไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายและจิตใจกลับคืนสู่ความสมดุล อีกทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดที่สะสมอีกด้วย Healing Touch: เทคนิคการบำบัดที่เน้นการถ่ายทอดพลังงานผ่านการสัมผัสที่อ่อนโยน ช่วยปรับการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง การควบคุมระบบการหายใจและระบบการเคลื่อนไหว ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย  Marma Point Therapy: การบำบัดแบบอายุรเวท เป็นการผสมผสานศาสตร์การบำบัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การนวดกดจุด การนวดน้ำมัน การบำบัดด้วยการครอบแก้ว เพื่อปรับสมดุลจุดพลังงานที่สำคัญทั่วร่างกาย และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น  Psychological Consultation: เพราะสุขภาวะที่แท้จริงมิได้อยู่เพียงความสมดุลทางกาย มิสซินิมอลให้ความสำคัญกับจิตใจ…

Read More

โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น โรงแรมบูติกที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตั้งอยู่บนถนนอันเงียบสงบและร่มรื่นในย่านที่พักอาศัย เพียงไม่กี่ก้าวจากสีสันและความมีชีวิตชีวาของทองหล่อ ร่วมเฉลิมฉลองสัปดาห์ออโตกราฟ โมเมนต์ ระหว่างวันที่ 21 ถึง 26 กันยายน พ.ศ. 2569 ด้วยแนวคิดการออกแบบที่มุ่งจุดประกายบทสนทนาและสร้างสายสัมพันธ์ โรงแรมได้พาแขกผู้เข้าพักมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยและเสน่ห์แห่งการต้อนรับอันอบอุ่น ประสบการณ์พิเศษเริ่มต้นตั้งแต่แขกก้าวเข้าสู่โรงแรม โดยระหว่างการเช็กอิน แขกแต่ละท่านได้รับขนมต้อนรับที่จัดวางในหาบจำลอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหาบของพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยในอดีต พร้อมร่วมสนุกกับ “Mystery Box” กิจกรรมจับรางวัลจากกล่องปริศนา ที่ช่วยเติมสีสันให้ช่วงเวลาเช็กอินเต็มไปด้วยความสนุกและความตื่นเต้นจากการลุ้นของรางวัลที่ซ่อนอยู่ภายใน แขกผู้เข้าพักยังได้สัมผัสเสน่ห์และวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมมวยไทย ณ สระว่ายน้ำวิตามินดี สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าพร้อมวิวเมืองกรุงเทพฯ โดยมีผู้เชียวชาญมืออาชีพมาร่วมถ่ายทอดท่ามวยไทยพื้นฐาน เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้ และทำความรู้จักกันผ่านศิลปะการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย การเฉลิมฉลองยังดำเนินต่อด้วยกิจกรรม Madi Paidi Resident Cocktail ณ ห้องอาหารเอกะลักษณ์ (EKKALUCK) งานสังสรรค์อันอบอุ่นสะท้อนเสน่ห์ของการต้อนรับแบบไทย พร้อมชวนแขกผู้เข้าพักมาผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและอาหารว่าง ในบรรยากาศเป็นกันเองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว และสร้างสายสัมพันธ์ร่วมกัน ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้แขกได้เรียนรู้วัฒนธรรมและแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกัน โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมและการต้อนรับแบบไทยในแบบฉบับเฉพาะตัว พร้อมสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่ “ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน” อย่างแท้จริง โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น พร้อมสานต่อการเฉลิมฉลองนี้เป็นประจำทุกปี และสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป รอติดตามว่าการเฉลิมฉลองครั้งต่อไปจะมีกิจกรรมพิเศษอะไรให้ได้ร่วมค้นพบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักโรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkbh-madi-paidi-bangkok-autograph-collection/overview หรือโทร +66 (0) 2 127 5999 K News Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น…

Read More

เลือก ร้านอาหาร ตาม MBTI: คู่มือจับคู่รหัสบุคลิกภาพกับมู้ดทานอาหารที่ใช่ที่สุด เคยสงสัยไหมว่าทำไมเพื่อนบางคนถึงหลงใหลความพิถีพิถันของ Omakase ในขณะที่อีกคนกลับผ่อนคลายที่สุดเวลาได้นั่งปิ้งย่างในร้าน Izakaya เสียงดังๆ? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่แค่ “ความชอบ” แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) หรือแบบทดสอบบุคลิกภาพที่สะท้อนถึงวิธีที่เราเปิดรับข้อมูล ประมวลผล และซึมซับบรรยากาศรอบตัว การเลือก ร้านอาหารตาม MBTI ไม่ใช่การจำกัดกรอบว่าบุคลิกไหนต้องทานอะไร แต่เป็นการวิเคราะห์ Dining Experience หรือประสบการณ์การทานอาหารที่ตอบโจทย์มู้ด ความชิล และระดับพลังงานของแต่ละบุคลิกภาพมากที่สุด 1. กลุ่ม Analysts (NT): สายวิเคราะห์ ชื่นชอบนวัตกรรม ความประณีต และตรรกะ รหัสบุคลิกภาพ: INTJ, INTP, ENTJ, ENTP สำหรับกลุ่ม Analysts อาหารไม่ใช่อยู่แค่เรื่องความอิ่มท้อง แต่คือ ศาสตร์และศิลป์ (Gastronomic Science) พวกเขาประทับใจกับความใส่ใจในรายละเอียด คอนเซปต์ที่แข็งแรง และเทคนิคการปรุงที่ก้าวล้ำ สไตล์ร้านที่ใช่:Fine Dining, Chef’s Table, Omakase หรือ Modern Gastronomy ที่ใช้นวัตกรรมอย่าง Molecular Cooking ทำไมถึงเหมาะ: กลุ่ม NT มักเลิฟการได้ฟังเชฟอธิบาย Storytelling ของวัตถุดิบ ที่มาของแต่ละคอร์ส และเทคนิคเฉพาะตัว การทานอาหารแบบมีเลเยอร์ความคิดช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาได้เป็นอย่างดี บรรยากาศที่ต้องการ: มู้ดค่อนข้างสงบ แสงไฟลงตัว ไม่วุ่นวาย มีพื้นที่ให้ใช้ความคิดหรือสนทนาเชิงลึก (Intellectual Conversation) 💡 ข้อโต้แย้งที่มักเจอ:”เป็น INTJ แต่ชอบกินส้มตำข้างทางมากกว่า Fine Dining แปลกไหม?” ความจริงก็คือ: ไม่แปลกเลย! กลุ่ม NT ไม่ได้ยึดติดกับความหรูหรา แต่ยึดติดกับ “ความสมบูรณ์แบบในสิ่งที่ร้านนั้นชูจุดเด่น” หากเป็นร้านส้มตำข้างทางที่มีสูตรปลาร้าหมักเฉพาะตัวอย่างมีมาตรฐาน รสชาติเสถียร หรือมีเทคนิคการย่างคอหมูให้กรอบนอกนุ่มในอย่างลงตัว กลุ่ม NT ก็พร้อมยกให้เป็นร้านโปรดเช่นกัน…

Read More

สัมผัสเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งฤดูกาล ณ ห้องอาหาร element เอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ ห้องอาหารมิชลินสตาร์ ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมนำเสนอคอร์สอาหารชุดใหม่ล่าสุด “Autumn Guestronomic Dining Journey” พร้อมเปิดต้อนรับทุกท่านตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นี้ เมนูประจำฤดูใบไม้ร่วงนี้ถูกถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวา ผ่านการถักทอจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น ‘โอโมเตะนาชิ’ เข้ากับศาสตร์การปรุงอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงได้อย่างงดงาม พาทุกท่านร่วมเดินทางผ่านรสชาติอันพิถีพิถันและเฉลิมฉลองคุณค่าแห่งผลผลิตประจำฤดูกาลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ ถ่ายทอดเอกลักษณ์อันโดดเด่นผ่านศิลปะแห่งการปรุงอาหารอันประณีต รังสรรค์แต่ละจานด้วยเทคนิคชั้นสูงเพื่อชูรสสัมผัสแท้จริงของวัตถุดิบตามฤดูกาล สำหรับคอร์สเมนูสุดพิเศษ “Autumn Guestronomic” นี้ ได้คัดสรรวัตถุดิบประจำฤดูใบไม้ร่วงชั้นเลิศจากญี่ปุ่นและยุโรป นำมาร้อยเรียงเป็นสุนทรียภาพแห่งรสชาติได้อย่างกลมกล่อม ละเมียดละไมชวนหลงใหล เติมเต็มประสบการณ์การทานอาหารสุดพิเศษด้วยคอร์สเมนูที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นด้วย ‘Toyama Bay Himi Kamburi’ เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์ออสเซียตรา ผักชุนกิคุหรือตั้งโอ๋ญี่ปุ่นกลิ่นหอมและซุปคาโบสุดาชิรสเบาบาง ต่อด้วยความกลมกล่อมของ ‘Tarabagani Crab’ ที่จับคู่กับคาเวียร์เบลูก้า ไข่ปลาเม็ดใหญ่ นุ่ม ละมุนลิ้น เกาลัดคั่วและไอศกรีมเครมเฟรช รสชาติเปรี้ยวนุ่มละมุน พร้อมดื่มด่ำไปกับศิลปะการทำขนมปังอบสดใหม่ด้วย ‘Stone Milled Yame Tanaka flour & Shiitake Brioche’ เสิร์ฟคู่เนยแท้จากฝรั่งเศสและเนยสาหร่ายโนริรมควัน ทุกจานละเมียดละไมด้วยวิถีแห่งศิลป์ สะท้อนความเชี่ยวชาญและความพิถีพิถันในรสสัมผัสของเชฟเจอราร์ดอย่างเด่นชัด รังสรรค์ความประทับใจด้วย ‘Hokkaido Scallop’ หอยเชลล์ฮอกไกโดเซียร์เนื้อนุ่ม ละมุนคู่กับโทปินัมเบอร์อบ ข้าวโพดหวาน และซอสไวน์อามอนทิยาโดรสเลิศ ตามด้วย ‘Jean Larnaudie Foie Gras’ ฟัวกราส์รสเข้มข้น ตัดรสสัมผัสด้วยความกรอบของอาร์ติโชก ชูรสด้วยซอสน้ำส้มสายชูดาชิและชีสมิโมเล็ตต์ สำหรับเมนู ‘Wakayama Shiro Amadai’ เชฟเลือกใช้เทคนิคการทอดเกล็ดปลาแบบโบราณ เพื่อให้ได้หนังที่กรอบกรุบตัดกับเนื้อปลานุ่มละมุน เสิร์ฟคู่แครอทญี่ปุ่น (Kintoki) ใบโอกะฮิจิกิ และเดรสซิ่งหอยแมลงภู่ผสมหมึกดำรสกลมกล่อม ก่อนเข้าสู่จานหลักด้วยความนุ่มนวลของ ‘Purée de…

Read More

โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับศิลปะในฐานะองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์โรงแรมนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ยังคงสานต่อความร่วมมือกับ Nova Contemporary ผ่านนิทรรศการครั้งใหม่ของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ผดุงทรัพย์ ประชานันทร์ หรือ ผดุง ซึ่งจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 พฤศจิกายน 2569 นิทรรศการครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ในการหลอมรวมศิลปะ การออกแบบ วัฒนธรรม และการต้อนรับเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้เสียงและมุมมองใหม่จากคนรุ่นใหม่ในวงการสร้างสรรค์ของไทยได้เปล่งประกาย ความร่วมมือกับ Nova Contemporary ต่อยอดความมุ่งมั่นดังกล่าว ด้วยการนำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยในบริบทที่เกิดเป็นบทสนทนาระหว่างผลงานร่วมสมัยกับคอลเลกชันศิลปะที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องของโรงแรม สร้างประสบการณ์ทางศิลปะที่ลึกซึ้งและมีความหมายสำหรับผู้เข้าพักและผู้มาเยือน ผดุง สำเร็จการศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร การร่วมงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทของความสัมพันธ์อันต่อเนื่องระหว่างโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ และแวดวงศิลปะไทย ซึ่งสะท้อนผ่านความเชื่อมโยงกับ ชาติชาย ปุยเปีย ศิลปินผู้มีชื่อเสียงและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากรเช่นเดียวกัน โดยผลงานของชาติชายได้รับการจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันศิลปะถาวรของโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ขณะที่ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างศิลปินและเจ้าของโรงแรมยิ่งช่วยเติมเต็มความหมายให้กับการจัดแสดงครั้งนี้ เน้นย้ำบทบาทของโรงแรมในฐานะพื้นที่ที่สนับสนุนและเชื่อมโยงวงการศิลปะไทยมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการนำเสนอครั้งนี้ ผดุงสำรวจภูมิทัศน์ในฐานะพื้นที่แห่งความทรงจำ การรับรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมจากการใช้ชีวิตและการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีที่เขาสังเกตภูมิประเทศ พืชพรรณ แสง และบรรยากาศ ความประทับใจจากสถานที่ต่าง ๆ ค่อย ๆ หลอมรวมและเชื่อมโยงเข้าหากัน จนเกิดเป็นภาพแทนของความทรงจำที่ ทับซ้อนและแปรเปลี่ยนอยู่เสมอ ผลงานของเขาจึงมิได้มุ่งถ่ายทอดภาพตามความเป็นจริง หากแต่สะท้อนวิธีที่สถานที่และช่วงเวลาต่าง ๆ ยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำ และถูกตีความใหม่ผ่านประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ผลงานที่จัดแสดงประกอบด้วย Nothing Much Happened (2026), A Forest in Geneva (2026), Another Field in the Same Place 1 (2026) และ Another Field in the Same Place 3 (2026) โดยผลงานทั้งสี่สะท้อนความสนใจอย่างต่อเนื่องของ คุณผดุง ที่มีต่อการบรรจบกันของสถานที่ ความทรงจำและประสบการณ์ทางสายตาในบริบททางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน…

Read More

โรงแรม 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Green Globe มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร พร้อมนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการยกระดับธุรกิจบริการสมัยใหม่และสร้างสรรค์ประสบการณ์ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรม “ใช้เวลาพักใจและเติมพลังให้ชีวิต” กิจกรรมหนึ่งวันที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน การเชื่อมโยงกับตนเองและผู้อื่น ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ในสัปดาห์แห่งความตระหนักรู้ Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ทางโรงแรมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์พร้อมสอดแทรกการเรียนรู้ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2026 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 15.30 น. กิจกรรมครั้งนี้ผสมผสานทั้งการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การดูแลสุขภาวะอย่างมีสติ และการรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดความยั่งยืนสามารถเป็นมากกว่าการดำเนินงานภายในโรงแรม แต่ยังสามารถหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางและการเข้าพักที่มีความหมายได้อย่างลงตัว เริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “ทำความรู้จักกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ตลอด 1 ชั่วโมง กิจกรรมนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจหลากหลายองค์ประกอบของการบริการอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ตั้งแต่แนวทางการออกแบบและโครงสร้างพื้นฐานของโรงแรม การดำเนินงานในแต่ละด้าน ไปจนถึงผู้คน วัฒนธรรม และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้น ผู้เข้าร่วมงานจะได้ใช้เวลาผ่อนคลายและเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ผ่านเวิร์กช็อปศิลปะ “กรอบรูปดอกไม้แห้ง” เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยนำดอกไม้ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานตกแต่งอันมีเอกลักษณ์ของตัวเอง กิจกรรมนี้สะท้อนแนวคิดการให้คุณค่ากับการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมชวนทุกคนเปิดมุมมองสู่การใช้ทรัพยากรอย่างใส่ใจ และสร้างความยั่งยืนผ่านประสบการณ์ที่ทั้งสร้างสรรค์และมีความหมาย ต่อด้วยรับประทานอาหารกลางวันที่อิ่มอร่อยและมีประโยชน์ ที่บางกอกเทรดดิ้งโพสต์ รังสรรค์โดยทีมเชฟของโรงแรม พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมการระบายสีบนขนมปังซาวร์โดว์ สร้างสรรค์วัตถุดิบจากครัวให้กลายเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถนำกลับไปเป็นที่ระลึกได้อย่างน่าประทับใจ ช่วงบ่ายพบกับกิจกรรม “สำรวจจิตใจและอารมณ์” เวิร์กช็อป 2 ชั่วโมงโดย Healhouse ที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณและจิตวิทยาที่ได้รับการรับรอง โดยกิจกรรมจะพาผู้เข้าร่วมสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างความคิด อารมณ์ และสุขภาวะ พร้อมเรียนรู้เทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการจัดการอารมณ์และกำกับตนเอง ผ่านการผสมผสานแนวคิดด้านจิตวิทยาและจิตวิญญาณ ตลอดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้ตระหนักรู้ในตนเองและค้นหาความสมดุลทางอารมณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมตลอดทั้งวันเปิดรับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัดเพียง 15 ท่าน ในราคา 2,750++ บาทต่อท่าน และราคาพิเศษ Early Bird ราคา 2,500++…

Read More

รีวิวขนมไหว้พระจันทร์ 2569 รวม 4 โรงแรมที่ได้ชิมจริงในปี 2026: จากม้าโยก ม้าไฟ ตำนานแปดยอดอาชา สู่รสชาติร่วมสมัย เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 หรือ Mooncake 2026 กลับมาอีกครั้งพร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมและห้องอาหารจีนหลายแห่งในกรุงเทพฯ และแน่นอนว่าในทุกปี ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง “ไส้อร่อยหรือไม่” อีกต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องของรสชาติ แนวคิด การออกแบบกล่อง ของสะสม ตลอดจนเรื่องราวที่แต่ละแบรนด์ต้องการสื่อสารผ่านขนมชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้ สำหรับปี 2569 นี้ ผมมีโอกาสได้ชิมและเขียนรีวิวขนมไหว้พระจันทร์ไว้ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ Banyan Tree Bangkok, Kimpton Maa-Lai Bangkok, The Berkeley Hotel Pratunam และ Man Ho, JW Marriott Bangkok เมื่อเอาทั้ง 4 ชุดมาวางเทียบกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นขนมสำหรับเทศกาลเดียวกัน แต่แต่ละแห่งกลับเลือกเดินคนละทางอย่างชัดเจน ตั้งแต่กล่องที่กลายเป็นประติมากรรม ม้าไฟที่กลายเป็นงานศิลปะ ไปจนถึงเรื่องราวของแปดยอดอาชาและการหยิบวัตถุดิบมาสร้างรสชาติใหม่ และนี่คือ Mooncake 2026 ที่ผมได้ชิมในปีนี้ 1. Banyan Tree Bangkok – The Rocking Horse of Resilience เริ่มต้นด้วยชุดที่เห็นแล้วจำได้ทันทีจากรูปลักษณ์ นั่นคือ Banyan Tree Bangkok กับคอลเลกชัน “The Rocking Horse of Resilience” คอนเซ็ปต์ของปีนี้หยิบแรงบันดาลใจจากปีมะเมียมาถ่ายทอดผ่าน “ม้าโยก” ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่เพียงลวดลายบนกล่อง แต่ตัวกล่องเองถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นประติมากรรมม้าโยก เป็นหนึ่งในแพ็กเกจจิ้งของขนมไหว้พระจันทร์ที่มีบุคลิกชัดเจนมาก และสามารถนำไปเก็บหรือตั้งเป็นของตกแต่งได้หลังจากขนมหมดแล้ว ในแง่ของรสชาติ Banyan Tree Bangkok เลือกวางทั้งกลุ่มรสคลาสสิกและรสที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น ตั้งแต่เม็ดบัวไข่เค็ม โหงวยิ้ง พุทราผสมวอลนัท มอคค่าคาราเมล ช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์…

Read More

The Berkeley Hotel Pratunam เปิดกล่อง Mooncake Limited Edition 2569 เมื่อขนมไหว้พระจันทร์มิได้มีเพียงความหวาน หากยังเก็บเรื่องราวของวัตถุดิบและความหมายแห่งเทศกาลไว้ในกล่องเดียว เมื่อจันทราแห่งสารทฤดูค่อย ๆ กลมเต็มดวงอีกครา เทศกาลไหว้พระจันทร์ก็เวียนกลับมาพร้อมความหมายอันงดงามของการได้พบปะและพร้อมหน้าพร้อมตา เช่นเดียวกับธรรมเนียมของการมอบขนมไหว้พระจันทร์ ซึ่งมิได้เป็นเพียงขนมหวานสำหรับรับประทาน หากยังเป็นเสมือนของแทนใจที่ส่งผ่านความปรารถนาดีจากผู้หนึ่งไปสู่อีกผู้หนึ่ง ในปี 2569 นี้ The Berkeley Hotel Pratunam เชื้อเชิญให้ร่วมต้อนรับเทศกาลดังกล่าวด้วย Mooncake Limited Edition จาก The Mulberry Chinese Cuisine เซตขนมไหว้พระจันทร์ที่นำขนบธรรมเนียมดั้งเดิมมาผสมผสานกับการเลือกสรรวัตถุดิบร่วมสมัย พร้อมบรรจุลงในกล่องที่ออกแบบมาอย่างมีรายละเอียด จนมิได้ทำหน้าที่เพียงเป็นบรรจุภัณฑ์ หากยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ต่อภายหลังจากขนมหมดลงแล้ว และสำหรับผู้ที่ได้รับกล่องนี้เป็นของขวัญ ความน่าสนใจประการหนึ่งอยู่ตรงที่กล่องมิจำเป็นต้องจบหน้าที่ลงพร้อมกับขนม เพราะสามารถนำมาใช้จัดเก็บของชิ้นเล็ก ๆ เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน หรือของสะสมได้อย่างเป็นระเบียบ เป็นการต่ออายุให้แก่สิ่งของ และทำให้ของขวัญชิ้นหนึ่งยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันได้อีกนานหลังผ่านพ้นเทศกาล 4 รสชาติ 4 เรื่องราวจากวัตถุดิบ Mooncake Limited Edition 2569 นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ซึ่งแต่ละชนิดเลือกใช้วัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน ตั้งแต่ความหอมอันเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงวัตถุดิบคลาสสิกที่อยู่คู่กับขนมไหว้พระจันทร์มาอย่างยาวนาน ทุเรียนหมอนทองไข่แดง ทุเรียนหมอนทองคือหนึ่งในผลไม้ที่เป็นภาพจำของประเทศไทย ด้วยเนื้อสีเหลืองทอง กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสที่อุดมด้วยความมันตามธรรมชาติ เมื่อนำมาประกอบกับไข่แดงเค็ม ซึ่งให้ความเค็มมันและช่วยสร้างมิติให้แก่ไส้ขนม จึงกลายเป็นการจับคู่ระหว่างวัตถุดิบจากโลกผลไม้ไทยกับองค์ประกอบอันคุ้นเคยของขนมไหว้พระจันทร์แบบจีน ความน่าสนใจของไส้ชนิดนี้จึงอยู่ที่แนวคิดในการนำวัตถุดิบที่เป็นตัวแทนของรสนิยมร่วมสมัยมาพบกับธรรมเนียมดั้งเดิม ทำให้ทุเรียนหมอนทองมิได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในขนมไทยหรือของหวาน หากยังสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Mooncake ในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ คัสตาร์ดยูซุฮันนี่ อีกหนึ่งไส้ที่สะท้อนความร่วมสมัยได้ชัดเจน คือคัสตาร์ดยูซุฮันนี่ ซึ่งผสานคัสตาร์ดเนื้อเนียนเข้ากับน้ำผึ้งและยูซุ ผลไม้ตระกูลส้มที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมสดชื่นและรสเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ยูซุเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกอาหารร่วมสมัย โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นและขนมหวาน ด้วยเปลือกและน้ำที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น จึงมักถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มมิติให้กับองค์ประกอบที่มีความหวานและความมัน ขณะที่น้ำผึ้งทำหน้าที่เติมความหอมหวานอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อนำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมอยู่ในขนมไหว้พระจันทร์ จึงเกิดเป็นอีกบทหนึ่งของขนมประจำเทศกาลที่เดินทางจากรากวัฒนธรรมจีนมาพบกับวัตถุดิบและรสนิยมของโลกยุคใหม่ โป๊ยยิ้ง สำหรับโป๊ยยิ้งนั้น มีเสน่ห์อยู่ที่การรวบรวมธัญพืชพรีเมียมถึง 8 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนแนวคิดของขนมจีนที่ให้ความสำคัญกับเมล็ดพืชและธัญพืชหลากหลายชนิด ทั้งในฐานะวัตถุดิบอาหารและในฐานะสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เมล็ดพืชแต่ละชนิดมีรูปลักษณ์ กลิ่น และสัมผัสที่แตกต่างกัน การนำมารวมกันจึงทำให้ไส้ชนิดนี้มีรายละเอียดในตัวเอง และแตกต่างจากไส้ขนมไหว้พระจันทร์ที่เน้นความเป็นเนื้อเดียวกันอย่างชัดเจน คำว่า “โป๊ย”…

Read More

ใครเป็นสายเนื้อ เตรียมปักหมุดให้ดี เพราะ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 3 พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 ปีนี้ กูร์เมท์ วัน เดินหน้าคัดสรรเนื้อวัวอเมริกันเกรดพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบเหนือระดับกันอย่างทั่วถึง ผ่านเครือข่ายโรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารชั้นนำ และช่องทางค้าปลีกที่เข้าร่วมแคมเปญในหลายจังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี เบื้องหลังแคมเปญครั้งนี้ คือ ความร่วมมือระหว่าง กูร์เมท์ วัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของไทย กับ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) และ สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (USMEF) นำเข้าเนื้อวัวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่มีให้เลือกหลากหลายคัท เพื่อตอบโจทย์ทั้งเชฟมืออาชีพและสายทำอาหารที่บ้าน ได้แก่ USDA Prime, Choice และ Select จาก Swift แบรนด์เนื้อวัวยักษ์ใหญ่และเก่าแก่จากสหรัฐอเมริกา และ Imperial American Wagyu Beef แบรนด์เนื้อวัวพรีเมียมระดับไฮเอนด์ที่ใช้เทคนิคการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างสายพันธุ์วากิวญี่ปุ่นกับสายพันธุ์แองกัสของอเมริกา สำหรับปีนี้ มีโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำรวม 25 แห่ง ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี ร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและน่าจดจำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สำหรับคนที่ชอบเข้าครัวเอง เนื้ออเมริกันคุณภาพสูงเหล่านี้ยังมีจำหน่ายที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 20 สาขาที่ร่วมรายการ และ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่อีก 5 สาขา ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรไปปรุงเมนูโปรดที่บ้านได้อย่างมั่นใจ งานเปิดตัว “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026”…

Read More