Author: Kittin Assavavichai

โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ ด้วยคอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ที่บรรจุมาในกล่องลวดลายพิเศษ 3 แบบ ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากปีม้าอันเปี่ยมด้วยพลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมอบเป็นของขวัญแด่ครอบครัว เพื่อน และคู่ค้า โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2569ขนมไหว้พระจันทร์ของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล มีให้เลือกทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์คลาสสิก ประกอบด้วย ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม เม็ดบัวขาว และโหงวยิ้งผลไม้แห้งและธัญพืชส่วนขนมไหว้พระจันทร์ซิกเนเจอร์ ประกอบด้วย ชาเขียวถั่วแดง และงาดำไข่เค็ม โดยทุกรสชาติราคาชิ้นละ 268 บาทสุทธินอกจากนี้ ยังมาพร้อมกล่องดีไซน์หรู 3 แบบ ดีไซน์ของกล่องได้แรงบันดาลใจจากความรักในดอกไม้ของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร กล่องมาในโทนสีเขียวหยกและสีน้ำเงินเข้มอันสง่างาม ตัดกับลวดลายเส้นโค้งสีทองราวกับแผงคอม้าที่พลิ้วไหว สื่อถึงความสง่างาม ความแข็งแกร่ง อิสรภาพ และการเริ่มต้นใหม่ สอดแทรกลวดลายดอกไม้และไข่มุกที่สื่อถึงความอ่อนโยนและงดงาม พร้อมกับฉากหลังที่ได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมโปรดของพระองค์อย่างหมากรุก โดยเลือกซื้อได้ระหว่าง Athenee Signature Box ราคา 1,288 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ หรือ Athenee Heritage Treasure ราคา 4,888 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 8 รสชาติ มาพร้อมชุดชงมัทฉะสุดพิเศษ นอกจากนี้ ยังมี Arianna Caroli “Paris Box” ราคา 1,888 บาทสุทธิ ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ดีไซน์กล่องออกแบบพิเศษโดยศิลปินชื่อดังชาวอิตาลีผู้ร่วมงานกับโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ในการถ่ายทอดเสน่ห์ของนครแห่งแสงสีผ่านลวดลายดอกไม้และเถาวัลย์ที่สดใส โดยดอกไม้แต่ละดอกสะท้อนถึงความงาม พลังงาน และจิตวิญญาณที่เปี่ยมสุขของชีวิต Paris Box มาพร้อมกับผ้าพันคอลิมิเต็ดเอดิชันที่มีลวดลายเดียวกันสามารถสั่งจองล่วงหน้าจนถึงวันที่…

Read More

แรงบันดาลใจจากแม่น้ำเจ้าพระยาและขนบธรรมเนียมวันไหว้พระจันทร์ เชฟทอมมี่ เฉิง เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟประจำครัวจีน รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์สูตรทำมือ 5 รสชาติเด่น พร้อมเปิดตัวรสชาติใหม่ล่าสุด ‘ชาไทย’ เมื่อครอบครัวและเพื่อนๆ มารวมตัวกันใต้แสงจันทร์อันนวลตา ประเพณีแห่งความพร้อมหน้าพร้อมตาก็เริ่มต้นขึ้น ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การเฉลิมฉลองอันแสนอบอุ่นนี้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับ “Reflections of the River” คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2026 ที่หยิบเอาความผูกพันอันยาวนานของแม่น้ำเจ้าพระยา มาผสานกับศิลปะการทำขนมสไตล์กวางตุ้งดั้งเดิมอย่างประณีต แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านหน้าโรงแรม ซึ่งเป็นดั่งหัวใจสำคัญของกรุงเทพมหานคร คือแรงบันดาลหลักของขนมไหว้พระจันทร์คอลเลกชันปีนี้ โดยเชฟทอมมี่ เฉิง (Tommy Cheung) จากห้องอาหารจีนกวางตุ้ง หยู้ ทิง หย้วน (Yu Ting Yuan) ดีกรีระดับมิชลินเป็นผู้รังสรรค์ขึ้น โดยขนมทุกชิ้นจะสะท้อนถึงความสมดุล ความประณีต และความพิถีพิถันตามตำรับกวางตุ้งแท้ๆ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองไปกับเสน่ห์ของกรุงเทพฯ สำหรับปี 2026 นี้ ขนมไหว้พระจันทร์ รสชาไทย ถือเป็นไฮไลต์ใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องหนึ่งในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย กลิ่นอายอันอบอุ่นของชาและเครื่องเทศได้รับการตีความใหม่ผ่านศิลปะการทำขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม เกิดเป็นรสชาติที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยทว่าแปลกใหม่และน่าค้นหา ผลลัพธ์ที่ได้คือขนมไหว้พระจันทร์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมกวางตุ้งดั้งเดิมเข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทยท้องถิ่นได้อย่างลงตัว “เทศกาลไหว้พระจันทร์คือเรื่องของการพาผู้คนมารวมตัวกัน” เชฟทอมมี่ เชิง กล่าว “สำหรับหลายๆ ครอบครัว ขนมไหว้พระจันทร์คือส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ส่งต่อและแบ่งปันกันปีแล้วปีเล่า คอลเลกชันนี้เราจึงตั้งใจที่จะสืบสานขนบธรรมเนียมเหล่านั้น พร้อมกับแนะนำรสชาติใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราโชคดีได้เรียกว่าบ้าน” แนวคิดการออกแบบขนมไหว้พระจันทร์ “Reflections of the River” ขนมไหว้พระจันทร์ในคอลเลกชัน “Reflections of the River” นี้มาพร้อมกับกล่องของขวัญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำที่ร่วมถักทอและขับเคลื่อนเรื่องราวของกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรมาอย่างช้านาน สายน้ำที่ไหลเคียงคู่ไปกับโรงแรมแห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความต่อเนื่อง ความผูกพัน และการขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้อย่างแท้จริง “แม่น้ำเจ้าพระยาคือหัวใจแห่งวิถีชีวิตของกรุงเทพฯ” มิเชล กุนนาร์ เอเบอร์ฮาร์ด (Michel Gunnar Eberhardt) ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มกล่าว “คอลเลคชั่นนี้ไม่ได้สะท้อนความผูกพันนั้นแค่ผ่านหน้าตาของกล่องเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงจิตวิญญาณของเทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่รวมผู้คนให้มาเฉลิมฉลองประเพณี ครอบครัว และแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน” 5 รสชาติกับหนึ่งเรื่องราวแห่งขนบธรรมเนียมและการค้นพบ คอลเลกชันประจำปี 2026 นำเสนอการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม เข้ากับรสชาติร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกวัฒนธรรมกวางตุ้งและรสนิยมของคนยุคปัจจุบัน: ไส้เม็ดบัวไข่เค็ม (Lotus Paste with Salted Egg Yolk): รสชาติคลาสสิกตลอดกาล โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสอันเนียนนุ่มของไส้เม็ดบัว ผสานความหอมมันของไข่แดงเค็มสีทอง ไส้ทุเรียนไข่เค็ม (Durian…

Read More

เมื่อฤดูฝนมาเยือนภาคเหนือ 137 พิลลาร์เฮาส์ เชียงใหม่  ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสเสน่ห์ความงดงามของธรรมชาติกับชุดน้ำชายามบ่าย “มนตร์เสน่ห์แห่งผืนป่าในฤดูฝน” ที่ห้องอาหารพาเลทท์ โรงแรม 137 พิลลาร์เฮาส์ เชียงใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของฤดูฝน ผ่านรสชาติ สีสัน และศิลปะแห่งการรังสรรค์อาหารอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์โดยทีมเชฟมากประสบการณ์ เพื่อสะท้อนความงดงามของธรรมชาติในช่วงวัสสานฤดู พร้อมผสมผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาของชุดน้ำชายามบ่ายเข้ากับวัตถุดิบคุณภาพและแรงบันดาลใจจากผืนป่าแห่งภาคเหนืออย่างลงตัว ชุดน้ำชายามบ่าย “มนตร์เสน่ห์แห่งผืนป่าในฤดูฝน” นำเสนอวัตถุดิบระดับพรีเมียมและรสชาติอย่างประณีต เมนูอาหารคาวประกอบด้วย เนื้อวัวพรีเมียมกับคาเวียร์และซัมบัลขิง, แบล็กทรัฟเฟิลชิกเก้นชูซ์ , ต้มยำแบล็กฟังกัส และ แตงกวาโรลปลาเทราต์กับไข่ปลาแซลมอน ส่วนของหวานประกอบด้วย ล็องเบรเวิร์ตมาการอง, เอแคลร์พิสตาชิโอ, คาเนเล่ชาเขียวมัทฉะคลาสสิก และเฟยยอเต้ไส้ฟรังจิปาน เสิร์ฟพร้อมสโคนรสเนยสด สโคนรสฟิกอบแห้งและใบเตย เสิร์ฟคู่กับคลอตเต็ดครีม แยมกีวีน้ำผึ้ง และแยมลิ้นจี่กุหลาบ เชฟลักขณา สุแก้ว เอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ กล่าวว่า “ฤดูฝนคือช่วงเวลาที่ธรรมชาติของภาคเหนือเปล่งประกาย เราต้องการถ่ายทอดความสดชื่น ความอุดมสมบูรณ์ และเสน่ห์ของฤดูกาลนี้ผ่านประสบการณ์ชุดน้ำชายามบ่ายที่สะท้อนทั้งความงดงามของธรรมชาติและความหรูหราอันเรียบง่ายในแบบฉบับ ของ 137 พิลลาร์เฮาส์ เชียงใหม่” ท่ามกลางสวนสีเขียวอันร่มรื่นและสถาปัตยกรรมมรดกอันทรงคุณค่า ชุดน้ำชายามบ่าย “มนตร์เสน่ห์แห่งผืนป่าในฤดูฝน” พร้อมมอบช่วงเวลาอันเพลิดเพลิน ให้แขกทุกท่านได้ใช้เวลาผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ดื่มด่ำกับบรรยากาศของฤดูฝน และสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของฤดูกาล ชุดน้ำชายามบ่าย “มนตร์เสน่ห์แห่งผืนป่าในฤดูฝน” ให้บริการทุกวันเวลา 12.00 น. ถึง 17.00 น. ณ ห้องอาหารพาเลทท์ โรงแรม 137 พิลลาร์เฮาส์ เชียงใหม่ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ในราคา 1,000++ บาทต่อ 1 ท่าน และราคา 2,000++ บาทสำหรับ 2 ท่าน รวมตัวเลือกชาพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ รายได้จากชุดน้ำชายามบ่าย “มนตร์เสน่ห์แห่งผืนป่าในฤดูฝน” ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยทางโรงแรมจะบริจาคเงินจำนวน 50 บาท ต่อการสั่งซื้อสำหรับ 1 ท่าน และบริจาคเงินจำนวน 100 บาท ต่อการสั่งซื้อสำหรับ…

Read More

หากคุณหลงใหลในเสน่ห์ของเนื้อย่างที่หอมกรุ่นจากเปลวไฟ พร้อมกลิ่นควันอันเป็นเอกลักษณ์ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับกับ คาร์เน่ เดียม กริลล์ (Carne Diem Grill) สเต๊กเฮ้าส์ชื่อดังจากมัลดีฟส์ ที่พร้อมนำเสนอศาสตร์แห่งการย่างอันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านวัตถุดิบชั้นเลิศและเทคนิคการปรุงอย่างพิถีพิถัน ในแนวคิด Travelling Steakhouse ผ่านป๊อปอัพ (Pop-Up) สุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยเชฟดาร์ชาน มูนิดาซา (Chef Dharshan Munidasa) เชฟชื่อดังชาวศรีลังกาผู้ก่อตั้งร้านแห่งนี้ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญแห่งวงการอาหารเอเชีย มื้อพิเศษจาก คาร์เน่ เดียม กริลล์ ในรูปแบบของ Pop-Up สุดเอ็กคลูซีฟ จะจัดขึ้นพิเศษเพียง 4 วัน ระหว่างวันที่ 15–18 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.30 – 22.00 น. ณ ห้องอาหารโบทานิก้า การ์เด้น เทอเรส (Botanica Garden Terrace) โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยความเขียวขจีของพรรณไม้นานาชนิดภายในสวนชีวา (Chevaa Garden) พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว คาร์เน่ เดียม กริลล์ (Carne Diem Grill) เปิดตัวครั้งแรก ณ โครงการเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนครอสโรดส์ มัลดีฟส์ (Crossroads Maldives) ในประเทศมัลดีฟส์ และได้สร้างชื่อเสียงในฐานะสเต๊กเฮาส์รูปแบบใหม่ที่ยึดถือปรัชญา “Meat. Heat. Salt.” เชื่อมั่นว่ารสชาติอันสมบูรณ์แบบเริ่มต้นจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ความร้อนจากเปลวไฟ และการปรุงแต่งอย่างพอเหมาะ โดยลดความซับซ้อนของเครื่องปรุง เพื่อเผยเสน่ห์ตามธรรมชาติของเนื้อคุณภาพเยี่ยมผ่านเทคนิคการย่างอันเชี่ยวชาญ ไฮไลท์ของค่ำคืนพิเศษนี้คือ Ignis Maximus เตาย่างด้วยถ่านสุดพิเศษ ที่เชฟดาร์ชานสั่งทำขึ้นจากแรงบันดาลใจของเตาย่างยากิโทริแบบญี่ปุ่น และเป็นเตาย่างที่ผลิตด้วยแรงงานฝีมือทั้งหมด โดยเตานี้จะไม่ใช้แก๊สหรือไฟฟ้า ตัวเครื่องมีหนักกว่า 200 กิโลกรัม สามารถเร่งอุณหภูมิได้สูงถึง 750 องศาเซลเซียส ส่งผ่านความร้อนอย่างสม่ำเสมอจนทำให้ผิวนอกของอาหารเป็นสีน้ำตาลทองสวยงามและฉ่ำวาวจากการคาราเมลไลซ์ (Caramelise) ในขณะที่รสสัมผัสภายในยังคงความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้ระดับความสุกตามที่ต้องการ…

Read More

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เปิดตัว “Moon Blush” คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ 2569 แรงบันดาลใจจากดอกเหมย  สู่สัญลักษณ์แห่งการผลิบานและการเริ่มต้นใหม่ Moon Blush Mooncake Collections 2026  เทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้กำลังจะมาถึง พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ขอร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความเป็นสิริมงคลด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์โฮมเมดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กล่องของขวัญดีไซน์ลิมิเต็ดเอดิชัน และของขวัญสุดพิเศษ ซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามเหนือกาลเวลาของ “ดอกเหมย” สัญลักษณ์แห่งความอดทน ความเข้มแข็ง และการผลิบานอย่างสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล คอลเลกชัน “Moon Blush” ถ่ายทอดความงดงามอันเป็นนิรันดร์ของดอกเหมย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็ง และการเริ่มต้นใหม่ กล่องของขวัญรุ่นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบอย่างประณีตด้วยลวดลายดอกไม้แสนอ่อนช้อย โดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าอันละเมียดละไมและสีแดงจักรพรรดิอันทรงพลัง สะท้อนความงดงามที่เบ่งบานท่ามกลางความท้าทายและการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ภายในชุด ‘Eternal Bloom (Special Edition)’ ทุกท่านจะได้พบ “Moon Blush” Ceramic Diffuser ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาพร้อมกลิ่นหอมละมุนสดชื่น ถ่ายทอดความหมายแห่งความหวังและการเริ่มต้นบทใหม่ที่งดงาม เมื่อจับคู่กับขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศแล้ว ทั้งสององค์ประกอบร่วมกันสร้างประสบการณ์แห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ครบทุกมิติ ถ่ายทอดความประทับใจผ่านรสชาติ สัมผัส และกลิ่นหอมอย่างลงตัว มากกว่าของขวัญในเทศกาล คอลเลกชัน “Eternal Bloom (Special Edition)” คือสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดี งานฝีมืออันประณีต และความทรงจำอันน่าประทับใจ เหมาะสำหรับมอบให้แก่ครอบครัว คนสำคัญ ลูกค้าคนพิเศษ และพันธมิตรทางธุรกิจในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ ในราคา 2,188 บาทสุทธิต่อกล่อง                                         นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันกล่องขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกสรรอีกหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Eternal Bloom (ไม่รวม Ceramic Diffuser) ราคา 1,688 บาทสุทธิต่อกล่อง กล่องของขวัญทรงกระเป๋าถือดีไซน์หรู พร้อมหูจับสีทอง บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ชิ้น (150 กรัมต่อชิ้น) หรือขนาดเล็ก 6 ชิ้น (50 กรัมต่อชิ้น) Blossom…

Read More

เนื่องในเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปี 2569 โรงแรม พาร์ค ไฮแอทกรุงเทพฯ ขอแนะนำคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างาม พลังและการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ของปีมะเมีย คอลเลกชันในปีนี้นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์แฮนด์คราฟต์4 รสชาติ คู่กับชาออร์แกนิกจาก Araksa Tea Garden โดยแต่ละคู่ได้รับการคัดสรรเพื่อเสริมสัมผัส ความหวานและกลิ่นหอมของขนมไหว้พระจันทร์ให้มีความกลมกล่อมยิ่งขึ้นคอลเลกชันนี้บรรจุในกล่องของขวัญประจำฤดูกาล เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความใส่ใจพร้อมถ่ายทอดประเพณีแห่งการแบ่งปันผ่านประสบการณ์การลิ้มรสที่มีมิติมากยิ่งขึ้น คอลเลกชันนี้ประกอบด้วย 4 รสชาติซิกเนเจอร์ ได้แก่: Signature Park Hyatt with Macadamia จับคู่กับ Park Hyatt Bangkok Blend Tea Durian with Salted Egg Yolk จับคู่กับ Thida Green Tea Lotus Seed with Salted Egg Yolk จับคู่กับ Yarm Chao English Breakfast Tea Black Sesame with Salted Egg Yolk จับคู่กับ Araksa Thai Teaคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ในราคา 1,688บาทสุทธิต่อกล่อง บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น พร้อมราคาพิเศษ Early Bird ที่ 1,588 บาทสุทธิสำหรับคำสั่งซื้อภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569สามารถรับคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ The Living Room ชั้น9 ณ โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ สำหรับการสั่งซื้อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ The Living Room ที่อีเมล PARK…

Read More

เฟยยา (Fei Ya) ห้องอาหารจีนกวางตุ้งระดับรางวัลเจ้าของนิยาม “เป็ดบิน” พร้อมสะกดทุกสายตาอีกครั้งกับการพลิกโฉมครั้งสำคัญ นำเสนอเรื่องราวบทใหม่ของวัฒนธรรมอาหารจีนที่ผสมผสานรากเหง้าอันทรงคุณค่าเข้ากับวิสัยทัศน์ร่วมสมัย เพื่อจุดประกายความเย้ายวนใจ และเชื่อมโยงผู้คนทุกเจเนอเรชันเข้าด้วยกันอย่างราบรื่นผ่านเมนูอาหารที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจของ เชฟ เจอร์รี่ ลี (Chef Jerry Li) เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟอาหารจีนคนใหม่ของห้องอาหารเฟยยา ผู้พกพาประสบการณ์การทำงานในโรงแรมหรูระดับนานาชาติมานานกว่าทศวรรษ ทั้งในจีน ตะวันออกกลาง และมัลดีฟส์ จนหล่อหลอมเป็นความเข้าใจในรสนิยมอาหารจีนระดับสากลอย่างลึกซึ้ง เชฟเจอร์รี่ยึดปรัชญาอันแน่วแน่ว่า “อย่าให้กระแสนิยมมากลบตัวตน แต่จงสร้างสรรค์สิ่งใหม่บนรากฐานของประเพณีดั้งเดิม” นำมาสู่คอนเซปต์การจับคู่รสชาติระดับโลกเข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อเชื่อมต่อความแตกต่างระหว่างวัย โดยไฮไลท์เด่นคือการนำวัตถุดิบพรีเมียมจากนานาชาติมาเพิ่มมิติให้กับเมนูจีนดั้งเดิมอย่างมีสไตล์ ทว่ายังคงให้เกียรติในรสสัมผัสคลาสสิกอย่างแท้จริง เมนูใหม่แนะนำ: ไฮไลท์แห่งการค้นพบรสชาติสัมผัสความแปลกใหม่ด้วยคอลเลกชันเมนูไฮไลท์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเปิดมิติแห่งการทานอาหารจีนกวางตุ้งร่วมสมัย เริ่มต้นด้วย Wrapped wild vegetables with black truffle sauce หรือถุงทองผักตามฤดูกาลและซอสทรัฟเฟิล เมนูจีนคลาสสิกที่เพิ่มความหรูหราด้วยกลิ่นอายจากตะวันตกได้อย่างมีระดับ ต่อด้วย Traditional Braised Pork Belly with Five Spices & Bamboo Shoots หมูสามชั้นตุ๋นเครื่องเทศและหน่อไม้ตำรับดั้งเดิม ที่ให้รสชาติเข้มข้นเนื้อนุ่มละมุนลิ้น เสิร์ฟคู่กับหมั่นโถวนึ่งร้อนๆ สำหรับผู้ที่ชอบความสร้างสรรค์ไม่ควรพลาด Kung Pao Chicken Wings with Minced Shrimp ปีกไก่ยัดไส้กุ้งสับ ผัดซอสกงเปารสจัดจ้าน ที่เป็นการจับคู่ความกรอบนุ่มเข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนผู้ที่มองหาความสดชื่นและเบาสบายท้อง ห้องอาหารพร้อมเสิร์ฟ Double-boiled Chicken Soup with Coconut ซุปไก่ตุ๋นในลูกมะพร้าวอ่อน ที่มอบรสสัมผัสหอมหวานกลมกล่อมจากน้ำมะพร้าวธรรมชาติและช่วยคืนความสดชื่นได้เป็นอย่างดี ปลุกความตื่นเต้นให้ประสาทสัมผัสด้วย Poached Chicken with Sichuan Spicy Sauce and Peanut ไก่แช่เหล้าซอสพริกเสฉวนและถั่วลิสง เติมเต็มความเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ และปิดท้ายความอร่อยอย่างมีสไตล์ด้วย Crispy Tiger Prawns with Wasabi Mayo กุ้งลายเสือทอดกรอบซอสวาซาบิมายองเนส เมนูร่วมสมัยที่ดึงความสดเด้งเต็มคำของกุ้งมาผสานกับซอสรสชาติโดดเด่นโดนใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ ความคลาสสิกที่คิดถึง: เป็ดปักกิ่งเฟยยา เมนูซิกเนเจอร์ห้ามพลาด แม้เฟยยาจะเปิดรับแรงบันดาลใจและรสชาติร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงยึดมั่นในเอกลักษณ์และคุณภาพที่เป็นหัวใจของห้องอาหารมาโดยตลอด โดยมี…

Read More

Grand Nikko Bangkok Sathorn เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก้าวแรกของแบรนด์ Grand Nikko ในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและความหมายอันเป็นมงคล โรงแรม Grand Nikko Bangkok Sathorn ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการด้วยพิธี “คางามิ บิรากิ” (Kagami Biraki) ธรรมเนียมสำคัญของญี่ปุ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยการเปิดฝาถังสาเกเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความรุ่งเรือง และความสำเร็จ เพื่อเฉลิมฉลองการถือกำเนิดของโรงแรม Grand Nikko แห่งแรกในประเทศไทยอย่างสมเกียรติ ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ อาทิ นายฮิโรอากิ โอดะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Fuyo General Lease Co., Ltd., นายมาซากาซุ โฮโซกาวะ กรรมการผู้แทนและประธานบริษัท Nishimatsu Construction Co., Ltd., ฯพณฯ มาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำราชอาณาจักรไทย, ดร.เลิศลักษณ์ ลีลารุ่งแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร, นายฮิโรมิจิ ฮานาบุสะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport & Urban Development (JOIN), นายฮาร์เมน ดับเบลาร์ ผู้จัดการทั่วไปของ Grand Nikko Bangkok Sathorn และนายโทชิฮิโระ โอกิตะ ประธานและกรรมการผู้แทน บริษัท Hotel Okura Co., Ltd. การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ Grand Nikko ในการขยายอาณาจักรการบริการออกนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก พร้อมนำมาตรฐานการต้อนรับอันเลื่องชื่อในแบบญี่ปุ่นมาสู่ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ โรงแรมตั้งอยู่บนถนนสาทร ใจกลางย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ระดับแนวหน้าของกรุงเทพมหานคร รายล้อมด้วยศูนย์กลางการเงิน อาคารสำนักงานชั้นนำ ร้านอาหารระดับพรีเมียม และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Grand Nikko Bangkok Sathorn ถ่ายทอดหัวใจของ “โอโมเตะนาชิ” (Omotenashi)…

Read More

Austrade จับมือ MLA และ Gourmet One โชว์ศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลีย ชูแบรนด์พรีเมียม “Ambassador Lamb” นุ่ม ไร้กลิ่นสาบ ตอบโจทย์เชฟไทยรังสรรค์เมนูสไตล์ Thai Twist สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (Austrade) และองค์กรส่งเสริมผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อแกะและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย (MLA) ร่วมกับ บริษัท กูร์เมท์ วัน (Gourmet One) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารพรีเมียมชั้นนำของเมืองไทย ประกาศความสำเร็จในการจัดงาน “The Australian Lamb Sensory Experience 2026” ภายในมหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก THAIFEX – Anuga Asia 2026 เพื่อร่วมกันถ่ายทอดศาสตร์และศิลป์แห่งเนื้อแกะออสเตรเลียเกรดพรีเมียม ยกระดับองค์ความรู้ และเปิดประสบการณ์ด้านรสสัมผัสครั้งใหม่ให้แก่วงการอาหารไทย ปัจจุบัน เนื้อแกะออสเตรเลียได้รับการยอมรับในตลาดโลกในฐานะโปรตีนคุณภาพระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ให้คุณภาพสม่ำเสมอ ความหลากหลายของชิ้นส่วนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับเมนูอาหารหลายรูปแบบ และระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ออสเตรเลียในฐานะประเทศผู้ส่งออกเนื้อแกะรายสำคัญของโลก สามารถสนับสนุนการจัดส่งสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจอาหารและผู้บริโภคที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดเนื้อแกะในประเทศไทยจะได้รับความนิยมจากเชฟรุ่นใหญ่และผู้บริโภคยุคใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ (Pain Point) ที่ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงลังเลคือ “กลิ่นสาบ” อันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อแกะ ภายในงานนี้จึงได้มีการเปิดตัวและเจาะลึกวัตถุดิบระดับไอคอนิกอย่างแบรนด์ “Ambassador Lamb” ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่เชฟโรงแรมระดับ 5 ดาว และร้านอาหารระดับ ท็อปของเมืองไทย เพื่อมาทลายข้อจำกัดดังกล่าวและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอาหารไทย ไฮไลต์สำคัญของงานได้รับเกียรติจาก เชฟณัฐ – ณัฐศศิ หนู (Chef Nu Lady Butcher) ตัวแทนเชฟหญิงไทยคนแรกและคนเดียวในโครงการ Aussie Beef Mates – Thailand มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษและถ่ายทอดเทคนิคการปรุงเนื้อแกะแบรนด์ “Ambassador Lamb” ผ่านศาสตร์แห่งรสสัมผัส โดยเผยถึง 3 จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แบรนด์นี้ครองใจเชฟชั้นนำ ได้แก่ เนื้อแกะอายุน้อย สายพันธุ์เนื้อโดยเฉพาะ (Prime Lamb): คัดสรรเฉพาะแกะอายุน้อยจากสายพันธุ์ที่พัฒนาเพื่อการบริโภคเนื้อโดยเฉพาะ มอบเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนเป็นพิเศษและมีความชุ่มฉ่ำในทุกคำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปรุงอาหารที่ต้องการความสมบูรณ์แบบระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining)…

Read More

เมื่อวันเสาร์ไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า แต่คือรันเวย์แห่งรสชาติอิตาเลียนแท้ Patitta P. Writer/ Pol.Capt.Kittin A. Editor ในโลกแห่งสุนทรียศาสตร์ของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน วันเสาร์ไม่ใช่เพียงแค่วันหยุดพักผ่อนธรรมดาๆ ค่ะ แต่มันคือจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองชีวิต มิตรภาพ และครอบครัวที่ชาวอิตาเลียนเรียกกันว่า “Sabato Italiano” สัปดาห์นี้ ดิฉันมีโอกาสได้รับคำเชิญให้ไปสัมผัสประสบการณ์มื้อกลางวันสุดสัปดาห์ “Sabato Italiano Saturday Lunch” ณ ห้องอาหาร La Scala โรงแรมเดอะ สุโขทัย กรุงเทพฯ เมกะโปรเจกต์อาหารอิตาเลียนในรูปแบบ All You Can Eat ที่รังสรรค์ขึ้นโดย เชฟ Andrea Cetani หัวหน้าเชฟผู้หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติดั้งเดิม ซึ่งดิฉันขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในฐานะคนในวงการอาหารมาหลายทศวรรษเลยว่า นี่คือหนึ่งในมื้อกลางวันวันเสาร์ที่สร้างความตื่นเต้น เจาะลึก และประทับใจให้กับดิฉันมากที่สุดในรอบปี เพราะเชฟไม่ได้ทำบุฟเฟต์เพื่อเน้นปริมาณ แต่เป็นการยกมาตรฐาน Fine Dining มาให้เราทานได้ไม่อั้นต่างหากค่ะ บรรยากาศภายในห้องอาหาร La Scala ยังคงเปี่ยมไปด้วยความหรูหราทันสมัย แฝงความลุ่มลึกด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงละครโอเปร่าชื่อดัง ทว่าในมื้อวันเสาร์นี้กลับถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา แสงแดดอ่อนๆ ยามเที่ยงที่ทอดผ่านกระจกบานใหญ่สะท้อนเข้ากับสเตชั่นอาหารที่จัดวางไว้อย่างวิจิตรบรรจง ราวกับงานศิลปะชิ้นเอก เชฟ Andrea Cetani ได้เลือกใช้แนวคิดการสะท้อนเอกลักษณ์อันหลากหลายของภูมิภาคต่างๆ ในอิตาลี ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ผ่านวัตถุดิบนำเข้าคุณภาพสูงและการปรุงที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ต่อจากนี้ดิฉันจะพาทุกท่านไปเจาะลึกในทุกๆ รายละเอียดของสเตชั่นไฮไลท์แบบคำต่อคำ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า… สายกินระดับลึกห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ 1. The Majestic Oyster Bar: อัญมณีแห่งท้องทะเลสดกับหอยนางรมพรีเมียม 3 สายพันธุ์ • Fine de Claire Oysters (หอยนางรมฟินเดอแคล) เริ่มต้นการเดินทางรสชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจด้วย “Fine de Claire” หอยนางรมระดับตำนานจากชายฝั่งลุ่มน้ำ Marennes-Oléron ประเทศฝรั่งเศส ความพิเศษของสายพันธุ์นี้อยู่ที่กรรมวิธีการเลี้ยงอันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะนำหอยไปขุนต่อในบ่อโคลนน้ำกร่อยธรรมชาติที่เรียกว่า “Claire” ทำให้เนื้อหอยซึมซับรสชาติของแร่ธาตุและสาหร่ายทะเลเฉพาะถิ่นได้อย่างดีเยี่ยม สัมผัสแรกที่ลิ้นของดิฉันสัมผัสคือความเค็มสดชื่นจางๆ ของน้ำทะเลแท้ๆ (Briny) ก่อนจะตามด้วยรสหวานละมุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อสัมผัสมีความนุ่มนวลฉ่ำน้ำแต่ไม่เหลวจนเกินไป เชฟ Andrea…

Read More