Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย
    • [Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026
    • [Promo] รวมโปรโมชั่น Valentine 2026 จากโรงแรมหรูทั่วไทย — ดินเนอร์สุดโรแมนติกและแพ็กเกจคู่รักที่ไม่ควรพลาด
    • [Promo] ฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Sindhorn Kempinski hotel bangkok valentine 2026
    • [Promo] เฉลิมฉลองเดือนแห่งความรัก ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ Amari Bangkok VaLENTINE 2026
    • [News] ฉลองวันวาเลนไทน์กับดินเนอร์สุดโรแมนติก พร้อมเพลิดเพลินกับเสียงไวโอลินอันแสนไพเราะ ณ ห้องอาหารพาโนรามา โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินี พาร์ค  Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park
    • [News] The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok ชวนคู่รักฉลองวันวาเลนไทน กับ 2 ห้องอาหารสุดโรแมนติก 2 สไตล์ ที่ เรน ทรี คาเฟ่ และ ดิ อัลเลียม แบงค็อก 2026
    • [News] แรงบันดาลใจแห่งความรัก: การสโมสรรับประทานอาหารในวันนักบุญวาเลนไทน์ ณ VALENTINE’S DAY DINING AT PARK HYATT BANGKOK’S PENTHOUSE BAR + GRILL AND EMBASSY ROOM LA MARINA
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Kin Reviews»Chinese Cuisine»[Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย
    Chinese Cuisine

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    Kittin AssavavichaiBy Kittin AssavavichaiFebruary 14, 2026Updated:February 14, 2026No Comments4 Mins Read

    🎨 มหาอุปรากรบนจานอาหาร: เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

    หากจะกล่าวถึงจิตวิญญาณแห่งลุ่มน้ำแยงซีเกียง หรือพื้นที่แถบเซี่ยงไฮ้ หางโจว และซูโจว ที่เรียกขานกันว่า “เจียงหนาน” (Jiangnan) พีทคงต้องบอกว่านี่คือพื้นที่ที่ส่งอิทธิพลต่อสุนทรียศาสตร์ของเอเชียตะวันออกอย่างลึกซึ้งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมปลาและข้าว หรือแม้แต่ต้นรากของพิธีชงชาและ “ไคเซกิ” ของญี่ปุ่น ก็ล้วนมี DNA มาจากความประณีตของที่นี่ทั้งสิ้น

    วันนี้พีทพามาเปิดประสบการณ์ที่ Purple Laurel Bangkok ร้านอาหารที่ไม่ได้ทำแค่ให้อิ่มท้อง แต่เชฟ อวี้ปิน (Chef Yu Bin) ตั้งใจใช้ “วัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นพู่กัน และใช้ความประณีตเป็นลายเส้น” รังสรรค์มื้ออาหารสไตล์ Modern Jiangnan ที่ผสานความเข้มข้นแบบกวางตุ้งเข้าไปได้อย่างไร้รอยต่อ จนนึกว่ากำลังนั่งละเลียดมื้ออาหารอยู่ท่ามกลางศาลาริมน้ำในประวัติศาสตร์จีน แต่ทว่าถูกนำเสนอผ่านเลนส์ของโลกยุคใหม่

    มื้อนี้พีทเน้นไปที่ ติ่มซำ (Dim Sum) และเมนูอาลาคาทที่ต้องบอกว่า “เกินคำว่าอาหาร” ไปไกล เพราะมันคือการแสดงทางศิลปะที่กินได้ ทุกจานมีเรื่องราว มีอุณหภูมิที่แม่นยำ และมีรสนิยมที่เหนือระดับ เตรียมล้างปากให้สะอาด แล้วตามลุงไปสำรวจแต่ละเมนูที่เชฟบรรจงเสิร์ฟประหนึ่งงาน Masterpiece กันครับ!


    🏮 เกร็ดความรู้จากโต๊ะอาหารของลุง:

    • เจียงหนาน (Jiangnan): ได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งปลาและข้าว” (鱼米之乡) เน้นรสชาติธรรมชาติ ไม่จัดจ้านแต่ซับซ้อน
    • อิทธิพลต่อญี่ปุ่น: เส้นโซเม็ง และขนมวากาชิ (Wagashi) ก็ได้รับอิทธิพลมาจากติ่มซำสายหวานของซูโจวนี่แหละครับ
    • เชฟอวี้ปิน: ปรมาจารย์ผู้หยิบเอาตำรับวังหลวงมาตีความใหม่ ให้เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ที่รักความตื่นเต้นแต่ไม่ยอมทิ้งความคลาสสิก

    สำหรับพาร์ทงานออกแบบ พีทต้องบอกเลยว่า Purple Laurel Bangkok ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่มันคือการถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรมระดับ Manifesto ที่พยายามจะนิยามคำว่า “ความรุ่มรวยที่สงบเงียบ” (Quiet Luxury) ในแบบฉบับเจียงหนานสมัยใหม่ได้อย่างทรงพลังครับ


    🏛️ สถาปัตยกรรมแห่งสายน้ำและความเงียบ: เจาะลึกงานดีไซน์และสุนทรียะเชิงวัตถุ ณ Purple Laurel

    หากอาหารของเชฟอวี้ปินคือบทกวี การตกแต่งภายในของที่นี่ก็คือโครงสร้างของร้อยกรองที่ประคองอารมณ์ของผู้มาเยือนไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ พีทจะขอพาคุณไปสำรวจว่าทำไมงานออกแบบที่นี่ถึงถูกยกย่องว่าเป็นระดับมาสเตอร์พีซ

    01 | The Spatial Philosophy: ปรัชญาแห่งพื้นที่และเส้นสายเจียงหนาน

    เมื่อก้าวเท้าเข้ามา พีทสัมผัสได้ทันทีถึงการตีความสถาปัตยกรรมแถบลุ่มน้ำแยงซีเกียง (Jiangnan Architecture) ใหม่ทั้งหมด เชฟและทีมสถาปนิกจงใจไม่ใช้สีแดงฉูดฉาดแบบร้านจีนดั้งเดิม แต่เลือกใช้โทนสี “Purple Laurel” หรือสีม่วงดอกลาเวนเดอร์หม่น ผสานกับสีเทาของอิฐและงานไม้สีเข้ม

    • โครงสร้าง: มีการใช้เส้นสายโค้งมนที่ล้อไปกับความพริ้วไหวของสายน้ำแยงซี ลดทอนความแข็งกระด้างของอาคารทรงสี่เหลี่ยม การจัดวางทางเดินที่มีจังหวะ “ปิดและเปิด” (Compression and Expansion) ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนตัวและน่าค้นหา
    • แสงและเงา: พีทสังเกตเห็นการใช้แสงแบบ Indirect Lighting ที่ซ่อนตามรอยต่อของเพดานและผนัง ช่วยสร้างมิติของเงาที่ดูนุ่มนวลเหมือนภาพวาดพู่กันจีนท่ามกลางสายหมอกยามเช้า

    02 | The Materiality: สัมผัสแห่งวัสดุที่เล่าเรื่องความประณีต

    วัสดุที่เลือกใช้คือหัวใจที่ทำให้ Purple Laurel ดู “แพง” โดยไม่ต้องตะโกน พีทพบว่ามีการเลือกใช้วัสดุที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์เจียงหนานอย่างลึกซึ้ง:

    • อิฐและหิน: การใช้หินที่มี Texture ธรรมชาติล้อไปกับกำแพงเมืองโบราณในซูโจว มอบความรู้สึกที่มั่นคงและเก่าแก่
    • งานโลหะสีทองหม่น (Brushed Gold): ถูกนำมาใช้ในรายละเอียดเล็กๆ เช่น มือจับประตูและขอบคิ้วบัว เพื่อเพิ่มความหรูหราแบบร่วมสมัย ตัดกับงานไม้แกะสลักลวดลายเรขาคณิตที่ลดทอนมาจากหน้าต่างศาลาจีนโบราณ
    • กระจกและภาพสะท้อน: มีการใช้กระจกเงาชาทองในบางจุดเพื่อขยายพื้นที่ และสร้างภาพสะท้อนที่ดูฟุ้งฝัน เป็นการดึงเอาทัศนียภาพภายนอกและภายในให้หลอมรวมกัน

    03 | The Tableware Artistry: เมื่อจานชามคือ “เวที” ของอาหารถิ่น

    พาร์ทที่พีทตื่นเต้นที่สุดคือ Tableware Set ครับ เพราะข้าวของเครื่องใช้ที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อ “รับใช้” รสชาติอาหารอย่างแท้จริง ไม่ได้สวยแค่รูป แต่ฟังก์ชันและอารมณ์ต้องสอดคล้องกับเมนูนั้นๆ

    • Ceramic Selection: จานชามส่วนใหญ่เป็นงานเซรามิกสั่งทำพิเศษ (Bespoke) ที่มีความบางและเบา แต่เก็บอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม พีทสังเกตเห็นการใช้จานที่มีขอบหยักล้อไปกับกลีบดอกไม้ หรือจานทรงยาวที่ดูเหมือนเรือพายในคลองหางโจว
    • Color Palette: การเลือกใช้สีขาวมุก (Pearl White) และสีเขียวหยก (Celadon) ช่วยขับสีสันของวัตถุดิบตามฤดูกาลให้โดดเด่น โดยเฉพาะจานที่เสิร์ฟซุปปลา หรือเสี่ยวหลงเปา ที่สีของภาชนะช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ของน้ำซุปได้อย่างมหัศจรรย์
    • Glassware & Cutlery: แก้วไวน์และแก้วน้ำถูกเลือกใช้คริสตัลที่มีความใสสูงสุด เพื่อไม่ให้บดบังสีของชาชั้นเลิศที่เสิร์ฟคู่กับมื้ออาหาร ส่วนช้อนและตะเกียบมีน้ำหนักที่พอดีมือ (Well-balanced) สัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกจุดที่ร่างกายมนุษย์ต้องสัมผัส

    04 | The “Symbolic” Details: รายละเอียดที่เป็นมากกว่าของตกแต่ง

    สิ่งที่ทำให้พีทประทับใจคือความละเอียดในการใส่ “สัญลักษณ์” ลงไปในข้าวของเครื่องใช้:

    • ชื่อร้านบนภาชนะ: เช่นในเมนูขนมเปี๊ยะที่ประทับตราชื่อร้านเป็นภาษาจีน 3 ตัว มันคือการยืนยันถึง Brand Identity ที่แข็งแรงมาก
    • ภาชนะสั่งทำพิเศษสำหรับเมนู Signature: อย่างถาดรองเป็ดปักกิ่งรูปเป็ด หรือถ้วยซุปที่มีฝาปิดฉลุลาย ทุกชิ้นทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของเมนูนั้นๆ ก่อนที่อาหารจะเข้าปากเราเสียอีกครับ

    บทสรุปจากมุมมองออกแบบของพีท: งานดีไซน์ที่ Purple Laurel คือการพิสูจน์ว่า “ความหรูหราที่แท้จริงคือความละเอียด” (Luxury is in the detail) ทุกตารางนิ้วถูกคิดมาอย่างดีเพื่อสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมอรรถรสในการกินอาหาร Jiangnan ให้ไปถึงขีดสุด เป็นสเปซที่ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง และอยากจะรื่นรมย์กับทุกคำตรงหน้าให้นานที่สุดครับ

    01 | สาลี่หิมะแช่เย็นและเครื่องเคียงสามรส (Amuse-bouche)

    เริ่มต้นมื้อด้วยความสดชื่นที่แฝงความประณีตตามแบบฉบับเมืองหน้าด่านแห่งสายน้ำ เชฟเลือกใช้ สาลี่หิมะ สายพันธุ์คัดพิเศษที่เนื้อละเอียดราวกับทรายขาว นำมาฝานเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัดวางอย่างสง่างามบนน้ำแข็งใสที่ละเอียดจนเกือบจะเป็นปุยหิมะ พรีเซนเทชั่นจานนี้มาในสไตล์มินิมอลแต่ดูสูงค่า

    เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่างไชเท้าดองและพริกเขียวปรุงรสในถาดเซรามิกขอบเขียวดูสะอาดตา รสสัมผัสของสาลี่นั้นฉ่ำน้ำและมีความหวานที่บางเบา เมื่อทานสลับกับไชเท้าดองที่มีความเปรี้ยวนำและพริกเขียวที่ให้กลิ่นหอมเผ็ดจางๆ มันช่วยล้างรสสัมผัสเดิมในปาก (Palate Cleanser) ได้อย่างหมดจด กลิ่นหอมของผลไม้สดตัดกับความเผ็ดนิดๆ เป็นการเปิดมื้ออาหารที่ชาญฉลาด สื่อถึงปรัชญา “ความสดคือจิตวิญญาณ” ของอาหารตะกูลซู (Su Cuisine) ได้เป็นอย่างดี

    02 | เชอร์รี่ตับห่านในม่านหมอก (Signature Cherry Foie Gras)

    นี่คือจานที่ดึงเอาเทคนิค Modern Twist มาผสมกับวัตถุดิบ Jiangnan ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด พรีเซนเทชั่นโดดเด่นด้วยการใช้ภาชนะทรงสูงที่มีช่องระบายควันดรายไอซ์ พวยพุ่งออกมาปกคลุม “ผลเชอร์รี่” ที่วางเรียงรายอยู่ด้านบนประหนึ่งผลไม้ต้องห้ามในป่าลึก ตัวเชอร์รี่แท้จริงแล้วคือ ตับห่าน (Foie Gras) ที่นำไปกวนจนเนียนเป็นมูสรสละมุน หุ้มด้วยเจลลี่รสเบอร์รี่สีแดงก่ำเงางามจนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า

    เมื่อส่งเข้าปาก กลิ่นหอมนวลเข้มข้นของตับห่านจะแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ตัดกับความเปรี้ยวสดชื่นของเปลือกนอกที่เป็นเจลลี่ ความมันของฟัวกราส์ถูกเบรกด้วยรสเปรี้ยวทำให้ทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเลี่ยน การจัดจานที่ดูเหมือนงานศิลปะร่วมสมัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเชฟอวี้ปินที่นำจริตแบบฝรั่งเศสมาสวมวิญญาณจีนได้อย่างไร้รอยต่อ

    03 | ซุปลูกชิ้นปลาขาวนวลในบ่อมรกต (Fish Soup with Green Peas)

    ความประณีตของเมนูนี้อยู่ที่การ “คัดสรร” อย่างบ้าคลั่ง น้ำซุปปลาถูกเคี่ยวจนเป็นสีขาวน้ำนมข้นนวลตาแล้วกรองจนใส ซึ่งเป็นเทคนิคการดึงคอลลาเจนและรสอูมามิจากกระดูกปลาแบบดั้งเดิม พรีเซนเทชั่นมาในถ้วยเซรามิกขอบหยักที่ดูหรูหรา เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับ ลูกชิ้นปลา ก้อนโตสีขาวสะอาดตา วางตระหง่านอยู่ท่ามกลางกองทัพ ถั่วลันเตาสดคัดมือ ที่มีขนาดเท่ากันเป๊ะทุกเม็ด สีเขียวสดของถั่วตัดกับสีขาวของซุปได้อย่างงดงาม

    รสชาติซุปมีความเค็มนำแบบนุ่มนวล กลิ่นหอมของน้ำมันปลาเบาๆ ผสานกับกลิ่นเขียวสดชื่นของถั่วลันเตาที่เคี้ยวแล้วแตกในปากดัง “เป๊าะ” ตัวเนื้อปลามีความเด้งสู้ฟันแบบธรรมชาติ ไม่ใช่แป้ง เป็นจานที่สื่อถึงความ “บริสุทธิ์” ของรสชาติอาหารเจียงหนานที่เน้นชูโรงวัตถุดิบหลักให้เด่นชัดที่สุด

    04 | เจดีย์หมูสามชั้นพันชั้นสอดไส้ผักดอง (Pagoda Pork)

    หากจะถามหาจานที่โชว์ “วิทยายุทธมีด” ของเชฟอวี้ปิน ต้องเป็นจานนี้ครับ หมูสามชั้นชิ้นโตถูกสไลด์ด้วยมือเป็นเส้นยาวต่อเนื่องเพียงชิ้นเดียว แล้วนำมาม้วนซ้อนกันขึ้นไปเป็นรูปทรงเจดีย์พาโกด้า พรีเซนเทชั่นมีความขลังและอลังการ ตัวหมูมีสีน้ำตาลทองเงาวาวจากซอสซีอิ๊วสูตรลับ

    ด้านในใจกลางเจดีย์อัดแน่นด้วย ผักดองแห้ง (Meigan Cai) ที่ผัดจนหอมกรุ่น เวลาทานต้องใช้มีดตัดลงไปจะพบกับความอ่อนนุ่มของเนื้อหมูที่แทบจะละลายหายไปบนลิ้นทันที รสชาติมีความเค็ม หวาน และอูมามิซึมลึกเข้าไปในทุกอณูเนื้อ กลิ่นหอมของผักดองช่วยเพิ่มมิติความเข้มข้น ทานคู่กับหมั่นโถวสีเขียวสดที่เสิร์ฟมาเคียงกันเพื่อซับน้ำซอส เป็นเมนูที่ให้ทั้งรูปโฉมที่งดงามและรสชาติที่หนักแน่นสมเป็นอาหารจานฮ่องเต้

    05 | เกี๊ยวเห็ดป่าคริสตัลสามเหลี่ยม (Crystal Mushroom Dumplings)

    นี่คืองานคราฟต์ในเข่งนึ่งที่ดูเรียบง่ายแต่ทำยากเหลือเกิน ตัวแป้งฮะเก๋าหรือแป้งตังหมิ่นถูกนวดและนึ่งจนมีความใสราวกระจก (Translucent) จนมองเห็นไส้เห็ดหลากชนิดที่ซ่อนอยู่ข้างใน พรีเซนเทชั่นจัดวางมาในเข่งไม้ไผ่ที่รองด้วยกระดาษฉลุลายสามเหลี่ยมสี่ชิ้นวางล้อมเข้าหากันดูสมมาตร

    ตัวไส้ประกอบด้วยเห็ดป่าสับละเอียดที่มีความกรุบและกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติเน้นความหอมจากน้ำมันงาและความหวานตามธรรมชาติของเห็ด แป้งมีความเหนียวนุ่มหนึบกำลังดี ไม่เละติดฟัน กลิ่นอายของเห็ดป่าให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านที่หางโจวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นติ่มซำที่ให้รสสัมผัสเบาสบายแต่กลับมีกลิ่นหอมที่ติดทนนานอยู่ในลำคอ

    06 | เสี่ยวหลงเปาเนื้อปูซุปกุ้งมังกร (Crab Meat & Lobster Bisque Xiao Long Bao)

    ลบภาพเสี่ยวหลงเปารสหมูแบบเดิมไปได้เลย เพราะที่นี่เชฟเล่นใหญ่ด้วยการใช้ ซุปกุ้งมังกร (Lobster Bisque) ที่เข้มข้นระดับพรีเมียมมาเป็นน้ำซุปด้านใน พรีเซนเทชั่นมาในเข่งไม้ไผ่ที่เปิดฝาออกมาพร้อมไอน้ำร้อนฉุย เผยให้เห็นลูกเสี่ยวหลงเปาที่มีรอยจีบถี่ละเอียดและแป้งที่บางจนเห็นสีส้มอ่อนๆ ของน้ำซุปด้านใน รสชาติทันทีที่เอาเข้าปากคือความระเบิด (Explosion) ของรสทะเลที่เข้มข้น

    กลิ่นหอมของเปลือกกุ้งมังกรเผาผสานกับเนื้อปูหวานเจี๊ยบที่อัดแน่นอยู่ด้านใน แป้งทำหน้าที่เป็นเพียงฟิล์มบางๆ ที่ห่อหุ้มมวลสารมหาศาลเอาไว้ รสชาติเค็มมันนัวโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่วเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นการนิยามคำว่า Modern Jiangnan ได้อย่างชัดเจนที่สุดจานหนึ่ง

    07 | ขนมมันม่วงรูปหัวสิงโตเบิกเนตร (Golden Lion Pastry)

    เมนูนี้คือความน่ารักมงคลที่ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างน่าจดจำ พรีเซนเทชั่นมาในรูปของ หัวสิงโตเชิด สีชมพูอมม่วงสดใส วางเรียงกันสามชิ้นบนใบตองในจานเซรามิกสีขาวสะอาด ความโดดเด่นอยู่ที่ดวงตาของสิงโตที่แต้มด้วยทองคำเปลวและสีเหลืองทองเปรียบเสมือนพิธี “เบิกเนตร” เพื่อรับโชคลาภ ตัวขนมทำจากแป้งมันม่วงเนื้อเนียนที่นำมาปั้นและขึ้นรูปอย่างประณีตจนเห็นลวดลายเส้นขนสิงโต

    รสสัมผัสมีความนุ่มหนึบคล้ายแป้งโมจิแต่มีความแน่นกว่า ไส้ด้านในมีความหวานอ่อนๆ กลิ่นหอมของมันม่วงและธัญพืชกระจายตัวได้ดีในปาก เป็นของหวานที่นอกจากจะอร่อยแล้วยังสื่อถึงวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองของจีนได้อย่างลึกซึ้ง เหมาะมากสำหรับการเก็บภาพลงโซเชียล

    08 | ขนมจีบแดงลาวาปลาหมึก (Squid Ink Red Dumpling)

    ฉีกทุกกฎของขนมจีบด้วยสีสันที่เร้าอารมณ์ พรีเซนเทชั่นจานนี้จัดวางมาในเข่งไม้ที่ฐานรองเป็นโลหะสลักลายมังกรดูภูมิฐาน ตัวขนมจีบห่อด้วยแป้งสีแดงสด ตัดกับไส้ด้านบนที่เป็นเนื้อปลาหมึกสีขาวและสาหร่ายสีเขียว รสสัมผัสจานนี้คือ “Surprise” ของจริง เพราะเมื่อกัดเข้าไปจะพบกับความเด้งของเนื้อกุ้งและหมูที่สับมาอย่างดี แต่ไฮไลท์คือของเหลวด้านในที่เชฟปรุงรสปลาหมึกให้มีความเป็นลาวา แตกกระจายตัวออกมามอบรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นอายของท้องทะเล กลิ่นหอมของพริกไทยและน้ำมันกระเทียมช่วยชูรสให้ปลาหมึกเด่นขึ้น เป็นความประณีตที่ผสมผสานความสนุกของการกิน (Interactive Dining) ไว้ได้อย่างลงตัวที่สุด

    09 | ซาลาเปาอบไส้ครีมมะพร้าว (Baked Coconut Snow Bun)

    หากคุณคิดว่าซาลาเปาอบที่ไหนก็เหมือนกัน คุณต้องลองที่นี่ครับ พรีเซนเทชั่นมาในสไตล์ “Snow Bun” ที่ผิวหน้ามีรอยแตกเป็นลวดลายสวยงามสีนวลตา จัดวางมาในจานรูปใบไม้สีขาวดูหรูหรา ตัวแป้งด้านนอกกรอบบางเหมือนคุกกี้ชั้นดี แต่เนื้อขนมปังด้านในกลับนุ่มเบาราวกับปุยนุ่น

    รสชาติไส้ครีมมะพร้าวนั้นมีความหอมมันแบบกะทิสดที่คัดมาอย่างดี ไม่หวานโดดแต่มีความละมุนลิ้น กลิ่นหอมของมะพร้าวคั่วอ่อนๆ อบอวลอยู่ในทุกคำที่เคี้ยว ความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ในไส้ทำให้รสสัมผัสทั้งหมดหลอมรวมกันในปาก เป็นของว่างที่ปิดท้ายมื้อติ่มซำได้อย่างนุ่มนวลและตราตรึงใจ

    10 | ปอเปี๊ยะกุ้งแป้งเครปเนียน (Shrimp Crepe Spring Roll)

    จานนี้คือความมหัศจรรย์ของ “Texture” ครับ พรีเซนเทชั่นดูเรียบง่ายเป็นสีเหลืองทองนวลตา แต่ความไม่ธรรมดาอยู่ที่แป้งห่อที่เนียนละเอียดราวกับแป้งเครปฝรั่งเศส นำมาห่อไส้กุ้งแล้วทอดด้วยอุณหภูมิที่แม่นยำจนผิวนอกมีความกรอบที่บางเฉียบ (Paper Thin) รสชาติของกุ้งด้านในนั้นสดเด้งราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ ปรุงรสมาแบบอูมามิแท้ๆ

    โดยไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ กลิ่นหอมของแป้งทอดใหม่ๆ ตัดกับความหวานธรรมชาติของเนื้อกุ้งตัวโต การจัดวางมาในจานทรงยาวทำให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของขนาดและสีสัน เป็นเมนูที่แสดงถึงมาตรฐานความคงที่ (Consistency) ของครัว Purple Laurel ได้เป็นอย่างดี


    11 | ขนมเปี๊ยะไส้หมู “Purple Laurel” (Signature Meat Pastry)

    ของว่างคาวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พรีเซนเทชั่นจัดวางมาสามชิ้นในจานสีขาว โดยบนหน้าขนมเปี๊ยะถูกประทับตราตัวอักษรจีนสีแดงสามตัวซึ่งเป็นชื่อร้าน “Purple Laurel” ตัวแป้งบางเป็นชั้น ๆ (Flaky) ตามสไตล์ขนมเปี๊ยะชั้นดี ไส้หมูด้านในรสชาติเข้มข้นมีความหวานเค็มลงตัว กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนอ่อน ๆ ช่วยชูรสหมูให้เด่นขึ้น รสสัมผัสมีความกรอบนอกนุ่มในและมีความร่วนของไส้ที่พอดี เป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสื่อถึงความเป็นแบรนด์ได้อย่างชัดเจนที่สุดจานหนึ่ง

    12 | เป็ดปักกิ่งสูตรเชฟอวี้ปิน (Chef Yu Bin’s Signature Peking Duck)

    นี่คือไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย เชฟจะนำเป็ดตัวโตสีน้ำตาลทองเงาวาวมาแร่ให้ชมกันถึงริมโต๊ะ

    พรีเซนเทชั่นจัดวางหนังเป็ดที่แร่ติดเนื้อเล็กน้อยมาอย่างสวยงามในจานรูปเป็ดสีขาว ตัวหนังมีความกรอบฟูหนาเป็นชั้น ๆ อย่างเห็นได้ชัดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่

    เสิร์ฟคู่กับแป้งที่บางนุ่มเหนียวไม่ขาดง่าย พร้อมน้ำตาลทราย ซีอิ๊วเค็ม แตงกวา และต้นหอม พีทแนะนำให้เริ่มจากจิ้มน้ำตาลทรายก่อนเพื่อเปิดต่อมรับรสให้สัมผัสความหอมมันของหนังเป็ดได้อย่างเต็มที่

    รสชาติความกรอบของหนังผสานกับความนุ่มของแป้งและรสเค็มหวานของซอสคือที่สุดของความฟิน กลิ่นหอมจากการย่างไม้ฟืนแบบดั้งเดิมยังคงอบอวลชวนให้หยิบชิ้นถัดไปไม่หยุด

    13 | พุดดิ้งเสาวรสปลาคราฟมงคล (Passion Fruit Pudding with Carp Jelly)

    จานของหวานปิดมื้อที่สวยงามราวกับภาพวาดในบ่อปลา พรีเซนเทชั่นมาในถ้วยเซรามิกสวยหรู ฐานเป็นพุดดิ้งเสาวรสสีเหลืองทองสดใส โดยมี เต้าฮวย ที่ทำเป็นรูป ปลาคราฟ สีส้มขาวว่ายวนอยู่ด้านบนอย่างสมจริง ประดับด้วยวุ้นใส ๆ ที่ดูคล้ายรังนกและเม็ดเจลมะนาวกลมกลม

    รสชาติเปรี้ยวสดชื่นจากเสาวรสช่วยตัดความมันของมื้ออาหารได้ดีเยี่ยม ตัวปลาคราฟเนื้อนุ่มเนียนละมุนลิ้น กลิ่นหอมสดชื่นของเสาวรสและมะนาวช่วยให้มื้อนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบและสดใส เป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและมีความหมายมงคลตามความเชื่อของชาวจีน


    บทส่งท้ายจากพีท:

    การมาทานที่ Purple Laurel Bangkok ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมาอิ่มท้อง แต่คือการมาดูงานศิลป์ที่กินได้ รสชาติแบบเจียงหนานที่ผสานความประณีตระดับวังหลวงกับความตื่นเต้นแบบสากล เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากในไทยครับ ใครที่ชอบความลุ่มลึก ความนิ่งแต่มีพลังของรสชาติ พีทแนะนำว่าต้องมาโดนสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมอาหารเจียงหนานถึงได้เป็นต้นกำเนิดของความสุนทรีย์ในเอเชียตะวันออก

    Kin Review

    Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

    รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    Previous Article[Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026

    Related Posts

    [Review] IGNIV Bangkok Winter Dinner 2025 เปิดประสบการณ์ “ศิลปะแห่งการแบ่งปัน” กับดินเนอร์ 19 คอร์สแห่งฤดูหนาว ความอบอุ่น ความสุข และรสชาติระดับมิชลินสตาร์จากสวิตเซอร์แลนด์ St.Regis Bangkok

    January 30, 2026

    [Review] The Silk Road ตำนานติ่มซำปั้นสด คำโต อร่อยเลิศ วัตถุดิบพรีเมียม ไร้ผงชูรส ณ The athenee Hotel, A Luxury Hotel Bangkok

    January 17, 2026

    [Review] เปิดตำนานรสชาติใหม่ “Feiya” รีวิว Buffet Dimsum และเป็ดปักกิ่งไม้ลิ้นจี่ที่โลกต้องจำ Renaissance Bangkok Ratchaprasong

    January 5, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    February 14, 2026

    [Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026

    February 13, 2026

    [Promo] รวมโปรโมชั่น Valentine 2026 จากโรงแรมหรูทั่วไทย — ดินเนอร์สุดโรแมนติกและแพ็กเกจคู่รักที่ไม่ควรพลาด

    February 12, 2026

    [Promo] ฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Sindhorn Kempinski hotel bangkok valentine 2026

    February 12, 2026

    [Promo] เฉลิมฉลองเดือนแห่งความรัก ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ Amari Bangkok VaLENTINE 2026

    February 12, 2026

    [Review] มหาอุปรากรบนจานอาหาร เจาะลึก Purple Laurel Bangkok นิยามใหม่แห่ง “Modern Jiangnan” ที่ความละเมียดละไมมาบรรจบกับความล้ำสมัย

    February 14, 2026

    [Promo] ค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางแสงระยิบระยับของกรุงเทพฯ รังสรรค์สำหรับคู่รัก ที่137 Pillars Suite & residence Bangkok Valentine 2026

    February 13, 2026

    [Promo] รวมโปรโมชั่น Valentine 2026 จากโรงแรมหรูทั่วไทย — ดินเนอร์สุดโรแมนติกและแพ็กเกจคู่รักที่ไม่ควรพลาด

    February 12, 2026

    [Promo] ฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Sindhorn Kempinski hotel bangkok valentine 2026

    February 12, 2026

    [Promo] เฉลิมฉลองเดือนแห่งความรัก ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ Amari Bangkok VaLENTINE 2026

    February 12, 2026
    POPULAR

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015

    ภาชนะที่ทำจากโฟมใส่ของกินของต้องห้ามในนิวยอร์กตั้งแต่วันนี้!

    July 2, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

     

    Loading Comments...