Kinandleisure
    Facebook Twitter Instagram
    Trending
    • [Review] ÉCLATS DE CACAO Afternoon Tea ชุดชาจาก Valrhona Chocolate อร่อย สวย สร้างสรรค์และลงตัวสุดที่ Capella Bangkok
    • [News] ปลุกชีพจรสายกินและสายย่อ! Tomorrowland Thailand 2026 เผยโฉมไลน์อัปอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผนึกกำลังเชฟระดับท็อปของไทยและตํานานเบลเยียม
    • [Review] สัมผัสรสชาติแห่งฤดูกาลระดับมาสเตอร์พีซ: รีวิว “ค่ำคืนแห่งปูขนและเมนูของดี Autumn of China” ณ Purple laurel Bangkok
    • [News] คืนความสมดุลแห่งชีวิต กับ Sinimol “Sani” Thomas ณ สินธร เวลเนส บาย รีเซ็นต์  Sindhorn Kempinski Bangkok
    • [News] โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เฉลิมฉลองสัปดาห์ความพิเศษ ออโตกราฟ โมเมนต์ เชื่อมโยงผู้คนผ่านเสน่ห์วัฒนธรรมไท
    • [Stories] ไขลับ MBTI กับสไตล์ร้านอาหารโปรด: ทำไมบางคนชอบ Fine Dining แต่บางคนเลิฟ Izakaya?
    • [News] มนต์เสน่ห์แห่งฤดูใบไม้ร่วงและธรรมชาติ: เฉลิมฉลองสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติ ณ Elements, Inspired by Ciel Bleu The Okura Prestige Bangkok
    • [News] Park Hyatt Bangkok ร่วมกับ Nova Contemporary สนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่ ผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
    Facebook Twitter Instagram
    Kinandleisure
    • Kin Reviews
      • Top Restaurant
      • French Cuisine
      • European Cuisine
      • German Cuisine
      • Italian Cuisine
      • Japanese Cuisine
      • Thai Cuisine
      • International Cuisine
      • Spanish Cuisine
      • tea lounge/Café & bakery
      • Chinese Cuisine
      • American Cuisine
      • Bar Drinks
      • Steak House
      • Vietnamese Cuisine
      • Korean Cuisine
      • Indian Cuisine
      • latin American
      • Steak House
    • K healthy
      • Kin Healthy
      • Healthy Living
    • Kin Articles
      • Kin General
      • Kin Cooking
      • Kin Seasonal
    • Kin Channel
    • Promo & Event
      • Kin Promo
      • Kin News
      • LifeStyle Promo & Event
    • K Travel&LifeStyle
      • Trip Review
      • Hotel Review
      • Spa & beauty
      • K Fashion
      • K Fit
      • Our Team เบื้องหลัง โฉมหน้าผู้สร้างเนื้อหา กิน ดื่ม เที่ยว โดยทีมงานคุณภาพ
    • K Living & Design
    Kinandleisure
    Home»Dining Type»Fine Dining»รีวิว สุดยอด Afternoon tea กับการใส่ใจทุกรายละเอียด ณ ตำนานที่ยังมีชีวิตในอาคาร 140 ปี Author’s Lounge @Mandarin Oriental
    Fine Dining

    รีวิว สุดยอด Afternoon tea กับการใส่ใจทุกรายละเอียด ณ ตำนานที่ยังมีชีวิตในอาคาร 140 ปี Author’s Lounge @Mandarin Oriental

    sorawichBy sorawichApril 29, 2016Updated:April 29, 2016No Comments3 Mins Read

    “Details make differences. Details make perfection. Details make legend.” 5 Stars

    authors_lounge_1355authors_lounge_1353authors_lounge_1354

     วันนี้ทาง kinlakestars ขอเสนอ Afternoon tea ณ Author’s Lounge ที่ตั้งอยู่ใน Mandarin Oriental โรงแรมที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของประเทศไทย ที่ได้รับการกล่าวขาน โด่งดังระดับโลก

     

    authors_lounge_1243authors_lounge__1242authors_lounge_1244Author’s Lounge เป็นส่วนที่ตั้งอยู่ในตึก Author’s Wing ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์กว่า 140 ปี เป็นอาคารที่เป็นตึกดั้งเดิมของโรงแรม ตัวสถาปัตยกรรมภายนอกนั้นเป็นตึกสไตล์โคโลเนียล มีความสวยงามตามแบบตึกที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบจากทางยุโรป ด้านหน้าตึกหันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา

    authors_lounge_1236authors_lounge_1235authors_lounge_1251authors_lounge_1250authors_lounge_1245authors_lounge_1239เมื่อเดินเข้ามาจากทางล็อบบี้ก็จะเห็นโถงทางเดินขึ้นที่สวยงาม เพื่อขึ้นไปยังระเบียงส่วนห้องพัก (เฉพาะแขกผู้พักอาศัยเท่านั้น) ตัวโถงกลางที่ถูกออกแบบเป็นสวนกลางบ้าน (ปัจจุบันมีหลังคากระจก เพื่อให้อยู่ในเครื่องปรับอากาศ ให้มีความเย็นสบาย)

    มีความสวยงาม ด้วยการตกแต่งแบบลายฉลุ และการที่ให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา ประกอบกับการจัดที่นั่ง การใช้เฟอร์นิเจอร์ การประดับตกแต่งด้วยรูปภาพนักเขียนระดับโลก การใช้ดอกไม้สดและต้นไม้ ทำให้เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในอาคารและช่วงสมัยเวลายุคอาณานิคม

    authors_lounge_1268authors_lounge_1256authors_lounge_1276นอกจากส่วนโถง ยังมีอีก 2 ห้องที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งเดิมมิได้เปิดให้นั่งจิบชา พึ่งเริ่มเปิดหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา สวย สง่า น่านั่ง โดยทั้งสองห้องนี้ใช้ชื่อจากนักเขียนชื่อดังที่เคยมาเยือนและมีส่วนร่วมกับอาคารแห่งนี้นั้นคือห้อง  Joseph Conrad เป็นส่วน ที่ติดกับสวนที่เชื่อมต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ในส่วนห้องนี้สามารถนั่งจิบชาไปพร้อมกับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้authors_lounge_1252

    authors_lounge_1253

    และอีกห้อง ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม จากกระจกบานใหญ่กรอบสีทองที่แกะสลักจากไม้ได้วิจิตรงดงาม บรรยากาศโดยรวมห้องนี้ ให้ความรู้สึกสงบที่สุดในบรรดาห้องทุกห้อง

    authors_lounge_1285ยิ่งเมื่อได้ฟังการเล่นดนตรีของนักแสดงในช่วง บ่าย 2 ลงไป ยิ่งทำให้บรรยากาศการจิบชายามบ่ายกับเพื่อนๆ หรือ ครอบครัวเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมไปได้เลยครับ

    ในส่วนของชุด Afternoon tea (1450++ บาทต่อคน) ที่จะมารีวิววันนี้ เราจะสามารถเลือกชนิดของชาได้  1 อย่างและ มีของว่าง 2 แบบคือแบบไทย หรือแบบตะวันตก ซึ่งจะสามารถเติมได้ตลอด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนชนิดของชาได้

    authors_lounge_1304ในส่วนของชาที่ได้ รีวิว ครั้งนี้คือ Le Grande Dame ที่แปลเป็นไทยว่า สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ เป็นชาเขียวที่ทาง Mariage Freres ได้ปรุงผสมขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 140 ปีของทางโรงแรม ชาจะมีรสเบาๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆของกุหลาบที่มีแทรกด้วยกลิ่นสดชื่นของผิวส้มเบาๆ ให้ความรู้สึกนุ่มและสดชื่น เห็นเป็นมโนภาพหญิงสวยอันสูงศักดิ์ ในชุดกระโปรงชายลูกไม้ ปลายบานยุควิกตอเรียน เมื่อจิบเข้าไป

    authors_lounge_1361authors_lounge_1362authors_lounge_1360และชาอีกชนิดคือ Blue dragon เป็นชาที่ทำขึ้นจากการผสมชาดำกับชาขาว ที่มีการใส่ดอกเก๊กฮวยเข้าไปตรงกลางก่อนจะนึ่งด้วยมะลิ มัดเป็นก้อนกลม เมื่อนำไปชง ก้อนก็จะแตกตัวออกมา เห็นเป็นดอกไม้บานสะพรั่ง สวยมากครับ ชานี้รสจะเข้มนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับขมหรือฝาด มีความหอมของดอกไม้บางๆ จิบแล้วผ่อนคลายดีครับ

    authors_lounge_1295ก่อนเริ่มต้นการจิบชากินขนมและของว่างจะมี Welcome Item เป็น ไอศกรีม มะนาวและขิงเชอร์เบต ซึ่งชวนให้สดชื่น ผ่อนคลาย อยากอาหาร เบาโล่ง และมีกลิ่นอายความเป็นไทย

    authors_lounge_1306authors_lounge_1307สำหรับอาหารว่าง ในเซ็ตตะวันตก จะมาในแบบ ชั้นจานที่มี 3 ชั้น และ Scone 2 ชิ้น (plain กับ raisin) ที่มาพร้อมกับแยมกุหลาบ แยมราสเบอร์รี่ และครีมเนย การตกแต่งของขนมและแซนด์วิชทุกชิ้นสวยงามมีรายละเอียดเล็กๆ ทำให้รู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทานเลย

    authors_lounge_1313ในส่วนของ สโคนนั้น ที่นี่จะมีความนุ่ม ไม่แห้ง ไม่แตก ทำให้กินกับครีมเนยหอมๆ และกับแยม ไม่ลื่น ไม่ฝืดคอ เมื่อจิบชาเข้าไปเสริม อร่อยมากเลยครับ

    authors_lounge_1331authors_lounge_1308เริ่มจากชั้นล่างสุดจะเป็นของหวาน คือ เค้กผลไม้แบบอังกฤษ เค้กชิฟฟอนส้ม เค้กผลไม้แบบอังกฤษที่มีเนื้อผลไม้แห้งค่อนข้างเยอะ ให้ความหอมคู่กับกลิ่นเนยกับรสหวานอมเปรี้ยวนิดหน่อย ส่วนเค้กชิฟฟอนส้มที่มีกลิ่นส้มกับเนื้อเค้กเบาๆ หอมอร่อยดีครับ

    authors_lounge_1319ชั้นที่สองจะเป็น แซนด์วิชเย็น

    authors_lounge_1357โดยตัวแรกที่แนะนำจะเป็น หน่อไม้ฝรั่งบนวุ้นมะเขือเทศกับขนมปังซอร์โดขาว ชิ้นนี้ตกแต่งสวยงามมากครับ เมื่อกัดเข้าไป หน่อไม้นุ่มมาก มีรสหวานกับวุ้นมะเขือรสอ่อนๆที่ให้ทั้งความสดชื่นกับรสชาติเบาๆ

     

    ถัดมาเป็นไข่ต้มบนมายองเนสชากับขนมปัง brioche ผักชี ชิ้นนี้ให้รสชาติไข่ต้มที่เข้ากับมายองเนสเป็นอย่างดี เป็นรสชาติที่เข้มข้นขึ้นมา ต่อมาคือ แฮมรมควันมะเขือเทศตากแห้งกับแตง honey dew ชิ้นนี้ผมชอบเป็นพิเศษ มีรสเข้มข้นของมะเขือตากแห้งเข้ากับแฮมเป็นอย่างดี ในส่วนของพายไก่ผักโขมก็ อร่อยกับผักโขมที่เข้ากับไก่ชิ้นเล็กที่เข้ากับกลิ่นเนยหอมๆเป็นอย่างดี อีกชิ้นที่สวยงามดูน่ากินคือ แซลมอนรมควัน ซาวครีมและหอม ชิ้นนี้ถ้าคนชอบแซลมอนรมควันจะต้องชอบ เพราะให้ชิ้นพอดีคำ และยังมีแบบสับอยู่ด้านล่างกำลังพอดี ตัวแซลมอนนุ่มและไม่เค็มเกินไป เข้ากับซาวครีม ได้ดี ส่วนม้วนแซนด์วิชกลม คือ ฮันนี่เกรซแฮมกับครีมชีส ตัวนี้ครีมชีสกับความหอมของแฮมเข้ากันได้ดีครับ และสุดท้ายของชั้นกับ รสชาติสดชื่นเบาๆของแตงกวา ครีมชีส และผักชีลาว (dill) ที่จะให้รสเบา และกลิ่นและความสดชื่นได้ดีครับ

    authors_lounge_1323authors_lounge_1326ชั้นบนสุดจะเป็นของหวานหน้าตาสวยงามน่าทาน จะมี ไทม์ และ สตรอเบอร์รี่ครีม ที่มีความนุ่มและเบามากๆ ตัวครีมหอมหวาน มีรสเปรี้ยวนิดจากสตรอเบอร์รี่ผงด้านนอก และเนื้อสตรอเบอร์รี่ด้านใน อร่อยมากครับ ถัดมาคือ เอแคลร์คาราเมลราสเบอร์รี่ ที่ตัวครีมหอมคาราเมล หอมหวานอ่อนๆเสริมด้วยแยมราสเบอร์รี่ด้านในที่เปรี้ยวหวานนิดๆ กับราสเบอร์รี่สดด้านบน เป็นการรวมรสชาติที่ดีมากครับ และก็มีมาการองเฟนเนลสับปะรด ซึ่งตัวนี้ถือว่าทำได้มีมาตรฐานดี อีกชิ้นที่ผมชอบคือ แอปเปิลเขียวกับมะกรูดบิสกิต ตัวนี้จะมีรสเปรี้ยวแซมในความหวานหอมของครีมแอปเปิลเขียว เมื่อทานพร้อมกับแผ่นช็อกโกแลตขาวด้านนอกจะอร่อยดีมาก และชิ้นสุดท้ายคือ ช็อกโกแลตเซเบิ้ล ที่มีทั้งช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตฮาเซลนัท และไวท์ช็อกโกแลต บนแผ่นเค้กบางๆ ให้รสชาติหลายมิติดีครับ

    authors_lounge_1330authors_lounge_1350ในส่วนของเซ็ตไทยนั้นจะมาใน เถาปิ่นโตกระเบื้องเคลือบที่สวยงาม 3 ชั้น และสโคนมะม่วงขิง ที่มาพร้อมกับแยมมะม่วง แยมกุหลาบ และครีมเนย

    authors_lounge_1339authors_lounge_1335ในชั้นของแซนด์วิช จะมีแซนด์วิชเนื้อปูตะไคร้ที่มีเนื้อปูเน้นๆลดความคาวของกลิ่นปูด้วยตะไคร้ แซนด์วิชไก่สับพริกมะกอกดำก็มีรสชาติเข้มข้นเหมือนอาหารไทยดีครับ เสริมด้วย ไก่ห่อใบเตย ข้าวตังหมูหยอง และเมี่ยงคำในใบพลู ให้รสชาติไทยๆได้ดี แต่ก็เข้ากับชานุ่มๆเบาๆ

    authors_lounge_1352ในอีกชั้นก็จะมี ขนมช่อม่วง ซึ่งหากินได้ค่อนข้างยากในทุกวันนี้ ไส้ในรสละมุนมันเค็มแป้งนุ่มหนึบกำลังดี และยังมีกะหรี่พัฟไก่แป้งกรอบนอกไส้ในกลิ่นแกงกะหรี่ หอมชั้ดเจน หมี่กรอบที่รสชาติดีมากกรอบ มัน และไม่หวานจนเกินไป

    authors_lounge_1343ในชั้นขนมหวาน ก็จะมี ฟักทองสังขยาที่ตัวฟักทองนุ่มและหวานธรรมชาติมากในขณะที่สังขยานุ่มเนียนไม่มีฟองอากาศให้รสอ่อนๆ ไม่หวานแสบคอ ลูกชุบประดับสวยงามน่ารัก ขนมใส่ไส้ โรตีสายไหมที่ไม่ธรรมดา ชิฟฟอนเค้ก และที่เด่นสุดคือข้าวเหนียวมะม่วงคำเล็กๆที่ใช้มะม่วงอกร่อง (ข้าวเหนียวมะม่วงแท้ๆต้องทานกับมะม่วงอกร่องครับ เพราะจะให้กลิ่นหอมและรสหวานอมเปรี้ยวที่เข้มข้นกว่า)

    authors_lounge_1333

    ในส่วนของสโคน ในตัวสโคนมะม่วงขิงนั้นมีเนื้อมะม่วงให้ความหอมแทรก และมีกลิ่นขิงอ่อน ช่วยลดความเลี่ยนมันเนยได้ดี กินกับแยมมะม่วง หรือ แยมกุหลาบก็เข้ากันได้ดีครับแน่นอนเนื้อสโคนนุ่ม แน่น หนึบไม่ร่วนและไม่แตกตัว

    authors_lounge_1376authors_lounge_1373authors_lounge_1374ในส่วนของเครื่องดื่มที่ห้ามพลาดและขอแนะนำในส่วนของ Mocktail นั้นคือ Summer Rosé ซึ่ง ใช้ base เป็น ชา Eroś ของ Mariage Frères ให้สีแดงสดและกลิ่นกุหลาบที่อบอวล ผสมกับ Homemade Rosé Retal Jam ที่ให้ความหวานรวมถึงกลิ่นกุหลาบแบบอ่อนนุ่ม Rosé Bitters และ น้ำมะนาวสดที่เปรี้ยวอมหวานนิดๆ สดชื่น

    authors_lounge_1380authors_lounge_1378และ Mocktail ที่อยากจะแนะนำให้ลองนั้นคือ Lagoon of Paradise ซึ่งใช้กาแฟเป็น base  ผสมกับนม  ครีม ที่ให้ความหอมมัน และส้มสดที่ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น และน้ำผึ้งที่ให้ความหวานหอม

    authors_lounge_1394authors_lounge_1398ผ้าที่ใช้

    authors_lounge_1403authors_lounge_1411ก่อนกลับผู้มาเยือนจะได้รับของที่ระลึกเป็นกล่องใส่ช็อกโกแลต 2 ชิ้น พร้อมที่คั่นหนังสือและหนังสือเล่มเล็ก 1 ชุด สำหรับ 1 โต๊ะ

    ถ้าถามผมว่าทำไม Mandarin Oriental ถึงได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นตำนานที่มีชีวิตของโรงแรมในประเทศไทย คำตอบของผมคือ การใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่นี่ตั้งแต่เข้ามาเจอพนักงานต้อนรับ การบริการทุกอย่างถือว่าเป็นที่สุด การตกแต่งของโรงแรม การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเพื่อให้เกิดความสวยงาม เมื่อพูดถึงอาหาร ในเรื่องของรสชาติ การตกแต่ง คุณภาพวัตถุดิบ ทำให้ประสบการณ์ของคนที่มาใช้บริการไม่สามารถลืมไปได้  ทำให้ผมนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาว่า “Details make differences. Details make perfection. Details make legend.”

    เรื่อง : Sorawich W.

    ภาพ : Satid C.

    Authors’ lounge 4- 16
    $$$$$
    ประเภท คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
    1. อาหาร 40 39 9.75/10
       รสชาติ กลิ่น สัมผัส 20 19.5
       วัตถุดิบ 10 9.5
       การจัดวางตกแต่ง 5 5
       เครื่องดื่ม 5 5
    2. บรรยากาศ 20 20 10/10
       บรรยากาศภายนอก 5 5
       บรรยกาศภายใน – แสง สี กลิ่น 10 10
       บรรยกาศภายใน – วัสดุ โต๊ะ ช้อน 5 5
    3. การบริการ 20 20 10/10
       การเข้าถึง ที่จอดรถ ขนส่งมวลชน 5 5
       ความสะอาด 10 10
       ความสุภาพและการดูแลแนะนำ 5 5
    4. ราคาและความคุ้มค่า 20 19 9.5/10
       รวม 100 98 5 Stars

     

    Share this:

    • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
    • Share on X (Opens in new window) X
    • Share on Threads (Opens in new window) Threads
    afternoon tea bkk finedining mandarin oriental riverside กรุงเทพ จิบชา บางรัก ริมแม่น้ำ เจริญกรุง
    Previous Articleรีวิว ชุดชายามบ่ายจุดบรรจบของรสชาติไทยและยุโรป พัฟแกงแดง ณ Hanuman Bar, Siam kempinski
    Next Article อาหารจีนกวางตุ้งฉบับต้นตำรับ โดยมาสเตอร์เชฟ ปีเตอร์ ซาง จากฮ่องกง ณ ห้องอาหาร เดอะ เมย์ฟลาวเวอร์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

    Related Posts

    [Review] ÉCLATS DE CACAO Afternoon Tea ชุดชาจาก Valrhona Chocolate อร่อย สวย สร้างสรรค์และลงตัวสุดที่ Capella Bangkok

    October 20, 2026

    [Review] สัมผัสรสชาติแห่งฤดูกาลระดับมาสเตอร์พีซ: รีวิว “ค่ำคืนแห่งปูขนและเมนูของดี Autumn of China” ณ Purple laurel Bangkok

    October 9, 2026

    [Review] มนต์เสน่ห์แห่งลาตินอเมริกาที่กรุงเทพฯ: รีวิวค่ำคืนประวัติศาสตร์ Mexican Gala Night ณ Saffron Grill Banyan Tree Bangkok

    September 25, 2026

    Comments are closed.

    • Recent Posts
    • POPULAR

    [Review] ÉCLATS DE CACAO Afternoon Tea ชุดชาจาก Valrhona Chocolate อร่อย สวย สร้างสรรค์และลงตัวสุดที่ Capella Bangkok

    October 20, 2026

    [News] ปลุกชีพจรสายกินและสายย่อ! Tomorrowland Thailand 2026 เผยโฉมไลน์อัปอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผนึกกำลังเชฟระดับท็อปของไทยและตํานานเบลเยียม

    October 9, 2026

    [Review] สัมผัสรสชาติแห่งฤดูกาลระดับมาสเตอร์พีซ: รีวิว “ค่ำคืนแห่งปูขนและเมนูของดี Autumn of China” ณ Purple laurel Bangkok

    October 9, 2026

    [News] คืนความสมดุลแห่งชีวิต กับ Sinimol “Sani” Thomas ณ สินธร เวลเนส บาย รีเซ็นต์  Sindhorn Kempinski Bangkok

    October 7, 2026

    [News] โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เฉลิมฉลองสัปดาห์ความพิเศษ ออโตกราฟ โมเมนต์ เชื่อมโยงผู้คนผ่านเสน่ห์วัฒนธรรมไท

    October 7, 2026

    [Review] ÉCLATS DE CACAO Afternoon Tea ชุดชาจาก Valrhona Chocolate อร่อย สวย สร้างสรรค์และลงตัวสุดที่ Capella Bangkok

    October 20, 2026

    [News] ปลุกชีพจรสายกินและสายย่อ! Tomorrowland Thailand 2026 เผยโฉมไลน์อัปอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผนึกกำลังเชฟระดับท็อปของไทยและตํานานเบลเยียม

    October 9, 2026

    [Review] สัมผัสรสชาติแห่งฤดูกาลระดับมาสเตอร์พีซ: รีวิว “ค่ำคืนแห่งปูขนและเมนูของดี Autumn of China” ณ Purple laurel Bangkok

    October 9, 2026

    [News] คืนความสมดุลแห่งชีวิต กับ Sinimol “Sani” Thomas ณ สินธร เวลเนส บาย รีเซ็นต์  Sindhorn Kempinski Bangkok

    October 7, 2026

    [News] โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เฉลิมฉลองสัปดาห์ความพิเศษ ออโตกราฟ โมเมนต์ เชื่อมโยงผู้คนผ่านเสน่ห์วัฒนธรรมไท

    October 7, 2026
    POPULAR

    กินผักใบเขียวเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต้อหินได้ !!!

    January 20, 2016

    “ฟัวกราส์” ถูกแบนแล้วในแดนแซมบ้า ห้ามซื้อห้ามขายห้ามกิน

    June 29, 2015

    เมล็ดมันแกวแก่ กินไม่ดีถึงตายไปหลายรายแล้ว!!!!

    June 30, 2015
    @KinlakeStars
    KINLAKESTARS.COM

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Loading Comments...